การเผยแพร่นวัตกรรม (Diffusion of Innovation) การพัฒนาการ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ1กระบวนการผลิตการ์ตูนแอนิเมชัน การผลิตแอนิเมชัน 3 มิติแอนิเมชัน 3 มิติ เป็นสื่อชนิดหนึ่ง ดังนั้นการผลิต จึงมีกระบวนการที่คล้ายคลึงกับสื่อชนิด อื่นๆ จึงต้องมีการเตรียมการที่รอบคอบก่อนทาการผลิต เพื่อให้แอนิเมชัน3 มิติ ที่ได้มีคุณภาพและตรงตามวัตถุประสงค์มีผู้ได้ กล่าวถึงการผลิตแอนิเมชัน 3 มิติ และการผลิตสื่อไว้ดังนี้ แอนิเมชันมีการผลิตที่แตกต่างจากภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดง จะมีการเตรียมการถ่ายท้าให้พร้อมแล้วแสดงต่อหน้า กล้อง ในขณะที่การถ่ายทาภาพยนตร์แอนิเมชันนั้นเป็นการบันทึกภาพจากภาพถ่ายทีละเฟรม โดยปราศจากการเคลื่อนไหว แต่ภาพที่ถูกบันทึกนั้น ได้มีการวางแผนให้เกิดความเคลื่อนไหวเมื่อน้ามาฉายด้วยเครื่องฉายภาพยนตร์ ธรรมปพน ลีอ้านวยโชค (2550 : 28-47) กล่าวถึงกระบวนการผลิตแอนิเมชัน 3 มิติ ไว้ว่าได้ถูกก้าหนดไว้อย่างเป็น ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะใช้จานวนคนเท่าไหร่นั้นขึ้นกับขนาดของชิ้นงานแบ่งออกเป็น3 ช่วงใหญ่ๆ คือ 2.1.1 Pre-Production ขั้นตอนนี้จะอยู่ในช่วงของการเตรียมงาน เช่น การคิด (Concept) การเขียนเนื้อเรื่อง (Development) การเขียนต้นฉบับ (Script) รวมไปถึงการวาดStoryboard และการท้าเป็น Digital Story Reel รวมถึงการ Modeling และTexturing ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ส้าคัญมาก เป็นการก้าหนดทิศทางของโปรเจคทั้งหมด ล้าดับขั้นควรมี รายละเอียดดังต่อไปนี้
1) การเขียนเอกสารรายละเอียดของโครงงาน (Project Document Writing) เป็นเอกสารที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อ บันทึกรายละเอียดของโครงการ เช่น ท้าอะไร อย่างไร ระยะเวลาเท่าไหร่ ใครคือกลุ่มเป้าหมาย ใครรับผิดชอบงานอะไร แนวทางการทางาน ใช้งบประมาณเท่าไหร่ และรายละเอียดทุกอย่างที่สามารถจะนึกคิดได้เพื่อให้เกิดการเข้าใจและสามารถดาเนิน งานได้อย่างถูกต้อง
2) วาดตารางเวลา (Making Gantt Chart) เป็นการก้าหนดเพื่อให้รู้ว่าเวลาไหนทาอะไร ต้องส่งงานเมื่อไหร่
3) การวางแผนเนื้อเรื่อง (Story Planning) การแต่งเนื้อเรื่อง
2.1.2 Production คือ ขั้นตอนการผลิต เช่น การสร้างสิ่งแวดล้อม(Background) และแอนิเมทตัวละครตาม Storyboard ที่วาดขึ้น ล้าดับขั้นควรมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1) ท้าภาพเคลื่อนไหว (Animating) โดยการน้าโมเดลตัวละครสามมิติท้าให้เคลื่อนไหวตามStory Reel เมื่อท้า การเคลื่อนไหวเสร็จแล้วก็ต้องเก็บรายละเอียดต่างๆ เช่น การปรับแต่งเวลาให้เหมาะสม การแสดงอารมณ์ทางใบหน้าของตัว ละคร การขยับปากการเคลื่อนไหวของกล้อง เป็นต้น
2) แสงและเงา (Light and Shadow) แสงและเงานั้นจะสร้างมิติและอารมณ์ให้กับแอนิเมชัน ก่อนที่จะตัดสินใจ วางแสงอย่างไรที่ต้าแหน่งใด ควรค้านึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
2.1) อารมณ์ (Mood) แสงต่างชนิดจะให้อารมณ์ที่ต่างกันในแต่ละซีนปัจจัย เช่น แสงสว่างหรือความมืด จะให้ อารมณ์ที่สนุกสนานหรือเศร้า หรือโทนสีของแสงก็สามารถบอกว่ารู้สึก อบอุ่น สบาย หนาว เป็นต้น
2.2) มิติ (Depth) แสงและเงาสามารถสื่อถึงความเป็นสามมิติบนจอสองมิติ โดยการสร้างภาพลวงตาของความ ลึกที่เกิดจากแสงเงาที่ตกกระทบนั่นเอง
2.3) เวลา (Time) โทนของแสงสามารถบ่งบอกให้รู้ว่าเหตุการณ์ในขณะนั้น เป็นตอนเช้า ตอนเที่ยง ตอน กลางคืน และยังบอกว่าเป็นฤดูไหนได้อีกด้วย
2.4) ต้าแหน่งของไฟ (Position) ทิศทางของแสงจะมีความชัดเจนต่อรายละเอียดต่างๆ แสงที่ฉายจากด้านบน มักจะแสดงความเป็นธรรมชาติได้มากกว่าแสงที่ฉายมาจากด้านล่าง
3) การประมวลผล (Rendering) เมื่อเราตกแต่งทุกอย่างได้สมบูรณ์แล้วจะเข้าสู่กระบวนการที่โปรแกรม คอมพิวเตอร์จะค้านวณและแสดงผลทุกๆ Pixel ออกมาเป็นภาพนิ่งหรืภาพเคลื่อนไหว เปรียบเสมือนกับการถ่ายภาพในโรง ละครที่จัดแสงตัวละคร และองค์ประกอบต่างๆสมบูรณ์แล้ว
4) การตัดต่อ (Composition) ภาพทั้งหมดที่ผ่านการ Render จะถูกนามาตัดต่อ โดยภาพจะถูกแยกเป็นชนิด เรียกว่าLayer เพื่อให้ผู้ที่ตัดต่อภาพนามาซ้อนทับกันอีกที เช่น ภาพตัวละครกับภาพฉากหลัง เพื่อท้าให้สามารถแก้ไขทีละส่วน ได้ง่าย ซึ่งในขั้นตอนนี้สามารถตกแต่งภาพให้ดู สวยงาม หรือใส่ Effect ต่างๆ เข้าไปได้อีกด้วย
2.1.3. Post- Production คือขั้นตอนการเก็บงานใส่ไตเติ้ลการให้เครดิตผู้จัดท้า การเลือกสื่อบันทึกและรูปแบบ การบันทึกให้เหมาะสมกับเครื่องเล่น ฟอร์แมทที่ใช้ในการบันทึก 2.2 ประโยชน์ของแอนิเมชัน 3 มิติ แอนิเมชัน 3 มิติ ถูกนามาใช้กับสื่อต่างๆ มากขึ้น เช่น การ์ตูน ภาพยนตร์โฆษณา เกม ฯลฯ เพราะเป็นงานที่ สร้างได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเลียนแบบความเป็นจริง (ธรรมชาติ) และงานที่ต้องใช้ความสร้างสรรค์(เกินธรรมชาติ)มีผู้ กล่าวถึงประโยชน์ของแอนิเมชัน 3 มิติ ไว้ดังนี้
2.2.1. วงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์งานออกอากาศทางโทรทัศน์ โฆษณาและการ์ตูน นับว่าเป็นสายงานที่ พบเห็นงาน3D ได้บ่อยที่สุด เนื่องจากจะช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ดีเพราะความแปลกตาและเกินความเป็นจริงของ ชิ้นงาน เช่น ฉากแฟนตาซี ตัวละครในเทพนิยายฯลฯ ท้าให้สื่อถึงจินตนาการของผู้สร้างได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นเรายังใช้ งาน3D ในการสร้าง Effect ที่เหมือน จริงในภาพยนตร์ได้ด้วย เช่น ระเบิด ควันไฟ พายุ คลื่นยักษ์ เลเซอร์ Effect เหล่านี้ถ้า ต้องสร้างให้เหมือนจริง ต้องใช้งบประมาณสูงมากและจะต้องไม่ผิดพลาดเลยเพราะนั่นหมายถึงงบก้อนใหญ่ที่หายไป ชีวิตของ คนประกอบฉากที่อาจตกอยู่ในอันตรายด้วยเหตุนี้ 3D จึงมีประโยชน์อย่างมาก เพราะควบคุมได้ง่ายและถ้าต้องปรับเปลี่ยนก็ แค่ ปรับจากคอมพิวเตอร์
2.2.2. เกมมัลติมีเดีย สื่อการสอน เกมเกือบทุกประเภทในปัจจุบัน ทั้งเครื่องคอนโซลเกมคอมพิวเตอร์และเกมใน อินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะใช้ 3D มาเป็นส่วนประกอบ เช่นสร้างไตเติ้ลเกม ฉากต่างๆ รวมไปถึงตัวละครในเกม และผลพวงจากสิ่งเหล่านี้ก็ได้แตกขยายไปเป็นคุณานุประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย 2.2.3. วงการสถาปัตย์และวงการออกแบบ มีการน้าไปใช้อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโปรแกรม 3มิติ ท้าให้งานสถาปัตย์และวงการออกแบบในปัจจุบันเลือกน้าเสนองานเป็น 3 มิติ จากคอมพิวเตอร์โดยส่วนมาก

เอกสารอ้างอิง เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2559). พัฒนาเด็กให้รู้จัก “น ้าใจ”: บทเรียนจากสังคมญี่ปนุ่. http://www.kriengsak.com /node/374 สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2559 ธนารักษ์