จุดเปลี่ยน

          สวัสดีค่ะเพื่อนๆ หลังจากได้เขียนบทความมาหลายๆ เรื่อง วันนี้ก็มีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังอีกแล้ว เรื่องราววันนี้จะบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้ เริ่มแรกต้องขอเกริ่นก่อนเลยนะคะว่าเป็นเด็กผู้หญิงปกติเกิดมาเรียนหนังสือ เล่นกับเพื่อน มีญาติพี่น้องเหมือนกับคนอื่นๆ ตอนเด็กเป็นนักเรียนเรียนดีมาตลอดเพราะพ่อแม่ค่อนข้างหวังกับการเรียนของเรามาก ทุกเทอมจะต้องมีเรื่องให้ท่านได้ยิ้มตลอดเพราะเกรดในสมุดพกนั้นต้องได้ไม่ 3 ก็ 4 ทุกเทอม ถ้าเทอมไหนเกรดตกวันนั้นก็เป็นวันที่กินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว แต่เมื่อเริ่มโตขึ้น จากระดับประถมเข้าสู่ระดับมัธยม และสู่ระดับมหาลัยเรื่องการเรียนแทบไม่มีผลอะไรแล้ว จะบอกว่ายิ่งเรียนยิ่งโง่แบบนี้ได้หรือเปล่า แค่ผ่านได้แต่ละเทอมก็เป็นบุญแค่ไหนแล้ว เพราะยิ่งเรียนอันดับที่ติด1ใน3ไม่มีให้เห็นอีกเลยค่ะ อย่างมากเกรดยังพอไปวัดไปวาได้ก็ถือว่าโอเครละคะ เอาล่ะ.. เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า หลังจากที่เรียนมาเรื่อยๆจนในที่สุดจบในคณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษธุรกิจแล้วก็เริ่มรู้ตัวว่าเรากำลังจะเข้าสู่วัยทำงานที่แท้จริงแล้ว งานแรกที่สมัครและเรียกสัมภาษณ์คือ พนักงานรับชำระเงินในศูนย์เครือข่ายโทรศัพท์ ของบริษัทแห่งหนึ่ง ความรู้สึกแรกที่กำลังจะได้ทำงานแล้ว มันรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ อย่างบอกไม่ถูก ก็เริ่มทำงานในตำแหน่งที่ตนเองชื่นชอบได้ประมาณ 1ปี ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ล่ะ หน้างานซ้ำไปซ้ำมาทุกๆ วันทำให้เราเกิดอาการเบื่อหน่าย  พยายามมองหาความก้าวหน้าในอาชีพแทบมองไม่เห็นว่าจะไปต่อข้างหน้าได้อย่างไร ตอนนั้นเราก็เริ่มมองหางานใหม่ที่สามารถทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เราต้องการได้ มีความมั่นคง มีอนาคต อยู่มาวันหนึ่งก็มีผู้ใหญ่ที่สนิทคนแนะนำเกี่ยวกับโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ตอนแรกเราก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ก็หางานในอินเทอร์เน็ตไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีที่ไหนเรียกสัมภาษณ์เลย จึงตัดสินใจลองเข้าไปเขียนใบสมัครไว้ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ในใจไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ  คิดแค่ว่าอยากเปลี่ยนงาน หลังจากเขียนใบสมัครเสร็จแล้ว ครูที่รับผิดชอบเรียกสัมภาษณ์ทันที จากนั้นก็รับเราเข้าทำงานทันทีเช่นเดียวกัน เราก็ยังงงๆอยู่แต่คิดในใจก็ดีเหมือนกันลองดูถ้าไม่ถนัดก็ค่อยหางานใหม่อีกทีละกัน หลังจากนั้นก็เริ่มงานในวันถัดไปทันที เชื่อไหมค่ะว่า แค่วันแรกแทบจะขอลาออก อะไรกันเนี่ย ประมาณว่าฉันมาทำอะไรที่นี่? ต่างกับงานเก่าอย่างสิ้นเชิง วันแรกก็มาสายเพราะเข้าใจว่าไปถึงก็ทำงานในห้องสำนักงานเลย แต่ไม่ค่ะ ไปถึงเราต้องไปเข้าแถวกับนักเรียนแต่เช้า แนะนำตัวเนื่องจากเป็นครูมาใหม่หน้าเสาธง พระเจ้า!! มือสั่น หน้ามืดไปหมด ทำอะไรไม่ถูกเลย ก็พูดๆไป จากนั้นเริ่มเข้าห้องเรียนดันกลายเป็นครูประจำชั้นนักเรียนชั้น ปวช.1/2 ซึ่งนักเรียนห้องนี้เป็นผู้ชายล้วน ตายแน่!! ต้องพูดอะไรยังไงกับเด็กพวกนี้บ้างล่ะ? ต้องอบรมเรื่องอะไร? โอ้ย!! พูดไม่ถูกพูดไม่เป็น ในหัวปั่นป่วนไปหมดก็พยายามทำตัวเนียนๆไปก่อน ให้นักเรียนแนะนำตัวกันไปทีละคนรวมถึงตัวครูด้วยก็ว่ากันไปจนหมดช่วงเวลาโฮมรูมจากนั้นเริ่มขึ้นสอนตามตารางสอน ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แล้วต้องสอนอะไร? สอนยังไง? เอาอะไรไปสอนเด็ก? ทุกคำถามมันวนเวียนอยู่ในหัวจนพูดไม่ออก บอกใครก็ไม่ได้มาสมัครเป็นครูเองแท้ๆ วันนั้นทั้งวันก็พากันแนะนำตัวกันทั้งวันไปเลยจ้า เทคนิคการเอาตัวรอดที่ไม่น่าจะรอดแต่ก็ผ่านพ้นวันนั้นไปได้ด้วยดี ละนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้มีทุกวันนี้ได้ หลังจากที่เดินเข้าไปเขียนใบสมัครวันนั้น มีทั้งอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน มีทั้งความท้าทายที่ฉันต้องเผชิญกับมันและผ่านมันไปให้ได้ และแล้ววันนี้ฉันทำได้แล้ว ชีวิตฉันได้เปลี่ยนไปแล้ว ฉันพยายามหาความรู้ในเรื่องต่างๆที่จำเป็น ฉันฝึกสอนกับตัวเองเพื่อให้การสอนออกมาดีดูคลิปวีดีโอการสอนที่ถูกต้องทันสมัย และวันนี้ฉันได้รับคัดเลือกให้เป็นครูดีเด่น ประจำปี 2563 วันนี้ฉันได้รับคำชื่นชมว่าเป็นครูที่มีคะแนนสูงที่สุดในเรื่องการจัดการเรียการสอน วันนี้ฉันได้เป็นครูที่ฉันอยากให้เป็นแล้ว ฉันจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด จะดูแลเด็กพิการด้วยใจที่เมตตากรุณาอย่างแแท้จริง เพราะถ้าไม่มีเด็กพิการไม่มีโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ก็ไม่มีฉันในวันนี้อย่างแน่นอน.. ขอบคุณจริงๆค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกส่วนตัวของ...นางสาวโสภิดา ทองศรี



ความเห็น (19)

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา ดิฉันประทับใจการเขียนเล่าเรื่องของคุณมาก เนื้อหาอ่านแล้วประทับใจในหลายๆเหตุการณ์ เป็นกำลังใจในการสร้างบทความที่ดีแบบนี้ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

ชื่นชอบในสิ่งที่ได้เขียนบรรยายมาค่ะ ทำให้เห็นภาพตามเลย และเหตุการณ์ที่ได้เป็นครูวันแรกของเราก็คล้ายๆกันเลย :) จะเป็นกำลังใจให้กับทุกๆสิ่งต่อไปนะคะ

สวัสดีครับ คุณโสภิดา อาการเดียวกันเลยครับช่วงจะเป็นครูใหม่ๆสับสนไปหมด แต่ก็ผ่านมาได้ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ ทุกการก้าวเดินมักเป็นประสบการณ์ที่ดีและมีค่า เหมือนกันเลยครับตอนสอนแรกปั่นป่วนไปหมด หักอกเดียวกัน เป็นกำลังใจให้นะครับ

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา เรื่องราวของคุณถ่ายทอดออกมาแล้วนึกภาพของตัวเองอออกเลยค่ะ แรก ๆสำหรับการเป็นครูดิฉันก็สับสน วุ่นวายไปหมด แต่ก็ผ่านมาด้วยดีและมีความสุขกับการที่ได้เป็นครู เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีครับ คุณโสภิดา ผมชื่นชมผลงานของคุณนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ เขียนงานให้อ่านอีกนะครับ

สวัสดีครับ​ คุณโสภิดา​ อ่านแล้วประทับใจมากครับ​ เป็นกำลังใจให้นะครับ

สวัสดีครับ คุณโสภิดา ผมประทับใจในงานเขียนของคุณมาก เป็นกำลังใจให้ในงานเขียนครั้งต่อไปคับ

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา ฉันประทับใจในงานเขียนของคุณมาก เป็นกำลังใจให้ในงานเขียนครั้งต่อไปค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา เป็นกำลังใจในผลงานและงานเขียนนะค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา ฉันประทับใจในงานเขียนและเป็นกำลังใจให้กับงานเขียนของคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา ดิฉันชืนชอบในงานเขียนของคุณ อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมากค่ะ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีครับ คุณโสภิดา ขอชื่นชมผลงานครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ สร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะคุณโสภิดา ดิฉันประทับใจและชื่นชมในการพยายามพัฒนาตนเองของคุณ จนสุดท้ายความพยายามของคุณก็ส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

สวัสดีครับ คุณโสภิดา ชื่นชอบในงานเขียนของคุณ เป็นกำลังใจให้ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณโสภิดา ผมชอบงานเขียนของคุณมากครับเขียนได้ดีครับ ถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีมากครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณมากครับ

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา ชื่นชอบเรื่องราวของคุณ ขอเป็นกำลังใจนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณโสภิดา ดิฉันชอบงานเขียนของคุณมากค่ะเขียนได้ดี และถ่ายทอดเรื่องราวได้น่าประทับใจมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ