ต้นทุนชีวิตของดิฉันคือครอบครัว ครอบครัวที่อบอุ่น มีความรักความเข้าใจกัน เมื่อก่อนตอนพ่อกับแม่แต่งงานกันพ่อกับแม่มีแค่บ้านหลังเดียว แต่พ่อกับแม่ก็ช่วยกันทำมาหากินช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลลูกอีก 2 คน พ่อกับแม่ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยให้ลูกได้ยินเลย พ่อรับเหมาก่อสร้าง แม่รับจ้างเย็บผ้า ดิฉันไม่เคยอายที่พ่อแม่ทำงานรับจ้าง แต่ดิฉันกลับภูมิใจมากที่สุด ที่พ่อแม่เป็นแค่คนทำงานรายวันแต่สามารถดูแลลูกได้ดีมาก ๆ ไม่เคยให้ลูกได้อดสักมื้อ ชีวิตพ่อแม่เมื่อก่อนลำบากมาก เจอแต่คนดูถูก บางคนก็บอกว่ามีลูกผู้หญิงทั้ง 2 คนก็เตรียมยาคุมเอาไว้ดี ๆ บางคนก็บอกว่าระวังลูกเรียนไม่จบนะ มีอีกมากที่โดนดูถูก พ่อกับแม่บอกเสมอว่าใครจะว่าอะไรก็ช่างเขาเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ แล้ววันหนึ่งคำพูดที่เขาว่าให้เราจะย้อนเข้าตัวเขาเอง จนตอนนี้พ่อแม่ได้ทำให้คนพวกนั้นเห็นแล้วว่าพ่อแม่ทำหน้าที่พ่อแม่ได้ดีมาก ๆ ตอนนี้ครอบครัวเราก็มีทุกอย่างไม่ได้ลำบากแบบเมื่อก่อนแล้ว พี่สาวก็เรียนจบรับปริญญาแล้ว มีงานทำและแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ดิฉันจะไม่ทำให้แม่ให้พ่อเสียใจแน่นอน ถึงตอนนี้ครอบครัวดิฉันจะมีครบทุกอย่างแล้ว แต่พ่อกับแม่ก็สอนการทำงานให้ดิฉันเช่นกัน ช่วงปิดเทอม 2 ปีที่ผ่านมา พ่อกับแม่ถามว่าอยากมีรายได้ไหม พ่อกับแม่ดิฉันจะลงทุนให้ ซึ่งดิฉันชอบการค้าขายอยู่แล้วดิฉันจึงตอบตกลง ปิดเทอมดิฉันเปิดร้านขายของที่บ้านป้า ขายน้ำปั่น ลูกชิ้นทอด หมูปิ้ง ส้มตำ น้ำแข็งไส ซึ่งการขายของของดิฉันมันทำให้ดิฉันรู้ว่าการหาเงินแต่ละบาทนั้นมันยากมาก เหนื่อยมาก แต่ดิฉันกลับรู้สึกภูมิใจมากที่ได้หาเงินเอง จนตอนนี้ถึงแม่ว่าจะเปิดเทอมแล้วแต่ดิฉันก็ยังปิ้งหมูปิ้งไปฝากป้าขาย และยังทำแซนวิชทุกวันจันทร์ พฤหัสบดี และวันเสาร์ บางครั้งก็มีคนมาสั่งเบรค 30 ชิ้น 50 ชิ้น 200 ชิ้นบ้าง ก็ทำให้ดิฉันไม่ได้ขอเงินแม่เลย เอาเงินที่ได้จากการขายของมาใช้เป็นค่าขนมแทน 

***นี่คือร้านเล็ก ๆ ของดิฉัน***

***นี่คือหมูปิ้งไม้ละ 5 บาทค่ะ***

***นี่คือน้ำปั่น + ไข่มุกค่ะ***

***และนี่คือแซนวิชค่ะ*** เลือกมาแค่ 2 ไส้ค่ะ

ต้นทุนชีวิตของดิฉันคือครอบครัวพ่อแม่และพี่ ทุกคนอาจจะสร้างทุกอย่างมาให้ดิฉันแล้ว แต่ทุกคนก็สอนให้ดิฉันหาด้วยตัวเอง