ถ้าพูดถึงในส่วนของต้นทุนชีวิต บอกได้เลยว่าคนเราเกิดมาย่อมมีต้นทุนชีวิตที่ไม่เท่ากันเพราะเราทุกคนเกิดมาบางคนอาจเกิดมามีฐานะครอบครัวที่ดีอยู่แล้วมีพร้อมทุกอย่าง หรือมีฐานะครอบครัวปานกลาง แม้กระทั้งบางคนที่เกิดมาแล้วมีฐานะที่ยากจนเแต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ตัวกำหนดอนาคตชีวิตเราขอแค่ให้เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจและเห็นคุณค่าของตัวเองก็ถือว่าเป็นต้นทุนชีวิตที่ดีแล้ว

        ฉันก็เคยสงสัยว่าทำไมเราเกิดมาไม่ได้มีทุกอย่างเพียบพร้อมเหมือนคนอื่น จนฉันก็ได้มาเข้าใจทีหลังว่าคนเรานั้นไม่สามารถที่จะเลือกเกิดมามีชีวิตที่เพียบพร้อมได้ แต่สามารถเลือกที่จะเป็นได้ฉันคนหนึ่งที่เกิดมาไม่ได้มีฐานะที่ดีแต่นั่นไม่ใช่ตัวกำหนดชีวิตของฉันหรือเป็นปัญหาใด ๆ ความรักจากครอบครัวต่างหากที่ฉันโตมามีพ่อแม่มีครอบครัวที่อบอุ่นและมอบความรักให้กัน ไม่ว่าเราจะมีจุดเริ่มต้นที่ไหน ไม่สำคัญ เราต้องตัดสินใจเลือกที่จะเป็นคนใหม่ พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดี ๆ และอยู่ที่ว่าเราเดินไปถึงจุดหมายไหนต่างหาก


       วันที่ต้องเข้าศึกษาต่อในระดับมหาลัยตอนนั้นคือฉันไม่มีรถใช้ขับไปเรียนซึ่งทางบ้านก็มีรถแค่คันเดียว พ่อเลยต้องเสียสละให้ฉันคนนี้ไว้ใช้เพื่อจะไปเรียนหนังสือ ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นลูกลำบาก ฉันก็ไม่อยากให้พ่อแม่ลำบากเหมือนกันแต่ตอนนั้นก็ไม่รู้จะทำยังไงจริง ๆ ในเมื่อเรามีแค่นั้นจำเป็นที่จะยอมรับ ขอบคุณพ่อแม่ครอบครัวที่มอบความรักและโอกาส คอยอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริมทุกทางให้ทำในสิ่งที่ดี และได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่ต้องสู้ด้วยตัวเอง ขอบคุณที่ส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือ ทำให้ทุกอย่างเท่าที่มี ถึงแม้จะมีฐานะที่ไม่ดีแต่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคไม่ว่าจะทุกข์เพียงใดก็ต้องเชื่อว่าเราสามารถที่จะผ่านมันได้ 

        ความพยายามของแต่ละคนมีไม่เท่ากันในการทำเรื่องหนึ่ง บางครั้งเราก็ตั้งความหวังของชีวิตไว้สูง เมื่อเราหวังไว้สูงและความผิดหวังหรือความไม่ชอบใจก็เข้ามาทำให้เราก็เกิดความท้อแท้ จนหมดกำลังใจจากทุกสิ่ง ในความเป็นจริงแล้วความสุขนั้นแค่เราทำทุกวันที่มี ใช้เท่าที่มี วางชีวิตไม่ต้องใหญ่โต เอาที่พอไหวกับสิ่งที่เรามี เพราะทุกคนเกิดมาล้วนมีต้นทุนชีวิตที่ต่างกันออกไป หลายสิ่งในชีวิตเราจำเป็นต้องยอมรับ เราไม่ได้มีอย่างคนอื่นเขา เราจึงต้องยายาม