***ต้นทุนของชีวิต***

       คำว่าต้นทุนของชีวิต...เมื่อพิจารณาของต้นทุนชีวิตของแต่ละคนนั้น แน่นอนทุกคนเกิดมาล้วนมีต้นทุนชีวิตที่แตกต่างและมีมาตราฐานที่หลากหลายมาก บางคนเกิดมาในความร่ำรวยและมั่งมี มีพร้อมทุกอย่าง แต่บางคนเกิดมาพร้อมความยากลำบาก ยากจน ต้องดิ้นรนและหาเลี้ยงตัวเองทุกเช้าเพื่อจะได้ประทานชีวิตในตอนเย็น แต่ต้นทุนชีวิตของคนเราไมาสามารถวัดหรือตัดสินชีวิตของคนเราได้ มีเพียงการกระทำ ความดี และสิ่งที่เราตั้งใจมาตลอดนั้น เป็นสิ่งที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเรา และมากกว่านั้นการทำความดีนั้นจะสามารถทำให้เรามีความสุขและทำให้เราสู้ต่อไป กำลังใจจากครรอบข้างก้อเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน บางคนมีต้นทุนชีวิตที่ดีมากแต้่ก็ล้มเหลว เพราะความประมาทและการใฝ่สูงการอยากเอาชนะและลองทำในสิ่งที่ผิดสุดท้ายคนเหล่านั้นก็ได้พบกับความล้มเหลว แต่กลับกัน คนที่ยากจน ไม่มีอะไรที่ดีพร้อมแต่เขามีครอบครัวที่อบอุ่น คอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน คนเหล่านั้นมีทัศนคติคิดในแง่บวก เขาจึงประสบความสำเร็จในชีวิต และได้มีอนาคตที่ดีมากยิ่งขึ้น

      ตัวส่วนตัวหนูเอง หนูเกิดในครอบครัวที่ยากจน และมีพี่น้องเยอะ ครอบครัวมีอาชีพ ทำนา ปลูกพืชผักต่างๆ ตั้งแต่อดีตหนุจำความได้หนูมีความผูกพันกับธรรมชาติ เกอดในป่าในเขา พื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญรุ่งเรือง ณ ตอนนั้นก็ไม่มีขนมให้หนูกิน ไม่มีจักรยานให้หนูขี่ มีเพียงการละเล่นของเด็กบนดอยที่คอยประทานความสุขให้หนูและเพื่อนๆ แดีโชคดีที่หนูมีครอบครัวที่อบอุ่นพ่อแม่รักและคอยเอาใขใส่ ให้กำลังใจตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม สมัยเด็กๆ หนูต้องเดินไปโรงเรียนทุกเช้าและเดินกลับทุกเย็น ระยะทางในการเดินทางรวม 5 กิโลเมตรต่อวัน ถนนก็เป็นลักาณะดินแดง หนูลำบากมากในช่วงของฤดูฝนและฤดูร้อน เพราะถ้าฤดูฝนเส้นทางก็จะสกปรก ไม่สามารถเดินได้อย่างที่ควร ส่วนฤดูร้อนก้อมีดินที่เยอะและหนา ในช่วงที่ฝนตกหนูก็ไม่มีเสื้อกันฝนหนูจะใช้ถุงพลาสติกปิดหัวและเก็บย่ำที่ใส่สมุดหนังสือนั้นใต้กระโปรงนักเรียน ส่วนเงินนั้นถือวส่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวหนูมาก เพราะตอนนั้นหนูไม่มีเงินไปโรงเรียนจะมีเพียงบางวันเท่านั้นที่พ่อแม่จะให้ แต่หนูคิดว่าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ หนูได้นำผลไม้มาจากบ้าน เพราะตอนเย็นหนูจะไปเก็บผลไม้ตามหมู่บ้านเป็นผลไม้ที่ไม่ต้องหาซื้อแต่ก็มีความอร่อยมาก ณ ตอนนั้น หนูใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราด้วยวัยนั้น ทำให้เราสามารถปรับตัวและพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ พอโตขึ้นก็ได้ไปเรียนอีกที่หนึ่ง ได้เรียนรูในการใช้ชีวิต ในการคบเพื่อนที่แตกต่า่งกันออกไป พอหนูโตขึ้นหนูก็ต้องไปรับจ้างเพื่อมีเงินไปเรียนในแต่ละวัน อาจเป็นงานที่คนอื่นไม่สามารถทำได้เพราะด้วยกำลังที่ต้องใช้มากแต่หนูก็ไม่ท้อพยายามทุกครั้งทำให้ดีที่สุด จนหนูประสบความสำเร็จอย่างเพื่อนคนอื่น จากนั้นหนูก็ได้มาเรียนต่อที่วิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน ทำให้หนูมีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นในด้านการเรียน ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง มีความสุขกับการเรียนการได้เจอเพื่อนๆ แต่หนูก็ไม่ลืมบุญคุณพ่อแม่ที่รักและดูแลหนูมาตลอด ถึงแม้ท่านจะมีต้นทุนชีวิตที่ยากจน แต่ก็ไม่เคยให้หนูได้อดข้าวอดน้ำพ่อแม่เลี้ยงหนูได้ดีมาก รอยยิ้มของพ่อแม่ทำให้หนูสู้รอยยิ้มของพ่อแม่คือกำลังที่คือยาชูกำลังที่หาซื้อไม่ได้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ความผูกพันที่ตัดกันไม่ขาดเลยเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งและมั่นคงมากๆในชีวิตของเรา
    
ณ วันนี้อยากจะขอบคุณพ่อแม่ อยากขอบคุณครอบครัวทุกๆคน ที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจหนูมาตลอด ไม่ว่าด้วยคำพูดด้วยกำลังกาย กำลังทรัพย์ ครอบครัวนั้นไดทุ่มเทและมอบให้หนูมาตลอดเวลา อยากขอบคุณฟ้าที่ประทานครอบครัวที่แสนอบอุ่นแบบนี้ ในวันที่ลำบากเราก็ลำบากด้วย กับข้าวที่พ่อแม่ทำให้กินตอนเป็นจนถึงปัจจุบันหนูยังจำกลิ่นนั้นได้ และในวันที่เรามีความสุขทุกคนก็มีความสุขด้วยกัน เราจะป็นครอบครัวที่รักกันแบบนี้ตลอดไปนะคะ
      สุดท้ายนี้อยากจะเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ไม่ว่าทุกคนที่มีต้นทุนยังไงขอให้เราอย่าท้อ อย่ามองที่ปัญหาแต่ให้เรามองที่วันที่เราประสบความสำเร็จ เพราะต้นทุนชีวิตไม่ได้กะรันตีความสำเร็จของเราแต่ความตั้งใจและอดทนมุ่งมั่นทำให้สิ่งที่ดีและถูกต้องนั้นจะเป็นกำไรและค่าตอบแทนราคาแพงที่เราไม่สามารถหาซื้อได้แต่เราจะภูมิใจอย่างมากและเป็นรางวัลที่มีราคาแพงต่อชีวิตของเรามากที่สุด สู้ๆ ต่อไปด้วยกันนะคะ ทุกคน