อย่านึกถึงต้นทุนชีวิตในภูมิหลังเพียงเเค่คิดว่าเรามีสิ่งที่ขาดหรือเราไม่มีอะไร เเต่จงนึกถึงมันเพื่อคิดว่าถึงเเม้เราจะไม่มีอะไรที่พร้อมเหมือนคนอื่น เเต่เราก็สามารถประสบความสำเร็จอย่างคนอื่นได้

....เมื่อพูดถึงคำว่า "ต้นทุนชีวิต" เชื่อว่าอาจทำให้หลายๆ คนคงต้องกลับไปนึกถึงภาพหรือเรื่องราวที่เป็นภูมิหลังของตนเอง บางคนอาจต้องย้อนนึกถึงเรื่องราวนั้นไม่กี่ปี  ไม่กี่สิบปี เเต่บางคนอาจต้องย้อนภาพของตนเองเมื่อ20 ปีที่เเล้ว 30 ปีที่เเล้วหรือเเม้กระทั่งบางคน 50 หรือุ 60 ปีที่เเล้ว เเต่อย่างไรก็ตามมันก็คือสิ่งที่เป็นภูมิหลัง เเต่ถึงอย่างไรเจ้าภูมิหลังนี้เเหล่ะเป็นสิ่งที่เเสดงให้เห็นถึงต้นทุนชีวิตของเราที่ไม่เหมือนกันจริง ๆ อย่านึกถึงต้นทุนชีวิตในภูมิหลังเพียงเเค่คิดว่าเรามีสิ่งที่ขาดหรือเราไม่มีอะไร เเต่จงนึกถึงมันเพื่อคิดว่าถึงเเม้เราจะไม่มีอะไรที่พร้อมเหมือนคนอื่น เเต่เราก็สามารถประสบความสำเร็จอย่างคนอื่นได้

สำหรับต้นทุนชีวิตของดิฉันเเล้วก็คงต้องย้อนไปประมาณ 20 กว่าปีนิด ๆ มันก็ไม่ได้ดีเเละต่างจากเพื่อน ๆ คนอื่นเลย 


....ตั้งเเต่จำความได้เราเกิดมาในครอบครัวเล็ก ๆ ที่ก่อนหน้านี้ครอบครัวของปู่ย่า ตายายก็ต้องทำไร่ ทำนาใช้ชีวิตในชนบทเเละไม่ได้มีโอกาสรับการศึกษาเลยทำให้พ่อกับเเม่ของเราเหมือนต้องเริ่มจากศูนย์เเละนับหนึ่งใหม่เพื่อให้ชีวิตของเราเเละพี่สาวดีกว่าท่านทั้งสอง 


....ตั้งเเต่จำความได้ครอบครัวเรามีเพียงบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ทำจากไม้ไผ่หลังคาบ้านทำจากใบตองตึงเราไม่มีรถ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีโทรศัพท์ ใต้ถุนบ้านเป็นเพียงพื้นโล่ง ที่มีเเค่ครกสำหรับตำข้าวเท่านั้น

....ตั้งเเต่จำความได้ครอบครัวของเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างจะลำบาก ที่บ้านไม่มีไฟฟ้าหรือเเม้เเต่ไฟฟ้าจากโซล่าเซล์ใช้ กลางคืนจะเห็นเเม่จุดตะเกียงที่ต้องใช้น้ำมันเเละไส้ตะกียงจะเป็นฝ้ายจุดตอนกลางคืน ครอบครัวเราต้องใช้อย่างประหยัดเพราะเราไม่มีเงินพอสำหรับการซื้อน้ำมันในตะเกียง กลางคืนเราต้องรีบนอนเพื่อประหยัดน้ำมันในตะเกียงเเละเพื่อจุดในตอนเช้าตอนเเม่ตื่นมาหุงข้าว 

....ตั้งเเต่จำความได้ครอบครัวเราไม่มีรถจักรยานยนต์ เวลาพ่อจะไปในเมืองหรืออยากพาหนูไปในเมืองด้วยต้องรอรถที่ศาลาปากทางเพื่อหากมีรถผ่านจากหมู่บ้านอื่นก็จะขอนั่งหรือติดรถไปด้วย ถ้าเขาสงสารเเละใจดีเขาก็จะหยุดให้ (เเต่ส่วนใหญ่เขาก็หยุดให้นะ><) เเต่ถ้าไม่มีรถผ่านมาเลยวันนั้นเราต้องกลับบ้านก่อนเพื่อมารอใหม่ในวันรุ่งขึ้น

....ตั้งเเต่จำความได้เเม่เคยเล่าว่าบางครั้งที่คนในครอบครัวป่วยโดยเฉพาะหากเป็นพ่อหรือเเม่ วันนั้นเราอาจจะไม่ได้กินข้าวเลยเพราะไม่มีใครเข้าป่าเเละหาอาหารให้ได้ เเต่โชคดีที่ครอบครัวเรามีคุณตาที่รักเรามาก เเม่บอกว่าตาจะเป็นคนเอาข้าวสารเเละเอาเกลือมาให้หรืออาหารที่คุณตามีมาเเบ่งให้

....เเต่ตอนนี้…..

....เมื่อย้อนกลับไปตอนนั้นพ่อกับเเม่เก่งมากเลยนะ ที่สามารถสร้างชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเราได้ จากที่เเทบไม่มีอะไรเลย จากที่ครอบครัวเรายังเป็นเลขศูนย์เเต่ตอนนี้มันค่อย ๆ ขยับเเละเป็นเลข1 2 3 4 5 ….ตามลำดับได้เเละมันจะต้องดียิ่ง ๆ ขึ้นไปเเน่นอนค่ะเพราะหนูเเละพี่สาวจะเป็นคนคนสานต่อเเละสร้างครอบครัวเราต่อจากพ่อเเม่เอง

....ถึงเเม้ต้นทุนชีวิตของดิฉันทางด้านวัตถุหรือสิ่งของภายนอกอาจเคยเป็นศูนย์ เเต่ต้นทุนชีวิตด้านครอบครัวของฉันนั้นพูดได้เต็มปากว่าเต็มร้อยเเน่นอนเพราะฉันเกิดมาในครอบครัวที่มีคุณพ่อคุณเเม่ มีพี่น้องที่รัก มีญาติที่คอยดูเเล ช่วยเหลือ มีคุณปู่คุณย่าที่น่ารักกับครอบครัวเรามากเเละนอกจากนี้ฉันยังมีต้นทุนชีวิตทางด้านร่างกายที่ดีเพราะฉันเกิดมามีอวัยวะในร่างกายที่ครบ 32 ประการ

....สำหรับดิฉันเเล้วกลับมองว่าต้นทุนชีวิตที่น้อยกว่ามันไม่เคยเป็นจุดด้อยหรือเป็นข้ออ้างในการใช้ชีวิตเลย เเต่มันกลับเป็นเเรงผลักดันเพื่อให้เกิดความพยายามที่สูงกว่า เพื่อวันหนึ่งพิสูจน์ว่าความสำเร็จหรือเป้าหมายต่าง ๆ ในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนชีวิตที่่ผ่านมา เเต่มันขึ้นอยู่กับความอดทนพยายามของเราในตอนนี้ต่างหาก

ขอบคุณภาพ : https://twitter.com/hashtag/ต้นทุนชีวิต