การเชื่อมโยงความรู้ไม่ว่าจะระดับไหนก็ตาม มันไม่มีสูตรสำเร็จ ขึ้นอยู่กับวาสนา และเงื่อนไขที่เป็นไปได้ของแต่ละฝ่าย ว่าจะหาจุดลงตัวกันได้หรือไม่ บางทีมันอาจจะไม่ต้องเริ่มที่โครงสร้างใหญ่โตอะไร หลายเรื่องมันเกิดขึ้นเองเหมือนฝัน ว่าทำไมเราถึงไปเกี่ยวข้องเรื่องนั้นเรื่องนี้ มานั่งนึกย้อนหลังก็ยังแปลกใจ ว่าร่องรอยเหล่านี้มันช่างอัศจรรย์ใจ เข้าหลักการของเราที่ว่า K M.คือลายแทงความรู้ ถ้าอยากรู้ต้องแทงให้ทะลุปรุโปร่ง ...กรณีตัวอย่าง ผมไปพบผู้นำชุมชนคนหนึ่ง ในระหว่างลงพื้นที่ไปเยี่ยมกิจกรรมของชาวบ้าน แกมีกล้วยอยู่ประมาณ 10 กอได้ แต่กล้วยของแกเป็นกล้วยพันธุ์ใหม่ ต้นใหญ่เตี้ยทำให้ต้านทานลมได้ดี เครือยาวมีหลายสิบหวี แต่ละหวีใหญ่มีผลกลมสวย แกเล่าให้ฟังด้วยความชื่นชมว่า กล้วยพันธุ์นี้เคยชนะการประกวดระดับจังหวัดมาแล้ว ...เท่าที่ไปดู ก็แปลกใจว่าทำไมไม่ขยายปลูกให้มาก ถามถึงรายได้ครัวเรือนต่อปีก็ไม่ได้มากมายอะไร วันที่ไปดูทำอะไรไม่ได้มาก เพียงแต่รู้ว่านี้คือนวัตกรรมกล้วย ที่เราจะทำเรื่องธรรมดา ให้เป็นเรื่องพิเศษ ผมก็แสดงความชื่นชมอย่างจริงใจ ยกย่องให้เป็น "อาจารย์ กล้วย" ตามแบบฉบับของKM.ชีวาลัยอีสาน ...วันหลังเราเชิญอาจารย์กล้วยมาเที่ยวที่สถาบันฯ หลังจากเดินชมแปลงเกษตรของเราแล้ว อาจารย์กล้วยพูดว่า..เท่าที่เห็นพืชผลที่เราเพาะปลูก อะไรๆแกแพ้หมด ยกเว้นเรื่องกล้วย ที่ของแกชนะเรา ซึ่งก็เป็นความจริง เพียงแต่คนอื่นที่มาประชุมในวันนั้นต้องไปคิดต่อว่า ที่อาจารย์กล้วยชนะนั้น มีองค์ประกอบอะไร จุดดีจุดแข็งอยู่ตรงไหน ...เรื่องพันธุ์รึเปล่า ...เรื่องความอุดมสมบูรณ์ของดินรึเปล่า ...เรื่องการดูแลการจัดการรึเปล่า ฯลฯ ...หลักการKM.ชุมชน เมื่อเห็นสิ่งดีๆ เรามองว่าจะรับลูกเรื่องนี้อย่างไร ในชั้นนี้เราบอกอาจารย์กล้วยว่า ช่วยผลิตหน่อกล้วยให้สัก 5,000 หน่อได้ไหม นี่คือโจทย์ที่โยนลงในกลางใจ แทนที่จะบอกให้แกขยายผลการปลูกกล้วยเล่นๆ ก็ชวนให้คิดให้ทำจริงจังขึ้น ถ้าหน่อกล้วยขายได้หน่อละ 15 บาท X 5,000 หน่อ จะได้เงิน 75,000 บาท เอาไม่เอา เพราะรายได้จากการทำนา/ปี แกมีรายรับไม่ถึงหมื่นบาท เรื่องนี้พิสูจน์ได้ว่าผืนแผ่นดินของแกนั้น ถ้าเอาความรู้ใส่เข้าไป เรื่องดีๆก็จะเกิดขึ้นมากมาย ..แกรำพึงว่า เมื่อก่อนทำไมไม่มีคนมาชวนคิดชวนทำอย่างนี้ พวกเกษตรก็มาถ่ายรูป ปักป้าย เอากล้วยไปประกวด แล้วก็หายไปกับสายลม ไม่ได้ชวนคิดชวนทำอะไรแบบพวกKM. ...จากโจทย์ที่ว่านี้เอง นำไปสู่การขยายเครือข่ายกล้วย เปลี่ยนพื้นที่ทำนาบางส่วน มาทำนากล้วย ขายความคิดนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็จะเกิดชุมชนกล้วย หมู่บ้านกล้วย การพัฒนาการกล้วยครบวงจร เรื่องกล้วยๆก็จะขยายจากการปลูกเล่นไปเป็นกิจกรรมเสริม กิจกรรมรอง กิจกรรมหลัก เปลี่ยนกิจกรรมเป็นกิจการในที่สุด ... เรื่องนี้ ต้องการสะท้อนคิดว่า เรื่องใดๆในโลกนี้มีความสำคัญทั้งนั้น ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นหรือเปล่า ถอดรหัสออกมาได้หรือเปล่า ทำเรื่องของมันให้มีคุณค่าและมูลค่าได้หรือเปล่า และเรื่องที่ว่านี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ที่ไหนๆก็มีกล้วย แต่กล้วยที่กล่าวถึงนี้เป็นกล้วยสายพันธุ์KM.