ตะเรงปรอเต๊ะกัมพูเจีย.......( 9 )พนมกุเลน

The Wanderer
  มีการแกะสลักศิวลึงค์อยู่ใต้น้ำ เป็นพันๆ อัน แต่ศิวลึงค์นี้ไม่ได้เป็นเสาสูง อยู่บนฐานสี่เหลี่ยมแบบในปราสาท แต่เขาดัดแปลงให้เป็นรูปครึ่งทรงกลมอยู่บนกรอบสี่เหลี่ยม มีหลายขนาดมากมาย ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่   

                      เมื่อคราวที่แล้วเราได้ชมปราสาทพนมบาเค็งและพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเช้าวันนี้จะได้ไปเยือนพนมกุเลน อย่างที่เคยบอกแล้วพนมแปลว่าภูเขา  ส่วนกุเลน คือลิ้นจี่ป่า รวมแล้วแปลว่าภูเขาลิ้นจี่ป่า รถพาเราขึ้นเขาไปพักใหญ่ เป็นภูเขาสูง ความสำคัญของพนมกุเลนก็คือ หินที่เอาไปสร้างปราสาทหินทั้งหลายนั้นก็เอาไปจากภูเขานี้แหละ คิดดูแล้วกันสมัยโบราณต้องเอาช้าง ม้า กำลังคน มาชักลากลงภูเขาไปสร้างปราสาทที่ด้านล่าง ซึ่งปราสาทบางแห่งก็อยู่ไกลมาก ขนาดปัจจุบันนั่งรถยนต์ไปยังใช้เวลาหลายชั่วโมง  นับว่าเป็นงานช้างอันน่ามหัศจรรย์จริงๆ              

                     เดิมพนมกุเลนมีชื่อในสมัยโบราณว่า มเหนทรบรรพต เป็น ต้นกำเนิดของ แม่น้ำเสียมเรียบ แต่จุดเด่นของพนมกุเลนคือ ตรงส่วนหนึ่งของภูเขาที่สายน้ำนี้ไหลผ่าน ได้มีการแกะสลักศิวลึงค์อยู่ใต้น้ำ เป็นพันๆ อัน แต่ศิวลึงค์นี้ไม่ได้เป็นเสาสูง  อยู่บนฐานสี่เหลี่ยมแบบในปราสาท แต่เขาดัดแปลงให้เป็นรูปครึ่งทรงกลมอยู่บนกรอบสี่เหลี่ยม มีหลายขนาดมากมาย ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ โดยขนาดใหญ่สุดมี เส้นผ่าศูนย์กลางของทรงกลมประมาณหนึ่งเมตร ต้องมาชมในหน้าแล้ง เดินย่ำน้ำไปดูได้ ถ้าหน้าน้ำระดับน้ำจะสูงจนมองไม่เห็น                  

                    การแกะสลักศิวลึงค์อยู่ใต้น้ำ มีขึ้นใน สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่สอง ( .. 790 – 835 )   จริงๆ เขาไม่ได้ไปสลักกันใต้น้ำหรอกแต่ เป็นความชาญฉลาด และกุศลโล บายอันล้ำลึกของคนโบราณ  เมื่อแกะสลักหินภูเขาเสร็จแล้วจึงผันให้ทางน้ำมาผ่านรูปสลักเหล่านี้ แล้วก็ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์  อันเป็นที่มาของชื่อ สายน้ำแห่งพันศิวลึงค์ อันศักดิ์สิทธิ์  นอกจากศิวลึงค์แล้วยังมีรูปแกะสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ แบบเดียวกับทับหลังของปราสาทพนมรุ้งในประเทศไทยเรานั่นแหละ ซึ่งก็มีมากมายหลาย ขนาดเช่นเดียวกัน ทั้งอยู่ริมตลิ่ง  และใต้น้ำ ซึ่งสะท้อนแสงต้องหามุมมองดีๆ ก็จะเห็น ก็สนุกดีในการชี้ชวนกันดู และอดรู้สึกทึ่งในศาสตร์และศิลป์ของขอมโบราณไม่ได้                  

                     จากนั้นรถพาไปยังยอดเขาไปที่วัดพระองค์ธม ซึ่งมีพระนอนแกะสลักจากหินก้อนใหญ่ที่อยู่บนยอดเขา องค์พระพุทธรูปทาสีทองบรอนซ์ ดูแล้วพระนอนบ้านเรา งามกว่าเป็นไหนๆ จากนั้นไปยังน้ำตกพนมกุเลน ทานอาหารกล่อง คือ ข้าวกะเพราหมู กับไข่ดาว บนศาลาใหญ่ริมน้ำตกซึ่งถือเป็นระดับวีไอพี เพราะมีอยู่แค่สองศาลา บริษัททัวร์จองไว้ คนกัมพูชาก็เองมาเที่ยวกันมากมาย ปูเสื่อริมน้ำตกกันเต็มไปหมด น้ำตกก็ไม่ใหญ่มาก น้ำก็ไม่มากเพราะเป็นหน้าร้อน ดูแล้วรู้สึกเฉยๆ                   

                     ตามทางเดินที่ไปสู่น้ำตกนั้นมีร้านขายของที่ระลึกอยู่เรียงราย เป็นของป่าบ้าง รูปแกะสลักเป็นหินบ้าง ไม้บ้าง และก็มีกุเลน ผลไม้อันเป็นชื่อเรียกภูเขานี้ ลิ้นจี่ป่า นี้ก็หน้าตาเหมือนลิ้นจี่ที่เรารู้จักกัน แต่ลูกเล็กกว่าและรสชาติคงไม่เหมือนเท่าไร เพราะ เห็นบางคนชิมแล้วทำหน้าแบบพูดไม่ออก อะไรประมาณนั้น และก็ไม่ค่อยเห็นมีใครสนใจซื้อ  แม้แต่คนกัมพูชาเอง                  

                    เป็นอันว่าครึ่งวันนี้เราได้รู้จักพนมกุเลนกันไปเต็มอิ่มแล้ว  ช่วงบ่ายยังมีเที่ยวกันอีกจะพยายามมาเล่าให้ฟังต่อนะจ๊ะ

             

                                       ศิวลึงค์ใต้น้ำที่พนมกุเลน

              

                                       ศิวลึงค์ใต้น้ำขนาดเล็ก

            

                                   ศิวลึงค์ใต้น้ำขนาดใหญ่ที่สุด

             

                  นารายณ์บรรทมสินธุ์ รูปนี้อยู่ริมตลิ่ง พระนารายณ์ทอด
                  พระองค์อยู่บนตัวพญานาค  พระนางลักษมีประทับอยู่
                  ทางขวา

         
              

                                          กุเลนป่าหรือลิ้นจี่ป่า

               

                                     ของป่าที่วางขายบนพนมกุเลน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ดั้นด้นในแดนดิน

คำสำคัญ (Tags)#ท่องเที่ยว#กัมพูชา#พนมกุเลน

หมายเลขบันทึก: 65625, เขียน: 06 Dec 2006 @ 21:42, แก้ไข, 06 Sep 2013 @ 17:40, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 15, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (15)

ยูมิ
เขียนเมื่อ 07 Dec 2006 @ 14:36

มาเยี่ยม...

ได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดี...

โดยเฉพาะช่วงขอมเรืองอำนาจนะครับ

ขอบคุณครับ...

ติดตามอ่านตลอดค่ะ แต่เพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาสวัสดีทักทาย อ่านสนุกดีค่ะ อยากไปเที่ยวกัมพูชาค่ะ กำลังเข้าไปดูเว็บไซต์ของโรงแรม Angkor Holiday ตามที่คุณ The Wanderer เขียนไว้ค่ะ
The Wanderer
เขียนเมื่อ 07 Dec 2006 @ 23:25

* สวัสดีค่ะ อ.umi
       ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยม
       ดีใจค่ะที่ยังตามมาอ่าน.....     

The Wanderer
เขียนเมื่อ 07 Dec 2006 @ 23:43

*สวัสดีค่ะ ดร. จันทวรรณ
         ดีใจและแปลกใจ นึกไม่ถึงค่ะ ว่าบันทึกจะได้รับการอ่านจากคนสำคัญของ gotoknow เนื่องจากเรื่องที่เขียนก็ไม่ได้เกี่ยวกับ KM และก็ไม่มีสาระอะไร
ว่าจะเลิกเขียนแล้วเพราะไม่ค่อยถนัดเรื่องใช้คอมพิวเตอร์ ใช้เวลานานแต่ละบันทึก แต่ได้ comment แบบนี้ คงต้องกระเสือกกระสนเขียนอีกสักหน่อยเสียแล้วละมั้ง !
         ขอบคุณมากๆ ค่ะ..... 

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 07 Dec 2006 @ 23:57
  • มาหาความรู้
  • ได้ความรู้มากเลยครับ
  • ไม่แปลกใจที่ มอ มีคนเก่งๆมากครับผม
The Wanderer
เขียนเมื่อ 08 Dec 2006 @ 18:34

*สวัสดีค่ะ คุณขจิต
        ขอบคุณค่ะที่คนดังอย่างคุณขจิตแวะมาทักทาย
        ขอทำความเข้าใจหน่อยนะคะ คือไม่ใช่คนเก่ง
        ของ มอ. ค่ะ คนเก่งก็คือ หลายๆคนที่คุณพบ
        ที่กทม. นั่นแหละค่ะ.....  

Mitochondria
เขียนเมื่อ 08 Dec 2006 @ 19:18
งั้นก็เอาเป็นคนมีความสามารถก็แล้วกันครับ คุณ The Wanderer
lucky
IP: xxx.170.234.5
เขียนเมื่อ 10 Dec 2006 @ 18:19
  ติดตามอ่านมาตลอดเช่นกันค่ะ คุณ The Wanderer เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนสมบูรณ์เลยค่ะ เพราะตนเองก็ไปด้วยกันมาแต่บางรายการก็ลืมไปแล้ว  พอเข้ามาอ่านทำให้หวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆได้  ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับบันทึกเตือนความทรงจำ
The Wanderer
เขียนเมื่อ 12 Dec 2006 @ 18:15

สวัสดีค่ะ คุณ Mitochondria
         ขอบคุณค่ะ ที่อุตส่าห์ปากหวา
         เอ...จริงใจหรือไก่กากันแน่.....
         อย่างไรก็ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ... 

The Wanderer
เขียนเมื่อ 12 Dec 2006 @ 18:18

สวัสดีค่ะ คุณ Lucky..
          ขอบคุณที่ติดตามอ่าน
          จะพยายามเขียนจนจบทัวร์...หวังไว้!

คนไร้กรอบ
เขียนเมื่อ 12 Dec 2006 @ 22:06

ซัว  ซะ  ได

The Wanderer
เขียนเมื่อ 14 Dec 2006 @ 00:42

ซัว ซะ ได  คุณคนไร้กรอบ
          ขอบคุณที่แวะมาทักทาย
          ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ.....

ผิน
IP: xxx.113.61.71
เขียนเมื่อ 14 Dec 2006 @ 05:34
ติดตามอ่านเสมอ นุกดี ได้ความรู้ เขียนอีกนะครับ
The Wanderer
เขียนเมื่อ 14 Dec 2006 @ 23:45

สวัสดีจ้ะ ผิน
               ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะจ๊ะ.....

กัลยาภัสร์
IP: xxx.149.25.225
เขียนเมื่อ 11 Jul 2009 @ 21:31

อยากไปจังเลย..รบกวนแนะนำด้วยค่ะ ไปอย่างไร แบบไปเอง ไม่อยากไปกับทัวร์ค่ะ