​รู้หรือเดา..?

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


สะเก็ดมุมคิดบางประการจาก รศ.ดร. ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม. ศรีนครินทรวิโรฒ ที่ผมเข้าฟังเมื่อวานช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสี่โมงเย็น ในห้องเรียนคณะมนุษย์ ฯ ม. ทักษิณโดยคณะมนุษย์ ฯเป็นเจ้าภาพ ดังนี้
การรู้เพื่อจะคิดเป็น หลายคนรู้แต่คิดไม่เป็นจึงเข้าข่ายมีความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด
การรู้มี 2 แบบคือ รู้แบบฝังหัวติดตัวมาเอาตัวรอดได้และรู้จากผู้รู้บอก


ด้วยความรู้เกิดจากการอ่านมีเพียง 10 %
ด้วยความรู้เกิดจากการฟังมีเพียง 20 %
ด้วยความรู้เกิดจากการเห็นมีเพียง 30 %
ด้วยความรู้เกิดจากการฟัง-เห็นมีเพียง 50 %
ด้วยความรู้เกิดจากการพูด-อภิปรายมีเพียง 70 %
ด้วยความรู้เกิดจากการลงมือทำมีเพียง 80 %
ด้วยความรู้เกิดจากการสอนผู้อื่นมีเพียง 95 %
ด้วยความรู้เกิดจากการสร้างความรู้ใหม่จึงได้ 100 %


ด้วยการศึกษาคือชีวิตที่เป็นตัวตนในชีวิตจริง ๆ อันครูที่ยิ่งใหญ่นั้นไม่เคยสอนแต่ยั่วยุให้ผู้เรียนคิดหรือสอนตนเอง ผู้สอนต้องอ่านผู้เรียนให้ออก สมมุติถ้าผู้เรียนเป็นนกต้องฝึกให้เขาบิน ถ้าเป็นช้างต้องฝึกให้ลากซุงนี่ละ ทุกคนควรฉุกคิดว่า 30 % ลิขิตฟ้า อีก 70 % ต้องฝ่าฟัน ด้วยสมองคนมีซีกซ้ายถนัดด้านภาษาด้านสัญลักษณ์ชอบอยู่เงียบ ๆ มากกว่า ส่วนสมองซีกขวาถนัดคิดสร้างสร้างมีจินตนาการชอบไปทางศิลปะ
การคิดแบบสวมหมวก 6 ใบคือ
1.เมื่อสวมหมวกสีขาว ให้คิดอยู่บนข้อมูลแท้จริง
2.เมื่อสวมหมวกสีดำ ให้คิดแต่สิ่งไม่ดี
3.เมื่อสวมหมวกสีเหลืองให้คิดว่ามีอะไรดีบ้าง
4.เมื่อสวมหมวกสีเขียวให้คิดลดละเลิกข้อเสียได้ไหม
5.เมื่อสวมหมวกสีน้ำเงินให้คิดทบทวนข้อมูลแล้วตัดสินใจ
6.เมื่อสวมหมวกสีแดงให้คิดตามอารมณ์ความอยาก
แล้วเราสรุปด้วยตนเองว่าเราควรสวมหมวกสีอะไรช่วงไหนอย่างไรในสถานการณ์อย่างไร


ในส่วนกิจกรรมการเรียนรู้ก็สำคัญ อาจารย์เดินมาหาผู้ฟังยื่นไมล์ให้พูด 3 คนคนที่สองอาจารย์ว่าต้องเดินมาท้ายสุดใครมองตาฉันคนนั้นละ อาจารย์ยื่นไมล์ให้ผมเป็นคนที่สองเลยได้แสดงความคิดเห็นไปก็เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไป หลังจากผมยื่นไมล์ให้อาจารย์แล้วได้มุมคิดอยู่อย่างอาจารย์ว่า ฟังผมพูดไปนั้นมีความลุ่มลึกในเชิงปรัชญา เออ...อาจารย์รู้หรือเดากันละนี่..?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)