การศึกษาฝรั่งเศสผ่าน Baccalauréat 2016 ข้อสอบจบม.6-เข้ามหาวิทยาลัย ตอนที่ 10

ในที่สุดก็ถึงตอนสุดท้ายกันแล้ว ที่ผ่านมาทั้งหมด 9 ตอน ผู้เขียนหวังว่าผู้ที่ติดตามอ่านจะได้ทราบข้อมูลและเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดสอบระดับชาติของประเทศฝรั่งเศสที่เรียกว่า Baccalauréat เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อแบ่งปันข้อมูลกรณีศึกษาในประเด็นการศึกษาที่น่าสนใจ เพื่อที่เราจะได้นำมาปรับใช้ (หรืออย่างน้อยก็ปรับความเข้าใจ) เกี่ยวกับการศึกษาในภาพกว้าง อย่างนี้การศึกษาฝรั่งเศสเลือกที่จะจัดการศึกษาไปในแนวทางของ Liberal Education นั้นเอง

ในหัวข้อสุดท้ายนี้ ผู้เขียนได้เก็บหัวข้อที่ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจที่สุดมาเล่าในตอนสุดท้ายนี้ ซึ่งนั้นก็คือ เรื่องของ Travaux personnels encadrés (TPE)


แต่ก่อนอื่น ผู้เขียนขอเขียนความเห็นส่วนตัวที่ผู้เขียนมีประเด็นหนึ่ง หลังจากที่ได้ผ่านกระบวนการสอบ Gat Pat และ O-NET ในประเทศไทย ในปีการศึกษา พ.ศ.2558 และเปรียบเทียบกับตัวอย่างข้อสอบ Baccalauréat ปี 2016 ของฝรั่งเศส ประเด็นดังกล่าวคือ ประเด็นการคัดเลือกบุคคลเข้าศุ่มหาวิทยาลัย

ระบบคัดเลือกของประเทศไทยนั้น ส่วนหนึ่งก็ด้วยการพัฒนาและอิทธิพลของระบบสอบงอหงวนจากจีน ที่แผ่อิทธิพลไปทั่วประเทศเอเชียตะวันออก (ทั้งรูปแบบระบบและวัฒนธรรม) ประกอบด้วยหลักการที่ยึดถือเรื่องสิทธิในการศึกษาและโอกาศที่เท่าเทียม ทำให้ระบบการคัดเลือกของประเทศไทย "ระบบกลาง" เน้นความ "ยุติธรรม" ไม่มีการ "ลำเอียง" และลดความ "เหลื่อมล้ำ" ด้วยการนำคะแนนนักทุกคนในประเทศมาเรียงกัน และรับนิสิตนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยตามลำดับคะแนน อารมณ์ดังกล่าวก็ประกฏอยู่เรื่อยมา ล่าสุดที่ใช้แล้วคือการยุบระบบรับตรง (ไม่ทุกมหาวิทยาลัย) มาเป็น "ระบบรับตรงร่วม" (เน้นคำว่าร่วม) หรือที่เรียกว่าระบบ Clearing House

ระบบนี้อาจฟังดู แฟร์ แต่กระนั้นก็ทำให้ระบบการสอบเข้าของประเทศไทยดุเดือดมาก เพราะหนึ่งคะแนนที่แตกต่างนั้นอาจหมายถึงหลายสิบอันดับที่เปลี่ยนไป...แล้วในฝรั่งเศสล่ะ?

ดังที่เคยกล่าวไว้บางส่วนในตอนที่ 3 ฝรั่งเศสก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคะแนนขนาดนั้น เขาให้ความสำคัญกับการสัมภาษณ์และปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งโดยสรุปก็คือ คุณอยากเรียนวิชา/ศาสตร์นั้นจริง ๆ (และคุณอยากเรียนวิชา/ศาสตร์นั้นที่มหาวิทยาลัย/สถาบันนี้) ซึ่งระบบการศึกษาของฝรั่งเศสทั้งระบบเอง ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะให้นักเรียนได้สัมผัสกับวิชา/แขนงความรู้ที่หลากหลาย มีเวลาให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสิรมให้นักเรียนนั้นได้รู้จักตัวเอง คือผู้เขียนเองก็ไม่แน่ใจว่า ประเทศฝรั่งเศสจะมีคนที่เข้ามหาวิทยาลัยได้แบบเพราะ "คะแนนถึง" โดยที่ไม่ได้ชอบหรือรู้จักสิ่งที่กำลังจะเรียนเลยรึเปล่า


เอาล่ะครับ มาเข้าเรื่องกันเลย

วันนี้ (1/9/16) ผู้เขียนได้เปิดเว็บข่าว Le Figaro แล้วก็ได้ทราบว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีการศึกษาใหม่ของประเทศฝรั่งเศส (ซึ่งแบ่งเป็นสามเทอม) โดยในปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวข้องกับการศึกษาหลายเรื่องด้วยกัน (Le Figaro - École : tout ce qui change à la rentrée)

แต่ประเด็นที่น่าสนใจและเกี่ยวเนื่องคือ collège ซึ่งเปรียบเทียบได้เป็นมัธยมต้น (บวก ป.6 เพราะเรียน 4 ปี) เขาได้มีการ "กระจายอำนาจ" การจัดการเรียนการสอนให้โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอบอิสระในช่วงเวลาของ EPI

EPI ย่อมาจาก enseignements pratiques interdisciplinaires (practical interdisciplinary studies) หรือการเรียนการสอนประยุกต์ข้ามวิชา (ไม่อยากใช้คำว่า บูรณาการ เพราะกลายเป็นคำที่ cliché ไปแล้ว) ขอโน้ตให้ผู้อ่านว่า ในที่นี้ ข้อเสียของระบบฝรั่งเศสอย่างหนึ่งคือ ชอบตั้งตัวย่ออะไรเยอะแยะครับ

การเรียนการสอนประยุกต์ข้ามวิชา EPI นี้ จะเป็นการเรียนการสอนที่ให้นักเรียนในกลุ่มเล็ก ๆ ได้ทำงานร่วมกัน คุณครูต่างวิชาในโรงเรียนจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อออกแบบเนื้อหาและงาน (โปรเจ็ก) โดยที่กระทรวงการศึกษาได้กำหนดกรอบไว้ 8 กลุ่ม เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน โลกทางเศรษฐกิจ โลกการทำงาน ความเป็นพลเมือง (วัฒนธรรมฝรั่งเศสให้ความสำคัญแก่คำว่า พลเมือง เป็นอย่างมาก) วัฒธรรมและภาษาโบราณ เป็นต้น

ในข่าวเขียนว่า การปฏิรูปประเด็นนี้ ก็เป็นที่ถกเถียงให้สังคมฝรั่งเศส ผู้เขียนจึงกล่าวได้เพียงว่า เราก็คงจะต้องคอยดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร เพราะจะเป็นกิจกรรมที่ใหญ่ ใช้บุคลากรมาก จนไปถึงความหลากหลายในการจัดการของโรงเรียนแต่ละแห่ง

แนวทางใหม่สำหรับม.ต้นที่เกี่ยวเนื่องกันเพราะ ในการจบม.6 การสอบ Baccalauréat ก็มีการทำงานแบบ interdisciplinary หรือการประยุกต์ข้ามวิชาอยู่ด้วย!!


สิ่งนี้เรียกว่า Travaux personnels encadrés (TPE) ผู้เขียนขอแปลง่าย ๆ ว่า โครงงานส่วนตัว

TPE เป็นโครงงานที่นักเรียนจับกลุ่มกัน (2 ถึง 4 คน แต่ส่วนมากเป็นกลุ่มละ 3 คน) ทำโครงงานที่บังคับว่า จะต้องข้ามเนื้อหาวิชา อย่างน้อย 2 วิชา ใช้คำว่า pluri-disciplinary (pluridisciplinaire) กันเลยทีเดียว

แต่ละกลุ่มจะมีคุณครูเป็นที่ปรึกษา โดยที่คุณครูท่านนั้นจะต้องเป็นผู้ที่ติดตามงานและประเมินกระบวนการทำงานของกลุ่มด้วย

เวลางานจะถูกจัดอยู่ในตารางเรียนสัปดาห์ละสองชั่วโมง เป็นเวลา 18 สัปดาห์

เป้าหมายของโครงงาน (ตามที่ระบุไว้) เพื่อ...สนับสนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมค้นคว้า ให้มีการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธี (pedagogy) ที่แตกต่าง ข้ามเนื้อหาวิชา และเพื่อฝึกการทำงานกลุ่ม

สิ่งที่ต้องทำคือ คิดหัวข้อ ดำเนินการศึกษา จัดทำรายงาน (ประมาณ 30 หน้า) จัดทำบทความย่อ (ความยาวประมาณ 2 หน้า) นำเสนองาน (สมาชิกแต่ละคนต้องพูดอย่างน้อย 5 นาที) ซึ่งกระบวนการนำเสนองานนี้ คณะกรรมการ (ครู) ที่ฟังสามารถถามคำถามหรืออาจโต้แย้ง เพื่อให้นักเรียนอธิบายหรือ defend โครงงาน

การประเมินผล (20 คะแนน) แบ่งเป็น 8 คะแนน สำหรับกระบวนการทำงาน 6 คะแนนสำหรับการสังเคราะห์ของแต่ละบุคคล ผลงานกลุ่มที่ออกมา และอีก 6 คะแนนสำหรับการประเมินการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ (ซึ่งต้องเป็นคุณครู-อาจารย์ที่เชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในโครงงาน)

หัวข้อ ในแต่ละปี กระทรวงการศึกษาจะประกาศโครง (theme) ออกมาเป็นแนวทาง ตัวอย่างเช่นในปีการศึกษา 2013-2014 และ 2014-2015 กระทรวงการศึกษาฝรั่งเศส กำหนด theme ได้แก่

สำหรับทุกสาย: จริยธรรมและความรับผิดชอบ สุขภาพและสุขภาวะที่ดี ปัจเจกบุคคลกับกลุ่มบุคคล

Série économique et sociale (ES): การบริโภค วิกฤตกับการพัฒนา เงิน

Série littéraire (L): วีรบุรุษกับตัวละคร (heroes and characters) ภาพสะท้อนกับความเป็นจริง (representations and realities) หัวข้อที่สามเป็นชื่อที่ยากมากที่จะแปล ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า Lumière, lumières ซึ่งคำแรกแปลว่า lights (แสง) ส่วนคำหลังหมายถึงกระแสทางความคิดของฝรั่งเศสในยุคของ The Age of Enlightenment

Série scientifique (S): ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การวัด (measure) สสารและฟอร์ม (matter and form)


การศึกษาของฝรั่งเศส ยึดหลักคิดที่เป็น liberal education ซึ่งหมายถึง การศึกษาเพื่อให้บุคคลหนึ่ง ๆ นั้น free/liberal (ดู ตอนที่ 4)

ซึ่งเป้าหมายของการศึกษานั้น มีหลายแนวทางความเห็น แต่ในที่นี้ ผู้เขียนขอยกคำของอาจารย์ที่เคารพรักของผู้เขียน อาจารย์สดใส ขันติวรพงศ์ ที่กล่าวว่า เป้าหมายของการศึกษาคือเพื่อให้คน ๆ หนึ่งมีชีวิตที่ "ศานติ" มีความสุข (ทั้งทางกายภาพ ทางความคิด และทางจิตวิญญาณ) ดำรงชีวิตที่ดีได้

การศึกษา นั้นก็เพื่อทำให้คนคิดเป็น เพื่อที่เขาจะได้จัดการกับชีวิตตัวเองได้ และทำให้ความรู้ที่เขาได้รับ หรือจะได้รับต่อไป นำมาพัฒนาชีวิตของตัวเขาเองได้

และหนึ่งก้าวหลังจากนั้น ก็คือเขาได้ใช้ความรู้ความสามารถที่เขามีอยู่จัดการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อื่นและสังคมให้ดีขึ้นต่อไป


มุนินทร ว.

1/9/16


อ้างอิง Le Figaro - École : tout ce qui change à la rentrée

Le Monde - A quoi ressembleront les « enseignements pratiques interdisciplinaires » du nouveau collège ?

Wikipedia - Baccalaureat

Wikipédia - Baccalauréat en France

Wikipédia - Travaux personnels encadrés

Eduscol - Présentation des travaux personnels encadrés et des thèmes nationaux

Ministère de l’Éducation nationale, de l'Enseignement supérieur et de la Recherche - Travaux personnels encadrés

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน French Baccalauréat 2016



ความเห็น (1)

ชื่นชมในงานเขียนของน้องมากจริงๆ ค่ะ รอคอยวันที่น้องจบมาเป็นครูคุณภาพเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไปค่ะ