หวังน้ำบ่อหน้า

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สินกับสอนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กแล้ว เมื่อทั้งสองเติบโตขึ้นก็ชวนกันหางานทำเพื่อความเจริญแห่งชีวิต แต่งานไหน ๆ ก็ไม่ถูกใจเท่ากับการค้าขาย เขาทั้งสองจึงยึดอาชีพพ่อค้านำสิ่งของจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง โดยสินเป็นคนมีปัญญารอบรู้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ขณะสอนถนัดเรื่องการเตรียมสิ่งของ เมื่อกิจการเติบโตขึ้นเขาได้รับสมัครคนร่วมงานอีกสามคนมาเป็นลูกน้อง การเดินทางสมัยนั้นต้องใช้วัวเทียมเกวียนบรรทุกสินค้าเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดารเป็นทะเลทรายขาดน้ำ เขาแก้ปัญหาโดยบรรทุกน้ำเต็มตุ่มไปด้วยเสมอ

ต่อมาเขากำหนดเดินทางไกลไปยังอีกเมืองหนึ่งหลังจากเตรียมสินค้าบรรทุกเกวียนพร้อมแล้วก็กำหนดวันเดินทาง แต่นายสินติดภารกิจสำคัญจึงให้นายสอนกับพวกนำสินค้าบรรทุกเกวียนล่วงหน้าไปก่อน แล้วจะตามไปภายหลัง

เมื่อเข้าเขตทะเลทรายไปได้ไม่ไกลนักลูกน้องคุยกันว่าสงสารวัวลากเกวียนมันเหนื่อยเพราะน้ำตุ่มนั้นมันหนักมาก ถ้าเกิดวัวมันล้มตายละจะทำยังไง จึงพากันปรึกษานายสอนผู้เป็นหัวหน้าขณะกำลังคุยกันอยู่นั้น พลันเห็นกองเกวียนกลุ่มหนึ่งกำลังสวนทางมาดูลักษณะเปียกปอนคนก็หนาวตัวสั่นอยู่บนเกวียนเลยร้องถามไปว่าทางข้างหน้าเป็นอย่างไรก็ได้รับคำตอบว่ามีฝนตกมากจนน้ำเจิ่งนองเป็นลำห้วยหนองคลองบึงเต็มไปหมดเลย

ได้การละทีนี้กลุ่มของนายสอนจึงตกลงเทน้ำในตุ่มทิ้งให้หมดจะทำให้เกวียนเบาวัวก็ลากไปได้ง่ายและไปเอาน้ำข้างหน้าโน้น

ครั้นไปยังเป้าหมายคาดว่าจะมีน้ำกลับไม่มีและไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกลงมา ทั้งคนทั้งวัวก็เหนื่อยล้ากับการเดินทางดวงตะวันก็กำลังจะลาลับขอบฟ้าแล้ว กลุ่มของสอนจึงพักเอาแรงกลางทะเลทรายนั้น พอค่ำลงนั้นเองก็ได้มีกลุ่มโจรเข้ามาปล้นฆ่าคนทั้งหมดรวมทั้งวัวด้วย เมื่อนายสินเดินทางไปถึงบริเวณนั้นก็ได้เห็นซากศพของเพื่อนร่วมงานพร้อมทั้งเกวียนที่ถูกทำลายไปแล้ว.

ถามว่า ข้อคิดที่ได้จากการอ่านเรื่องนี้คือสิ่งใด..?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ชอบใจเรื่องเล่าครับ

ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

หวัง. น้ำบ่อหน้า. มิช้าจะต้องหมองไหม้. น่ะ.เเจ้าค่ะ..

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ ท่าน ดร. ขจิต ฝอยทอง

ทดลองเล่าในมุมใหม่ให้เด็กยุคนี้ได้ฟังครับ 55

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ คุณยายธี

เป็นคติธรรมมาแต่โบราณครับ 55