ปลูกผักและเยี่ยมบ้านนักเรียนโรงเรียนกองทุนการศึกษา กาญจนบุรี (22)

การปลูกผักปลอดสารพิษกับโรงเรียนโครงการกองทุนกรศึกษา

เมื่อวันที่ 1-3 มิถุนายน 2559 ผู้เขียนไปปลูกผักกับนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยหวาย โรงเรียนบ้านหนองสาหร่ายและเยี่ยมบ้านนักเรียนโรงเรียนหนองปรือพิทยาคม โดยไปกับรถรับส่งนักเรียนตอนตี 5 อ่านบันทึกก่อนหน้านี้ที่นี่ และบันทึกนี้ ตอนแรกผู้เขียนไปทำแปลงปลูกผักกับนักเรียน โรงเรียนบ้านห้วยหวายก่อน นักเรียนมารอนานแล้วผู้เขียนไม่ได้ดูมัวแต่คุยกับท่าน ผอ.เพยาว์ วงศาโรจน์อยู่


ตอนแรกเลยก็ดายหญ้าและทำน้ำหมัก EM หญ้ายาวไวมาก นักเรียนมีทักษะการดายหญ้าที่ดี ไม่นานก็ขึ้นรูปแปลงผักได้ ผู้เขียนให้นักเรียนเริ่มลงฟาง และพยายามลงเมล็ดผัก





เด็กชายโก๊ะ จอมซนของโรงเรียนบ้านห้วยหวาย

ในวันรุ่งขึ้นก็ลงผักและเอาฟางคลุม นักเรียนทำงานได้เร็ว แค่ 1 วันกว่าๆก็เสร็จแล้ว



ทั้งโรงเรียนมีนักเรียนแค่นี้เองครับ


โรงเรียนที่สองคือโรงเรียนบ้านหนองสาหร่าย นักเรียนมารออีกเช่นกัน เราทำน้ำหมัก EM กันก่อนแล้วถึงไปทำแปลงผัก คุณครูบอกว่าดายหญ้ากับนักเรียนมือแตกเลย 555 นักเรียนชอบปลูกผักดี แต่ต้องช่วยดูแล





ช่วงที่ไปช่วยปลูกผักเป็นช่วงที่ฝนตกพอดีเลย ทำให้ขุดดินและปลูกผักง่าย ที่โรงเรียนนี้ดินดีแต่ปัญหาคือแมลงเยอะ มีแมลงมากินใบผักเพราะป่าใกล้ๆโรงเรียนไม่มี





ผักของโรงเรียนบ้านหนองสาหร่ายขาย 2 แปลงได้ 400 บาทเลยครับ




ตอนเช้าประมาณ ตี 5 วันที่ 3 ผู้เขียนเดินทางไปกับรถรับส่งนักเรียน ตอนเช้าอากาศดีมากแต่เส้นทางที่ไปก็ไกลมากเช่นกัน นักเรียนในเมืองเดินทางได้ง่าย แต่นักเรียนในชนบทถ้าไม่มีรถแบบนี้ไปรับก็คงออกมาเรียนได้ยาก



พี่กบคนขับรถมารับผู้เขียนตอนตี5 เริ่มเส้นทางแรกกันเลย ทางเข้าบ้านนักเรียนติดภูเขา เดินทางไปไกลมาก




นักเรียนคนแรกรถไปรับ 6.00 น.เลยเอาข้าวมากินบนรถหลังจากที่ไปรับนักเรียนคนที่ 2 แล้ว


นักเรียนคนต่อมาก็ไกลมาก อยากให้สังเกตบ้านนักเรียนและดูว่านักเรียนเขาอยู่กันอย่างไร ถ้ามีโอกาสได้คุยกับผู้ปกครองยิ่งดีใหญ่



ไม่เข้าใจเส้นทางรอยต่อระหว่างหมู่บ้านว่าทำไมไม่มีคนมาซ่อม ถนนแย่มาก ถ้าเป็นบางทีแถวบ้านผู้เขียนจะช่วยกันเอาปูนมาใส่และช่วยซ่อมกันเองทีเดียว


ตอนสุดท้ายได้นักเรียนก่อนถึงโรงเรียนเต็มรถเลย จากตี 5 เดินทางวนไปแถบภูเขามาถึงโรงเรียนประมาณ 7.45 น ถือว่าเดินทางมาถึงโรงเรียนไวมาก


ผอ.สรศักดิ์และนักเรียนมัธยมศึกษานำต้นไม้ไปมอบให้ ผอ.ลาวัลย์และนักเรียนประถมศึกษาปลูก จากการถาม ผอ.ลาวัลย์บอกว่าได้ปลูกต้นไม้ไปแล้ว



ผู้เขียนไปดูเป็ดที่เลี้ยงเอาไว้โดยครูและนักเรียนช่วยดูแล เป็ดโตไวมาก หลังจากผู้เขียนกลับมามหาวิทยาลัยคุณครูโกวิทย์แจ้งว่าเป็ดออกไข่แล้ว แต่ขนาดของไข่ยังไม่ใหญ่เท่าไร ต่อไปคงได้ไข่ใบโตมากกว่าเดิม เห็นภาพเป็ดกินผักตบชวาและผักที่ไม่ได้ใช้ ...ตอนนี้กำลังจะทำกิจกรรมกับคุณครู แล้วจะมาเขียนต่อในบันทึกต่อไปนะครับ...ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน khajit's blog



ความเห็น (13)

-สวัสดีครับอาจารย์

-ประสบการณ์ชีวิตดี ๆ นะครับ

-น้องๆ นักเรียนน่ารักมาก ๆครับ

-ไข่เป็ดสด ๆ นำมาทำไข่เค็มไหมครับ 55

เขียนเมื่อ 

ผักบุ้ง งามจังเลยค่ะ


เขียนเมื่อ 

มีดอกผักชีที่ระเบียงบ้านมาฝากจ้า...กำลังเฝ้าดูเม็ดตำลึง..ที่เอามา..กำลังงอก..๕๕๕..(ไม่รู้จะรอดไหมเนี่ยะ)..เด็กที่อยู่ตามที่ห่างไกล..น่าจะปลูกผักพื้นบ้าน..ไทยๆ..ที่มีกินได้ทั้งปี..เป็นต้นว่า..ตำลึงขจร..แค..ขิง..ข่า..ตระไคร้..โหระพา..กระเพรา..(กระเพราเป็ด..อร่อย..อย่าบอกใคร)..เรามีพืชสารพัดชนิด.เป็นทั้งยา..และอาหาร...ถ้าสร้างความเข้าใจให้เด็กเกี่ยวกับพืชหมุนเวียน.ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว.ตั้งแต่เบื้องต้น..(น่าจะมีประโยชน์..ต่อ..อนาคต..เด็ก..บ้านเรา..นะเจ้าคะ...)..

เขียนเมื่อ 

คุณเพชรครับ

ไข่เป็ดยังไม่มาก

ในอนาคตได้ทำแน่ๆ

ขอบคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณพี่เปิ้นมากครับ

ใช่ครับ

ผักงามมากเพราะว่าดินดีครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณยายธี

พยายามทำหลายๆอย่างครับ

ปลูกผักพื้นบ้านด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

บ้านของนักเรียนชนบท คงไม่แตกต่างกันนัก

บางบ้านอาจจะแย่กว่านี้ด้วยซ้ำนะ



เขียนเมื่อ 

ไม่ชอบแมลงเลยค่ะ มะนาว ส้มโอ ที่บ้านไม้ชายทุ่ง โกร๋นหมดเลย

ตามมาอ่านด้วยความชื่นชมค่ะ

เขียนเมื่อ 

ใช่ครับพี่ครูมะเดื่อเป็นเช่นนั้นจริงๆ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณหมอธิ

พยายามปลูกหลายอย่างปนกัน

แมลงจะได้งง งง

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับพี่ใหญ่

เป็นดอกผลที่พี่ใหญ่ช่วยดูแลเลยครับ

เขียนเมื่อ 

เป็นการเรียนหนังสือบนฐานของชีวิตและสังคมโดยแท้ เชื่อมร้อยมิติชีวิตในแบบกินปลาเป็นหลักกินผักเป็นพื้น....หรือกินผักเป็นยา


การเรียนเช่นนี้ก่อเกิดทั้งความรู้และทักษะ รวมถึงมโนทัศน์หรือเจตคติที่ดีต่อการมองโลกและชีวิตแบบไม่แยกส่วน

เชื่อว่าการเรียนรู้อย่างเป็นทีมและทำอย่างเป็นทีมเช่นนี้จะเป็นต้นทุนหนุนส่งเด็กๆให้เติบโตได้ดีครับ