วันที่สามของการเรียนรู้สิ่งต่างๆ(18 พฤษภาคม 2559)

เช้าวันที่3 สำหรับการเป็นครูฝึกประสบการณ์ที่นี่ โรงเรียน เทศบาล1 ทุ่งฟ้าบด(ราษฎร์บำรุง)

วันนี้ดีใจแต่เช้าเลยที่ไม่ได้กินข้าวมันไก่แล้ว เพราะ ได้ทราบข่าวจากครูพี่เลี้ยงของเพื่อนว่าที่โรงเรียนมีการขายอาหารเช้าให้กับครูและนักเรียนในโรงเรียน พวกเราเลยได้มาทานข้าวเช้าที่โรงอาหาร โดยขายในราคา 20 บาท คาดว่าวันต่อๆไปคงจะได้มาทานที่นี่อยู่ตลอด (จะได้ไม่เป็นโรคเก๊าท์)

หน้าที่ในวันนี้ก็เหมือนเช่นเดิม คือมีการคุมนักเรียนในการทำความสะอาดของกลุ่มสีต่างๆ โดยในวันนี้อาจจะพิเศษกว่าทุกๆวันคือแต่ละสีได้อุปกรณ์ในการทำความสะอาดครบทุกสี และใหม่เอี่ยมเลย

เกริ่นนำ..

ตอนกลางคืนของวันอังคาร ได้มีการพูดคุยกับอาจารย์ยุทธนาถึงเรื่องการฝึกสอนของพวกเรา ก็ได้ทราบเรื่องมาว่าอาจารย์ได้รับหน้าที่ในการนิเทศพวกเรา ฉันซึ่งสอนในรายวิชา ภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ แล้วไม่ค่อยถนัดในการสอนวิทยาศาสตร์ก็เลยถือโอกาสนี้ปรึกษาเรื่องเทคนิควิธีการสอนต่างๆจากอาจารย์ พูดคุยกันอยู่นาน อาจารย์ก็พูดมาว่า งั้นพรุ่งนี้อาจารย์จะเข้าไปให้คำปรึกษาแก่พวกหนูและถือโอกาสนี้ในการเยี่ยมเยียนโรงเรียนด้วย พวกหนูรู้สึกดีใจมากๆที่อาจารย์ได้เสียสละเวลามาเพื่อให้คำแนะนำ คำปรึกษาแก่พวกเรา

ตอนเช้า..

เวลาประมาณเกือบแปดโมง อาจารย์ยุทธนาก็ได้เดินทางมาถึงยังที่โรงเรียนของเรา พวกเราก็ทำหน้าที่ในการต้อนรับอาจารย์จากนั้นอาจารย์ก็มีการพูดคุยกับฝ่ายวิชาการของโรงเรียนและคณะครู ซึ่งทางโรงเรียนเมื่อรู้ว่าอาจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทำโครงงาน ก็เลยขอให้อาจารย์ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับทางโรงเรียน โดยอาจารย์ให้เหตุผลว่า โรงเรียนของเรายังไม่เคยได้รับเหรียญทองในการทำโครงงานเลย อาจารย์ก็ตอบตกลงในการเป็นที่ปรึกษา มาช่วยเท่าที่จะทำได้

ภาคเช้า ฉันได้ทำหน้าที่ครูประจำชั้นคือมีการทำออมทรัพย์ให้กับนักเรียน แจกตารางสอน และก็มีการกรอกประวัติข้อมูลนักเรียนลงในใบปพ.

หลังจากนั้นเวลาประมาณสิบโมง ฉันก็ได้เข้าพบกับอาจารย์ยุทธนาเพื่อพูดคุยปรึกษาเกี่ยวกับการสอนในแต่ละวิชา จากการที่ได้พูดคุยกับอาจารย์สิ่งแรกที่ได้เลยก็คือ เทคนิคการสอนในแต่ละวิชา ในแต่ละเรื่อง เช่น

การสอนวิทยาศาสตร์เรื่องพืชและสัตว์ เราน่าจะให้นักเรียนได้เห็นของจริง มีการทดลอง แล้วสิ่งที่สำคัญเลย ครูจะต้องตั้งคำถามแหย่นักเรียนให้คิดต่อยอดอยู่เสมอๆ ที่สุดแล้วconcept หลักๆคือ การสอนที่ให้นักเรียนได้เห็นกับตา ได้ลงมือทำจะเกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุด

นอกจากการปรึกษาในเรื่องเทคนิคการสอนแล้วครูยังเล่าเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับการสอนที่คิดว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีแก่เราให้ฟังด้วย คือ ครูเคยไปที่โรงเรียนแห่งหนึ่งแล้วครูเขากำลังสอนวิชาวิทยาศาสตร์อยู่เรื่องการทดลอง ซึ่งการทดลองนั้นจำเป็นจะต้องมีตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม แล้วด้วยความที่เขายังเด็กเล็กๆอยู่อาจจะยังไม่เข้าใจคำศัพท์จนครูต้องอธิบายให้เขาฟัง แล้วเขาได้ลงมือทำ จนเกิดคำใหม่ที่ใช้แทนตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม นั่นก็คือ ตัวแปรควบคุม = สิ่งที่เหมือนกัน

ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม = สิ่งที่ต่างกัน

เด็กอาจะจะคิดคำใหม่ๆขึ้นมาเรียกแทนเพื่อให้ตนเองเข้าใจได้ง่ายขึ้น จนบางทีครูยังคาดไม่ถึงด้วยซ้ำ การเป็นครูไม่ใช่การสอนเด็กอย่างเดียวครูต้องเรียนรู้จากเด็กให้เป็นด้วย (สิ่งที่หนูได้จากการที่อาจารย์เล่าให้ฟัง)

นอกจากนั้นแล้วยังได้วิธีการสอนภาษาไทยที่สามารถนำมาเชื่อมโยงให้เข้ากับวิชาสังคม ประวัติศาสตร์ได้อีกด้วย และในบางเนื้อหานั้น เราไม่ต้องไปยึดติดกับในหนังสือให้มาก เราอาจจะต้องมีการเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆที่เชื่อมโยงกันได้

สิ่งที่ได้จากการมาของอาจารย์ในวันนี้นั้นมากมายเหลือเกิน ได้ทั้งการรู้จักใช้คำถามในการกระตุ้นความคิด เป็นเรื่องที่จะต้องฝึกฝนเป็นอย่างมากสำหรับฉัน เพราะคิดว่าเป็นทักษะที่จำเป็นมากๆในการสอนให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ได้รับความรู้เรื่องโครงงานของสาระต่างๆ การรู้จักคิด การผ่อนคลายไม่เกร็งกับอาจารย์ สามารถพูดคุยปรึกษาอาจารย์ได้ถ้ามีปัญหา เพราะถ้ามีคนพูดว่า อาจารย์นิเทศนะ เราก็จะรู้สึกเกร็งและก็กลัว ทำให้เกิดความห่างไม่กล้าแลกเปลี่ยนกันเวลามีปัญหาก็จะไม่รู้การแก้ไขหาทางออกได้ แต่การที่อาจารย์มาในวันนี้ทำให้รู้สึกดีต่ออาจารย์ ลดความเกร็ง ความตึงเครียดลงไปได้เยอะมากๆ นอกจากนั้นแล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องขอบคุณอาจารย์ก็คือ เมล็ดถั่วเขียว เพราะครูเตรียมมาให้เพื่อให้ฉันสอนในวิชาวิทยาศาสตร์ ในหน่วยแรกนั่นเอง ขอบคุณอาจารย์หนูสัญญาว่าจะใช้ให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนค่ะ

ในเวลา 11.40 น. อาจารย์ก็ได้เดินทางกลับโดยก่อนการเดินทางกลับได้มีโอกาสถ่ายรูปร่วมกับอาจารย์เพื่อเป็นที่ระลึกด้วย ขอบคุณอาจารย์อีกครั้งค่ะ

ในวันนี้ฉันไม่มีการสอนในวิชาใดๆตามในตารางแต่ในชั่วโมงที่ 7 ฉันได้รับมอบหมายจากครูประจำชั้นให้ไปช่วยสอนในรายวิชาแนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพราะครูติดประชุม ต้องบอกก่อนเลยว่าไม่ถนัดที่จะสอนในชั้นเด็กโตในระดับมัธยมและก็ยังไม่เคยสอน ก็ทำให้เกิดความคิดต่างๆเข้ามาในหัว ว่าจะสอนยังไงบ้าง แล้วเด็กจะเป็นอย่างไร เพราะเขาเป็นเด็กโต อายุก็ไม่ห่างจากเรามาก เขาจะเกรงเราหรือไม่ ความคิดต่างๆนาๆ วนเข้ามาให้ได้คิด แต่พอถึงเวลาที่จะต้องไปสอนจริงๆ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เหงื่อออกมาเป็นพิเศษเลย ก่อนอื่นในการเจอหน้ากัน ฉันแนะนำตัวให้เด็กๆฟัง จากนั้นให้เขาเป็นฝ่ายแนะนำบ้าง ก็เข้าใจว่าเด็กมัธยม ตามประสาเด็กผู้ชายเวลามีครูผู้หญิงมาสอนแล้วยิ่งอายุใกล้เคียงกันเขาก็จะมีแซวบ้าง แต่ฉันไม่ได้เตรียมใจมาก่อนและไม่คิดว่าจะโดนหนักขนาดนี้ พยายามทำตัวเองให้้ดูขรึม ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่รอด.. เฮ้อ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็คิดว่านี่เป็นแค่ครั้งแรกที่ได้เจอกับเด็กๆที่โตขนาดนี้ และจะนำมาเป็นบทเรียนหาวิธีจัดการกับเด็กหลายๆประเภทมาใช้ค่ะ :) แต่ชอบเด็กโตอยู่หนึ่งอย่างคือเขาพูดอย่างอื่นได้แต่เขาก็ทำงานเสร็จภายในเวลาที่กำหนดได้ (ข้อดีก็มีนะคะ)

ในคาบโฮมรูมของชั้นป.3/2 ก่อนกลับบ้านจะต้องให้นักเรียนเข้าแถวหน้าห้อง คือมีนักเรียนที่เป็นเป้าหมายของฉัน เขามีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เช่น ชอบประชด ไม่ฟังครู ตั้งแต่ที่ฉันได้เริ่มสอนเขา ก็ทำให้รู้พฤติกรรมต่างๆของเขา ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นที่ศึกษาพฤติกรรมเหล่านั้นของเขาอยู่และก็จะหาวิธีการจัดการให้เขาเป็นเด็กที่ไม่ก้าวร้าว เป็นเด็กดีขึ้นให้ได้

ต้องลองดูสักตั้ง..



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวกรทิพย์ นุแปงถา (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (3)

ครูทิพย์น่ารักจังครับ

เขียนเมื่อ 

อาจารย์ยุทธนา ... ท่านมีความเป็นครูที่สูงมาก
ขอให้เรียนรู้สิ่งดี ๆ จากท่านให้ได้มากที่สุดนะครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

@Ongkuleemarn ขอบคุณค่ะครู หนูจะเก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์จากท่านให้ได้มากที่สุดค่ะ :