ฟ้าหลังฝน บน เส้นทางธรรม

Nurse
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

มีโอกาส ได้อ่านประวัติ องคุลิมาล หรือ พระองคุลิมาลเถระ

เป็นบุคคลสำคัญในยุคต้นแห่งพุทธศาสนา โดยเฉพาะตามพุทธประวัติพุทธฝ่ายเถรวาทเดิมนั้นเป็นโจรปล้นฆ่าคน แต่ภายหลังมีศรัทธาในพุทธศาสนา ได้กลับใจบวชเป็นพระภิกษุ และบรรลุเป็นพระอรหันต์ อีกทั้งมียังบทสวดของท่านอีกด้วย ชื่อ อังคุลิมาลปริตร คำว่า องคุลิมาล นั้นมาจากคำว่า องคุลี (นิ้วมือ) + มาล (สร้อยคอ สาย หรือแถว) แปลว่า สร้อยคอที่ทำจากนิ้วมือ

แต่เดิมนั้นองคุลิมาลชื่อว่า อหิงสกะ เป็นบุตรของปุโรหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล เมืองสาวัตถี มารดาของชื่อ นางมันตานี อหิงสกะได้ไปเรียนวิชาที่เมืองตักกสิลา และสามารถเรียนได้รวดเร็วอีกทั้งยังปรนนิบัติอาจารย์อย่างดี จนเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์อย่างมาก เป็นเหตุให้ศิษย์อื่นริษยา จึงยุยงอาจารย์ว่าองคุลิมาลคิดจะทำร้าย อาจารย์จึงคิดจะกำจัดองคุลิมาลเสีย โดยบอกกองคุลิมาลว่า ถ้าจะสำเร็จวิชาต้องฆ่าคนให้ได้หนึ่งพันคนเสียก่อน องคุลิมาลจึงออกเดินทางฆ่าคน แล้วตัดนิ้วหัวแม่มือมาคล้องที่คอเพื่อให้จำได้ว่าฆ่าไปกี่คนแล้ว เหตุนี้เอง อหิงสกะจึงได้รับสมญานามว่า องคุลิมาล จนครบ 999 คน ก็มาพบพระพุทธเจ้า และได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาออกบวชเป็นพุทธสาวก


มาวันนี้ ได้มีโอกาส ได้อ่านปรtวัติของ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตนักโทษประหาร คดีฆ่าหั่นศพภรรยาตนเอง กับชีวิตใหม่ หลังออกจากคุก ที่มุ่งสู่เส้นทางธรรม ภายใต้ชื่อ "พระถิระปุญโญ"

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจำคดีสะเทือนขวัญที่สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการแพทย์ไทย อย่างคดีฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2544 ได้เป็นอย่างดี เพราะมือสังหารในคดีนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ หรือ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำกิ๊ฟต์มือหนึ่งของประเทศ ซึ่งเป็นคู่ชีวิตของเธอ โดยหลังจากที่คดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามลำดับชั้นมาเป็นเวลาหลายปี ในที่สุด หมอวิสุทธิ์ ในฐานะนักโทษประหาร ด้วยความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ตายให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ก็ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำในวันที่ 4 สิงหาคม 2557 หลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องจากปฏิบัติตัวดี นับรวมระยะเวลาที่หมอวิสุทธิ์ ถูกจำคุกเป็นระยะเวลา 10 ปี 9 เดือน [อ่านข่าว : หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ กับชีวิตในเรือนจำ จากรายการคนค้นฅน]


โดยหลังจากที่ หมอวิสุทธิ์ ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ก็คงมีหลาย ๆ คนสงสัยว่า ขณะนี้หมอวิสุทธิ์กำลังทำอะไรอยู่ หรืออยู่ที่ไหนแน่ ล่าสุด วันที่ 21 มกราคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวเน็ตได้แชร์เรื่องราวของหมอวิสุทธิ์ กับชีวิตใหม่ที่มุ่งสู่เส้นทางธรรม โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกบอกเล่าผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก จิตอิสระ หยดน้ำบนใบบัว สุพรรัตน์ ศิรวงศกร ที่ระบุว่า เป็นบทความจาก พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่กล่าวถึงชีวิตของหมอวิสุทธิ์ หลังถูกปล่อยตัวในฐานะนักโทษประหาร จากคดีฆ่าหั่นศพภรรยา ว่า ขณะที่อยู่ในเรือนจำ หมอวิสุทธิ์ก็ได้มีโอกาสคิดทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง จนพบว่าก่อนหน้านี้ตัวของเขาเป็นคนที่ประมาท ปล่อยให้ความโลภและความโกรธเข้าครอบงำจนไร้อิสระ ปล่อยให้อิทธิพลของลาภยศ คำสรรเสริญเข้ามามีอำนาจเหนือตนเอง ทั้งยังได้เรียนรู้ว่ามนุษย์เราควรจะต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิต ไม่ประมาท ต้องรู้จักฝึกจิตตั้งแต่อายุน้อย ไม่จำเป็นต้องรอให้อายุมากแล้วจึงเข้าวัด ควรฝึกจิตอย่าประมาทให้กิเลส ความโลภ โกรธ หลง ครอบงำจิตใจ เพราะเมื่อไหร่ที่เราถูกครอบงำเราก็ทำผิดพลาดได้

และเมื่อหมอวิสุทธิ์ ได้มีโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง ก็ได้ตัดสินใจปฏิบัติธรรม จนสุดท้าย หมอวิสุทธิ์ ก็ตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางธรรม ด้วยการออกบวชเป็นพระ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2558 ณ วัดปทุมวนาราม โดยได้รับฉายาว่า "ถิระปุญโญ"


มื่อไม่นานมานี้ท่านได้ให้สัมภาษณ์สื่อไว้อย่างน่าสนใจมาก

หากมองย้อนชีวิตที่ผ่านมาแล้ว เสียดายที่ทุ่มเทกับงานการจนละเลยเรื่องการปฏิบัติธรรม แต่ก่อนในหัวมีแต่งาน ตำรา งานวิชาการ
จึงไม่สนใจเรื่องของการฝึกจิตใจ ไม่ใส่ใจเรื่องการครองสติ แต่ตอนนี้พบว่าการเจริญสติ การฝึกจิตใจสำคัญกว่าวิชาความรู้เสียอีก ถ้าท่านรู้ความจริงข้อนี้ตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มก็คงจะรีบปฏิบัติธรรมเสียตั้งแต่ตอนนั้น ไม่รอให้แก่ก่อน นี่เป็นข้อคิดที่น่าสนใจว่าสุดท้ายคนที่ประสบความสำเร็จวิชาทางโลกแล้ว กลับพบว่าวิชาทางโลกไม่สำคัญเท่ากับการปฏิบัติธรรมและการเจริญสติ

การได้โอกาส จากความผิดพลาดที่มากมาย เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ รู้สึกยินดี กับเรื่องราวที่รับรู้

สาธุ.....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ร้อยเรียง เรื่่องเล่า



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชีวิตของคนเราไม่แน่นอนนะครับ

อย่าละเลยการปฏิบัติธรรมนะครับ

ตามมาให้กำลังใจในการทำงานครับ

การเดินสายกลางก็ดีนะคะ

ทำงานก็เป็นการปฏิบัติธรรมได้ค่