วันนี้ มาคนไข้ มีอาการแพ้แสงแดด มาปรึกษาว่า "เป็นอะไรไม่รู้แสบร้อนผิวหนัง" บริเวณแขน 2 ข้าง และมีผื่นแดงขึ้น ... ผิวหนังแดงๆ ไปจนถึงแดงจัด ... ปวดแสบปวดร้อน เจ็บ บวม นะคะ ... คุยกันสักพัก ก็บอกเขาว่า เขา " นะคะ เพราะบริเวณที่เป็นนั้นจะแพ้แดง .. เห็นได้ชัด ... ส่วนบริเวรที่ใส่เสื้อไม่มีอาการ เช่น ใบหน้า เนื่องจากเขาใส่หมวกกัยน๊อก ไม่แพ้ ไม่มีผื่นแดง ค่ะ



ในปัจจุบันได้มีการตื่นตัวเป็นอย่างมาก ในเรื่องที่เกี่ยวกับอิทธิพลของแสงแดด ที่ทำให้เกิดโรคในมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผิวหนังเป็นด่านแรกของร่างกายที่จะปะทะ หรือรับกับแสงแดด และประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนที่ต้องรับแสงแดด มากกว่าประเทศอื่น แต่เคราะห์ดีที่คนไทยมีผิวคล้ำจึงมีการต้านทาน หรือทนต่อแสดงแดดได้ดีกว่าผู้ที่มีผิวขาวนะคะ

แสงแดด .... จำนวนของรังสีอัลตราไวโอเลตที่จะเป็นอันตราย .... จะทำให้เกิดอันตรายได้มากในภูมิประเทศที่อยู่ในละติจูดต่ำ และไม่ว่าจะอยู่ในละติจูดใดก็ตาม เวลาที่จะเกิดอันตรายมากที่สุดคือ กลางฤดูร้อนระหว่าง ๑๐.๐๐-๑๔.๐๐ น. นอกเหนือไปจากปัจจัยอื่นๆ ในสภาวะแวดล้อม เช่น หาดทราย และพื้น หรือสิ่งก่อสร้างที่เป็นคอนกรีต อันเป็นสิ่งสะท้อนแสง เป็นต้น

ปฏิกิริยาไวเกินต่อแสงแดด (photosensitivity reaction) เป็นการตอบโต้ที่ผิดปกติของผิวหนังที่มีต่อแสงแดด หรือแสงอื่นๆ ปฏิกิริยาไวเกินต่อแสงแดดโดยตรง


ปฏิกิริยาไหม้แดดเฉียบพลัน

เกิดขึ้น เพราะผิวหนังถูกแสงแดด หรือแสงอัลตราไวโอเลตขนาดคลื่นสั้นมากเกินไป ทำให้มีอาการตั้งแต่เล็กน้อยเพียงผิวหนังแดงๆ ไปจนถึงแดงจัด ปวดแสบปวดร้อน เจ็บ บวม หรือมีเม็ดตุ่มพองน้ำด้วย อาการเล็กๆ น้อยๆ จะเริ่มประมาณ ๖-๑๒ ชั่วโมง ตั้งแต่เริ่มถูกแดดจนถึงระยะสูงสุดภายใน ๒๔ ชั่วโมง และเริ่มคลายความรุนแรงลงทีละน้อย ใน ๔-๕ วัน บางครั้งอาการรุนแรงจะเกิดขึ้นคล้ายคลึงกันถึงขีดสูงสุดในประมาณ ๔๘ ชั่วโมง และภายในอีก ๒๔-๔๘ ชั่วโมง ผิวหนังจะตาย และหลุดลอกออก ทำให้ผิวหนังมีสีเข้มไม่สม่ำเสมอกัน หรือเป็นแผลเป็นไปเลย ถ้าผิวหนังส่วนใหญ่ของร่างกายถูกแดดเผาไหม้อย่างหนัก จะมีอาการเป็นพิษเกิดขึ้นในประมาณ ๑๒ ชั่วโมงล่วงแล้วไป โดยมีไข้หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง และเพ้อ มีไข้นะคะ

ปฏิกิริยาจากแสงแดดอย่างล่าหรือเรื้อรัง

เกิดจากถูกแดดซ้ำๆ ซากๆ อยู่เป็นเวลานาน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากลักษณะของผิวหนังปกติไปเป็นเหี่ยวย่น เป็นปื้น หรือตุ่มหนา แดง หรือเป็นสีน้ำตาล และมีจุดของหลอดเลือดฝอยละเอียดพองกระจายเหมือนใยแมงมุม การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ดังกล่าวแล้วนี้ มักจะเป็นสิ่งที่นำมา หรือทำให้เกิดเป็นมะเร็ง หรือลักษณะของผิวหนังที่ก่อนจะเป็นมะเร็ง ปฏิกิริยาทั้งสองชนิดนี้เกิดขึ้นจากแสงแดดที่ทำอันตรายต่อผิวหนังโดยตรง ซึ่งเหตุสำคัญคือ แสงอัลตราไวโอเลตขนาดคลื่นสั้น (๒๙๐-๓๒๐ นาโนมิเตอร์)

การป้องกันการแพ้แสงแดด

หลีกเลี่ยงแสงแดด หรือสวมเสื้อผ้าปกปิดอย่างมิดชิด ถุงเท้า หมวก ทาครีม และที่สำคัญหากอยู่ในบ้านหรืออาคารควรอยู่บริเวณที่มีแสงน้อย เพราะรังสียูวีเอสามารถทะลุผ่านกระจกได้

เนื่องจากโรคนี้ไม่แสดงอาการขณะที่สัมผัสกับแดดผู้ป่วยควรสังเกตตัวเอง หากรักษาควรรักษาอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นโรคเรื้อรัง

  • ครีมกันแดดที่ป้องกันแสงUV ซึ่งมีค่า SPF 40 ขึ้นไป และทาทับทุกๆ 2 ชั่วโมง
  • สวมหมวกปีกกว้างสีเข้ม สามารถป้องกันรังสียูวีที่กระทบที่หน้าได้ 50-80 %
  • กางร่มให้ห่างจากผิวหนัง 10-20 ซม.
  • ฟิล์มกรองแสงรถยนค์ ปัจจุบันฟิล์มกรองแสง สามารถกรองแสงได้แทบทุกความยาวคลื่นได้ดีค่ะ


สรุป ... ปีนี้ประเทศไทยเราร้อนมากๆ นะคะ .... โรคหน้าร้อนก็มีมากมาย ... วันนี้จบแค่นี้ก่อนนะคะ


ขอบคุณค่ะ

12 เมษายน 2259