ยามฤดูหนาวก็หนาวยะเยือก พอพ้นฤดู ก็เข้าสู่ฤดูร้อน ก็จนแล้ง แห้ง ร้อน แดดแผดเผาน้ำกลายไปเป็นไอระเหย ....สังคมไทยถนัดเรื่องปัดความรับผิดชอบกัน กระบวนการจัดหาแพะก็ถือกำเนิด ความสามัคคีชี้นิ้วก็ตรงมาพื้นที่ภาคเหนือ (ฮา..ว่าแล้ว...) ...ภาพภูเขาหัวโล้น ป่าถูกแผ้วถาง ไร่ข้าวโพดเวิ้งว้างบนดอยสูง ก็ถูกโพสต์ กระหน่ำแชร์ แล้วสังคมดราม่าก็บังเกิด ทำหน้าเศร้า บีบน้ำตา น้ำเสียงสะอื้น ...แล้วเราจะอยู่อย่างไร ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ , สุดเศร้าแสนเสียใจ ป่าไม้ถูกทำลาย ฯลฯ แค่นี้ไม่พอคับ ไม่พอ......ต้องแสดงบทคนดี คนเก่ง และบทนางเอก ให้สมบูรณ์แบบ...ด้วยวาจา..มนุษย์น่าน มนุษย์เชียงใหม่ มนุษย์เชียงราย แพร่ แม่ฮ่องสอน พวกไม่รักป่า พวกทำลายป่า พวกเห็นแก่ตัว พวกไม่สำนึกบุญคุณชาติ ไอ้พวก ๆ ๆ ๆ ๆ $@#%$^^&&((__#$#!##$#$@#%@$#$@$ สมน้ำหน้ามันให้สำลักหมอกควันให้ดิ้นกระแด่ว ๆ ไปเลย ...เชอะ..!!!!!!!!!!!แล้วสบัดตูดไปรับประทับตราความเป็นคนดี นักอนุรักษ์อย่างสบายใจ ชิล ๆ....เป็นอันเสร็จพิธี
ผู้ถูกกล่าวหานั่งทำตาปริบๆ รู้สึกผิดอย่างมหันต์ ยิ่งกว่าใด ๆ รู้อย่างงี้ขายที่ หาซื้อลาโปกีนี่หรือ เบนท์มือสองสภาพดีๆ สักคันไล่ชนคนตายเล่น ยังสบายใจเฉิบกว่า............ผีแดงถูกหงส์เขี่ยตกรอบยูโรป้า ยังไม่ผิดหวังเท่าเลย เฮีย(ฟาน)กัล รอมร่อจะถูกปลดกลับดวงแข็งซะงั้น.....เฮ้อ ชีวิต......แล้วจะมีโอกาสได้อธิบายมั้ย พูดไปแล้วใครจะฟัง........
ไม่ได้เห็นด้วย หรือสนับสนุนกับทำลายป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติแต่อย่างใด ด้วยวิธีไหน เพื่อใคร.... ไม่ว่าจะที่น่าน ที่เชียงใหม่ หรือที่ไหนๆ เพราะเรามีกฏหมายว่าด้วยเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว คนทำผิด บุกรุกป่าก็ว่าไปตามผิด พวกชาวบ้านทำมาหากิน ก็ว่าไปอีกมิติหนึ่ง กรณีๆ ไป ตามเหตุปัจจัย เพื่อเกิดความเป็นธรรมมากขึ้นกว่าการถูกชี้นิ้วกล่าวหาฝ่ายเดียว อย่างน้อยอิงข้อมูลความเป็นจริงมากกว่าแค่การใช้อารมณ์ ความรู้สึก
ด้วยภายภาพของภาคที่มีเขาเสียส่วนใหญ่ ทำให้พื้นที่ราบเพื่อทำกินมีจำกัด ในขณะที่คนเพิ่มจำนวน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องขยับพื้นที่ขึ้นที่สูง ให้กินอยู่อย่างสมถะ พออยู่พอกินได้มั้ย ก็อาจจะได้ ถ้าค่าครองชีพไม่เพิ่มสูงขึ้น ถ้าไม่ต้องมีภาระส่งลูกเรียนหนังสือ ถ้าไม่ต้องเจ็บป่วยรักษาพยาบาล ถ้าไม่ต้องมีสิ่งบันเทิงสำหรับชีวิตใด ๆ เลย...............
ประเด็นที่ 1 ที่ผ่านมาเราพูดแต่ป่าต้นน้ำ ซึ่งแน่นอนคือพื้นที่ด้านบน คือทางภาคเหนือ พื้นที่สูง จากน้ำซึม เป็นลำธาร รวมเป็นลำห้วย ก่อนไหลรวมเป็นลำน้ำ เป็นแม่น้ำใหญ่ แต่ไม่เคยพูดถึงป่าน้ำซึม พื้นที่น้ำซับ ตามลุ่มน้ำพื้นที่ราบ แถวภาคเหนือล่าง ภาคกลางเลย ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ซับน้ำ กักเก็บน้ำได้ดีในฤดูน้ำหลาก แต่พื้นที่เคยเป็นป่าจำนวนมหาศาลพวกนี้หายไปหมดกลายสภาพเป็นพื้นที่นาข้าว ไร่อ้อย ไร่มัน หมดเช่นกัน
ประเด็นที่ 2 ความเป็นจริงพื้นที่ป่าที่หายไปบนภูเขานั้นน้อยกว่า พื้นที่ราบลุ่มมากกว่าหลายเท่า แต่ด้วยมุมมองจากที่มุมสูงทำให้สามารถเห็นได้กว้างไกล สะเทือนใจมากกว่า ทั้งๆ พื้นที่ผืนนา ไร่อ้อย ไร่มัน ในพื้นที่ราบมหาศาลกว่า เพียงแต่ระดับสายตาไม่อาจเห็นความเวิ้งว้างนั้น ต้องอย่าลืมว่าพื้นที่พวกนี้ก็เคยเป็นป่า เป็นพื้นที่น้ำชุ่ม แต่ก็ถูกแปรสภาพ ทำมานานแล้ว และสำคัญทำอย่างถูกกฏหมาย (มีเอกสารสิทธิ์) ได้รับอนุญาตจากกฏหมายของประเทศเราเอง
ประเด็นที่ 3 (จากภาพ) ภาพประกอบแสดงพื้นที่ป่าเปรียบเทียบของประเทศไทย ช่วงห่างระยะแค่ 50 ปี(2504-2552)ที่ผ่านมา ว่าพื้นที่ป่าครอบคลุมเกือบทั้งประเทศ และผ่านไปความเปลี่ยนแปลงไปมหาศาล ทำไมมีแค่ภาคเหนือเหนือละที่ยังคงมีความเป็นป่ามากสุด..ภาคอื่นๆ ปัจจุบัน พื้นที่ป่าทั้งหมดอยู่ที่ 33% ของพื้นที่ประเทศไทย แล้วเรามาดูเป็นรายภาคกันว่า สัดส่วนกันเท่าไหร่
ภาคเหนือ ร้อยละ 56 ของพื้นที่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 16
ภาคกลาง/ตะวันตก/ ตะวันออก ร้อยละ 29
ภาคใต้ ร้อยละ 22
จากปรากฏการณ์ตัวเลข เกิดคำถามขึ้นมาดังนี้
1. ด้วยเพราะอะไร คนที่อยู่ในพื้นที่สัดส่วนป่าต่อพื้นที่เหลือน้อยไปเรียกร้องให้ ภาคเหนือที่ยังคงรักษาพื้นที่ป่าเกินกว่าสัดส่วนเฉลี่ยของประเทศ
2. ภาคเหนือ มีพื้นที่ป่าสัดส่วนเหลือเยอะ หมายความว่าเหลือพื้นที่ทำกิน ครอบครองต่อคน/ครอบครัวน้อยกว่าภาคอื่น (แล้วยังจะไปทวงคืนป่าในพื้นที่ป่าเหลือเยอะสุด ยังจะไปรณรงค์ให้เขาอนุรักษ์ป่าในพื้นที่ที่เขาได้รักษาป่าไว้เยอะสุดอีก เพื่อ..????????) แล้วพื้นที่อื่นที่มีป่าน้อยก็ปล่อยให้ทำกินปกติต่อไป...
3. จ.แม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์มากกว่า 80% แต่รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีต่ำสุดของประเทศด้วยเช่นกัน นั่นหมายถึงโอกาสในการใช้ทรัพยากรน้อยกว่าคนอื่น ยกระดับคุณภาพชีวิตได้น้อยกว่า ขนาดที่พื้นที่อื่นๆ ได้ใช้ประโยชน์กันจนสะบั้นหักแหลก
4. เอาอย่างงี้ดีมั้ย ถ้าประเทศมีเป้าหมายอยากเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ จาก 33% เป็น 40% เพียงแค่ให้แต่ละภาคมีสัดส่วนพื้นที่ป่าไม่น้อยกว่า 40% ...โอเคมั้ย...ส่วนภาคเหนือสัดส่วนพื้นที่ป่าเกินกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่แล้ว เดี๋ยวภาคเหนือแถมให้สัดส่วนที่มีเกินกว่านั้นเอง......
5. ชาวบ้านปลูกไร่ข้าวโพด สูญเสียพื้นที่ป่า ...เรา (ผู้ไม่มีส่วนได้ประโยชน์)ต่างไม่สามารถยอมรับได้ ...แต่เรา(คนได้ประโยชน์) ต่างเรียกร้องให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จ.แพร่ ซึ่งต้องสูญเสียพื้นที่ป่า 40,000 กว่าไร่ ..กลับรับได้ไม่มีปัญหา....
สรุปสุดท้ายที่อยากจะบอกคือ....ขอขอบคุณอย่างซาบซึ้ง (น้ำตาเริ่มไหลพราก) ที่ทนอ่านจนจบ.....การเขียนที่วกวนชวนปวดหัว ..แม้แต่ตัวเองเขียนเอง อ่านแล้วยังงงๆ กับตัวเอง......................
ปล.ภาพประกอบจาก เว็บ http://www.vcharkarn.com/ เว็บ มูลนิธิ สืบนาคะเสถียร
เมืองหมอกควัน ป่าเมืองเหนือ....บนความดราม่า..ที่สะท้อนความจริงเพียงครึ่ง
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ธีระวุฒิ ศรีมังคละ · 11 เม.ย. 2559
churaporn nurudil · 11 เม.ย. 2559
รศ.ดร. เพชรากร หาญพานิชย์ · 11 เม.ย. 2559
คนถางทาง · 11 เม.ย. 2559
คนถางทาง · 11 เม.ย. 2559

