GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การบ้านนิสิตรังสีเทคนิค

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของหัวข้อนี้ หลักๆ คือ เพื่อให้นิสิตมีเจตนคติที่ดีและยอมรับว่าวิชาชีพรังสีเทคนิคเป็นวิชาชีพที่มีคุณค่าต่อสังคม

          เมื่อวันจันทร์ที่  30 ต.ค. 49 เวลา 13.00 - 15.30 น. ที่ผ่านมา  ดิฉันได้ประเดิมสอนชั่วโมงแรกของรายวิชา "วิชาชีพรังสีเทคนิค" ในหัวข้อ บทนำวิชาชีพและจรรยาวิชาชีพ แก่นิสิตรังสีเทคนิค ชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 รวมทั้งหมดก็เกือบ 100 คน

          วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของหัวข้อนี้ หลักๆ คือ เพื่อให้นิสิตมีเจตนคติที่ดีและยอมรับว่าวิชาชีพรังสีเทคนิคเป็นวิชาชีพที่มีคุณค่าต่อสังคม

          การสอน 3 ชั่วโมง ให้เกิดเจตนคติที่ดีดังกล่าว สอนด้วยการบรรยายคงไม่เป็นผลแน่ ดังนั้น  ดิฉันจึงเลือกสอนด้วยการฉายวีดีโอ เรื่อง Patch Adams

 ตัวจริง    ตัวแสดง

          เมื่อหนังจบ นิสิตยังได้ฟังเรื่องเล่าจากอาจารย์  ซึ่งเป็นเรื่องจริงและเป็นปัจจุบันที่สุด  ของนิสิตสาขากายภาพบำบัดที่ป่วยด้วยโรค Aplastic anemia ด้วย

          นอกจากนี้  อาจารย์ยังให้ต้นฉบับเอกสารอ่านเพิ่มเติม แก่นิสิตไปอ่านประกอบ เป็นบทความของ ศ.นพ.ประเวศ  วะสี  เรื่อง ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์

          มาถึงวันนี้  ได้เวลาประเมินกันแล้ว

          ขอให้นิสิตที่เรียนในวันนั้นทุกท่าน  บันทึกในช่องแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่อไปนี้ ส่งอาจารย์ใน Blog นี้เลย (ภายในวันที่ 17 พ.ย. 49)

  • สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ.....กรุณาให้เหตุผลประกอบ
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ทัศนคติ เกี่ยวกับเรื่องอะไรในตัวของนิสิตเปลี่ยนไปบ้าง ?    ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง  ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร  และขณะนี้เป็นอย่าง กรุณาอธิบายด้วยว่าทำไม
  • ขอให้นิสิตสกัด ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์  และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ด้วยตนเอง และเขียนให้เข้าใจ 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 59607
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 120
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น   

ข้อ 1. สิ่งที่ดิฉันประทับใจในเรื่อง  PATH   ADAM  คือการปรับมุมมองในการรักษาคนป่วยของpath  โดยจะไม่ได้รักษาแค่ร่างกายแต่มองถึงจิตใจของผู้ป่วยด้วย  และการมองข้ามปัญหาไปไม่ยึดติดกับปัญหา วิธีการรักษาจะแตกต่างกับหมอคนอื่นคือจะทำให้จิตใจของผู้ป่วยแจ่มใสเมื่อจิตใจดีแน่นอนว่าสุขภาพร่างกายก็จะดีไปด้วย แต่หมอในปัจจุบันนี้เน้นแต่การรักษาอย่างเดียวโดยไม่ทราบด้วยว่าคนไข้มีชื่อว่าอย่างไร มาถึงก็มารักษาเลย และเรื่องนี้Pathก็มีความพยายามแม้จะถูกว่าหลายครั้งแต่Pathก็ไม่เคยละความพยายามที่จะรักษาผู้ป่วย pathเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลก็ไม่ได้แปลว่าเค้าบ้าแต่เค้ากลับค้นพบมุมมองใหม่ ๆที่ใครไม่เคยเห็นหรือเห็นแต่อาจจะมองข้ามไป เช่นการปรับตัวให้เข้ากับผู้ป่วยมองในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เค้าจึงค้นพบว่าตัวตนที่แท้จริงของเค้าว่าเค้าอยากช่วยเหลือคน เค้าจึงอยากเป็นหมอ และเค้าก็ได้มาเรียนหมอ  และเค้าก็มีวิธีการรักษาที่ต่างออกไป เค้าเอาใจใส่คนไข้และพูดคุยกับคนไข้ ถ้าคนไข้มีความปรารถนาอะไรเค้าก็จะทำให้ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็ก ๆน้อย หรือคนอื่นอาจจะมองเป็นสิ่งไร้สาระก็ตาม pathไม่เคยมองที่ตัวปํญหาแต่มองไกลออกไป  ตอนที่เสียคนรักไปpathdก็ท้อจนคิดได้แล้วจึงกลับมาว่ามีคนต้องการเค้าอยู่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ไช่ความผิดของตัวเค้าpathยังเป็นหมอที่เป็นตัวอย่างที่ดีดิฉันดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกประทับใจมากการดำเนินเรื่องดีมากและตัวนักแสดงนำก็เล่นได้ประทับใจและมีฉากขำขำตลอดจะได้อารมณ์ซึ้งไปพร้อมความประทับใจด้วย สนุกมากค่ะ

ข้อ2.ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติในการมองว่าการจะประกอบอาชีพวิชาชีพรังสีเทคนิคเปลี่ยนไปโดยก่อนหน้าดิฉันมองว่าการจะเป็นนักรังสีเทคนิคไม่ต้องอาศัยอะไรมากแค่มีความรู้ก็สามารถมีอาชีพนี้ได้แล้วไม่ต้องสนใจว่าคนป่วยจะเป็นโรคอะไรมาเรามีหน้าที่แค่ฉายรังสีตามที่หมอสั่งมาก็ทำไปไม่ต้องรู้ว่าเค้าชื่อว่าอะไรเพราะเราไม่ไช่หมอไม่ต้องไปรักษาเค้าและการจะประกอบวิชาชีพรังสีเทคนิคไม่ต้องมีความชอบในวิชาชีพก็ได้แค่ไม่เกลียดก็พอแล้วนั่นเป็นทัศนคติก่อนที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้หลังจากได้ดูเรื่องนี้แล้วก็กลับมาถามตนเองว่าชอบวิชาชีพรังสีไหมต้องเอาให้ชอบไม่ไช่ว่าแค่ไม่เกลียดก็พอแล้วและคิดว่าตนเองอยากช่วยเหลือผู้ป่วยไหมคำตอบก็คือดิฉันชอบวิชาชีพนี้และคิดอยากช่วยเหลือคนป่วยแม้ว่าจะไม่ได้ช่วยเหลือกระทั่งเหมือนแพทย์ก็ตามและมีแนวคิดใหม่ในการชมเรื่องนี้คือการจะรักษาคนป่วยไม่ควรรักษาแค่เพียงร่างกายก็พอแล้วควรจะรักษาถึงจิตใจของคนป่วยด้วยเผื่อว่าโรคที่เกิดขึ้นอาจมีปัญหามาจากจิตใจก็เป็นได้ต้องดูแลเอาใจใส่คนป่วย  พูดคุยกับเค้าว่าเค้ามีปํญหาอะไรรึเปล่าการทำแบบนี้ก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น และมุมมองในการมองปัญหาในตัวดิฉันก็เปลี่ยนไปก่อนหน้าที่จะได้ดูเรื่องนี้มองปัญหาที่ตัวปัญหาไม่ได้มองไกลออกไปเลยหลังจากได้ดูเรื่องนี้แล้วก็ให้ข้อคิดอะไรมากมายถึงแม้ปัญหาจะเป็นเรื่องหนักแม้ว่าเราจะพยายามแก้ปัญหาแล้วแต่ก็แก้ไม่ได้เราก็ไม่ควรจะไปทุกข์กับมันควรจะมองเลยปํญหาไปแล้วจะทำให้ตัวเรามีความสุขมากขึ้นและทำให้มีความคิดว่าวิชาชีพรังสีนี้เป็นวิชาที่สำคัญมากต่อคนในสังคมรู้สึกภูมิใจในวิชาชีพที่มีส่วนในการช่วยเหลือผู้ป่วยและในเรื่องของความพยายามอีกดังคำกล่าวที่ว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั่นต่อไปนี้ตัวดิฉันเวลาทำอะไรก็จะมีความพยายามมากขึ้นจะตั้งใจเรียนมากขึ้นและมีทัศนคติเกี่ยวกับการรักษาที่เปลี่ยนไปตอนแรกมองว่าการรักษาผู้ป่วยไม่ต้องดูแลถึงจิตใจก็ได้แต่หลังจากที่ได้ชมเรื่องนี้คิดว่าด้านจิตใจของคนป่วยเป็นอะไรที่สำคํญไม่แพ้ร่างกายเลย

ข้อ3.จากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam  ทำให้ทราบในเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพว่าจรรยาบรรณเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการประกอบอาชีพอะไรก็ตามการรักษาผู้ป่วยนั้นต้องรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจเพราะทั้งสองอย่างล้วนมีความสำคัญไม่แพ้กันขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ต้องรักษาควบคู่กันไปการจะดูแลผู้ป่วยต้องคิดว่าเค้าเป็นญาติพี่น้องของเราต้องดูแลเอาใจใส่  พูดคุยกับเค้าว่าเค้ามีปัญหาอะไรหรือเปล่ามีอะไรอยากให้ช่วยเหลือไหมทุ่มเทแรงกายและแรงใจเพื่อรักษาคนป่วยเพราะชีวิตเค้าอยู่ในมือของเราแล้วเค้าตั้งใจจะฝากชีวิตไว้กับตัวเราต้องช่วยเหลือผู้ป่วยจนมีอาการที่ดีขึ้นและไม่ควรเอาความรู้สึกส่วนตัวไปในการรักษาผู้ป่วยเพราะชีวิตผู้ป่วยเป็นอะไรที่สำคัญมากและการจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ได้ต้องมีความรับผิดชอบมากและเวลาทุกวินาทีของผู้ป่วยมีค่ามากต้องอุทิศตนเพื่อรักษาผู้ป่วย และก็ไม่ควรเลือกจะปฏิบัติไม่ว่าผู้ป่วยนั้นจะยากดีมีจนยังไงและการเป็นบุคลากรทางการแพทย์ต้องมีจริยธรรม  และการเป็นคนดีก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เวลาทำอะไรต้องทำจากจิตใต้สำนึกจริง  ๆ ไม่ไช่ว่าเกิดจากการบังคับเมือนpath ที่มีความพยายามที่จะรักษาผู้ป่วยจริง  ๆ

และจากการอ่านบทความของ  ศ.นพ. ประเวศ  วะสี  เรื่อง  ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์  ก็ทำให้ทราบถึงการรักษาผู้ป่วยต้องรักษาทั้งร่างกายและจิตใจรวมทั้งหมดเราเรียกว่าสุขภาพการมีสุขภาพที่ดีก็หมายถึงมีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ  การรักษาคนป่วยจะรักษาทุกด้านทั้งกาย  จิตใจ   สังคม  และสิ่งแวดล้อม  มีการรักาในเรื่องของจิตบำบัด   สังคมบำบัด  เรื่องของการรักษาไม่ได้รักษาแค่แพทย์เท่านั้นแต่ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวผู้ป่วยมีผลหมด

ดั้งนั้นการจะมีจรรยาบรรณวิชาชีพต้องมีดั้งนี้

1.การรักษาต้องรักษาทั้งร่างกายและจิตใจควบคู่กันไปและต้องรักษาทุก  ๆด้านที่อยู่รอบตัวผู้ป่วย

2.ไม่ควรจะมองแค่ตัวปัญหาแค่โรคแต่ควรมองทุกด้าน

3.ชีวิตผู้ป่วยเป็นสิ่งที่สำคัญมากต้องคิดว่าเค้าคือพี่น้องของเราและทำการรักษาอย่างเต็มที่ไม่เลือกรักษา

4.ต้องมีความรับผิดชอบสูงและต้องคิดถึงเวลาของผู้ป่วยว่าทุกวินาทีมีคูณค่ากับลมหายใจที่เหลืออยู่ไม่มากของผู้ป่วย

5.ต้องมีความอดทนและมีความพยายามและต้องมีจริยธรรม

1.สิ่งที่ประทับจากการชมภาพยนตร์ ก็คือ การปฏิบัติตนของ patch ที่มีความตั้งใจในการประกอบวิชาชีพ รู้สึกรักในวิชาชีพแพทย์อย่างแท้จริง การทำให้รู้ส่าการเรียนและการทำอาชีพในสายการแพทย์นั้นไม่ได้ทำให้เราเป็นผู้ที่วิเศษเหนือคนอื่น เพียงแต่การยกย่องด้วยค่านิยมทางสังคมเท่านั้น การเป็นแพทย์นั้นต้องเป็นด้วยใจรัก และรู้จักศึกษาหาความรู้เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังทำให้รู้ว่าการที่เราจะรักษาคนไข้ของเรานั้น ไม่เพียงแต่ที่ต้องรักษาแต่โรคที่ผู้ป่วยเป็นเท่านั้น แต่ต้องดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยในด้านจิตใจด้วย

2.ทัศนคติที่เปลี่ยนไปก็คือ ทัศนคติต่อวิชาชีพรังสีเทคนิค เพราะก่อนหน้านี้ที่เลือกเรียนในสาขาวิชานี้ก็เพราะว่าคิดว่าเมื่อจบไปแล้วนั้นหางานง่ายและมีรายได้ดี แต่หลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้ว ได้มีทัศนคติเปลี่ยนไปคือ ทำให้รู้ถึงความสำคัญของอาชีพในสายการแพทย์ และรู้จักการปฏิบัติตนของผู้ที่ประกอบอาชีพในสายนี้ว่าต้องทำงานด้วยใจรัก ไม่ใช่เพียงเพราะเงินเดือน เพราะผู้ป่วยที่มารับการรักษาจากเรานั้น เขาได้รับความเดือดร้อนจึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากเรา เราจึงควรที่ปฏิบัติต่อเขา โดยคำนึงถึงทางด้านจิตใจของผู้ป่วยด้วย ไม่ใช่เพียงรักษาผู้ป่วยทางร่างกายเท่านั้น

3.ความรู้ที่ได้จากการชมภาพยนตร์และการอ่านบทความ สามารถสรุปได้ดังนี้

 - การที่เราจะประกอบอาชีพในสายการแพทย์นั้น จะต้องมีความเสียสละ และมีความรับผิดชอบในหน้าที่สูง

 - การรักษาผู้ป่วยนั้นเราต้องรู้จักโรคที่เราจะรักษาอย่างแท้จริง เพื่อที่จะได้รักษาอย่างถูกต้องและไม่ทำให้อาการของคนไข้หนักขึ้นไปอีก

 - การรักษาผู้ป่วยจะต้องรักษาทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยไปพร้อมๆกัน ไม่มุ่งรักษาเพียงแต่ร่างกายเท่านั้น เราต้องรู้จักที่จะเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วย รู้ว่าเขาต้องการอะไร เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางรักษาที่ถูกต้อง

 - ต้องมีความอดทนในการประกอบวิชาชีพ และรู้จักหาความรู้อยู่เสมอ เพื่อพัฒนาในอาชีพของเรา

 - ต้องรู้จักเปิดใจรับทฤษฎีใหม่ๆ ไม่ยึดติดกับทฤษฎีเก่าๆมากเกินไป

 - ไม่ควรยึดติดกับศักดิ์ศรีของการประกอบอาชีพในสายการแพทย์มากเกินไป จนดูถูกผู้อื่น เพราะคนอื่นเขาก็มีศักดิ์ที่เท่าเทียมกันในทุกวิชาชีพ

1.สิ่งที่ดิฉันประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้ก็คือ การมีจรรยาบรรณของแพทย์ กล่าวคือแพทย์เป็นผุ้รักษาคนไข้ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าคนไข้จะเป็นใคร ไม่คิดถึงยศศักดิ์ใดๆ ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ทำหน้าที่ของแพทย์ให้ดีที่สุด ยึดถือคนไข้เป็นเป้าหมายสูงสุดในการรักษา ที่สำคัญการที่แพทย์เข้าใจคนไข้ก็จะทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น และอีกอย่างทำให้ดิฉันรู้ว่ายาไม่สามารถรักษาคนไข้ให้หายจากโรคได้เสมอไป

2.ภาพยนต์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับการรักษาของดิฉันเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ดิฉันคิดว่าการรักษาต้องอาศัยตัวยาเท่านั้นที่ทำให้โรคร้ายๆหายไปได้ เพราะถ้ามีโรคใหม่ๆเกิดขึ้น พวกนักวิจัยหรือแพทย์ก็จะพยายามค้นคว้าหาตัวยามารักษาหรือยับยั้งไม่ให้โรครุกรามหรือไม่ก็มีวัคซีนป้องกัน แต่ในขณะนี้ดิฉันคิดว่าการรักษาด้วยตัวยาก็ไม่สามารถทำให้โรคเหล่านี้หายไปได้ มีวิธีอีหลายวิธีที่ทำให้โรคเหล่านี้หายได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งตัวยา เช่น การหัวเราะ ทำให้คนเราหายจากโรคเครียด การเล่นโยคะ การฝึกสมาธิ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นทั้งตัวยาและวัคซีนป้องกันเป็นอย่างดี

3.จรรยาบรรรที่ได้จากภาพยนต์ คือ การเข้าใจคนไข้ ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ไม่ถือตัว เสียสละตนเองเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มที่ ทำหน้าที่ในการรักษาให้ดีที่สุด และที่สำคัญควรจะรักษาคนไข้ทางด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกัน

      ส่วนจรรยาบรรณที่ได้รับจากบทความของ ศาสตราจารย์ น.พ.ประเวศ วะสี คือ

    1.การรักษาคนไข้ไปพร้อมๆกันทั้งทางกายและทางจิตใจ

   2.รักษาคนไข้ให้เสมือนญาติของตน

   3.มีความพยายามในการที่จะรักษาสูง

   4.มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน

   5.ควรมองดูสาเหตุรอบๆข้างของคนไข้ มากกว่าที่จะมุ่งรักษาทางกาย เพราะการที่คนไข้ป่วยก็ไม่ได้เป็นเพราะป่วยทางกายเสมอไป

   6.ควรมองตามทฤษฎีใหม่ๆบ้าง เพราะบางคร้งอาจจะมีวิธีรักาที่ดีกว่

   7.ไม่ควรถือยศถือศักดิ์มากจนเกินไป ให้เราถือว่าเราก็เปรียบเสมือนคนไข้คนหนึ่งเหมือนกัน ให้เรารักาไปพร้อมๆกับคนไข้

    

1. สิ่งที่ประทับใจมากที่สุด  คือ  วิธีการรักษารักษาผู้ป่วยของ Patch Adam  ที่สามารถรักษาผู้ป่วยแล้วผู้ป่วยเกิดความสุข  และเขาเชื่อในเรื่องของการทำความดี   เนื่องจากวิธีของเขานั้นเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีอาการที่ดีขึ้นและทำให้ผู้ป่วยอยากเข้าการรักษาในคร้งต่อไป  แต่ในปัจจุบันนี้จะมุ่งเน้นที่การรักษาเพียงอย่างเดียว   โดยไม่เข้าถึงจิตใจของผู้ป่วย  ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่หดหู่  ไม่มีกำลังใจในการรักษา  จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการของผู้ป่วยทรุดหนักมากยิ่งขึ้น  สำหรับวิธีการของ Paych Adam  จะเป็นการรักษาที่ทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ดี  ร่าเริงแจ่มใส  ผ่อนคลายจากความเครียดและความกังวล  ดังนั้นในการรักษาผู้ป่วยเราจำเป็นต้องเข้าถึงจิตใจของผูป่วยให้มากที่สุดและจะต้องในความเอาใจใส่ผู้ป่วยเป็นอย่างดีด้วย

2. เรื่อง Patch Adam  ทำให้ดิฉันเปลี่ยนทัศนคติ คือ ในตอนแรกก่อนชมภาพยนตร์นี้ดิฉันคิดว่า  เมื่อเราเรียนจบสายวิชาทางการแพทย์แล้วจะต้องได้เข้าไปทำงานในโรงพยาบาล  เป็นผู้มีความรู้สูง  เป็นคนที่เก่งกว่าผู้อื่น  และมีหน้าที่คอยตรวจรักษผู้ป่วย  ตลอดจนเป็นผูวินิจฉัยโรคต่าง ๆ มีเงินเดือนสูง ๆ แต่พอชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้วทำให้ดิฉันเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับวิชาชีพทางการแพทย์เป็นอย่างมาก  ทำให้ดิฉันเปลี่ยนทัศนคติว่าในการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์จะต้องเป็นผู้ที่มีความอดทน อดกลั้นสูงมาก  เป็นคนที่มีความรักความเอาใจใส่ผู้อื่น  และจะต้องเข้าถึงสภาพจิตใจและสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วย สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งจะต้องเป็นคนที่มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส  ไม่เครียดจนเกินนไป  และจะต้องเป็นผู้ที่เสียสละทั้งทางกายและทางจิตใจให้กับส่วนรวม  ซึ่งทำให้ดิฉันได้ทราบแนวทางในการปฏิบัติตนเมื่อก้าวเข้าสู่การเป็นบุคคลากรทางการแพทย์

3. จากการชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam  ทำให้ดิฉันทราบความหมายของคำว่าจรรยาบรรณอย่างแท้จริง ว่าในการประกอบวิชาชีพนั้นไม่ใช้จะทำเพื่อหน้าที่ที่ถูกบังคับหรือทำตามระเบียบ กฎเกณฑ์  แต่เป็นการทำประโยชน์เพื่อสังคมและประชาชน  ซึ่งเราจะต้องเป็นผู้ที่เสียสละทั้งกายและจิตใจเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่   และการรักษาผู้ป่วยนั้นไม่ใช้เพียงจะรักษาทางด้านร่างกายเท่านั้นแต่เราจะต้องรักษาทางด้านจิตใจควบคู่กันไปด้วย จรรยาบรรณไม่ใช้มีเพียงในตำรา แต่เราจะต้องหาจากประสบการณ์และผู้ป่วยด้วย  และที่สำคัญอีกประการหนึ่งเราต้องทำหน้าที่ของเราด้วยความเต็มใจและไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ จากผู้ป่วย

  และจากการอ่านบทความของ ศ.นพ.ประเวศ  วะศี  ทำให้ทราบถึงการรักษาคนป่วยนั้นจะต้องรักษาทั้งทางกายและทางใจควบคู่กันไป  เพราะโรคทางใจเป็นสาเหตุของการทำให้เกิดโรคทางกายด้วย  ดังนั้นเราจะต้องดูแลเอาใจใส่ทางด้านจิตใจของผู้ป่วยให้มากที่สุด  ถ้าหากผู้ป่วยมีสภาพจิตใจที่ดีอาจจะมีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ประทับใจในเรื่อง Patch Adam 

1. ผมประทับใจตอนที่ อดัมไม่คิดสั้น มีเรื่องราวร้ายแรงทำร้ายจิตใจถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายแต่อดัมก็ไม่น้อยใจในโชคชะตาไม่ฆ่าตัวตาย แต่กลับคนภาพแนวทางการดำเนินชีวิตใหม่ของตัวเอง คือ การเป็นหมอที่ยิ่งใหญ่

                2. ประทับใจตอนที่อดัม เป็นคนที่มีอารมณ์ขันตลอดไม่เครียดและก็เรียนเก่งด้วย

                3. ประทับใจตรงที่อดัม เห็นใจป่วยเข้าใจผู้ป่วยเข้าไปพูดกับผู้ป่วย ตอนเข้าไปเล่นตลกในห้องคนป่วยที่มีแต่เด็กทำให้เด็กที่ป่วนนอนอยู่บนเตียงอยู่มีความสุขถึงแม้จะป่วย

                4. ประทับใจตรงที่อดัมอยู่ในโรงพยาบาลบ้าแล้วไปเจอเพื่อนๆคนบ้าที่ถามว่าเห็นกี่นิ้วแล้วอดัมตอบว่า 8 นิ้ว ทั้งที่มี 4 นิ้ว เพราะมันทำให้เราก็ควรจะมองแตกต่างสิ่งที่มองอยู่คิดนอกกรอบบ้าง

                5. ประทับใจตรงที่อดัมได้รับหมอบหมายให้เป็นคนจัดงานต้อนรับสูตินารีแพทย์ที่ประชุม อดัมออกความคิดว่ารูปแบบของงานและการตกแต่งอย่างไร   แต่เพื่อนก็ไม่เห็นด้วยและไม่ร่วมทำงานด้วย แต่อดัมก็สามารถทำงานออกมาเพียงคนเดียวได้อย่างสวยงามและงดงาม แสดงให้เห็นว่า อดัม เป็นที่มีความรับผิดชอบ

                6. ประทับตรงที่อดัมถึงจะมีอายุมากแต่ก็สามารถเรียนแพทย์ได้แสดงให้เห็นว่า การเรียนสามารถเรียนได้ตลอดชีวิต

                7. ประทับใจตรงที่มีผู้ป่วยคนหนึ่งใกล้จะตายและมีหมอคนใดที่จะสามารถรักษาได้และเข้าใหล้ได้ตแต่อดัมสามารถใช้ความสามารถพูดและประกอบกับอารมณ์ดีจึงสามารถเอาชนะใจและเข้าใจทำให้เขาตายอย่างมีความสุข

                8. ประทับใจตรงที่ว่าความตายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัว ขึ้นอยู่กับว่าจะช่วยให้เขาตายอย่างมีความสุขหรือความทุกข์

                9.ประทับใจตอนที่ อดัม ขึ้นสานกับผอ. มหาวิทยาลัยที่จะไม่ให้อดัมจบและก็ขึ้นศาล ผลออกมาอดัมเป็นผู้ชนะ แล้วตอนที่คณะผู้พิพากษาพุดว่า ท่านอธิการคุณก็ควรมีอารมณ์ขันจนน่าเกลียดบ้าง มันได้ใจดีจริงๆสะใจ

 เรื่อง Patch Adam  ทำให้คือเปลี่ยนทัศ ในตอนแรกคือผมเข้าใจการทำงานของแพทย์อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยคือจะต้องรักษาให้ผู้ป่วยนั้นหายจากโรคทางกายโดยไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้ป่วยเมื่อผมได้ดูหนังผมจึงเข้าใจและเปลี่ยนทัศนะคติใหม่คือการรักษาไม่ใช้แค่การรักษาทางกายเท่านั้นต้องรักษาทางใจด้วยถ้าผมได้ทำงานผมก็จะไม่มองผู้ป่วยเป็นแค่หุ่นยนที่ไม่มีหัวใจเมื่อหุนยนต์เสียก็แค่ซ่อมอย่างเดียว  ผมจะมองผู้ป่วยเหมือนญาติคนหนึ่งและตั้งใจรักษาเข้าอย่างเต็มที่      และอีกทัศนะคติหนึ่งที่เปลี่ยนคือการเรียนปัจจุบันนี้ผมเอาแต่เครียดอ่านแต่หนังสือเพียงอย่างเดียวไม่ค่อยพูดกับครเมื่อผมดูหนังผมก็มีความคิดใหม่คือเรานอกจากเรียนแล้วต้องหาอะไรทำบ้างนอกจากการเรียนอย่างเครียดจนเกินไปทุกวันนี้ผมจึงไม่เครียดมากนัก และการเรียนแต่หนังสือไม่ได้ช่วยให้เราเก่งเสมอไป    และผมก็พยายามมองในสิ่งที่คนมองไม่เห็นมีความคิดใหม่ๆกล้าที่จะทำ  มีอิสระในความคิด

จรรยาบรรณที่ได้รับจากบทความของ ศาสตราจารย์ น.พ.ประเวศ วะสี

ขอบเขตของสุขภาพทางการแพทย์ ปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้ 3 ส่วน

  1. สุขภาพเสียและสามารถรักษาได้                            20         %
  2. สุขภาพที่ไม่สามารถรักษาได้                 30            %
  3. สุขภาพดี                                                 50            %

แต่การแพทย์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ส่วนใหญ่สามารถแก้ปัญหาได้ได้เพียง 20 % เท่านั้นและยังมีปัญหาเกี่ยวการรักษาสุขภาพถึง 30 % และสุขภาพดี 50 %  

                จะเห็นได้ว่าการแพทย์สามารถแก้ปัญหาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถึง 100  %

การแพทย์มุ่งเน้นการรักษาทางกาย พึ่งแต่เทคโนโลยีราคาแพงๆ ผู้ป่วยจึงหาทางออกให้กับโรคที่ไม่สามารถรุบุไม่ได้โดยการแพทย์ทางเลือกต่างๆ เช่นการนั่งสมาธิ โยคะ ฯลฯ

                สุขภาพดีคือการไม่มีโรคนั้นเป็นเพียงการให้คำนิยามที่แคบมากมันนิยามแค่เพียงกายเท่านั้น ถ้าจให้ครอบคลุมควรให้นิยามว่าสุขภาพคือดุลยภาพ คือการมีดุลยภาพทุกด้าน คือทาง จิต-กาย- สังคม-สิ่งแวดล้อม

ทุกด้านต้องดี

                ดังนั้นเราจึงต้องมีภารกิจใหม่ไม่ใช้ภารกิจแบบเดิมๆที่ทำกันมาโดยกล่าวได้ 4ประการ

  1. ภารกิจ คือ ภารกิจที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันส่งเสริม ฟื้นฟู  ดุลยภาพทั้ง 4
  2. เครื่องมือ คือใช้ ทั้ง4 มิติ คือจิต-กาย-สังคม-สิ่วแวดล้ม  มาทำการรักษา โดยนอกเหนือจากเทคโนโลยี
  3. บทบาทของคนทั้งมวลต้องเกี่ยวข้อง ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการสร้างสุขภาพ
  4. แพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุข  คือเราผู้เป็นหนึ่งในสาธารณสุขวิชาชีพรังสีต้องเข้าใจทฤษฏีดังกล่าวแล้วนำมาปฏิบัติโดยร่วมมือกันทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง
               

1)ประทับใจในความเสียสละ  การดูแลผู้ป่วยด้วยใจจริง การเข้าใจผู้ป่วยของเขา

2)จากเรื่อง patch adam ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจมากขึ้นว่า การที่จะเป็นหมอที่ดีนั้น มิใชเพียงรักษาคนไข้ให้เต็มความสามารถเท่านั้น แต่รวมไปถึงการเข้าใจ เอาใจใส่ดูแล และรักในการที่จะดูแลรักษาผู้อื่น มากกว่าการทำไปตามหน้าที่

     3)จากการชมภาพยนต์เรื่องนี้ทำใหข้าพเจ้าทราบว่า แพทยืที่ดี ควรมีจรรยาบรรณในการเป็นแพทย์อยู่เต้มร้อยซึ่งก็คือ

  • การทำงานด้วยความเต็มใจมากกว่าทำงานเพียงเพราะมันเป็นหน้าที่
  • การรักษาที่ดีควรรักษาจิตใจไปพร้อมกับร่างกาย
  • แพทย์ควรปฏิบัติกับผู้ป่วยให้เหมือนกับที่อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อตน
  • แพทย์ควรทุ่มเทเต็มที่กับผู้ป่วยทุกคน

และจากการที่ได้อ่านบทความของท่าน ประเวศ วะศี ทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าใจว่า แม้ว่าการรักษาทางกายจะมีประสิทธิภาพ และก้าวหน้าเพียงใด แต่หากขาดการดูแลทางจิตใจไปพร้อมกันแล้ว ก็ไม่สามารถทำใหสุขภาพสมบูรณ์ไปได ดังนั้น การที่จะมีสุขภาพที่ดีคารมีสุขภาพจิตที่ดีควบคู่กันไปด้วย

ตอบข้อ  1

          สิ่งที่ประทับใจที่สุด  คือ  ความกล้าที่จะแตกต่างจากแพทย์คนอื่น   เพราะแพทย์ไม่จำเป็นต้องอ่านแต่ตำราเพียงอย่างเดียว  แต่ต้องใช้จิตวิญญาณ  อุดมการณ์และประสบการมารักษา  เพราะการเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยและการรักษาเยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ  เป็นวิธีการแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง   จุดมุ่งหมายในการรักษาไม่ใช่แค่รักษาทางด้านร่างกายเพียงอย่างเดียว  แต่ต้องสร้างกำลังใจ  สร้างเสียงหัวเราะ  สร้างความสุข  เพื่อให้คนไข้มีกำลังใจที่จะดำรงชีวิตต่อไป    การสร้างมิตรภาพไมตรีจิตระหว่างหมอกับผู้ป่วย   สามารถช่วยให้ผู้ป่วยความหวังขึ้นมาได้เพราะหมอเป็นผู้สร้างความหวังให้กับผู้ป่วย   ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่า  จิตวิญญาณของความเป็นแพทย์นั้น  ต่อให้ทำงานหนักแค่ไหน  ก็จะขอทำงานสุดความสามารถ  ขอทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยให้ถึงที่สุด

 

ตอบข้อ  2

         ข้าพเจ้ามีทัศนคติในเรื่อง  การเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ  เข้ามาสู่ชีวิตของตนเอง  ข้าพเจ้าคิดว่าการที่ข้าพเจ้าเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามานั้น  เหมือนเป็นการพังทลายกำแพงที่ข้าพเจ้าสร้างขึ้นมา  ที่สร้างขึ้นมาเพื่อปิดล้อมตัวเองอย่างเช่นทุกวันนี้  ชีวิตของข้าพเจ้าเหมือนกับการขีดเส้นไว้และเดินตามเส้นนั้น   ถ้าเราทำอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำ ๆ กันเป็นประจำเราก็จะทำเช่นนั้นตลอดไป  แต่ถ้าเราพร้อมที่พังกำแพงออกไปเราจะได้พบกับสิ่งแปลกใหม่ที่เราไม่เคยสัมผัส  ความกล้าที่จะแตกต่างจากที่เคยเป็น  จะทำให้เรามีความรู้สึกที่ดีต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเพิ่มมากขึ้น  และเราสามารถส่งผ่านความรู้สึกเหล่านี้ไปให้กับผู้อื่นที่กำลังมีความทุกข์  ขาดกำลังใจ  ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

 

ตอบข้อ  3

           ข้าพเจ้าสามารถอธิบายความรู้ที่ข้าพเจ้าได้ชมจากภาพยนตร์  สามารถคิดได้ว่า  การมองปัญหาให้ไกลออกไป  มองที่ต้นเหตุของปัญหา  เหมือนกับการรักษาผู้ป่วย  ที่ไม่ใช่แคการักษาแต่เพียงร่างกายอย่างเดียว  ต้องรักษาที่ต้นเหตุของปัญหา  นั้นคือจิตใจ  โดยการสร้างกำลังใจ  ความหวัง  เสียงหัวเราะให้กับผู้ป่วยและรักษาทางด้านร่างกายควบคู่กันไป

           จากบทความของ  ศาสตราจารย์  น.พ.  ประเวศ  วะสี  ข้าพเจ้าคิดว่า  ทฤษฎีทางการแพทย์แผนใหม่และแผนเก่า  สามารถรักษาควบคู่กันไปได้   โดยการรักษาทางกาย   รักษาให้สอดคล้องกับสุขภาพทั้งหมดที่เป็นอยู่อย่ามุ่งแต่ใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว  ให้ใช้การบำบัดทางจิต  ทางสังคม  การแพทย์ทางเลือก  รักษาควบคู่กันไปให้เห็นความทุกข์ของคนไข้เป็นหลัก  ว่าทำอย่างไรจึงจะให้คนไข้พ้นความทุก๘ที่เป็นอยู่   เพราะเครื่องมือรักษาผู้ป่วยของหมอไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องมือทางการแพทย์เสมอไป  อาจจะเป้นความเชื่อและการสร้างกำลังใจ  สร้างสมาธิก็เป็นได้

ข้อที่1

 ตอบ 1)มีความประทับใจในความมุ่งมั่น Patch มีความมุ่งมั่นและมีความตั้งใจที่จะเป็นแพทย์ แม้ว่าเขาจะมีอายุมากแล้วก็ตาม แต่อายุของเขาก็ไม่เป็นอุปสรรคในการเรียน Patch พยายามทำความเข้าใจกับผู้ป่วย เขารักษาผู้ป่วยโดยการทำให้ผู้ป่วยมีความสุขและสนุกสนาน วิธีการรักษาของแพทย์มีความแตกต่างกับแพทย์คนอื่นๆซึ่งทำให้บุคลิกภาพของแพทย์ดูไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่สำหรับเขาสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การช่วยชีวิตคน

         2)การแก้ไขปัญหา Patch ไม่ได้มองปัญหาที่ต้นเหตุเท่านั้น เขาได้มองปัญหาที่ปลายเหตุด้วย และมองเหตุปัญหาในมุมที่คนอื่นไม่ได้สนใจ และทำให้เขาสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้

ข้อที่2

ตอบ 1)การเข้าใจผู้อื่น ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าในสังคมของเรานั้นมีคนหลายรูปแบบและทำให้ข้าพเจ้ามองคนแต่ภายนอกเท่านั้น ข้าพเจ้าคิดว่าคนนั้นต้องเป็นแบบนี้ ทำให้ข้าพเจ้าไม่เข้าใจผู้อื่น หลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจมากขึ้นว่าการที่เราจะรู้จักใครสักคนหนึ่ง เราต้องทำความรู้จักกับเขาเสียก่อน พูดคุยกัน ทำให้เรารู้จักเขามากขึ้น

          2)การมองโลกใหกว้างขึ้น ก็คือการมองปัญหา การที่เราจะแก้ปัญหาสักปัญหาหนึ่ง เราต้องมีสติที่จะแก้ไขปัญหา เราต้องค้นหาว่าปํญหานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หาต้นเหตุของปัญหาแล้วก็หาทางแก้ไข หากยังแก้ไขไม่ได้ เราก็ต้องมองปัญหาที่ปลายเหตุ คือ ผลของปัญหาจะเป็นอย่างไร มีผลกระทบกับเรามากน้อยเพียงไร แล้วเมื่อเราสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้ จะทำให้เราไม่เป็นทุกข์ ทำให้เกิดความสบายใจ

ข้อที่3

ตอบ 1)มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง Patch เป็นแพทย์เขาต้องมีความพยายามที่จะรักษาผู้ป่วยให้เป็นปกติ และสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับวิชาชีพแพทย์ คือ การช่วยชีวิตคน

         2เห็นเรื่องส่วนรวมสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว

         3การตรงต่อเวลา ในการรักษาผู้ป่วยนั้นเวลาทุกนาทีมีค่าเสมอ เพราะนั้นคือ ความเป็นความตายของคน หากการรักษาช้าไปหนึ่งนาทีก็อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

         4การแต่งกายและการปฎิบัติตน การแต่งการฃยถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ถือเป็นภาพลักษณ์ของวิชาชีพ การแต่งกายสะอาด เรียบร้อย และปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับวิชาชีพ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความเชื่อมั่นในการที่จะรักษา

 

 

 

1). สิ่งที่ดิฉันประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ

            ดิฉันประทับใจในตัวของ Patch Adamเขาจะสามารถมองปัญหาของคนไข้ได้เป็นอย่างดีเพราะตัวเขาเองไม่เคยคิดว่าผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวกับแพทย์นั้นมีอาการป่วยทางร่างกายเพียงอย่างเดียว  ทุกคนเข้ามาที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายควบคู่กับการได้รับความดูแลทางด้านจิตใจไปด้วย ซึ่งการที่เขากระทำเช่นนี้ทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างคนไข้และแพทย์ ไม่เกิดการแบ่งชั้นกัน ซึ่งนั้นก็คงจะเป็นความปรารถนาของคนไข้ที่รักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งถ้าหากแพทย์ทุกคนมีจรรยาบรรณเดียวกับ Pacth Adam การเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็คงไม่เป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป 

2). สิ่งที่สามารถทำให้ทัศนคติของดิฉันเปลี่ยนไปคือ

           การรักษาคนป่วยใช่ว่าจะต้องรักษาเพียงแต่ร่างกายหากแต่ว่าคนป่วยทุกคนล้วนแต่ต้องการคนเอาใจใส่มีคนพูดคุยด้วย ให้ความสุขทั้งทางใจและทางร่างกายแก่พวกเขา ค่อยเอาใจใส่ด้วยความจริงใจใช่ว่าทำไปตามหน้าที่  แต่พอได้มาดูหนังเรื่องนี้ดิฉันถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ดีในเรื่องของการเอาใจใส่ผู้ป่วย กับการที่เราเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยก็จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจเสมือนเป็นยาชูกำลังชั้นดีหรือยาอายุวัฒนะที่จะสามารถทำให้ผู้ป่วยต่อสู้กับโรคร้ายได้เป็นอย่างดี 

3). ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์  และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ

             จากที่ดิฉันได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam  ทำให้ดิฉันทราบในเรื่องความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ ก็คือ  บุคลากรทางการแพทย์ต้องเป็นผู้ที่จะต้องมีความรับผิดชอบสูง  ตรงต่อเวลา  รักษาให้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่  คนที่ไม่มีเงินก็รักษาให้โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ   ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม  ไม่เห็นแก่ตัว  ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยความเต็มใจ

            จากบทความที่ดิฉันได้อ่านและได้ทำความเข้าใจของท่านอาจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ท่านได้กล่าวถึงการรักษากับคนไข้นั้นต้องให้การรักษาทางด้านร่างกายควบคู่ไปกับการรักษาทางด้านจิตใจ เพื่อการรักษาคนไข้จะได้ประสบผลมากยิ่งขึ้น  ทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น  และเราก็จะภาคภูมิใจว่าเรานั้นได้ช่วยชีวิตคน ๆ นึง  ได้อย่างสุดความสามารถที่เรามี แต่ถ้าเรามองคนป่วยที่เข้ามารับการรักษานั้นมีแต่อาการป่วยทางร่างกายเพียงอย่างเดียว การรักษานั้นก็ไม่สามารถบำบัดผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง

1 สิ่งที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดในหนังเรื่องpatch adam   คือการรักษาผู้ป่วยโดยที่ไม่หวังผลตอบแทนและการรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดว่าผู้ป่วยเป็นใครมีฐานะยังไงไม่ว่าจะยากจนแค่ไหนเมื่อมารักษาที่เขา เขาก็จะรักษาอย่างเติมความสามารถและการรักษาผู้ป่วยของเขาก็เป็นการรักษามาจากจิตใจของผู้ป่วยพยายามที่จะเข้าใจจิตใจของผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจถึงแม้จะไม่หายจากโรคที่เป็นอยู่แต่ก็ทำให้ผู้ป่วยมีความสุข

2 ทัศนคติที่เปลี่ยนไป     เมื่อก่อนเคยคิดว่าการที่จะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ได้นั้นต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเพียงอย่างเดียวแต่หลังจากดุหนังเรื่องนี้ทัศนคติก็ไดเปลี่ยนไปว่าต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยและอีกอย่างคือคือการที่เราได้พูดคุยกับคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ทำให้เราเข้าใจในตัวเขามากขึ้นทำให้เราเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

3 จรรยาบรรณจากภาพยนตร์เรื่อง patch adam

1 การรักษาผู้ป่วยโดยไม่หวังผลตอบแทน

2 ไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะมีฐานะยังไงทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน

3 รักษาผู้ป่วยทุกคนด้วยความตั้งใจ

4 การทำความเข้าใจกับคนไข้ให้ได้มากที่สุด

จรรยาบรรณจากบทความของศ.นพ.ประเวศ วะศี

1 การมีความรับผิดชอบในวิชาชีพของตน

2 การไม่วางตัว ถือตัวมากเกินไป

3 การตั้งใจพยายามรักษาคนไข้อย่างเติมความสามารถที่มี

4 การรักษาผู้ป่วยทั้งกายและจิตใจ

5 การเปิดใจรับทฤษฎีใหม่ๆทีดีกว่า

ข้อ 1.) สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในในภาพยนต์เรื่องPatch Adam คือ

        การที่เขามีความเข้าใจและมีความเห็นใจผู้อื่นเช่น การที่เขาพยายามเข้าใจคนไข้ที่เป็นโรคประสาทและทำให้ผู้ที่เป็นโรคประสาทหายจากอาการคุมคลั่งและพยายามเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยว่านั้นต้องการกำลังใจและความเข้าใจจากบุคคลรอบข้างมากเพียงใดและที่สำคัญที่สุดที่ข้าพเจ้าประทับใจก็คือการที่เข้าเลือกที่จะศึกษาต่อในวิชาชีพแพทย์เพื่อที่จะได้นำความรู้นั้นมาใช้ในการช่วยเหลือผู้อื่นและเขาก็ทำให้เราได้รู้ว่าไม่มีใครแก่เกินที่จะเรียนPatch  Adam เขาเป็นผู้ที่ที่มีหัวใจที่จะรักในการักษาและดูแลคนไข้อย่างแท้จริงหากแต่ไม่ใช่ว่าเขาทำไปเพราะหน้าที่ที่ภาระกิจเพียงเท่านั้นเขาบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีหัวใจในการมีจรรยาบรรณมากที่สุดและเขาก็ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจมาก

ข้อ 2.)ทัศนคติที่เปลี่ยนไป คือ

    ข้าพเจ้ารู้สึกศรัธาในการกระทำในการกระทำและการแสดงต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันของPatch Adam การรักษาผู้ป่วยนั้นไม่ใช่เพียงแค่เราจะ วินิจฉัย จ่ายยา ฉายรังสี หรือทำบำบัดเพียงเท่านั้นหากแต่เราจะต้องรักษาผู้ป่วยทั้งทางกายและทางใจควบคู่กันไป เราต้องมีความเข้าใจในตัวคนไข้ว่าขณะที่เขาป่วยนั้นเขาย่อมอ่อนแออทั้งกายและและใจและเราต้องทำให้เขาเชื่อใจและไว้ใจในตัวเราว่าเราพร้อมและยินดีเสมอที่จะทำให้เขาหายจากการเจ็บป่วย การที่เราจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ดีนั้นเราควรที่จะต้องความเสียสละและความเห็นใจเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างแท้จริง

ข้อ3.)จรรยาบรรณวิชาชีพ

   การที่คนเราจะทำหน้าที่ของตนเองเป็นได้ดีที่สุดนั้นนั้นเราจะต้องมีจรรณยาบรรณในหัวใจเสมอ   เราต้องรักที่จะเสียสละความสุขส่วนตนและพร้อมที่จะดูแลรักษาผู้อื่นไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นไรแต่เขาก็คือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจจากเรา อย่าแบ่งแยกและจงดูแลเขาในดีสุดเหมืนที่เราดูแลตนเอง หากเราพร้อมที่จะพร้อมที่ที่จะเห็นใจและมีความเข้าใจในผู้อื่นและยินดีที่จะเข้ามาช่วยเหลือผู้อื่นเสมอข้าพเจ้าเชื่อว่าผู้นั้นคือบุคคลากรทางการแพทย์ที่สมบูณ์อย่างแน่นอน  

         ( โดย  น.ส.ประภาสิริ เกาะน้อย 49660595 )

  • สิ่งที่ประทับใจที่สุดหลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adamคือ

1.การที่Patch Adamมีวิธีการที่จะรักษาผู้ป่วยที่แตกต่างจากแพทย์ทั่วไปโดยเค้าได้เน้นการสร้างรอยยิ้มความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับผู้ป่วยมากกว่าที่จะเน้นวิธีและขั้นตอนอย่างมีระบบในการรักษาผู้ป่วย

2.ประทับใจตรงที่ว่าPatch Adam มีความเสียสละส่วนตนเพื่อช่วยเหลือส่วนรวมโดยจะเห็นจากที่ Patch Adam ได้สร้างโรงพยาบาลของเค้าเองเพื่อรักษาคนป่วย และตอนที่อุปกรณ์การแพทย์ของเค้าหมด เค้าก็ได้ไปขโมยที่โรงพยาบาลเพื่อเอามารักษาผู้ป่วยของเค้า ซึ่งเค้าจะไม่ทำก็ได้เพราะเค้าไม่มีส่วนได้อะไร ค่าตอบแทนก็ไม่มีแต่เค้าทำ

  •          ภาพยนต์เรื่องนี้ให้ทัศนคติกับข้าพเจ้าที่ว่าในการรักษาผู้ป่วยนั้นเราก็ต้องรักษาทั้งทางด้านจิตใจของผู้ป่วยและทางด้านร่างกายของผู้ป่วย ไม่ใช่แค่รักษาแต่ร่างกายของผู้ป่วยให้หายขาดอย่างเดียวแต่สภาพจิตใจของผู้ป่วยยังย้ำแย่เหมือนเดิม ซึ่งแต่ก่อนข้าพเจ้าคิดว่าในการที่เราจะรักษาผู้ป่วยนั้นก็แค่ตรวจ ให้ยา และก็วินิจฉัยแค่นี้ก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้แล้วทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่าการที่เราจะรักษาผู้ป่วยนั้นเราต้องรู้ว่าผู้ป่วยต้องการอะไรและไม่ต้องการอะไรเมื่อเรารู้ว่าผู้ป่วยต้องการอะไรแล้วเราก็รักษาในจุดที่ผู้ป่วยต้องการ และร้กษาให้ตรงจุด และวิธีการสร้างรอยยิ้มความสนุกสนานและเสียงหัวเราะก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ข้าพเจ้าจะนำมาใช้รักษาผู้ป่วย เพราะการที่ผู้ป่วยได้เจ็บทนทุกข์ทรมารก็มากพอแล้ว แต่เมื่อใดที่ผู้ป่วยได้หัวเราะได้รอยยิ้มผู้ป่วยก็จะลืมความเจ็บต่างๆ
  • จากการที่ข้าพเจ้าได้ชมภาพยนต์และได้อ่านบทความของนพ.ประเวศ วะสีแล้วสิ่งที่แพทย์จะต้องมีในการรัษาผู้ป่วยคือจรรยาบรรณ

 1.ซึ่งในความคิดข้าพเจ้าคือการที่เราจะรักษาผู้ป่วยนั้นเราต้องมีความเสียสละไม่ใช่ทำตามหน้าที่หรือทำอาชีพนี้เพราะเป็นอาชีพที่ให้ค่าตอบแทนสูงทำเพราะความต้องการของญาติผู้ใหญ่

2.ต้องรักษาผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและทางด้านจิตใจของผู้ป่วยเองไม่ใช่แค่รักษาแต่ร่างกายแต่สภาพจิตใจยังแย่เหมือนเดิม

3.ต้องรู้จักมีความอดทนเพราะอาชีพนี้ต้องใช้ความพยายามและอดทนมาก เช่น อดทนต่อการที่จะถูกผู้ป่วยว่า

4.มีความซื่อสัตย์ต้องวินิจฉัยตามความเป็นจริงและจงนึกเสมอว่าผู้ป่วยนั้นก็มีชีวิตมีจิตใจเหมือนเราเค้าไม่สบายเค้าอยากหายจากโรคก็เหมือนเรา เราไม่สบายเราก็อยากหาย

5.มีน้ำใจช่วยเหลือ ซึ่งบางทีผู้ป่วยอาจไม่มีญาติช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เราก็ต้องมีน้ำใจช่วยเหลือเค้าไม่ว่าเค้าอยากได้อะไรต้องการอะไร

6.มีความสุภาพอ่อนโยนพูดจาไพเราะ เพราะถ้าแพทย์คนไหนพูดจาไม่ไพเราะคนไข้ก็จะไม่อยากรักษาและก็อาจส่งผลกระทบต่อสังคมของเราได้

7.มีความตรงต่อเวลาเพราะถ้าเรามัวช้าคนไข้อาจเสียชีวิตได้และนั้นก็หมายถึงชีวิตของเค้าและลองคิดดูซิว่าถ้าเกิดกับญาติพี่น้องของเราบ้างล่ะเราก็เสียใจ ญาติผู้ป่วยเค้าก็เหมือนเรานั่นแหละเค้าต้องเสียใจไม่อยากให้ญาติของเค้าเป็นอะไร

1. สิ่งที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดในภาพยนตร์เรื่อง  Patch  Adam  คือ  การรักษาคนไข้ของเขา   เพราะ Patch รักษาคนไข้ด้วยการเข้าถึงไปในจิตใจของคนไข้   เขาต้องการที่จะรับรู้ความรู้สึกของคนไข้ว่าคนไข้นั้นต้องการสิ่งใด    Patch มิได้รักษาคนไข้เฉพาะทางกายเท่านั้น  แต่เขายังช่วยรักษาจิตใจของคนไข้ด้วย  ซึ่งสิ่งที่เขาทำนั้นทำให้คนไข้มีความสุข   และเมื่อจิตใจมีความสุขแล้วโรคต่างๆที่อยู่ในร่างกายก็ค่อยๆทุเลาลงด้วย   สำหรับดิฉันแล้วPatch คือ แพทย์ที่สมบูรณ์แบบและเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

2.ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับการรักษาโรคของดิฉันเปลี่ยนไปก่อนหน้านี้ดิฉันคิดว่าวิธีที่จะทำให้หายจากอาการป่วยมีเพียงแค่การรักษาโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือใช้สารเคมีเท่านั้นเช่น การกินยา การฉีดยา หรือการใช้คีโมบำบัด   แต่ขณะนี้  ดิฉันคิดว่าการใช้เทคโนโลยีหรือสารเคมีอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการรักษาแต่เรายังต้องทำให้คนไข้รู้สึกมีความสุข และคลายความเครียดหรือความวิตกกังวลต่อโรคที่คนไข้เป็นอยู่โดยการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น นั่งสมาธิ  ทำโยคะหรือแม้แต่การหัวเราะก็ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดได้  กิจกรรมเหล่านี้ทำให้คนไข้ผ่อนคลาย  และทำให้จิตใจเข้มแข็งสร้างภูมิต้านทานไว้ต่อสู้กับโรคร้าย  เพราะถ้าเรารักษาอาการที่เกิดกับทางกายเพียงอย่างเดียวแต่ไม่รักษาอาการทางด้านจิตใจแล้ว  การรักษาโรคจะมีประสิทธิภาพเต็มที่และสมบูรณ์ได้อย่างไร

3. จรรยาบรรณที่ดิฉันได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้และบทความของ ศ.นพ. ประเวศ  วะศี คือ                      

  • เราควรเห็นคนไข้เปรียบเสมือนญาติมิตร
  • เราควรรักงานหรืออาชีพที่เรากระทำอยู่
  • รับผิดชอบต่องานที่กระทำและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
  • มีความตรงต่อเวลา
  • ตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถ
  • ทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบไม่ประมาท
  • มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โอบอ้อมอารีต่อผู้ป่วย
  • มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเอาใจเขามาใส่ใจเรา
  • มีความอดทนและเสียสละต่องานที่กระทำอยู่

 

ข้อที่1. สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือความคิดที่แตกต่างของหมอแพซท์ ที่มีการรักษาโดยมองที่ต้นเหตุของปัญหา มองให้กว้างกว่าคนอื่นมอง แล้วใช้ความสุขบำบัด โดยการรักษาของหมอแพซท์ถือเป็นสิ่งที่หมอปัจจุบันไ ม่ค่อยมี เขาจะใช้เสียงหัวเราะของคนไข้ มาบำบัดโรค เขาไม่เคยคิดว่าหมอเป็นอาชีพที่เหมือนเทวดา  ต้องเรียนเก่งที่สุด  หรือต้องทำตามกฎที่ไม่เข้าข้างคนไข้  แต่หมอคือคนช่วยชีวิตที่พร้อมช่วยคนไข้โดยไม่มีเงื่อนไขของเงินตรามาเกี่ยวข้อง  หมอคือคนธรรมดาของประชาชน  มีการรักษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องยื่นเอกสาร ไม่ต้องรอคิว และพร้อมที่จะให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกคน นี่แหละคือสิ่งที่หมอแพซท์ได้ตั้งปณิธานไว้

ข้อที่ 2. ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ทำให้ทัศนคติด้านการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นดีขึ้น คือมีความเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง มากขึ้น รู้จักใจเขาใจเราเหมือนหมอแพซท์  เพราะโลกนี้มีคนมากมายแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน  เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เป็นในปัจจุบัน  และอีกอย่างที่ดูจากภาพยนตร์ทำให้เป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ว่า อยากเป็นอะไรอยากทำอะไรมากที่สุด (รู้ใจตัวเอง)ทำให้ขณะนี้เป็นคนสงบ มองคนอื่นในแง่ดี และมุ่งมั่นทำเป้าหมายชีวิตให้ประสบความสำเร็จด้วยปณิธานที่แน่วแน่

ข้อที่3.   จากการดูภาพยนตร์ และอ่านบทความของ ศาสตราจารย์ นพ.ประเวศ วะสี      ทำให้รู้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่เก่งๆหาได้ง่าย แต่บุคลากรที่ดี และมีจรรยาบรรณวิชาชีพที่ดีนั้นหายาก  เพราะหมอบางคนรักษาคนไข้โดยดูจากทฤษฏีที่เรียนมา    ไม่มีการประยุกต์ใช้  ไม่มีการสังเกตคนไข้ เห็นเงินดีกว่าการช่วยคน และที่สำคัญถ้าไม่มีจรรยาบรรณวิชาชีพ  ก็ถือว่าบุคลากรคนนั้นไม่มีความเป็นหมอที่ดีหลงเหลืออยู่เลย  

      และจากการอ่านบทความของ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสีแล้ว ท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของการรักษาว่า การที่ราเป็นบุคลากรทางการแพทย์แล้ว การรักษาย่อมแตกต่างกันไปแต่เราต้องมีใจจริงที่ต้องการรักษามีการรักษาทั้งทางสภาพจิตใจ และรักษาสภาพกายควบคู่กันไปการรักษาจึงจะประสบผล

 เมื่อเลือกอาชีพที่ต้องเสียสละแล้ว ก็ต้องช่วยเหลือผู้อื่นพร้อมไปกับจรรยาบรรณวิชาชีพของตนให้ดีที่สุด 

สิ่งที่ประทับใจ

1.)ประทับใจในวิธีการรักษาผู้ป่วยของPatch Adam เพราะเขาสามารถทำให้ผู้ป่วยมีความสุข ยิ้ม และหัวเราะได้ทั้งๆที่ยังมีร่างกายที่เจ็บป่วย เขามักจะมองเห็นถึงสิ่งที่คนอื่นๆมองไม่เห็น เขาจึงมีวิธีรักษาคนไข้แบบแปลกใหม่และได้ผลอย่างดีอีกด้วย เขาสามารถเข้าใกล้ผู้ป่วยที่แม้แต่พยาบาลหรือแพทย์คนอื่นๆทำไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้มองที่ร่างกายที่เจ็บป่วยเพียงอย่างเดียว เขาคิดที่จะรักษาทั้งสภาพจิตใจที่อ่อนแอของผู้ป่วยให้ดีขึ้น Patch Adam เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูงเวลาเขาจะทำอะไรเขามักจะทำให้ประสบผลสำเร็จ เขาสามารถก่อตั้งโรงพยาบาลเล็กๆเพื่อรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีของเขา โรงพยาบาลที่เหมือนบ้านซึ่งมีแต่ความอบอุ่น มีสมาชิกในครอบครัวคือผู้ป่วยทุกคนซึ่งมีPatch Adam เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัว เขาจะคอยดูแลเอาใจใส่สมาชิกในบ้านทุกคน ช่วยแก้ปัญหา และสร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกๆคนในบ้าน จึงทำให้สภาพจิตใจและสภาพร่างกายของผู้ป่วยสมบูรณ์แข็งแรง...วิธีการรักษาของเขาอาจจะดีกว่ายาแพงๆบางตัวด้วยซ้ำไป

2.)ทัศนคติก่อนหน้านี้นั้นคิดว่า ผู้ที่จะเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลหรือ ผู้ที่จะไปเป็นบุคลากรทางการแพทย์นั้นจะต้องเป็นผู้ที่แต่งตัวดีๆ เรียบร้อย มีความรู้สูงๆทำหน้าเคร่งขรึม ตลอดเวลาที่เจอผู้ป่วยเพื่อให้น่าเชื่อถือ อีกทั้งต้องมุ่งมั่นเพื่อที่จะรักษาร่างกายที่เจ็บป่วยให้หายดีต้องหาโรคของผุ้ป่วยให้เจอแล้วก็สั่งยา หรือรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์เท่านั้น อีกทั้งยังเชื่อว่าการที่แพทย์มารักษาผู้ป่วยก็เพื่อหวังที่จะได้เงินเดือนสูงๆ แต่พอได้ดูPatch Adam ก็ทำให้ได้รู้ว่า...แพทย์หรือพยาบาลไม่ได้มุ่งเน้นที่จะรักษาสภาพร่างกายที่เจ็บป่วยของผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญที่สุดคือสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วยแพทย์สามารถพูดคุยทักทายกับผู้ป่วย สามารถทำให้ผู้ป่วยยิ้มได้ หัวเราะได้ และเขาก็ไม่ได้มารักษาเพื่อหวังเงินเดือนสูงๆเพียงอย่างเดียว เขาทำเพราะมีใจรักที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถึงแม้ผู้ป่วยไม่มีค่าตอบแทนให้แต่เขาก็จะรักษา เพราะจรรยาบรรณของเขาคือ ช่วยเหลือผู้ป่วยโดยที่หวังเพียงจะให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นเหมือนปกติอีกครั้ง มีชีวิตที่ดีอีกครั้ง...ส่วนค่าตอบแทนที่วิเศษสุดของเขาคือ"การที่เห็นผู้ป่วยยิ้มได้อีกครั้ง"

3.)หลักจรรยาบรรณวิชาชีพ คือ มุ่งที่จะรักษาโรคให้กับผู้ป่วยทั้งโรคที่เกิดจากร่างกาย และโรคที่เกิดจากจิตใจ โดยไม่มีอคติต่อผู้ป่วย และให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเหมือนผู้ป่วยเป็นคนๆหนึ่งในครอบครัวของเราและ เห็นชีวิตของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

อ.ประเวศ กล่าวว่า การฟื้นฟูดุลยภาพ หรือรักษาดุลยภาพ หรือ ดุลยภาพบำบัด เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพดีในการป้องกันและรักาโรคทุกชนิด เช่น การบริหารกาย การบริหารจิต การเจริญสติ เจริญสมาธิ ทำงานและทานอาหารที่พอดี เป้นต้น ดังนั้นควรมีการวินิจฉัยเรื่องดุลยภาพบำบัดให้มากขึ้นให้การรักษาดุลยภาพเป้นวิถีชีวิตของทุกคน เพื่อจะมีสุขภาพที่ดีป้องกันและรักษาโรค

...โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดอยู่ในฐานะที่จะส่งเสริมการมีสุขภาพดีด้วยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่หรือเป็นเพียงบุคคลที่จะรักษาโรคเพียงอย่างเดียว...

สิ่งที่ประทับใจคือ Patch Adam สามารถแสดงออกได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของการเป็นแพทย์เพราะแพทย์ไม่ได้หมายถึง หมอที่ใส่แว่นหนาๆ  ใส่เสื้อกราวสีขาวยาวๆ ถือแฟ้มประวัติคนไข้ มีพยาบาลเดินตามต้อยๆเดินเข้าห้องนันเข้าห้องนี้ ทำหน้าขรึมๆ และคิดว่าคนไข้คือ ผู้มอบชีวิตให้อยู่ในกำมือของเรา เราเป็นผู้ชี้ขาดชีวิตของคนไข้ แต่ Patch Adam กลับสอนให้เรารู้ว่าแพทย์ที่แท้จร้งต้องรับเอาความรู้สึก ความเจ็บปวด ความทุกข์ของคนไข้มาเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกตวเอง และพยายามหาทางรักษา แก้ไขให้คนไข้กลับมามีสุขภาพแข็งแรงมีรอยอิ้มเหมือนปกติให้ได้ เหตุผลที่ประทับใจจุดนี้เพราะ Patch Adamสอนให้เราดูแลคนอื่นเหมือนดูแลตัวเอง มองเห็นคุณค่าชีวิตของคนอื่นพอๆกับการมองเห็นคุณค่าชีวิตของเราเอง

ทัศนคติก่อนหน้านี้ เคยคิดว่าการดูแลผู้ป่วยเป็นเพียงการรักษาให้ผู้ป่วยหายจากการเจ็บป่วยทางกายอย่างเดียว เพราะคงมีแต่คนไข้ที่เจ็บทางร่างกายเท่านั้นที่มาหาหมอ และไม่ต้องสร้างความสัมพันธ์กับคนไข้มากนักเพราะผู้ป่วยคงแค่มารักษาตัวเท่านั้น แค่เราทำการรักษาผู้ป่วยให้หายก็พอแล้ว

ทัศนคติหลังจากรับชมเรื่อง Patch Adam แล้ว ทำให้รู้ว่าการดูแลรักษาร่างกายคนเรานั้นจำเป็นจะต้องดูแลผู้ป่วยจากจิตใจแพร่ขยายไปสู่ร่างกายเพราถ้าผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็ง มองโลกในแง่ดี ไม่วุ่นว่าย ไม่เครียดก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีร่างกายที่แข็งแรงตามไปด้วย เช่นการที่ Patch Adam พยายามที่จะทำให้คนไข้ทุกคนมีอารมณ์แจ่มใสด้วยการมอบรอยยิ้มให้คนไข้ทุกคน เป็นต้น

จรรยาบรรณวิชาชีพที่ได้รับจากการได้รับชมจากเรื่องPatch Adam กับบทความของศาสตราจารย์น.พ.ประเวศ วะศี คือ

1. การเป็นแพทย์รักษาคนไข้จงอย่ามองกรเจ็บปวดของคนไข้จากเพียงทางรูปกายจากการใช้เครื่องมีอเทคโนโลยีวัดออกมา แต่จงรักษาคนไข้ด้วยการมองให้ลึกไปถึงความรู้สึกนึกคิด ความต้องการของคนไข้ มอบความสุขให้คนไช้  ดังคำพูดของPatch Adam ที่ว่า จงทำการศึกษคนไข้ให้พอๆ กับการศึกษาโรคของคนไข้ จงอย่ามองข้ามอย่างใดอย่างหนึ่งไป

2.การทำงานดูแลรักษาผู้ป่วยควรเรียนรู้งานจากบุคคลที่มีประสบการณ์ และเค้าทำงานที่ตรงนั้นจริงๆจงอย่าเลือกที่จะเรียนรู้งานจากคนอื่นหรือเฉพาะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้นเหมือนคำที่บอกว่าเราต้องยอมรับที่จะเรียนรู้ทุกอย่างจากคนรอบข้าง ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร

3.การดูแลคนไข้ต้องดูแลเหมือนเราดูแลตัวเอง ง่ายๆ คือเอาใจคนไข้ เอาความรู้สึกของคนไข้มาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง 

4.หมอคือผู้รักษาคนป่วย ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นอะไรมาจงรักษาผู้ป่วยคนนั้นให้ดีที่สุด จงอย่าทำเพียงเพราะคิดว่ามันเป็นหน้าที่เท่านั้น แต่ทำด้วยจิตวิญญาณของหมอแท้จริง

1. สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจที่สุดคือ  การเข้าถึงผู้ป่วยของ Patch Adom  เหตุผลคือเขาสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ทั้งภายนอก คือ การช่วยเหลือ การดูแลรักษาสุขภาพของผู้ป่วยเป็นอย่างดี และภายในคือ ด้านจิตใจการรู้ถึงความต้องการของผู้ป่วย รู้ถึงสภาพจิตใจของผู้ป่วย  เมื่อเขารู้เขาก็พยายามทำตามความต้องการของผู้ป่วยเท่าที่เขาจะทำให้ได้  เพื่ออยากให้ผู้ป่วยมีความสุข  เขาไม่ยึดติดแต่อยู่กับตำรา แต่เขพยายามที่จะปฏิบัติ  เข้าไปสัมผัสกับผู้ป่วยจริงๆ  ซึ่งมันทำให้เขาเข้าใจผู้ป่วย  และที่สำคัญ Patch  Adom ยังสามารถสร้างความสุขให้ผู้ป่วยได้

2. ทัศนคติเปลี่ยนไปคือ เกี่ยวกับเรื่องของการให้การรักษา  ซึ่งก่อนหน้านี้คิดแต่ว่าเรามีหน้าที่รักษาเฉพาะโรคที่ผู้ป่วยเป็นโรคทางร่างกายเท่านั้น  เมื่อผู้ป่วยเจ็บป่วยมาเราก็ต้องรักษาให้เพราะมันเป็นหน้าที่  แต่ไม่เคยคิดบ้างเลยว่าเราจะต้องรู้ถึงสภาพจิตใจข้างในของผู้ป่วยด้วย เพราะมันเป็นเรื่องยากและเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ป่วยไม่ใช่เรื่องของเรา แค่รักษาโรคให้หายก็ดีแล้ว  แต่หลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบว่าการรักษาเฉพาะโรคทางร่างกายนั้น บางครั้งก็ไม่อาจช่วยเหลือผู้ป่วยได้  แต่เราต้องเข้าใจถึงสภาพจิตใจข้างในของผู้ป่วยด้วย ในบางครั้งผู้ป่วยก็ต้องการคนที่เข้าใจ ซึ่งไม่เฉพาะผู้ป่วยเท่านั้นที่ต้องการคนที่เข้าใจ แต่คนเราทุกคนก็ต้องการคนที่เข้าใจทั้งนั้น  ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ และทำให้สุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้นด้วย  ซึ่งโรคไม่ได้มีเฉพาะที่เกิดขึ้นกับร่างกายเท่านั้น  แต่ยังมีโรคที่เกิดขึ้นกับจิตใจด้วยดังนั้นเราจึงควรรักษาควบคู่กันไป

3.  ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพที่ได้จากการชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adom และจากบทความของนายแพทย์ประเวศ  คือ

1.เราควรเห็นความสำคัญของผู้ป่วยมาก่อนสิ่งใด เพราะเราก็ทราบดีอยู่แล้วว่าผู้ป่วยคือบุคคลที่ไม่สบายเป็นบุคคลที่ต้องการได้รับการรักษาเพื่อที่จะให้หายเป็นปรกติ ดังนั้นเราจึงควรช่วยเหลือผู้ป่วยให้หายโดยเร็วเพื่อเขาจะได้ไม่ทรมาน 

2.เราไม่ควรเห็นแก่ตัวหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม เช่น ไม่คิดค่ารักษาเหมือนกับ Patch  Adom หรือไม่คิดเกินความเป็นจริง

3 . เราต้องรู้จักการเสียสละไม่ว่าจะด้านร่างกายหรือจิตใจ

4.  ไม่ยึดถือในลาภยศ  ชื่อเสียง

5.  มีความตั้งใจจริง มีความทุ่มเทในการรักษา  หรือในการทำงานต่างๆ

6.  สร้างความประทับใจให้กับผู้ป่วยด้วยการให้ความเป็นกันเอง ทำเหมือนกับคนไข้เป็นเสมือนเพื่อนหรือคนในครอบครัวของเราเอง

7.  ไม่ยึดติดอยู่แต่กับการใช้เทคโนโลยีในการรักษา  ควรใช้วิธีการรักษาที่หลากหลาย

8.  ควรปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างในด้านการรักษาสุขภาพให้กับประชาชน

9.  ในการรักษาควรรักษาทั้งทางด้านร่างกายและด้านจิตใจไปพร้อมๆกันด้วย

  

  1.    สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจ  คือประทับใจ Patch Adam ที่ให้การรักษาคนไข้โดยเข้าผู้ป่วยไม่ได้รักษาโรคเพียงอย่างเดียว Patch ยังเข้าถึงของจิตใจผู้ป่วยได้ว่าต้องการอะไร  ทำให้ผู้ป่วยผ่อนคลายความเครียด   Patch อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยการรักษาคนไข้ฟรีเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีเงินมารักษาซึ่งเหมือนกับ Patch ได้ให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วยและ Patch ยังสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆในมหาวิทยาลัยจนประสบความสำเร็จ   สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจสามารถนำมาเป็นแรงผลักดันและให้กำลังใจกับตนเองได้
  2.    ให้ทัศนคติเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วย โดยทัศนคติของข้าพเจ้าก่อนหน้านี้คือเราต้องรักษาผู้ป่วยให้หาย โดยไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้ป่วยว่าจะเป็นอย่างไร สนใจแค่ว่าเขาเป็นผู้ป่วยและเราก็มีหน้าที่รักษาให้หาย  ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตามและไม่คิดเลยสักนิดว่าผู้ป่วยเขาต้องการอะไร

             เมื่อได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง   Patch  Adam   แล้วก็ทำให้ ทัศนคติของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปคือการที่เราจะรักษาผู้ป่วยนั้นเราต้องรักษาทั้งกายและจิตใจไปพร้อมๆกัน โดยพยายามเข้าถึงจิตใจผู้ป่วยด้วยการทำให้เขาไว้ใจและกล้าบอกปัญหากับเราได้   ไม่ใช่ใช้เพียงเทคโนโลยีมารักษาผู้ป่วยให้หายแค่นั้น   เราจะต้องเข้าถึงจิตใจและเยียวยาจิตใจของผู้ป่วยให้ดีขึ้น เมื่อผู้ป่วยมีสุขภาพจิตดีแล้วสุขภาพกายก็จะดีตามไปด้วย

      3.  จรรยาบรรณที่ข้าพเจ้าได้รับจากการชมภาพยนตร์และอ่านบทความมีดังนี้

          1) จงอย่าทำลายคนไข้ ทำให้เขาไว้ใจ

          2) เข้าถึงจิตใจคนไข้และทำให้เขามีควาวมสุข

          3) ช่วยเหล์อคนไข้ด้วยความเต็มใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา

          4) ควรรักษาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ  เพราะสุขจิตดีสุขภาพกายก็ดีไปด้วย

          5) วินิจฉัยโรคให้แน่ชัดก่อนค่อยบอกคนไข้ ถ้าแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดก็ยังไม่ควรสรุป  ควรที่จะตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าเป็นอะไรค่อยบอก ถ้ายังไม่ทราบว่าเป็นอะไร   แล้วบอกอาจทำให้คนไข้ช็อกแล้วล้มป่วยจริงก็ได้

         6) ให้กำลังใจผู้ป่วยเสมอยอมรับฟังปัญหาของเขา  แล้วาสมารถรักษาเขาได้ทั้งกายและใจรวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ

            

 

1.สิ่งที่ดิฉันประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ          ดิฉันประทับใจในตัวของ Patch Adam ที่เขามีวิธีทำให้คนไข้หายป่วยได้ทั้งร่างกายและจิตใจ  ซึ่งแตกต่างจากแพทย์ทั่วๆที่ไปจะรักษาคนไข้ที่เป็นโรคทางด้านร่างกายอย่างเดียว  ซึ่งเป็นผลทำให้คนไข้ไม่หายขาดจากโรคได้เลย  แต่การรักษาในวิธีของ Patch นั้นจะเริ่มจากการทำให้คนไข้มีความสุขหายกังวลกับโรคที่เป็นอยู่แล้วค่อยๆรักษาต่อไปจนคนไข้หายป่วย และเขายังเป็นผู้ที่มีความเสียสละช่วยเหลือผู้อื่นที่มีความเดือดร้อนจากการเจ็บไข้ได้ป่วยโดยที่ไม่แบ่งชนชั้นวรรณะเขาปฏิบัติกับทุกคนเหมือนๆกันหมด และเขายังมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีทำให้บรรยากาศการรักษาไม่ตรึงเครียดมากนัก  และสิ่งที่ดิฉันประทับใจอีกอย่างหนึ่งก็คือความมุ่งมั่นที่จะเป็นแพทย์ไม่ว่ามันจะมีอุปสรรคซักเท่าไรเขาก็ไม่ย่อท่อจนในที่สุดเขาก็ได้เป็นแพทย์อย่างเต็มตัว  2.ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ดิฉันรู้ว่าในการที่จะไปรักษาคนไข้นั้นไม่ใช้แต่มีความรู้เรื่องการรักษาโรคอย่างเดียวก็จะทำให้คนไข้หายป่วยได้แต่จะต้องเข้าถึงความรู้สึกของผู้ป่วยหรือการมองออกไปให้เขาถึงปัญหาซึ่งจะทำให้ทราบถึงสาเหตุของการป่วยและก็จะเข้าถึงวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง 3.  จากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam  ทำให้ดิฉันทราบในเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพ ว่า  การที่เราเป็นบุคคลากรทางการแพทย์นั้น  สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือชีวิตของคนไข้  เราจะต้องดูแลคนไข้อย่างสุดความสามารถ ยอมเสียสละเวลาและความสุขส่วนตัวเพื่อเอาใจใส่ดูชีวิตของคนไข้ให้ดีที่สุด และต้องดูแลคนไข้ทุกคนให้เท่าเทียมกัน  และในการดูแลคนไข้นั้นต้องดูแลทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ  ไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวไปข้องเกี่ยวกับการรักษาและไม่ถือตัว  มีความรับผิดชอบสมีระเบียบวินัย  ตรงต่อเวลา  ไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ในการรักษา จากการอ่านบทความของ  ศ.นพ. ประเวศ  วะสี  ท่านได้กล่าวไว้ว่าการเป็นบุคคลากรทางการแพทย์นั้นจะต้องมุ่งประเด็นที่จะรักษาคนไข้ให้หายขาดจากโรค  ไม่ว่าจะเป็นโรคทางด้านร่างกาย หรือว่าโรคทางด้านจิตใจก็ตาม และต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการรักษาคนไข้อย่างเต็มที่  การให้กำลังใจแก่คนไข้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้คนไข้มีความมั่นใจว่าจะหายจากโรคได้ และในการรักษานั้นเราจะต้องทำให้คนไข้เชื่อมั่นและไว้วางใจในในตัวของเราให้ได้ 

 1.สิ่งที่ประทับใจจากการที่ข้าพเจ้าได้ชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam  คือ แนวทางในการรักษาผู้ป่วยของ Patch Adam เขาไม่ได้ใช้แค่ความรู้ที่เรียนจากตำราในการรักษาผู้ป่วยเท่านั้น แต่เขายังได้ใช้จิตใจของความเป็นมนุษย์ในการเข้าถึงความรู้สึกของผู้ป่วยรักษาแผลภายในใจก่อน เพื่อให้ทั้งร่างกายและจิตใจของคนไข้พร้อมที่จะรักษาอาการป่วยในขั้นต่อไป

2.จากการชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam ทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับการเป็นแพทย์ของข้าพเจ้าเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าคิดว่าคนที่จะเป็นแพทย์รักษาคนไข้ได้ต้องเรียนเก่ง และเรียนให้จบแพทย์ศาสตร์ แต่หลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้แล้วข้าพเจ้าก็คิดว่าคนที่เป็นแพทย์นอกจากจะต้องเรียนเก่ง ต้องจบแพทย์ศาสตร์แล้วยังต้องเป็นคนที่มีจิตใตดี มีความเป็นมนูษย์อยู่ในตัวเองสูง เพื่อให้เข้าใจจิตใจของผู้อื่น ซึ่งก็ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ร่วมงานคนอื่นๆด้วย

3.หากข้าพเจ้าเป็นแพทย์นั้น นอกจากที่ข้าพเจ้าจะต้องตั้งใจศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการเรียนวิชาแพทย์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เพราะหากเกิดความผิดพลาดก็หมายถึงชีวิตของคนไข้แล้ว ข้าพเจ้ายังต้องมีหัวใจที่รักในวิชาชีพนี้และมีความเข้าใจในจิตใจของคนที่อยู่รอบข้าง โดยเฉพาะจิตใจของคนไข้ คนไข้แต่ละโรคแต่ละอาการก็มีความแตกต่างกันไป หากเราเข้าใจสาเหตุที่ทำให้จิตใจของคนไข้เสื่อมถอย ซึ่งจิตใจที่เสื่อมถอยทำให้โรคบางอย่างกำเริบได้ เราก็สามารถยับยั้งความรุนแรงของโรคนั้นและสามารถช่วยชีวิตของคนไข้ได้ และนี่ก็คือ "จรรยาบรรณวิชาชีพ"ในความคิดของข้าพเจ้าหลังจากชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam และจากการอ่านบทความของ น.พ.ประเวศ วะสี

 นางสาวธารารัตน์  สมชื่อ รหัส 49662025

1.สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดจากการชมเรื่องPatch  Adam  คือแนวทางในการรักษาผู้ป่วยของPatch     ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาที่ไม่ใช่แค่เพียงรักษาด้านสภาพร่างกายเท่านั้น  แต่ยังเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยด้วย  การรักษาผู้ป่วยของPatchนั้นทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคภัยต่างๆให้หายไป  อาทิเช่น เด็กที่นอนไม่สบาย Patchก็ทำให้เด็กเหล่านั้นลุกขึ้นมานั่งหัวเราะได้เหมือนเช่นคนปกติทั้งที่ทางด้านสภาพร่างกายนั้นไม่สบาย  และผู้ป่วยที่นชอบขว้างปาข้าวของตะโกนด่าพยาบาล   Patchก็หาวิธีทำให้เขาเลิกพฤติกรรมนั้นโดยการเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกต่อสู้กับโรคร้ายจนถึงวินาทีสุดท้ายของความตาย            แนวทางในการรักษาผู้ป่วยของPatchนั้นก็เหมือนกับการมองนิ้วที่มี 4 นิ้วว่ามี 8 นิ้วคืออย่ามองเฉพาะตัวปัญหาแต่ให้มองหาแนวทาวใหม่  จงหาสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น หาสิ่งที่ลึกลงไป หาสิ่งอื่นที่ดีกว่าแล้วจะพบแนวทางที่ดีที่สุด

2.ภาพยนต์เรื่องPatch Adam ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ดิฉันคิดว่าการทำงานทางด้านการแพทย์นั้นผู้ที่จะสามารถมาทำได้ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้มาก มีความเก่งความเฉลียวฉลาดกว่าใครๆ จึงทำให้ผู้อื่นหายจากโรคภัยต่างๆได้และคิดว่าอาการเจ็บป่วยของคนเรานั้นเกิดเนื่องจากความผิดปกติของสภาพร่างกายเพียงอย่างเดียวทำการรักษาตามทฤษฏีที่ได้เรียนมาก็ทำให้หายได้  แต่เมื่อได้มาชมภาพยนต์เรื่องPatch Adam แล้ว ทัศนคติของดิฉันก็เปลี่ยนไปคือทำให้เข้าใจอะไรๆหลายอย่างมากขึ้น เช่น การที่จะเป็นผู้ที่ทำงานด้านการแพทย์นั้นต้องมีความรู้มากเพียงอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีคูณธรรมประกอบไปด้วยในการรักษา   และอีกอย่างหนึ่งก็คือเข้าใจว่าอาการเจ็บป่วยของคนเรานั้นบางครั้งไม่ได้มาจากความผิดปกติทางด้านร่างกายเท่านั้นแต่อาจมาจากจิตใจข้างในของผู้ป่วย  ซึ่งทำให้ดิฉันเกิดความคิดว่าการมองแค่เพียงสิ่งๆเดียวบางครั้งก็ไม่ทำให้เราพบเจอปัญหาที่แท้จริง เราควรที่จะหัดมองสิ่งต่างๆในหลายๆด้านหลายๆมุมเพื่อที่เราจะได้พบเจอตัวปัญหาที่แท้จริงแล้วทำการหาแนวทางในการแก้ไขได้อย่างวิธีและถูกต้องโดยที่ไม่ทำให้เสียเวลามาก

3. จรรยาบรรณวิชาชีพ

จากการชมเรื่อง Patch Adam คำว่าจรรยาบรรณวิชาชีพตามความเข้าใจของดิฉันคิดว่า ในการประกอบวิชาชีพนั้นควรที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด คิดเสมือนกับว่าผู้ป่วยนั้นเป็นญาติของเราคนหนึ่งทำการรักษาผู้ป่วยจนสุดความสามารถ ทำให้ผู้ป่วยหายจากสภาพอาการเจ็บป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ  โดยไม่เลือกว่าผู้ป่วยนั้นจะเป็นคนรวยหรือคนจนทุกคนมีสิทธิในการรักษาเท่าเทียมกัน 

จากบทความของนายแพทย์ประเวศ วะสี จรรยาบรรณวิชาชีพคือ  การหาแนวทางในการรักษาผู้ป่วยอย่างต็มที่อยู่ภายใต้คุณธรรมและจริยธรรมไม่นำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด  เพราะหมอเป็นผู้ที่ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากอาการเจ็บป่วยทำให้ผู้ป่วยมีความหวังและยืดชีวิตของผู้ป่วยต่อไป  การรักษาผู้ป่วยก็เหมือนกับการศึกษาโรคๆหนึ่งของหมอใ นการรักษาผู้ป่วยนั้นหมอไม่ใช่แต่เพียงจะเน้นไปที่สภาพร่างกายเพียงอย่างเดียวแต่ควรศึกษาด้านจิตใจของผู้ป่วยด้วยเพราะร่างกายมีความสัมพันธ์กับจิตใจ ตัวอย่างเช่น มีหมอตรวจหาสาเหตุของโรคไม่พบแล้วก็ดุผู้ป่วยว่าแกล้งทำ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเสียใจมากซึ่งนี้ถือว่าผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ นอกจากนี้แล้วควรที่จะให้กำลังใจกับผู้ป่วย ทำการแนะนำส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีให้กับทุกคน

 จากที่กล่าวมาสามารถสรุปจรรยาบรรณวิชาชีพดังนี้

1. รักษาผู้ป่วยจนสุดความสามารถ

2. มีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่

3.ทำการรักษาผู้ป่วยให้เท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจนเพราะทุกคนคือผูป่วย

4.ประพฤติตนให้อยู่ในคุณธรรมจริยธรรมไม่ทำผิดกฎของการแพทย์

5. มีความเสียสละสูง ซื่อสัตย์ อดทน

 

1. สิ่งที่ดิฉันประทับใจที่สุดในภาพยนตร์เรื่อง Pacth Adam คือความมีจรรยาบรรณวิชาชีพทางการแพทย์ของเขาที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ป่วยการรักษาผู้ป่วยอย่างมีความตั้งใจ มุ่งมั่นและเชื่อมั่นในอุดมการณ์และประสบการณ์ของตนอย่างไม่ย่อท้อและไม่อายใคร มีแนวคิดที่จะรักษาผู้ป่วยแตกต่างไปจากแพทย์คนอื่นที่มุ่งเน้นการรักษา วินิจฉัยทางร่างกาย กายวิภาคเพียงอย่างเดียว แต่ความเจ็บปวดนั้นยังมีสาเหตุทางจิตใจแลทางสังคมอีกด้วย การเข้าถึงจิตใจ ความรู้สึกและความต้องการของผู้ป่วย การสัมผัสคลุกคลีกับผู้ป่วยโดยไม่แสดงอาการรังเกียจ ดูแลรักษาทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกันของ Pacth ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพดีขึ้นซึ่งเป็นที่น่าปฏิบัติเป็นแบบอย่างและน่ายกย่องอย่างยิ่ง

2. ภาพยนตร์เรื่อง Pacth Adam นี้ได้เปลี่ยนทัศนะคติของดิฉันไปเลย จากที่เมื่อก่อนคิดว่าการที่จะเป็นแพทย์ได้จะต้องเรียนเก่งอย่างเดียว ท่องตำราไม่สนใจผู้อื่นแต่หลังจากได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วทำให้ดิฉันมองเห็นว่าการเป็นแพทย์มิได้เรียนเก่งอย่างเดียวแต่จะต้องมีจิตใจที่ดี  ใส่ใจผู้อื่นมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีทั้งต่อผู้ป่ายและเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สงสาร เมตตาและที่สำคัญต้อมีจรรยาบรรณในวิชาชีพนั้นด้วยอย่างการกระทำของ Pacth ในภาพยนตรืเรื่องนี้

3. จากการที่ได้ชมภาพยนตร์การจะเป็นแพทย์จะต้องมีความรู้เข้าใจในวิชาชีพทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎีอย่างถ่องแท้เพื่อไม่มีความผิดพลาด และที่สำคัญแพทย์จะต้องตรงต่อเวลามีความรับผิดชอบสูง รักษาผู้ป่วยด้วยความรู้ความสามารถทั้งทางด้านและจิตใจไปพร้อมๆกัน

    จากการอ่านบทความทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ของ น.พ.ประเวศ  วะสี จะเห็นว่าการแพทย์จะเกี่ยวข้องอยู่กับโรคที่นิยามไว้คือโซน1 การเป็นโรคที่รู้สาเหตุ โซน2 โรคที่ไม่รู้สาเหตุที่นำไปสู่การรักษาผิดและไม่หาย โซน3 การมีสุขภาพดี แต่พบว่าปัจจุบันแพทย์สนใจอยู่กับโรคอย่างเดียวสนใจด้านสุขภาพน้อยมากทำให้แพทย์ตกอยู่ในสถานะตั้งรับรอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยรักษาด้วยเทคโนโลยี ในขณะที่การหายจากโรคสว่นใหญ่เกิดจากการที่ผู้ป่วยได้รับการดูแลเอาใจใส่ทางกายภาพ จิตใจ สังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปจะเห็นว่า ทฤษฎีโรคกับทฤษฎีสุขภาพนำไปสู่เวชปฏิบัติที่แตกต่างกันเราในฐานะบุคคลากรทางการแพทย์ต้องมีความรู้ความเข้าใจและให้ความสำคัญในด้านนี้อย่างมากเพื่อนำไปสู่การรักษาและปฏิบัติได้ถูกวิธี ในเรื่องของภารกิจ เครื่องมือเครื่องใช้ บทบาทของคนทั้งมวลที่เกียวข้อง แพทย์และบุคคลากร ที่จะช่วยส่งเสริม รักษาสุขภาพได้ 

1.) สิ่งที่ประทับใจที่สุดหลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่อง patch Adam คือ ...

    1. บุคลิกของตัวละคร คือ Patch Adam เพราะเขาเป็นคนที่มองโลกอย่างอิสระ มองอย่างแท้จริง มองปัญหาที่ต้นเหตุและกล้าที่จะทำในสิ่งที่ท้าทายและคิดว่าถูก ซึ่งดูจากการพยายามค้นหาตนเองว่าชอบและตั้งใจทำสิ่งไหนเมื่อพบแล้วก็พยายามทำในสิ่งที่ตนตั้งใจไม่ว่าจะต้องพบกับปัญหามากมายก็ตาม โดย Patch Adam อยากเป็นแพทย์และรักษาผู้ที่ป่วยได้ช่วยเหลือผู้ที่มีความทุกข์เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะประสบความสำเร็จไม่ว่าจะต้องพบกับอุปสรรคก็ตาม

   2. วิธีการรักษาของ Patch Adam การรักษาของเขาจะเป็นการรักษาภายในจิตใจ เขาจะเอาใจใส่กับผู้ที่มารับการรักษาโดยคิดเสมอว่าผู้ที่มารับการรักษาเป็นเสมือนญาติพี่น้องของตน ทุกคนมีความสำคัญ ให้การรักษาอย่างจริงใจทั้งทางจิตใจและเครื่องมือทางการแพทย์เพราะการรักษาทั้งสองอย่างนี้ต้องควบคู่กันไปเสมอถ้าร่างกายดีขึ้นแต่จิตใจยำแย่ก็จะทำให้เป็นโรคอีกไม่จบสิ้น

2.)จากภาพยนต์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปคือ...

     จากเดิมข้าพเจ้าจะมองการรักษาเป็นหน้าที่และบุคลากรที่ทำการรักษาต้องเป็นคนเก่งมากๆมีความสามารถจำทุกสิ่งทุกอย่างทางการแพทย์อย่างไม่ผิดพลาดโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ที่มารับการรักษาก็ได้ เพียงแต่รักษาหายแล้วก็เสร็จหน้าที่ ไม่หายก็รักษาต่อไปเท่านั้น ซึ่งทัศนคติของข้าพเจ้าได้เปลี่ยนไป คือทำให้มองการรักษาอีกมุมมองหนึ่งการเป็นแพทย์และบุคลากรทางการรักษานั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างนอกเหนือจากความเก่งแล้วนั่นก็คือการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้มารับการรักษาเพราะการรักษาทางกายอย่างเดียวไม่อาจช่วยให้ผู้รับการรักษาหายขาดจากโรคนั้นได้หากผู้ที่รับการรักษาไม่มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคนั้นๆ

3.) จรรยาบรรณของวิชาชีพจากการชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam และ จากการอ่านบทความของ ศ.นพ.ประเวศ  วะสี คือ...

      1. การเป็นแพทย์ไม่จำเป็นต้องมีบุคลิกภาพที่ดูดีตลอดเวลาเพราะแพทย์ไม่ใช่พระเจ้า ไม่ใช่ผู้วิเศษแต่ควรคิดว่าคุณเป็นเพียงผู้ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์

      2. การมองผู้ที่มารับการรักษาควรเปรียบว่าเขาเป็นเสมือนญาติของตนควรเอาใจใส่ทั้งทางกายและจิตใจ

      3. มีใจรักในวิชาชีพนี้อย่างจริงใจ เพราะวิชาชีพนี้เป็นวิชาชีพที่ต้องเสียสละมาก

      4. มีความรับผิดชอบต่องานที่ทำและตั้งใจทำให้ดีที่สุด

      5. การรักษาไม่ใช่มองแต่รอยโรคที่เกิดเพราะโรคบางโรคก็เกิดที่สภาพจิตใจเพราะฉนั้นผู้รักษาควรที่จะเอาใจใส่ในสภาพจิตใจด้วย

      6. ผู้ที่ทำงานในวิชาชีพนี้ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา เพราะเพียงไม่กี่วินาทีก็อาจเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตได้

"ไม่มีความสุขใดยิ่งใหญ่เท่ากับที่ได้ทำให้ผู้อื่นเป็นสุข"

โดย นางสาว ทิมาพร เสือครุธ ชั้นปีที่1 รหัส 49660410

ข้อ 1.  ความประทับใจ : สิ่งที่ดิฉันประทับใจในภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam คือ การที่เราทำความฝันของเราให้เป็นจริง รู้ว่าเราต้องการทำอะไร อย่าง Patchจะเห็นว่าอายุไม่ได้มีผลต่อการเรียนแพทย์ของเขาแต่อย่างใด เพราะเขามีความตั้งใจจริง รวมถึงการที่Patchนั้นมีวิธีรักษาผู้ป่วยก็ไม่เหมือนกับแพทย์คนอื่นที่รักษา Patch จะรักษาคนป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เข้าใจผู้ป่วยอย่างแท้จริงว่าผู้ป่วยต้องการอะไร และไม่สนใจว่าผู้ป่วยคนนั้นเป็นใคร ทุกคนถือว่าเป็นเพื่อนกัน เป็นญาติกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยมีความสนิทสนมกัน ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยนั้นมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บข้อ 2.  ทัศนคติเมื่อชมภาพยนตร์ไปแล้ว : หลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์แล้วทำให้ดิฉันรู้สึกว่าการเรียนในสายวิชาชีพทางการแพทย์นี้ไม่ใช่เพียงแต่ตั้งใจเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้รักษาผู้ป่วยอย่างเดียว แต่เรายังต้องนึกถึงสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วยการเข้าถึงผู้ป่วย อีกทั้งในการไปทำงานแล้วอย่าคิดว่าเราเรียนจบในสายวิชาชีพนี้แล้วจะมีเงินเดือนสูง มีความมั่นคงต่ออนาคตข้างหน้า แต่ทำให้เราคิดได้ว่าเราควรทำประโยชน์เพื่อสังคมถึงแม้จะไม่ได้ค่าตอบแทนเลยก็ตาม เพราะสายวิชาชีพนี้เป็นสายวิชาชีพที่ช่วยเหลือคนในสังคมข้อ 3. ความรู้เรื่อง จรรยาบรรณวิชาชีพ                จากบทความศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี ทำให้รู้ว่าการรักษาผู้ป่วยจะรักษาแค่ร่างกายอย่างเดียวไม่ได้ ไม่ใช่ว่าตรวจโรคไม่พบก็บอกว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นอะไรแต่จริงๆแล้วผู้ป่วยอาจมีอาการมาจากทางใจ เช่นเครียด ซึ่งตรงนี้วงการแพทย์ควรหันมาศึกษาการรักษาทางด้านร่างกายควบคู่ไปกับจิตใจด้วย                จากภาพยนตร์ เราควรนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน มีความเข้าใจและเอาใจใส่ผู้ป่วยเหมือนญาติของเราอย่างแท้จริง อีกทั้งเราต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่ และเราต้องเป็นผู้ที่มีความตรงต่อเวลาเพราะหากเราไม่ตรงต่อเวลาผู้ป่วยก็จะต้องทนต่อวามเจ็บปวดออกไปอีก    

 

ข้อที่1. สิ่งที่ดิฉันประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ การเดินตามความฝันและทำสิ่งที่ฝันให้เป็นจริงด้วยความตั้งใจ แม้จะประสบปัญหาก็ไม่หวั่นไหว ก้าวตามความฝันไปอย่างไม่ย่อท้อและไม่กลัวต่อการเปลี่ยนแปลงความคิดของการรักษาทางการแพทย์ซึ่งเป็นความคิดดั้งเดิมที่ยึดปฏิบัติกันมานาน เมื่อพบว่าสิ่งที่ปฏิบัติมานั้นมันไม่เพียงพอต่อการรักษา ไม่รักษาผู้ป่วยเพียงเพราะว่ามันเป็นหน้าที่ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับตนเอง ไม่เห็นผู้ป่วยเป็นคนอื่น แต่รักษาผู้ป่วยด้วยใจที่รักต่อวิชาชีพทางการแพทย์  ไม่เห็นแก่ค่าตอบแทนเป็นสำคัญ มองเห็นผู้ป่วยเป็นเหมือนญาติมิตร เพื่อนสนิทหรือคนรู้จักกัน ไม่รักษาเพียงร่างกายที่เจ็บป่วยจนลืมเยียวยาจิตใจซึ่งเจ็บป่วยไปตามร่างกายด้วย  ข้อที่2. ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ทัศนคติเรื่อง การวางตัวของแพทย์ของดิฉันเปลี่ยนไปคือ ก่อนนั้นเคยเข้าใจว่าแพทย์ต้องมีบุคลิกเงียบขรึม วางตัวสันโดษ ไม่ค่อยพูดจา ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย เพราะจะถูกมองว่าวางตัวไม่เหมาะสม ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้ป่วย ผู้ป่วยจะไม่ไว้ใจ ไม่กล้าฝากชีวิตไว้ให้รักษา แต่ความจริงการวางตัวเช่นนั้นเปรียบเสมือนการสร้างกำแพงกั้นไว้ เพื่อเว้นระยะห่างระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยทำให้เกิดความห่างเหิน มองปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่ชัดเจน ไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าที่จะบอกสิ่งที่ต้องการกับแพทย์ ในทางตรงกันข้ามภาพยนตร์เรื่องนี้สื่อให้เห็นว่าแพทย์ที่ผู้ป่วยต้องการนั้น ไม่ใช่แค่มีความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย รักษาผู้ป่วยทุกวิถีทางโดยไม่ต้องสร้างภาพให้ดูน่าเชื่อถือข้อที่3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์  และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ  ทำให้ทราบว่าการประกอบอาชีพทางการแพทย์นั้นมิใช่เพียงการรักษาร่างกายเท่านั้นแต่ต้องรักษาจิตใจควบคู่กันไปด้วย ไม่วินิจฉัยโรคเฉพาะอาการที่ปรากฏทางกาย ไม่ตรวจรักษาด้วยเทคโนโลยีเท่านั้นแต่ต้องอาศัยจิตใจ ร่างกาย สังคม และสิ่งแวดล้อมมาช่วยรักษา ควบคุมและป้องกันโรค ต้องเสียสละและซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ       
ข้อ 1.        สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจที่สุดหลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam    คือ     เรื่องจิตใจของ Patch Adam    จิตใจที่มีแต่ความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์    ไม่หยิ่งทะนงตัวว่าตัวเราเป็นแพทย์ต้องดีที่สุดและอยู่เหนือผู้อื่น     Patch  สามารถเข้าถึงความต้องการของคนไข้ว่าคนไข้ต้องการสิ่งใด      การพูดคุยกับคนไข้เหมือนเป็นเพื่อนของเค้า    ทำให้คนไข้รู้สึกไว้วางใจและมีกำลังใจในการที่จะรักษาตนให้หายป่วย                   การรักษาคนไข้ของ Patch ไม่เพียงแต่จะทำให้คนไข้หายป่วยแค่กายแต่สภาพจิตใจของคนไข้ที่ป่วยก็หายด้วย      Patch มีความตั้งใจจริงในการรักษา   ในปัจจุบันน้อยมากที่เราจะเห็นผู้ป่วยพูดคุยกับแพทย์ที่ถามถึงอาการของเค้าอย่างมีความสุข    Patch ให้ความสำคัญทุกการกระทำทุกคำพูดของคนไข้   สามารถทำให้คนไข้หายวิตกกังวลจากโรคที่เป็นอยู่   สามารถทำให้คนไข้มีความสุขได้แม้จะนอนบนเตียง    และรู้สึกว่าตนเองไม่ถูกทอดทิ้ง    มีกำลังใจที่พร้อมจะเผชิญกับโรคและอยากหายป่วย  ซึ่งในปัจจุบันเราจะหาคนประเภทนี้ได้น้อยมากเพราะโลกของเรามีแต่การแข่งขันกัน     ทำให้มนุษย์ใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่นจึงลดน้อยลงความเห็นแก่ตัวมีมากขึ้น  ข้อ 2.        ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับเรื่อง  ปณิธานในการเรียนเพื่อประกอบอาชีพของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปมาก    ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าอยากเรียนเพราะจบแล้วอยากมีงานที่ดี     มีอาชีพที่มั่นคง   มีเงินเดือนพอใช้ในแต่ละเดือน   แต่ขณะนี้ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นที่จะรักษาผู้ป่วยด้วยใจจริง      อยากประพฤติตนให้ได้แค่เสี้ยวหนึ่งของการกระทำและความรู้สึกของ  Patch Adam     ซึ่งก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าและคนส่วนมากมักมองแค่เพียงตัวเราเอง     ความสุขความสบายก็ขอให้มีที่เรา     มองเพียงเพื่อจะหาประโยชน์ใส่ตัวโดยมิคำนึงถึงผู้อื่น    ซึ่งไม่เคยรู้ตัวเลยว่าในขณะที่เราสบายหรือกำลังยิ้มมีคนเดือดร้อนอีกมากที่กำลังทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยและกำลังรอการรักษา       ตอนนี้ปณิธานในชีวิตของข้าพเจ้าได้เปลี่ยนไป     ความตั้งใจจริงที่จะทำเพื่อส่วนรวมเพื่อสังคมมีมากขึ้น      ข้าพเจ้าต้องการเห็นผู้ป่วยหายจากโรคและสามารถเดินยิ้มกลับบ้านอย่างมีความสุข       แม้ข้าพเจ้าจะเป็นเพียงบุคลากรเพียงคนหนึ่งทางการแพทย์แต่ข้าพเจ้าพร้อมที่จะอุทิศตน   ยอมเสียสละเวลา    สละความสุขส่วนตนเพื่อมาทำประโยชน์กับผู้ป่วยที่รอความช่วยเหลือจากข้าพเจ้าอยู่       ข้าพเจ้าจึงตั้งใจไว้ว่า   ถ้าข้าพเจ้าเรียนจบ ข้าพเจ้าพร้อมที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในชนบทที่ห่างไกลและขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์    ไปช่วยเหลือผู้ยากไร้และขาดความรู้ด้านสุขภาพ     ข้าพเจ้ามีความตั้งใจเต็มเปี่ยมและจะตั้งใจเรียนเพราะพวกเขาเหล่านั้นกำลังรอคอย......   ข้อ 3.        ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์และจากการอ่านบทความของ        อ.  ประเวศที่ข้าพเจ้าสกัดได้ คือ      แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนควรปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังและความสามารถเพื่อสังคมไทย       เนื่องจากปัจจุบันในสังคมไทยประชาชน       ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ด้านสุขอนามัย     ทำให้มีการป้องกันโรคต่างๆน้อยจึงเกิดโรคติดต่อต่างๆจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งและแพร่กระจายไปสู่สังคมได้ง่าย                      ถึงแม้ว่าวงการแพทย์จะเจริญก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพมากแต่ปัญหาทางด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนก็ยังคงเพิ่มขึ้น      แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มีจำนวนจำกัด   เราในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของผู้มีส่วนในการรักษาผู้ป่วยควรเสียสละ   อุทิศเวลา กำลังกาย   ใจ   ให้กับผู้ป่วย  และมีความอดทน     ยอมทำงานหนักเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้ทุกโอกาสและไม่ดูถูกผู้ป่วย    ให้ความเคารพ          อ่อนน้อมถ่อมตน     ไม่เลือกปฏิบัติให้ความเสมอภาคกับบุคคลทุกฐานะ   ไม่เย่อหยิ่งหรือวางอำนาจ  พูดจาไพเราะ  ซื่อสัตย์สุจริต    รักสถาบัน      สำคัญที่สุดคือเราต้องมีความเมตตากรุณา      ประพฤติตนให้เหมาะสมกับการเป็นบุคลากรทางการแพทย์     ให้ผู้ป่วยมั่นใจและไว้วางใจที่จะรับการรักษาจากเราเพื่อจะได้หายจากความทุกข์ทรมานจากโรคที่เผชิญ จุดมุ่งหมายของงาน              เมื่อทำงานต้องมุ่งถึงจุดหมายที่แท้ของงาน งานจึงจะสำเร็จได้รับประโยชน์ครบถ้วน ทั้งประโยชน์ของงานและประโยชน์ของผู้ทำ   ถ้าทำงานเพื่อจุดมุ่งหมายอื่นๆ เช่นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แม้จะได้ผลมากมายเพียงใด งานก็ไม่สำเร็จ แต่ทำให้เสียทั้งงานเสียทั้งคน.. พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   

 

  • นางสาวชินาภรณ์ แก้วคง ชั้นปีที่1 รหัสนิสิต 49660267
    IP: xxx.7.150.106
    เขียนเมื่อ 

1.สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจหลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam  คือ...

Patch Adam  มีเเนวทางในการรักษาที่เป็นแบบฉบับของตนเอง  ถึงแม้ว่าแนวทางในการรักษาของเขาจะแหวกแนว  แต่ไม่ใช่การรักษาที่อยู่แค่ในตำราของการแพทย์ Patch Adam ยังใช้จิตใจควบคู่กับความรู้สึกในการรักษา แม้ว่าบางครั้งจะมีปัญหาเข้ามาแต่เขาก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง และในสิ่งต่างๆที่ Patch Adam ไปในการรักษาดูแลผู้ป่วยเขาทำโดยไม่ได้อายต่อการกระทำที่เขาได้ทำลงไป เขารู้สึกอะไรเขาก็ทำตามที่เขารู้สึกในการกระทำของเขาPatch Adam จึงเป็นบุคคลในทางการแพทย์อีกคนหนึ่งที่น่ายกย่อง สรรเสริญ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยความเต็มใจและเหมาะสมในทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่ง

2.หลังชมจากภาพยนตร์ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของข้าพเจ้าคือ...

การที่เราจะมาปฎิบัติหน้าที่เกี่ยวกับทางการแพทย์เราต้องมีจรรยาบรรณต่อหน้าที่นี้  จากแต่ก่อนที่หนูคิดว่าการที่เราจะเข้ามาทำอาชีพเกี่ยวกับการแพทย์นี้เราต้องมีความรู้ต้องเรียนเก่งอย่างเดียว  เรื่องอื่นค่อยปฏิบัติตามทีหลัง แต่หลังจากที่หนูได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่นั้น มันทำให้ทัศนคติของหนูเปลี่ยนไปอย่างมาก ทำให้หนูได้เข้าใจว่าการที่เราจะมาปฏิบัติหน้าที่ทางสายการแพทย์นี้ไม่ใช่ว่าจะมีความรู้เรียนหนังสือเก่งอย่างเดียว  เราต้องมีจิตใจมีความรู้สึก เข้าถึงผู่ป่วยเป็นอย่างดี และรับผิดชอบในหน้าที่ต่างๆ ไม่เกี่ยงงานไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน เพราะถือว่าเราได้ช่วยชีวิตคนอื่นแล้วและสิ่งที่เราทำนั้นมันมีความสุขดูแลเขาช่วยเหลือเขาแล้วเราสบายใจ เพราะอย่างนี้ทำให้หนูได้เข้าถึงจรรยาบรรณของวิชาชีพจริงๆ  และหนูก็เชื่อว่าทุกอาชีพ ทุกหน้าที่ก็ต้องมีด้วยเช่นกัน 

3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพคือ...

จากที่หนูได้ชมภาพยนตร์และการอ่านบทความของศาสตราจารย์ น.พ. ประเวศ  วะสี  ทำให้หนูได้รู้ว่าจรรยาบรรณวิชาชีพในหน้าที่ของเรานั้นคือเราต้องรักษาผู้ป่วยให้หายควบคู่ไปกับเราต้องดูแลทั้งจิตใจเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยควบคู่ไปตามๆกันไม่ใช่แค่จะรักษาอย่างเดียว  เราต้องรักษาผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป

  • แพทย์ต้องดูแลผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ
  • แพทย์ต้องเสียสละส่วนตนเพื่อส่วนรวม
  • แพทย์ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบของตนไม่เกี่ยงงาน
  • แพทย์ไม่ถือตัว ไม่หยิ่ง คิดว่าตนเองเป็นคนสูงส่ง
  • แพทย์รับผิดชอบในหน้าที่การงานสูง

และสิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องปฏิบัติหน้าที่ของเราด้วยความเต็มใจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

โดยนางสาวชินาภรณ์   แก้วคง

นิสิตชั้นปีที่ 1  รหัสนิสิต 49660267

1 .  ความประทับใจ 

-  ในความมีน้ำใจของ patch  adum ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน   เพราะถ้าทุกคนมีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกันแล้วจะทำให้สังคมสงบสุข

-  ความมุ่งมั่นตั้งใจ  ของpatch  adam ในการที่จะช่วยเหลือคนอื่นและในการที่จะทำอาชีพนั้น ๆ  เพราะถ้าทุกคนมีความตั้งใจแล้วคิดจะทำอะไรก็ถือว่าสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง

2.  ทัศนคติจากภาพยนต์

-  เดิมทีหนูไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้าเรียนคณะนี้หรือเรียนที่นี่เลย  แต่เป็นเพราะเหตุบังเอิญ  แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะเรียนให้จบแล้วทำงานหาเงินเท่านั้น

-  ตอนนี้หนูคิดว่าการเรียนเพื่อนให้จบนั้นไม่ใช่แล้ว  หนูมาเรียนเพื่อที่จะได้รับความรู้และประสบการณ์ซึ่งการได้เกรดดี ๆ อาจไม่รู้สึกถึงมัน

3.  ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ

-  จากที่ได้ศึกษามา  คิดว่าการที่จะปนะกอบวิชาชีพนั้น ๆ อย่างน้อยที่สุดต้องรักในอาชีพนั้น  ใช่เพียงเรียนจบแล้วได้เกียรตินิยมแต่ไม่สามารถเข้าใจการทำงานหรือไม่สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้ คนที่มีคุณสมบัติเป็นแพทย์ใช่ต้องเรียนเก่งอย่างเดียว ความมีน้ำใจ ความเสียสละ  ความมุ่งมั่น  ความอดทน  สิ่งเหล่านี้ควรจะมีด้วย หนูชอบเรื่อง  patch adam มากเลย เพราะส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างในหนังเลย

  • ความประทับใจในตัวของ Patch Adam  ชอบมากที่เค้าเป็นตัวของตัวเองมองโลกหลากหลายแง่มุม มีความป็นอัฉริยะภาพในตัวเอง ทำในสิ่งที่คนอื่นซึ่งมองไม่เห็นแต่ตัวเค้าเองกลับทำและได้เป็นผลสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การรักษาผู้ป่วยซึ่งรักษาทางกายอย่างเดียวคงไม่พอและเค้าก็รักษาทางใจไปพร้อมๆกัน ความเป็นตัวเองนี้เค้าแสดงออกมาซึ่งความรักปนไปพร้อมกับความสุขที่เค้าได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ แต่ที่สำคัญ ความเสียสละของเค้านี้สิมันช่างน่าประทับใจยากที่จะลืมเลือนได้ 
 
  • ทัศนคติที่เกิดขึ้นหลังจากการดูภาพยนตร์เรื่องนี้  ทำให้รู้ว่าโลกนี้มีมุมน่ามองอีกหลายด้านแม้แต่เรื่องที่ทุกคนไม่อยากจะสัมผัสสักเท่าไหร่นักก็เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บนี่แหละคะ ยังมีคนทำให้เรารู่ว่าไม่มีหมอแค่อยากจะโกยเอาเงินของผู้ป่วยและแค่รักษาเท่านั้น  แต่ยังมีหมอที่อาใจใส่ดูแลคนไข้ด้วยความรักและความปรารถนาดีเปรียบเสมือนดังพ่อแม่ของตนภาพยนตร์ เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปมาก การที่เราเก่งคิดแค่ว่ารักษาไปตามหน้าที่เท่านั้นเป็นอะไรที่ดูแล้วแย่ที่สุด แต่เค้าคนนี้กลับพูดคุยกับผู้ป่วยด้วยความจริงใจ นี่และที่เรียกกันว่า บำบัดทางใจการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าว่าเป็นสิ่งสำคัญมากในช่วยเหลือผู้ป่วยคะ
 
  • จรรยาบรรณของวิชาชีพจากการชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam และ จากการอ่านบทความของ ศ.นพ.ประเวศ  วะสี คือ...การที่เราประกอบอาชีพอะไรก็ตาม เราเป็นผู้ที่ต้องคอยดูแลและรักษาผู้ป่วยแล้วละก็เราควรจะมีจิตใต้สำนึกในอาชีพการงานของเราการมองผู้ที่มารับการรักษาควรเปรียบว่าเขาเป็นเสมือนญาติของตนควรเอาใจใส่ทั้งทางกายและจิตใจ  มีใจรักในวิชาชีพนี้อย่างจริงใจ เพราะวิชาชีพนี้เป็นวิชาชีพที่ต้องเสียสละมากและควรจะตรงต่อเวลาด้วย  มีความรับผิดชอบต่องานที่ทำและตั้งใจทำให้ดีที่สุด
 

   1.สิ่งที่ประทับใจจากเรื่อง patch  Adam คือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งมาจากชีวิตของหมอคนหนึ่งที่มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ยึดถือในกฎเกณฑ์จนลืมไปว่าความเป็นจริงหมอมีหน้าที่สำคัญ คือ ช่วยเหลือชีวิตคนให้เค้ากลับมามีสุขภาพที่ดีเหมือนเดิม หรือไม่ก็ช่วยมอบความสุขเล็กๆน้อยๆแก่เค้า ให้กำลังใจเค้า ไม่ใช่เพียงแต่ตรวจและให้ยารักษาตามหน้าที่ของหมอเท่านั้น เพราะยามันช่วยรักษาได้แค่เพียงร่างกายเท่านั้น ไม่สามารถรักษาจิตใจให้ดีได้ แต่ patch นอกจากเค้าจะตรวจอาการคนไข้ รักษาความเจ็บป่วยของคนไข้ เค้ายังซักถามอีกว่าคนไข้ชอบอะไร มีความใฝ่ฝันที่ยังไม่ได้ทำบ้างและเค้าก็ช่วยทำความต้องการของคนไข้เป็นจริงได้ patch ไม่ได้ต้องการจะแหกกฏเกณฑ์ที่มีมาช้านาน แต่การกระทำต่างๆนั้นเชื่อว่าเค้าต้องการสร้างความสุขให้กับคนไข้ด้วย อย่างน้อยการกระทำของเค้าก็ช่วยให้สภาพจิตใจคนไข้ดีขึ้น และทำให้การรักษาตัวในโรงพยาบาลของพวกเขาไม่น่าเบื่อ ไม่เงียบเหงาเหมือนที่เคยเป็น patch ทำให้ดิฉันประทับใจมาก สามารถพูดได้ว่าเค้าเป็นหมอที่มีวิธีการรักษาโรคที่แตกต่างจากคนอื่นๆ หมอทั่วไปที่เราเห็นส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้เค้ารักษาทั้งโรคและจิตใจของคนไข้ด้วยยาเท่านั้น แต่เรื่องนี้ patch เค้ารักษาโรคคนไข้ด้วยยาแต่ในขณะเดียวกันนั้นเค้าก็รักษาจิตใจที่เศร้าหมอง เงียบเหงาตอนอยู่โรงพยาบาลของคนไข้ด้วยความสุขที่เค้าสร้างขึ้นมากับมือ ทำให้รู้สึกว่าการนอนโรงพยาบาลไม่ได้แย่อย่างที่คิด

2.จากเรื่องนี้ ทำให้ทัศนะคติเกี่ยวกับหมอเปลี่ยนไปมาก คือ แต่ก่อนเมื่อเราพูดถึงคำว่าหมอเราก็มักจะนึกถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูนิ่งๆ เงียบๆ มีความน่าเชื่อถือ พูดน้อย ทำอะไรก็ต้องดูดีถูกระเบียบทุกอย่าง ซึ่งมีหน้าที่ที่สำคัญ คือ รักษาโรคของคนไข้ ไม่ค่อยจะมาสนใจเรื่องเกี่ยวกับตัวคนไข้มากเกินกว่า ความดันเป็นไง มีไข้หรือเปล่า อาการของคนไข้เป็นยังไง มีความผิดปกติในร่างกายอย่างไรบ้าง มีโรคประจำตัวหรือไม่ เจอกันที่ไรก็คงมีแต่คำถามเหล่านี้ แต่จากเรื่องนี้หมอไม่ใช่เพียงแค่บุคลากรทางการพทย์ที่ช่อยเหลือชีวิตคนได้ รักษาโรคภัยไข้เจ็บของคนไข้ได้เท่านั้น แต่หมอในที่นี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่รักษาคนไข้ก็ได้ เป็นเพื่อนคุยเวลาคนไข้เหงาก็ได้ เป็นผู้ที่สร้างความสุขเล็กๆน้อยๆแก่คนไข้ เป็นผู้ทำลายความเงีบยเหงาของโรงพยาบาลก็ยังได้ เวลาที่ได้เจอกันก็มีคำพูดมากมายที่ไม่ได้ตอกย้ำคนไข้ว่าตนเองกำลังป่วยอยู่ มีคำถามมากกว่าคำถามเรื่องอาการเจ็บป่วย ทำให้คนไข้รู้สึกดี และค่อนข้างมีสุขภาพจิตที่ดีมากกว่าการได้เป็นคนไข้ในมการดูแลของหมอทั่วไป

3.จากการดูหนังและจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ทำให้ดิฉันได้ความคิดเกี่ยวกับจรรยาบรรณวิชาชีพว่า หมอมีหน้าที่หลัก   คือ ช่วยรักษาความเจ็บป่วยที่มีอยู่ของคนไข้ แต่ก็ต้องมีการดูแลรักษาจิตใจให้ดีขึ้นด้วย เพราะคนเราจะมีสุขภาพที่ดีได้ต้องมีสุขภาพใจที่ดีด้วย เพราะกายและใจต่างก็มีผลซึ่งกันและกัน และอีกแนวคิดหนึ่งก็ คือ บางที่กฏเกณฑ์ก็ไม่จำเป็นต้องประพฤติตามเสมอไป แต่มันขึ้นอยู่กับเจตนาว่าเราแหกกฏนั้นเพื่ออะไร ถ้าเรามีเจตนาดีมันก็ไม่มีคำว่าผิดเสมอไป ในฐานะที่ดิฉันเป็นว่าที่บุคลากรทางการแพทย์ คิดว่า การช่วยเหลือคนมันไม่มีคำว่าควรหรือไม่ควร ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด เพราะการได้ช่วยชีวิตมันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว

  1. จากการที่ข้าพเจ้าได้รับชมหนังเรื่อง Patch Adam ทำให้ได้ข้อคิดิไรหลายๆ อย่างจากหนังเรื่องนี้ มีหลายสิ่งที่ทุกคนมองข้ามมันไป ถึงแม้ว่า Adam จะทำผิดเกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆที่แพทย์พึงกระทำ แต่เขาก็ได้ทำให้เห็นว่า การรักษาคนไข้ใช่เพียงจะรักษาด้วยยาหาย เสมอไป แต่เขาแสดงให้เห็นว่าการรักษานั้น จะต้องรักษาด้วยใจ โดยนอกจาการรัษาตามขั้นตอนทางการแพทย์แล้ว เราจะต้องเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยด้วยว่าเขามีความต้องการอะไร ปราถนาสิ่งใด เพราะสิ่งเหล่านั้นจะเป็นยาตัวสำคัญในการเยี่ยวยาจิตใจให้ดีขึ้น หากจิตใจของเราดีขึ้นแล้ว สภาพร่างกายของเราก็จะดีตามปด้วย นอกจากนี้เขายังได้ช่วยเหลือผู้ป่วยต่างๆโดยไม่รับผลตอบแทน คือการทำด้วยใจ ให้ด้วยใจ ทุ่มเทเวลาและแรงกายให้กับการรักษาผู้ป่วย เพราะว่าการที่ผู้ป่วยมาหาเราเขาก็หวังว่าเขาจะหายขาดจากโรคภัยต่างๆได้ แสดงว่าเขาเชื่อใจเราจึงฝากชีวิตไว้กับเรา Adam จึงเป็นแพทย์ที่น่ายกย่องเพราะสิ่งที่เขาทำนั้น มันเป็นจิตวิญญาณของคนเป็นแพทย์ อย่างแท้จริง
  2. เมื่อก่อนที่เข้ามาเรียนตรงนี้ ข้าพเจ้ามีความคิดว่า ที่เขามาเรียนก็เพราะอยากมีเงินเยอะๆ มีหน้าที่การงานที่ดี เพื่อทำให้ตัวเราและครอบครัวมีความสุข โดยไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าตัวเราชอบอาชีพนี้หรือป่าว อาจเป็นเพราะว่ายังค่อยรู้ว่าเราจะต้องทำงานอย่างไร ยืนอยู่จุดไหน  ถึงตอนนี้ก็มีทัศนะคติที่เปลี่ยนไปบ้างแต่ก็ยังคงจะยึดทรรศนะคติเดิมอยู่ ที่เพิ่มเข้ามาคือ การที่มาเป็นนักรังสีเทคนิค การที่เรามาอยู่จุดนี้ได้ จะต้องมีใจรักมันอย่างมาก จุดหนึ่งที่ได้เห็นจากหนังเรื่องนี้ ก็คือ ความตั้งใจจริงของแพทย์โดยไม่แยกชั้นวรรณะกับคนไข้ ทำให้เรากับผู้ป่วยเหมือนครอบครัวเดียวกัน  แล้วเราคงจะมีความสุขมากที่สุดเมื่อเห็นคนป่วย หายจากโรคได้ด้วยนำมือของเราเอง
  3. จรรยาบรรณวิชาชีพ จาการชม Patch Adam คือ การเข้าถึงผู้ป่วย เข้าถึงจิตใจของผู้ป่วย ไม่ใช่สักแต่จะรักษาอย่างเดียว การที่เรามาทำงานตรงนี้จะต้องมีใจรัก ไม่เปิดเผยความลับของผู้ป่วยให้ใครรู้ ต้องรู้จักรักษาเวลา ตรงต่อเวลาเสมอ หากเพียงมาช้าไปแค่1นาที ก็ไม่สามารถซื้อชีวิตผู้ป่วยกลับคืนมาได้ ดังนั้นเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากเหมือนกัน การพูดคุยกับผู้ป่วยโดยไม่ถือตัว แบบเป็นกันเอง จะทำให้เราเข้าถึงจิตใจเขา เขาจะได้มีความเชื่อใจในตัวเรา กล้าที่จะฝากชีวิตเขาไว้กับเราได้ อย่ามองข้ามจุดเล็กๆ น้อยๆเหล่านี้ไปเด็ดขาด ดังนั้นเราทุกคนต้องอุทิศตน ทุ่มเทกำลัง และแรงใจ กล้าที่จะยืนหยัดอย่างภาคภูมิ ในวิชาชีพของเรา

 

 

  • น.ส วิภารัตน์ เบ็ญชา รหัส 48660848 รังสีเทคนิคปี 2
    IP: xxx.19.231.4
    เขียนเมื่อ 

ข้อ1. สิ่งที่ประทับใจหลังจากที่ได้ชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam คือ หนังเรื่องนี้ทำให้ดิฉันมีความสุข ทำให้รักที่จะเรียนทางสายการแพทย์มากขึ้น ประทับใจที่ Patch เขาเป็นหมอที่มีจรรยาบรรณอยู่เต็มเปี่ยม เป็นตัวของตัวเอง รักอาชีพของตัวเองซึ่งสิ่งนี้ดิฉันประทับใจมาก Patch ทำให้ดิฉันมีแรงบันดาลใจที่จะเรียนทางด้านนี้ต่อไป 

ข้อ2. หลังจากที่ชมภาพยนต์เรื่องนี้แล้วทัศนคติเปลี่ยนไปหรือเปล่า? จากที่ดิฉันเคยคิดว่าการที่จะรักษาคนป่วยนั้นเพียงแค่ให้เขาหายเป็นปกติก็ถือว่าหน้าที่ของเราได้เสร็จสิ้นแล้ว หลังจากที่ได้รู้จักกับ Patch ทัศนคติของดิฉันได้เปลี่ยนไปอย่างที่ไม่ทันได้รู้ตัว Patch ทำให้ดิฉันตระหนักถึงการทำหน้าที่ควบคู่ไปกับการมีจรรยาบรรณ ซึ่ง Patch ทำได้อย่างดีเยี่ยมและนั่นมันก็ทำให้ดิฉันมีแรงกระตุ้นที่จะทำหน้าที่ให้ดีเหมือนกับ Patch ทัศนคติเดิมๆ ได้เปลียนไปพร้อมกับที่ทัศนคติใหม่ที่ดีกว่าเดิมของดิฉัน ดิฉันภาคภูมิใจกับวิชาชีพนี้มาก วิชาชีพที่สามารถช่วยเหลือผู้คนให้พ้นจากความทุกข์ทางกายและใจกลับไปมีความสุขเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมา ถ้าดิฉันทำได้ดิฉันคงจะมีความสุขในชีวิต มีความภาคภูมิใจและสนุกกับงานที่มีคุณค่านี้ตลอดชีวิตของดิฉัน

ข้อ3. จรรยาบรรณวิชาชีพที่ได้รับจากการได้รับชมจากเรื่องPatch Adam กับบทความของศาสตราจารย์น.พ.ประเวศ วะศี คือ การที่จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับหมอแล้ว นอกจากที่จะพยายามรักษาโรคของผู้ป่วยให้หาย ควรที่จะใส่ใจกับบุคคลที่คุณกำลังช่วยเหลือเขาอยู่ นึกถึงสภาพจิตใจของเขา เขามาหาเราก็เพื่อที่จะให้เราช่วย เขาอยากจะหายไม่ใช่ว่าเราทำให้เขาหายแต่เพียงร่างกายแต่ลืมนึกถึงสภาพจิตใจของเขา อย่างที่ ศาสตราจารย์ น.พ ประเวศ วะศีได้กล่าวไว้ว่าสุขภาพของคนเรามีอยู่ 3 โซน คือ โซน 1+2 สุขภาพดี โซน 3 สุขภาพเสีย เราจึงควรที่จะส่งเสริมสุภาพของผู้ป่วยให้ดีขึ้น โดยคิดเสียว่าผู้ป่วยเปรียบเสมือนญาติ เราควรดูแลเขาทั้งทางร่างกายและจิตใจ นั่นจะทำให้ผู้ป่วยหายได้เร็วขึ้น ไม่ควรคิดว่าตนเองเป็นหมอจะทำยังไงกับคนไข้ก็ได้ ไม่อย่างนั้นจรรยาบรรณของแพทย์จะมีไว้เพื่ออะไร หมอที่น่านับถือคือหมอที่ทำหน้าที่ควบคู่กับการมีจรรยาบรรณ

 

 

สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ จรรยาบรรณของการเป็นแพทย์และวิธีการรักษาผู้ป่วยของเขา สิ่งแรกที่เขามีคือความภูมิใจที่ได้เป็นแพทย์ เขารักในอาชีพนี้  และเขาไม่ได้วางตัวว่าเป็นนายแพทย์ผู้สูงส่งที่มองคนไข้เป็นแค่หน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ แต่เขาต้องการเป็นแพทย์ที่ต้องการช่วยเหลือคนไข้ทุกคน  สิ่งที่สองคือ การที่เขามองคนไข้เป็นเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการคนช่วยเหลือและเข้าใจความรู้สึกของตัวผู้ป่วย  การมองลึกเข้าไปให้เห็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการ  ไม่ใช่แค่เดินมาหาหมอแล้วหมอก็จัดยาหรือรักษาให้เพียงเท่านั้น  แต่เขาต้องการที่จะทำให้ผู้ป่วยมีความสุข  และหาสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการให้ได้  สิ่งสำคัญคือการมองผู้ป่วยเป็นเพื่อนมนุษย์ เสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่า เราเกิดมาแล้วเราก็ต้องมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ  การรับผิดชอบอะไรเราต้องรู้  เข้าใจ ในสิ่งนั้น  และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ  การอย่ามองว่าเป็นแค่หน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบ  เราต้องรัก เข้าใจ  ภูมิใจและต้องการที่จะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด  และนึกอยู่เสมอว่าหน้าที่ที่เราได้รับนั้นเป็นหน้าที่ที่มีคุณค่า อย่าได้มองแค่ว่าเป็นเพียงแค่หน้าที่เท่านั้น  จากภาพยนตร์เราจะทราบได้ว่าการมีจรรยาบรรณ และความต้องการที่ช่วยผู้ป่วยที่ดีได้นั้น เราจะต้องมองเห็นความสำคัญ  คุณค่า และหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด  การรักษาคนไข้จะต้องไม่ใช่แค่รักษา  แต่เป็นการเข้าใจถึงปัญหาของแต่ละคน  และทำอย่างไรที่จะต้องทำให้คนไข้มีชีวิตที่ดีได้  การรักษาคนไข้นั้น  เราจะต้องทำด้วยใจรัก  อุทิศทั้งกายและใจ  และระลึกอยู่เสมอว่าวิชาชีพของเรานั้นเป็นอาชีพที่มีคุณค่าต่อสังคม และจากการอ่านบทความของอาจารย์ประเวศ ทำให้เข้าใจว่า  การเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ควบคู่ไปกับการรักษานั้น  เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยมีความสุข และหายได้เร็วขึ้น  รวมถึงการเสียสละ  การเป็นผู้ให้  ความรักความภูมิใจในอาชีพของเราที่ต้องการจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทุกคน

 

ข้อ 1 นั้นผมประทับใจเขาที่ไม่เหมือนใครเขามองโลกที่แตกต่างจากคนหมอทั่วๆไป เขาใช้จิตใจในการรักษาผู้ป่วย การเรียนรู้ที่มิได้มีแต่ในตำราการเรียนรู้มีได้ทุกที่และก็ทำให้เขาเก่ง และสามารถเขาถึงผู้ป่วยได้ทุกคนการรักษาของเขานั้นรักษาที่ใจถ้าจิตใจดีแล้วโรคภัยก็จะหายหรือไม่ก็บรรเทาและมีความสุขเมี่อมาหาหมอ การรักทีทำให้คนหายจากโรคแล้วจิตใจย้งมีแต่ความสุข สุขภาพก็จะไม่มีโรคมาเบียดเบียน  อีกต่อไป

ข้อ 2 ให้ทัศนคติในการรักษาผู้ป่วยและการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นจากที่เคยคิดว่ามีเพียงหมอเก่งๆหัวดีๆรักษาโรคได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่จริงเราก็รักษาคนอื่นได้เหมือนกันเพียงเรายิ้มทักทายและทำให้คนอื่นหัวเราะเราก็เหมื่อนได้ช่วยให้เขามีอารมณืดีขึ้นมาการมีอารมณ์ดีสุขภาพดีก็จะตามมา และการใช้ชีวิตเราจะเก่งได้หรือใช้ชีวิตอยู่ได้นั้นเราต้องรู้จักให้ความเคารพผู้มาก่อนศึกษาจากเขาแล้วเรา และผมคิดว่าความตายมิใช่ความเลวร้ายแต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอมัน

ข้อ 3 ความรู้เรื่องจรรบรรณวิชาชีพ

1 หมอจะรักษานั้นมิใช่แค่เพียงร่างกายแต่ควรรักจิตใจควบคู่ไปด้วย

2 เราควรผูกมิตรและให้เกียรกับผู้ร่วมงานด้วยไม่ดถูกคนอื่น

3การที่เราจะรักษาผู้ป่วยให้ได้ดีนั้นบางครั้งมิได้มีในแค่ตำราแต่ผู้ที่ทำงานมาก่อนก็อาจช่วยเราได้

นพประเวช นั้นก็สอนให้ผนรู้ว่าการจะรักผู้ป่วยนั้นต้องรักษาทั้งร่างกายและจิตใจการจะหายขาดจากโรคภัยได้นั้นจิตใจดีร่างกายก็จะดีตามไปด้วย  และเมื่องไทยนั้นหมอแบบนี้หาอยาเหมือนกัน

  • นางสาวเจนจิรา วรรณประโพธิ์ ชั้นปีที่ 1 รหัส 49660212
    IP: xxx.19.231.4
    เขียนเมื่อ 

    ข้อ1 สิ่งที่ประทับใจ คือ การตั้งมั่นอยู่ในอุดมคติของตนเองและความเป็นตัวของตัวเองของPatch atam  การที่เขามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และเข้ามาเรียนเพื่อที่จะได้เป็นหมอไปรักษาผู้ป่วยต้องใช้ความพยายามทั้งทางกายและทางใจเพื่อที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของตนเอง แม้จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายสักเพียงใดแต่ก็ไม่เคยท้อ และเขาก็ใช้ความเป็นตัวของตัวเองรวมถึงอุดมคติของเขาในการรักษาผู้ป่วยจนในที่สุดเขาก็สามารถทำความฝันของตัวเองได้สำเร็จ

     ข้อ2 ทัศนะคติ ในการมองโลก คือเราต้องมองให้หลากหลายแง่มุมอย่ามองเพียงด้านเดียว และทัศนะคติเรื่องการดำเนินชีวิต เรื่องการวางตัว เมื่อก่อนข้าพเจ้าคิดว่าการที่เรามาเรียนต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเต็มที่สนใจเรื่องอื่นให้น้อยที่สุด แต่ในตอนนี้ข้าพเจ้าคิดว่าการเรียนต้องควบคู่ไปกับกิจกรรมต่างๆที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเรา และเรื่องการใช้ชีวิตในสังคมเมื่อก่อนข้าพเจ้าพูดน้อยมากไม่ค่อยคบใคร แต่ในตอนนี้ข้าพเจ้ามีเพื่อนเยอะขึ้นรู้จักการเสียสละเพื่อส่วนรวม รู้จักมองโลกที่แตกต่างจากเดิมแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น

     ข้อ3 จรรยาบรรณวิชาชีพ      -     สร้างวิสัยทัศน์เกี่ยวการรักษาโรค คือใช้ผู้ป่วยเป็นหลักในการรักษาไม่ใช่ใช้โรคเป็นหลัก

-          ผู้ป่วยก็เปรียบเสมือนญาติคนหนึ่งของเราซึ่งเราต้องให้ความดูแลเอาใจใส่ ไม่ถือตัวและแสดงความรังเกียจหรือพฤติกรรมอื่นๆที่จะทำให้ผู้ป่วยน้อยเนื้อต่ำใจ

-          การรู้จักป้องกันโรค  ย่อมดีกว่าการรักษาหรือแก้ไขอาการป่วยจากโรค

-          ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดแต่ไม่ใช่ทำด้วยหน้าที่แต่ต้องทำด้วยใจและเต็มใจ

-          มีคุณธรรม ยุติธรรม และมีจริยธรรม

        -          รู้จักการนำความรู้และวิธีการรักษาแบบเก่ามาประยุกต์ใช้กับความรู้และวิธีการรักษาแบบใหม่เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น
  • นางสาวจุฑารัตน์ สอนชาวเรือ ชั้นปีที่1 รหัสนิสิต 49661967
    IP: xxx.28.21.4
    เขียนเมื่อ 

 

ข้อที่1.        สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจ จากภาพยนตร์  เรื่อง    Patch Adam   คงเป็นการเสนอรูปแบบของเรื่อง ที่สามารถสื่อออกมาได้อย่างดี เป็นเรื่องที่ให้ข้อคิดอย่างมาก ในเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์  ความคิดต่างๆที่เกิดขึ้น ค่านิยมที่เกิดจากการศึกษาของนักศึกษาแพทย์ แพทย์เป็นบุคลากรที่ทุกคนยอมรับและไว้วางใจมากที่สุด เพราะถ้าเราเกิดการเจ็บป่วยเราก็ต้องพึ่งหมอในการรักษาให้เราปลอดภัยจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ค่านิยมที่เกิดขึ้นที่เราเห็นได้อย่างเด่นชัด คือการศึกษาเล่าเรียนของนักศึกษาแพทย์ นักศึกษาทุกคนต่างเชื่อว่าใครที่สามารถเก็บความรู้จากตำราได้มาก สามารถทำข้อสอบได้ทุกข้อละตอบคำถามได้ทุกคำถามก็แสดงว่าคนนั้นเก่งจริง เป็นที่ยอมรับของทุกคน จึงเกิดเป็นค่านิยมที่เราจะต้องศึกษาในตำราเรียนให้มากโดยที่เราได้ละเลยของการเป็นแพทย์ไป แพทย์เป็นบุคลากรที่ให้การรักษาและช่วยเหลือผู้ป่วย แต่ปัจจุบันแพทย์กลับกลายเป็นบุคคลที่เก่งในความรู้และสามารถรู้ทุกอย่างที่อยู่ในตำรา จำได้ทุกคำ สร้างมีความเห็นแก่ตัว ต้องการเป็นที่1  แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงจิตใจของคนไข้ได้ ไม่รู้ว่าคนไข้ต้องการอะไร  และเราก็จะไม่สามารถรักษาได้ถูกจุด หรือถูกวิธี หมอต้องคู่กับคนไข้     เป็นคำที่เราได้ยินเสมอ แต่ปัจจุบันจะเป็นกลับเป็นคำที่ว่า  หมอคู่กับตำรา  เพราะในชีวิตจริงของการทำงาน เราต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำงานและความคุ้นเคยที่เราได้เรียนรู้จากชีวิตจริงไม่ได้อิงตำรา  ถ้าเรามั่วแต่นั่งเปิดตำรารักษาคนไข้ คนไข้คงต้องตายก่อนแน่เลย เพราะในอาชีพนี้เราเล่นกับความเป็นความตายที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ชีวิตคนไข้อยู่ในมือของเรา ดังนั้นเราต้องทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มความสามารถที่สุด เพราะเวลาเป็นสิ่งสำคัญเราต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด   มีตัวละคร1 ตัวละคร  คือ Patch  เขาเป็นคนที่จริงจังกับชีวิต มีความคิดเป็นของตนเอง เชื่อที่จะแตกต่างอย่างมีสาระ ยึดมั่นกับความคิดที่จะเข้าให้ถึงจิตใจคนไข้ให้ได้มากที่สุด  Patch  ต้องการที่รู้ถึงความรู้สึกที่คนไข้ต้องการจากหมอ โดยการเอาใจเขามาใส่ใจเราแสดงความจริงใจออกมาก   เขาจะจริงจังกับการทำงานโดยการทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ สร้างความสำเร็จดังที่ใจคิดนั้นออกมา   Patch จะมีวิธีการเรียนรู้ที่แปลกจากคนอื่นแต่จุดประสงค์ที่สำคัญที่เขาต้องการก็คือ การเข้าถึงคนไข้ให้ได้มากที่สุด เขาไม่ใช่แค่รักษาให้คนไข้หายจากความเจ็บปวดทางกายเท่านั้น แต่เขายังรักษาจิตใจที่ห่อเหี่ยวคู่กันไปด้วย  การจะให้คนไข้หายจากความเจ็บปวดได้เร็วนั้น เราต้องรักษาคนไข้ทั้งร่างกายและจิตใจคู่กันไปด้วย การรักษานั้นจึงจะประสบความสำเร็จได้ดี   Patch แสดงให้ถึงความรักและความแน่วแน่ในความคิดแม้ตัวเองจะเหนื่อยหรือเป็นคนไม่ดีในสายตาคนอื่น แต่เขาก็ยินดีและเต็มใจที่จะทำมันต่อไป….                             จนในที่สุดความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็ย่อมรอเราอยู่เสมอ                                                                                   ไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถเราถ้าเราไม่พยายามและอดทนเอง  ข้อที่ 2       ทัศนคติต่างๆเกี่ยวกับวิชาชีพทางการแพทย์  ภาพยนต์เรื่อง  Patch Adam  ทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนแปลงความคิดไปอย่างมาก  จากเดิมที่เป็นคนไม่คอยมีความรู้ยังมีความคิดเก่าๆเพียงอย่างเดียวว่า ถ้าเราต้องการจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ดี เราต้องเก่งตำรา เนื้อหาความรู้ให้มากๆ ยิ่งมากเท่าไหร่การรักษาก็ยิ่งมากแค่นั้น การคิดเองไปเพียงอย่างเดียวและคิดว่าตลอดคงเป็นเช่นนี้ แต่เมื่อได้ดู    ภาพยนตร์เรื่อง  Patch Adam  ทำให้เรารู้อะไรมากมายหลายเรื่องที่เราเองไม่รู้หรืออาจมองข้ามไป เช่นเรื่องการเรียนรู้จากชีวิตจริง การศึกษางานจากคนไข้โดยตรง ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้เรียนแพทย์โดยตรงแต่ความรู้ที่ได้มีประโยชน์อย่างมาก และเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ ที่เราต้องมีติดตัวตลอดเวลา  และยังให้ความรู้ในการรักษา ขั้นตอนในการทำงานในโรงพยาบาลสิ่งเราให้ว่าสวยงาม แต่อาจไม่สวยงามอย่างที่เราคิดก็ได้  การที่เราได้เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อความสุขของคนไข้ทำให้เรามีความสุข ภูมิใจและตั้งใจทำให้เต็มที่ การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมหรือสังคมเป็นหน้าที่หลักของเราในการให้การรักษาและดูแลให้หายจากความเจ็บปวด ผลของดูแล้วแสดงออกให้ถึงจรรยาบรรณที่ดีและเปลี่ยนความคิดที่ถูกฝังมาตั้งนาน จนรู้ว่าการให้บริการคนไข้เป็นสิ่งจำเป็นและควบคู่กับการบริการที่ดี เพื่อให้คนที่เขาไว้วางใจเราไม่ทำให้เขาผิดหวังในตัวของเรา                                   ได้ดูเรื่องนี้จบความคิดมันก็เกิดขึ้นก่อให้ทัศนคติเก่าๆเปลี่ยนแปลงได้ทันที  ดยเราคิดได้ว่าเราจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ดีมีคุณภาพนึกถึงคนไข้มากกว่าความสุขของตนเอง โดยการอุทิศทั้งแรงกายและแรงใจให้ในการทำงาน ให้ผลของการรักษาประสบความสำเร็จมากที่สุด ก่อให้เกิดความสุขทั้งผู้รักษาและผู้รับการรักษาด้วยกันทั้งคู่...... ข้อที่ 3       ความรู้เรื่องจรรยาบรรณจากการชมภาพยนตร์  เรื่อง  Patch Adam และจากบทความของ  ศ.นพ.ประเวศ วะสี               สรุปออกมาได้ดังต่อไปนี้..1.       การเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ดีและมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด2.       เป็นนักรังสีเทคนิคที่ดียอมอุทิศทั้งแรงกายและแรงใจตนเอง นึกถึงความทุกข์ของคนไข้มาก่อนและมากกว่าความสุขของตนเอง3.       เข้าศึกษาความรู้สึกของคนไข้ให้มากที่สุด สร้างความคุ้นเคย ก่อให้เกิดเป็นความไว้วางใจ โดยการที่เราเอาใจใส่ใจเรา 4.       เป็นคนที่มีอัธยาศัยที่ดี ใจกว้างยอมรับฟังทุกเหตุผลที่คนไข้ต้องการ 5.       นึกถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก6.       มีคุณธรรม จริยธรรมที่ดี  เป็นแบบอย่างที่ดี  เสียสละผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม7.       มีความเป็นกันเอง ไม่ถือตำแหน่งหน้าที่  รักความยุติธรรม ไม่เห็นแก่คนดีรวยกว่า รักษาได้ทุกคน ไม่เลือกในการรักษา8.       มีจรรยาบรรณที่ดีในความเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ในวิชาชีพรังสีเทคนิค                           จากบทความของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี     เรื่อง  ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์  จากบทความได้กล่าวถึงทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ที่ดี ต้องมีจรรยาบรรณ ต้องนึกถึงการรักษาที่คุณภาพ ในการรักษาเราต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจที่เราได้ตั้งใจใส่ไปกับการรักษาคนไข้ เราต้องเป็นแพทย์รุ่นใหม่ที่มีการรักษาที่ดีและมีคุณภาพ ตั้งใจกับการทำงาน เห็นคนไข้คือพระเจ้า เราต้องช่วยรักษาชีวิตของเขาให้อยู่บนโลกนี้ได้อีก ไม่ใช่แต่สักรักษา เพื่อแค่รักษาไปวันๆดดยไม่เน้นคุณภาพ คนไข้ก็คือคน เราจะทำให้คนที่เจ็บปวดทางกายและยังต้องมาเจ็บปวดทางใจที่ได้รับรักษาที่ไม่มีประสิทธิภาพเลย  คนไข้เขาก็ต้องการที่จะหายเขาไว้ใจเรา เราก็รักษาให้เต็มความสามารถที่สุด โดยการที่เราเอาใจเขามาใส่ใจเรา ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องวิธีการรักษาหรือ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยง่ายและปลอดภัยต่อการรักษาที่ใหม่ๆและมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย.. 

 

ความประทับใจที่สุดหลังจากที่ได้ชมภาพยนต์เรื่อง patch  adam

patch เป็นคนที่เข้าถึงคนไข้อย่างแท้จริง  คือไม่ใช่แค่รักษาคนไข้เพียงแค่ทางกายภาพอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังรักษาจิตใจของคนไข้อีกด้วย  ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกที่จะอยากรักษาตัวให้หายเป็นปกติ   pctch ยังเป็นแพทย์ที่มีจิตใจเมตตาอารีอีกด้วยจะเห็นได้จากตอนที่เขาเปิดโรงพยาบาลและรักษาคนไข้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และ patch ยังทำให้คนไข้รู้สึกถึงความใกล้ชิดสนิทสมนกันระหว่างแพทย์กับคนไข้อีกด้วยซึ้งในปัจจุบันก็อาจจะมีแต่ก็น้อยเต็มทีถือได้ว่า  patch  adam น่าจะเป็นตัวอย่างของแพทย์ในยุคปัจจุบันได้ดีที่สุด

หลังชมภาพยนต์ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของข้าพเจ้าคือ...

ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าการเรียนในสายวิชาชีพทางการแพทย์นี้ไม่ใช่เพียงแต่ตั้งใจเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้รักษาผู้ป่วยอย่างเดียว แต่เรายังต้องนึกถึงสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วยการเข้าถึงผู้ป่วย   และทำให้ความคิดของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงคือ อาชีพแพทย์ปกติเป็นอาชีพที่มีเงินเดือนสูงมากแต่และถ้าเราไปตามสถานพยาบาลหรือคลินิกแล้วเราก็จะรู้ทันทีว่าค่าร้กษาพยาบาลนั้นแพงมาก  แต่ patch ทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนความคิดโดยสิ้นเชิงเลยคือแทนที่จะคิดค่าใช่จ่ายกับคนไข้แต่กับไม่คิดค่ารักษาพยาบาลเลย  และอีกอย่างส่วนมากแพทย์จะทนงตัว หยิ่ง หรือรักษาภาพพจน์ของตัวเอง เพื่อไม่ให้ภาพพจน์ตัวเองเสียโดยไม่ได้คำนึงถึง ใช้ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่  แต่ patch  เขาไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยสักนิด  ตรงจุดนี้ทำให้ทัศนคติของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลย.

ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพคือ...

จากการดูภาพยนต์หรืออ่านจากบทความของนายแพทย์  ประเวศ วะสี   แล้วก็ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า  จรรยาบรรณในวิชาชีพในหน้าที่  ที่สำคัญที่สุขของวิชาชีพสายสุขภาพคือ คนไข้  เพราะถ้าไม่มีคนไข้อาชีพเหล่านี้ก็อยู่ไม่ได้ ก็หมายความว่า เราต้องให้ความสำคัญกับคนไข้เป็นอันดับ 1 รักษาคนไข้ไม่ใช่แค่เพียงโรคภัยเท่านั้นในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาจิตใจควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายใจกับการรักษาของท่าน โดยที่ผลตอบแทนจะมากหรือน้อยไม่สำคัญเลย  และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราเลือกวิชาชีพสายนี้แล้วก็คือเราต้องไม่คิดว่าเรามีความรู้มากกว่าเขาแล้วเราก็ใช้ความรู้ของเราข่มเขาเพียงอย่างเดียว หลักเลยก็คือ ต้องเป็นคนที่เปิดรับความคิดของคนอื่นหรือฟังผู้อื่นด้วย  และยังต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตด้วย เพียงเท่านี้ก็จะประกอบวิชาชีพนี้ได้อย่างภาคภูมิแล้ว

1. สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจ

คือ Patch Adam เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆ เขาเจอแต่สิ่งที่กดดันรอบข้างหลายๆอย่าง แต่นี้คือความฝันของเขา เขารักที่จะทำให้คนอื่นมีความสุขแล้วเขาก็มีความสุขด้วย รอยยิ้มของเขาไม่ใช้รอยยิ้มที่แสแสร้ง แต่มันเปี่ยมล้นด้วยความจริงใจ  เขาสามารถที่จะทำให้ผู้ป่วยยอมรับในตัวเขา ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เขาก็ทำได้ เขาทำให้เห็นว่าเรื่องบางนอกเหนือจากตำราแล้ว การเรียนรู้จากสิ่งรอบข้าง คือตัวผู้ป่วยเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เรื่องของจิตใจเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและเข้าถึงได้ยาก แต่ Patch Adam ก็สามารถเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยได้ นี้คือสิ่งที่เราควรเอาไปเป็นแบบอย่าง

2. ทัศนะคติที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากได้ชมภาพยนต์

ภาพยนต์เรื่องนี้ได้สอนอะไรหลายๆอย่างให้กับข้าพเจ้าจากที่เคยคิดว่า ถ้าเราได้ไปทำงานในตรงนี้แล้ว เราคงจะเหงา เพราะจะเจอแต่เพื่อนร่วมทำงานด้วยกัน สังคมก็แคบลง แต่พอได้ดูภาพยนต์เรื่องนี้มันกลับตรงกันข้าม เพราะ Patch Adam ได้แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา พวกเขาสามารถทำให้เรามีรอยยิ้มได้ และถ้าเราสามารถทำให้ผู้ป่วยมีรอยยิ้มได้ นั้นแหละคือสิ่งถือว่าประสบความสำเร็จในการรักษาระดับหนึ่ง มันเป็นยาบำรุงทางใจที่ดีมาก นอกเหนือจากยาทางกาย และทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่ดีนอกเหนือจากความสามารถแล้ว การเป็นคนดี มีมนุษย์สัมพันธ์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน บางครั้งการยึดแต่หลักทฤษฎีก็ไม่อาจทำให้การรักษาประสบผลสำเร็จเสมอไป เราต้องลงมือปฎิบัติด้วยจึงจะเห็นผล การได้ใก้ลชิดกับผู้ป่วยจะทำให้เราเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น

3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ

เราควรคิดว่าผู้ป่วยเป็นสมาชิกในครอบครัวของเราคนหนึ่งเหมือนกัน ไม่ว่าเขาจะมาจากที่แห่งใหนก็ควรจะให้ความสำคัญกับผู้ป่วยอย่างเท่าเทียมกัน ขึ้นชื่อว่าคนป่วยกำลังใจเป็นสิงที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เฉพาะฉะนั้นการแสดงออกทางวาจาก็เป็นสื่งที่ควรระวังในเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพด้วย ควรมีความยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ เรื่องของเวลา เมื่อเรารักที่จะทำในวิชาชีพนี้ เรื่องของความตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเราต้องทำงานกับคนหมู่มาก ผู้ป่วยหลายคนกำลังรอเราอยู่ เวลา 1 วินาทีมีความหมายเสมอ ถ้าอยากให้คนอื่นรักเรา เราก็จะต้องรู้จักรักคนอื่นให้เป็นก่อน

  • ศิษย์รักทุกคน  อาจารย์เข้ามาอ่านต่อจากเมื่อวาน 
  • อ่านทุกความคิดเห็นอย่างตั้งใจ
  • เพราะทุกคำตอบมีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร  จึงน่าอ่าน
  • บางคนเขียนจนอาจารย์รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
  • โดยเฉพาะคำตอบในคำถามข้อที่ 2 มีความหมายมากสำหรับตัวนิสิต และอาจารย์ และทุกๆ คน
  • อาจารย์หวังว่า ความรู้สึกดีดีเหล่านี้ คงไม่เป็นเพียงชั่ววูบ
  • หากวันใดที่รู้สึกท้อแท้ หรือมีปัญหา  อย่าลืมกลับมาอ่านสิ่งที่เคยบันทึกไว้ใน Blog นี้นะคะ

สิ่งที่ประทับใจที่สุดหลังจากได้ชมเอง  Patch Adam คือ วิธีการรักษาคนไข้ของ Patch  เค้าให้การดูแลเอาใจใส่ แม้ว่าไม่รู้จักกันเลยก็ตาม ทุ่มเทเพื่อที่จะรักษาให้หาย ซึ่งวิธีการรักษาของ Patch นั้นแตกต่างจากคนอื่นๆ เค้าไม่สนใจในภาพลักษณ์ที่ว่าเป็นหมอต้องวางตัวอย่างนั้น อย่างนี้ แต่เค้ากลับทำทุกทางเพื่อที่จะให้คนไข้นั้นหาย เพราะ การเป็นแพทย์นั้นไม่ได้เป็นแค่การเรียนแพทย์แล้วจะเป็นแพทย์ที่ดีได้ แต่มันต้องเป็นมาจากข้างใน คือ มีจิตใจที่ปรารถนาให้ผู้อื่นบรรเทาทุกข์ไม่ใช่หวังแต่ประโยชน์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว Patch ทำให้เห็นว่าการเป็นแพทย์นั้นใช่ว่าจะเป็นกันง่ายๆ ใช่ว่าเรียนจบแพทย์แล้วจะเป็นแพทย์ หากไม่มีจิตใจที่รักในวิชาชีพจริงๆ มันก็ไม่มีประโยชน์

ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติ : เกี่ยวกับวิชาชีพแพทย์เปลี่ยนไป เนื่องจากแต่ก่อนคิดว่าคนที่เรียนแพทย์นั้นคงหวังว่า เมื่อจบแล้วก็จะได้รับเกียรติที่สูงส่งราวกับมาจากสวรรค์ ทำอะไรไม่ผิด คิดแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว  เห็นแก่ตัว ถือว่าชีวิตคนไข้อยู่ในกำมือ ไม่สนใจว่าผู้ป่วยนั้นจะเป็นอย่างไรแต่หลังจากได้ดูเรื่องนี้แล้วทำให้คิดว่า แพทย์ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะ ผู้ที่จะมาเป็นแพทย์ได้นั้นต้องมีใจรัก ...รักที่จะดูแล รักษา บรรเทาอารการคนไข้เหมือนดังญาติพี่น้องของตัวเอง เพราะ หากช้าไปแม้แต่นิดเดียว นั่นหมายถึงชีวิตของคนไข้ มันคงเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมากๆ หากคนไข้ที่เราทำการรักษานั้นหายจากอาการเหล่านั้น

ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ : การรักษาผู้ป่วยนั้นต้องใช้ใจ ในการรักษา รักในวิชาชีพ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามหากเราใช้ใจทำ สิ่งนั้นก็จะออกมาประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม "  การเป็นแพทย์ไม่ใช่การรักษาภาพลักษณ์ แต่ คือการรักษาคนไข้  "

ความประทับใจ

    การที่คนเราจะเป็นหมอได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  และการที่จะเป็นหมอที่ดีมีคุณภาพนั้นยิ่งยากกว่า  แต่การกระทำของเขาทำให้เราทราบซึ่งว่า  การมีจรรยาบรรณในวิชาชีพของตนนั้น  จะส่งผลต่อผู้คนมากมายเช่นนี้  และการเป็นหมอไม่ใช่แค่รักษาด้วยยาแต่เราต้องรักษาเข้าไปถึงจิตใจเขาด้วย

หลังจากที่ได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้แล้วทัศนคติเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร

   หลังจากได้ชมทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขกับอาชีพนี้เมื่อก่อนเคยคิดว่าคนที่ประกอบอาชีพนี้น่าจะลำบาก แม้จะได้เงินมากก็ตาม ทุกวันของเขานั้นต้องแข่งกับเวลา  ดูเหมือนทุกนาทีมีค่า  ไม่มีเวลาแม้จะพูดคุยกับคนไข้  แต่ตอนนี้มันทำให้ฉันเห็นว่าการที่เราได้ช่วยเหลือใครสักคนมันทำให้ฉันมีความสุขขึ้นมาภายในใจอย่างบอกไม่ถูก  (เคยช่วยชีวิตคนมาครั้งหนึ่ง)  ถึงแม้ว่ามันจะเหนื่อยกายแต่ก็มีความสุขใจ  แล้วยิ่งได้มาฟังเรื่องนี้  ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกรักในอาชีพนี้มาก

จรรยาบรรณวิชาชีพที่ได้รับจากการที่ได้รับชมpatch  adam  กับบทความของนายแพทย์ประเวศ  วะศี  คือ

   การรักษาผู้ป่วยนั้นไม่ใช่ใช้ยาเพียงอย่างเดียว  เราต้องเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยด้วยว่าเป็นเช่นไร  ให้ความสนใจเช่นญาติพี่น้องคนนึง  คอยถามไถ่ความรู้สึกภายในจิตใจ  เขาอาจจะไม่ได้ป่วยทางกายก็ได้  พูดคุยทำความรู้จักกับเขาให้มาก  แล้วเราก็จะรู้ถึงอาการที่เขาเป็นอยู่  อาจจะไม่ต้องให้ยาสักเม็ดเลยก็ได้  ดังนั้หมอที่ดีต้องรู้จักคนไข้  เข้าใจเขา  และมีจรรยาบรรรในหน้ที่ของตน

1.สิ่งทีประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam

คือ การได้เห็นคนเพียงคนเดียว ได้ช่วยเหลือผู้คนได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาทางด้านร่างกายและจิตและรักษาด้วยรอยยิ้ม เข้าใจความรู้สึกของคนไข้ทำให้อยากได้รับการรักษา  ซึ่งถือได้ว่าได้สร้างชีวิตใหม่ให้คนเหล่านี้ขึ้นมา และอีกอย่างที่เห็นได้ชัด คือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนโดยนำความรู้ที่ตนเองได้ศึกษามามาทำให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

2.ทัศนะคติ

การทำงาน ที่ รพ แต่ก่อนดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากและหนักและน่ากลัวไม่น่าจะมีความสุข หลังจากดูเรื่องนี้แล้วทำให้เปลี่ยนความคิดว่าสถานที่นี้เราก็สามารถทำให้มีความสุขได้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเรา มีคนรอบข้างมากมายที่เราจะพูดคุยด้วยได้ เป็นเพื่อน มีเรื่องที่เราคาดไม่ถึงเกิดขึ้นทุกวันให้เราได้เรียนรู้  และยังทำให้รู้จักการปรับตัว เข้าถึงจิตใจผู้อื่น สิ่งที่เรากลัวบางครั้งมันก็ไม่น่ากลัวอย่างที่เราคิด มันขึ้นอยู่ที่ตัวเราเท่านั้น

3.จรรยาบรรณ

จรรยาบรรณไม่ว่าจะประกอบอาชีพอาไรก็ต้องมีจรรยาบรรณ เราก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ต้องมีจรรยาบรรณสูง เพราะขึ้นกับชีวิตของคน  ดังนั้นเราต้องมีความรักในอาชีพ จะส่งผลทำให้เรามีใจรัก  จะทำให้เราเป็นคนมีความรับผิดชอบ ทำงานที่เรารักให้ดีที่สุด สิ่งดีๆก็จะตามมา เพราะเราเริ่มต้นด้วยการรักและเข้าใจอาชีพ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้อื่น(อย่างมาก) และตนเอง

ความประทับใจจากเรื่อง

  การที่คนคนหนึ่งมีความฝันที่จะเป็นหมอเพื่อช่วยเหลือดูแลคนอื่น  จากการที่ adam ได้ทำตามความคิดเห็นของตนเองโดยเห็นว่าตนทำถูก  ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์มากเกินไป  adam เป็นบุคคลที่เชื่อมั่นตนเองและมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน  ถึงแม้จะยากลำบากเขาก็ทำความฝันของเขาจนสำเร็จ  และความฝันของเขาก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อคนอื่นทั้งนั้น

หลังจากที่ได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้แล้วทัศนคติเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร

   เมื่อก่อนผมเป็นคนชอบทำให้คนอื่นหัวเราะ  สนุกสนาน  ผมก็จะมีความสุขไปด้วย  ก่อนที่ผมจะมาเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ  ผมเคยไปโรงพยาบาลแล้วเห็นแพทย์  พยาบาล  ทำหน้าตาไม่มีความสุข  เครียด  ทำให้ผู้ป่วยไม่มีความสบายใจ  บางครั้งโดนแพทย์  พยาบาลดุ  ผมเลยคิดว่าทำไมเขาไม่พูดดีดีเพื่อให้กำลังใจคนไข้  ผมจึงตัดสินใจมาเรียนในด้านนี้  ผมอยากทดสอบดูว่า  ถ้าผมพูดดีกับผู้ป่วย  ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นอย่างไร  คงจะมีความสุขมีกำลังใจ  อย่างเช่นเรื่องนี้  และผมคิดว่าผมมีความตั้งใจถูกต้องแล้ว

จรรยาบรรณวิชาชีพที่ได้รับจากการที่ได้รับชมpatch  adam  กับบทความของนายแพทย์ประเวศ  วะศี  คือ

1. มีความรู้มากพอพร้อมกับเอาใจใส่ให้กำลังใจคนไข้

2.ไม่มีอคติกับคนไข้

3.รักษามรรยาทเมื่ออยู่กับคนไข้

4.รักคนไข้เหมือนกับญาติคนหนึ่ง

5.แพทย์ควรเอาใจใส่เรื่องอารมณ์

6.แพทย์ควรจะไม่หยิ่งในตัวเอง

1. สิ่งที่ดิฉันประทับใจหลังจากชมภาพยนตร์ ก็คือ ทำให้ได้เรียนรู้การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการรักษาคนไข้ของหมอซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การรักษาโดยใช้วิธีทางวิชาการตามทฤษฎี  หรือใช้ความรู้ที่เรียนมาอย่างเดียว  แต่ต้องใช้จิตวิญญานของการเป็นหมอนั่นก็คือ ใส่ความรู้สึกเข้าไปเป็นยาแทน เพราะคนป่วยจิตใจก็ยำแย่พอแล้วไหนจะป่วยทางร่างกายแล้วจิตใจยังป่วยด้วยมันก็ไม่ไหว  เราจึงต้องหาวิธีการช่วยรักษาจิตใจของผู้ป่วยด้วย  ไม่ใช่ป่วยเป็นอะไรก็ให้กินแต่ยาพาราเซตามอลเป็นพื้นฐานเพียงอย่างเดียว  เราจะเห็นได้จากตัวอย่างในละคร ก็คือ  Patch  Adam  ซึ่งเขาพยายามทุกวิถีทางให้ทุกคนเชื่อในวิธีการรักษาแบบของเขา  แม้ว่าจะใช้เวลานานแต่เขาก็สามารถทำให้ทุกคนยอมรับในตัวของเขาได้ เราก็เหมือนกันเมื่อเราเลือกที่จะมาเรียนในวิชาชีพนี้ เราก็ต้องเชื่อตัวเอง รักในวิชาชีพ มุ่งประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด เท่านี้เราก็สามารถทำงานได้อย่างมีความสุขเต็มภาคภูมิแล้ว

2.  ทัศนคติที่เปลี่ยนไป  เมื่อก่อนดิฉันยอมรับเลยว่าไม่ได้ชอบที่จะเป็นนักรังสีเทคนิคเพราะดิฉันรู้สึกกลัว เพราะมีคนบอกว่ามันอันตราย  แต่หลังจากได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับวิชาชีพนี้ ทำให้ดิฉันเปลี่ยนมุมมองใหม่ ที่อยากจะเรียนรู้และศึกษาเพราะมันเป็นสิ่งที่ท้าทายและแปลกใหม่น่าค้นหาและติดตาม มันมีประโยชน์อย่างมากมาย สามารถทำให้รู้สาเหตุของการเกิดโรคช่วยทำให้ผู้ป่วยหายจากความทุกข์ทรมานจากโรคที่เป็นอยู่ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งมันทำให้ดิฉันรู้สึกชอบและไม่กลัวที่จะเป็นนักรังสีเทคนิคมากขึ้นแล้ว

3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ  จรรยาบรรณวิชาชีพของแต่ละอาชีพบางอย่างก็คล้ายกันบางอย่างก็แทบจะไม่เหมือนกันเลย  แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ธำรงไว้ซึ่งการเคารพและซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตนเอง หลังจากที่ได้อ่านบทความของท่านนายแพทย์ประเวศ  วะสี  และจากการชมภาพยนตร์ ทำให้ทราบว่าจรรยาบรรณวิชาชีพ  ก็คือ การรักในวิชาชีพของตนม่งหวังให้วิชาชีพของตนช่วยเหลือผู้อื่นได้มากที่สุด พัฒนาสิ่งใหม่ ๆ เพื่อความอยู่รอดของมวลมนุษย์ รักษาวิชาชีพให้อยู่ต่อไปซึ่งเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นของตนเองเพื่อสรรค์สร้างประโยชน์สุขต่อตนเองและผู้อื่น ตราบใดที่เรายังประกอบอาชีพนี้อยู่เราก็จะไม่ทำอาชีพของตนเองให้เสียหาย  เคารพในบทบาทหน้าที่ทั้งของตนเอง  และผู้ร่วมงาน  เท่านี้เราก็จะมีจรรณยาบรรณในวิชาชีพแล้ว 

  • นางสาวจิราภรณ์ คำห้าง นิสิตชั้นปีที่1 รหัส 49662780
    IP: xxx.19.231.4
    เขียนเมื่อ 

1)  สิ่งที่ดิฉันประทับใจหลังจากดูภาพยนตร์เรื่อง   Patch  Adum  คือ  เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง Patch Adum   ที่ชี้ให้เห็นวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการทำงานของแพทย์หรือการทำหน้าที่ของแพทย์ โดยในเรื่อง Patch Adum เขาอยากเป็นแพทย์เพราะต้องการช่วยเหลือคนอื่นๆ  และวิธีการรักษาของเขาแตกต่างจากแพทย์คนอื่นๆคือ เขาเอาใจใส่ในการรักษาอาการป่วยทั้งทางกายและฟื้นฟูอาการป่วยทางจิตใจของผู้ป่วยควบคู่กันไป โดยเขาอาจจะสนใจในการฟื้นฟูจิตใจ  ไม่เหมือนกับแพทย์บางกลุ่มที่สนใจใช้ความรู้ความสามารถในการรักษาโรคเพียงอย่างเดียว   แสดงให้เห็นถึงแพทย์ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่หากมีความรู้ในทุกด้าน  เพื่อใช้ความรู้ทั้งในการรักษาและควรส่งเสริมให้คนในสังคมมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  การเป็นแพทย์ที่เก่งไม่ใช่เรื่องยากแต่การเป็นแพทย์ที่ดีเป็นสิ่งที่ยาก  และข้อคิดจากเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มากเลยทีเดียว

 

 

2)     ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติของดิฉันเปลี่ยนไปคือ

ก่อนได้ดูภาพยนตร์ เรื่องPatch Adum  ดิฉันคิดว่าบุคคลที่ทำอาชีพเกี่ยวกับด้านการแพทย์  มีหน้าที่รักษาโรคของผู้ป่วยเพียงอย่างเดียวและด้วยต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้มากพอที่จะรักษาหรือฟื้นฟูให้ผู้ป่วยกลับมามีสุขภาพสมบูรณ์อีกครั้ง   แต่หลังจากที่ดูภาพยนตร์เรื่อง Patch Adum  ทัศนคติเปลี่ยนไปคือบุคคลที่จะสามารถเป็นแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์นั้น  ไม่จำเป็นต้องมีแต่ความรู้   แต่ต้องใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย ต้องรักษา ฟื้นฟูสุขภาพกายและใจให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตในสังคมหรือในสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างมีความสุข  แม้อาการป่วยทางกายจะไม่หายขาด และที่สำคัญในการประกอบอาชีพไม่ว่าอาชีพใดก็ตามเราควรจะรักและภูมิใจอาชีพนั้นให้มาก ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพนั้นๆ

 

3)    จรรยาบรรณวิชาชีพ

                จรรยาบรรณวิชาชีพจากภาพยนตร์คือแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์  ไม่ใช่เป็นผู้ที่มีหน้าที่แต่รักษาอาการป่วยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรักษาอาการป่วยทางใจด้วย เราต้องเข้าใจจิตใจของผู้ป่วยว่าเขาต้องการอะไร  เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้ความสำคัญกับจิตใจของผู้ป่วย              จรรยาบรรณวิชาชีพจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ  วะสี  คือแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์  มีหน้าที่ในการรักษาเยียวยาอาการป่วยทั้งทางกายและทางจิตใจ  โดยคำนึงถึงสภาพสังคม สิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วย  ไม่เพียงแต่สนใจแต่การรักษาโรคเพียงอย่างเดียว หรือให้ความสำคัญโรคมากจนเกินไป จนลืมคิดถึงปัจจัยอื่นที่มีผลต่อสุขภาพเหมือนกัน ควรมีการส่งเสริมหรือสร้างเสริมเพื่อให้บุคคลในสังคมมีสุขภาพแข็งแรงไปพร้อมกันด้วย

 

1)  ประทับใจความกล้าหาญและความมีนำใจของPatch และเพื่อนๆของเขาเพราะเขากล้าทำในสิ่งที่เขาคิดว่าดี  ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นอาจจะดูประหลาดในสายตาของบุคคลอื่น และอาจจะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเองก็ตามเขากล้าที่จะทำตามความคิดและความฝันของตัวเองและที่สำคัญเขาใช้ใจรักษาผู้ป่วยร่วมกับความรู้ทางการแพทย์ที่มีอยู่ เขาให้ความเป็นกันเองกับผู้ป่วยเหมือนเป็นญาติ เหมือนกับเพื่อน ซึ่งเป็นการรักษาร่างกายร่วมกับจิตใจทำให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้นและประทับใจความมีนำใจของเพื่อนๆของ Patch ที่คอยช่วยเหลือเขาอย่างจริงใจ เพราะเขาคงไม่สามารถทำเรื่องต่างๆได้สำเร็จด้วยดีถ้าต้องทำคนเดียว

2) ตอนแรกคิดแค่ว่าเรียนอะไรก็ได้ที่จบไปแล้วมีงานทำ จึงเลือกเรียนสาขานี้ จบไปแล้วก็แค่ทำงานตามหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดไปวันๆ ไม่ต้องใส่ใจอะไรมากมายแต่เมื่อดูภาพยนต์เรื่องนี้แล้วทำให้ได้คิดว่าเราต้องทำงานที่เกี่ยวกับชีวีตของคน เราต้องดูแลผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราเพราะหน้าที่ของเราคือช่วยเหลือให้เขาหายป่วยหรือดีขึ้นให้มากที่สุด เราจึงควรทำหน้าที่ที่สำคัญนี้ด้วยหัวใจและความรู้ที่มีอยู่อย่างเต็มความสามารถ

3)จรรยาบรรณที่ได้ คือ เราต้องใช้ใจในการรักษาผู้ป่วยร่วมด้วย เราต้องรักษาผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ซักถามให้ความคุ้นเคยกับเขาเหมือนเขาเป็นเพื่อนเป็นญาติของเราคนหนึ่งเพราะนั่นอาจทำให้เขาหายดีมากกว่าการรักษาด้วยยาหรือสารเคมีใดๆก็ได้ และควรส่งเสริมให้โรงพยาบาลเป็นที่สร้างสุขภาพมากกว่าการซ่อมสุขภาพ

สิ่งที่ประทับใจที่สุดหลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่อง Pacth Adam ก็คือการมีจรรยาบรรณของการเป็นแพทย์ที่ Pacth Adam มีซึ่งเขามีแง่คิดที่ดีในการช่วยเหลือผู้อื่น Pacth Adam  มีจิตวิญญานของการเป็นแพทย์ที่แท้จริง ในการรักษาผู้ป่วยของเขานั้นก็แตกต่างไปจากแพทย์คนอื่นๆ เขาไม่ได้รักษาโรคให้ผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว แต่เขายังช่วยฟื้นฟูจิตใจให้ผู้ป่วยมีความเข้มแข็ง และสามารถสู้กับปํญหาต่างๆได้ Pacth Adam สามารถทำให้ผู้ป่วยมีความสุขได้ทั้งๆที่ยังเจ็บป่วย เขาให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกคน Pacth Adam น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการมีจรรยาบรรณทางการแพทย์ให้กับแพทย์ในสมัยปัจจุบันได้ดี 

ทัศนคติที่เปลี่ยนไปหลังจากได้ชมภาพยนต์ เรื่อง Pacth Adam ก็คือ ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยคิดว่าการทำงานด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยคงไม่ใช่เรื่องยากถ้าเรามีความรู้และประสบการณ์ แต่พอได้ดูภาพยนต์ เรื่อง Pacth Adam แล้วทัศนคติเดิมๆก็หายไป ตอนนี้ดิฉันคิดว่าการที่เราจะดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดีนั้นไม่จำเป็นต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถรักษาผู้ป่วยให้หายได้ดีเป็นปกตินั้นต้องอาศัยการมีน้ำใจ ความเสียสละ มีความรับผิดชอบ และการเข้าใจผู้ป่วย โดยการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อที่จะได้ทราบอาการของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและรักษาได้ทันเวลา

ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากการชมภาพยนต์ เรื่อง Pacth Adam ทำให้ได้ทราบถึงว่าในการดูแลรักษาผู้ป่วยเราต้องเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วย ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด มีความอดทน มีความเสียสละ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพื่อความสะดวกในการรักษา และจะทำให้ทราบอาการของผ็ป่วยอย่างแท้จริง จากบทความของ อ.ประเวศ วะสี นั้นได้กล่าวว่าในการดูแลรักษาโรคให้กับผู้ป่วยนั้น เราต้องดูแลทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจจะทำให้ทราบ๔งอาการของผู้ป่วย ในการทำงานเราต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบ นี่แหละคือจรรยาบรรณของแพทย์ที่แท้จริง

 

 

ความประทับใจ  การรักษาคนไข้คือการทำให้เขาหายป่วยทั้งทางด้านร่างกายและด้านจิตใจ ข้าพเจ้าประทับใจ Patch  Adam    ตรงที่เขามีความสุขจนหน้าเกลียด เพราะการที่จะรักษาใครสักคนให้หายจากความเจ็บป่วยมิใช่เป็นเพียงการทำเพราะหน้าที่ มิใช่ตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างเคร่งเครียด ขนาดคนรักษายังเครียดแล้วคนไข้จะหายเร็วได้อย่างไร ฉะนั้นเราควรจะมีความสุขยิ้มแย้มในเลาที่รักษาคนไข้และทุก ๆ เวลา ให้คนไข้รู้สึกว่าเราเป็นเหมือนญาติคนหนึ่ง

ทัศนคติ ในเมื่อเราก้าวเข้ามายืนอยู่นะจุดนี้แล้วหน้าที่ของเราคือทำให้ดีที่สุด (แล้วดีที่สุดคืออะไรหละ ?) คนเราทุกคนมีความฝัน อย่างข้าพเจ้าในครังแรกที่เข้ามาเรียนในคณะนี้ ในสาขาวิชานี้มิใช่เพราะว่าชอบหรือรักเลย แถมยังไม่เคยรู้จักคณะนี้เลยด้วยซ้ำ สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากเป็นในเวลานั้นคือ พยาบาล ข้าพเจ้าอยากรักษาคนไข้ เห็นเวลาที่ไปโรงพยาบาลจะมีพยาบาลแต่งชุดขาวเข้ามาซักประวัติถามอาการป่วยแล้วจากนั้นก็ส่งตัวไปให้หมอตรวจ จากนั้นก็ออกมาให้พยาบาลฉีดยา สักพักก็หายป่วย ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาอยู่ในรังสีเทคนิครู้สึกกลัวมากกลัวว่ามันจะสูงเกินไปกลัวเรียนไม่ไหว แต่ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในใจคือเราต้องเรียนให้ได้ เราคือความหวังของพ่อแม่ และส่วนลึก ๆ ของใจคืออยากรักษาคนไข้ให้หายป่วย อยากให้ความทุกข์ที่มีอยู่ในหลาย ๆ คนหมดไป และหลังจากที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าการจะทำให้คนไข้หายป่วยนั้นมิใช่เพียงรักษาให้หายป่วยทางกายเท่านั้นเราจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจว่าคนไข้ต้องการอะไรและสาเหตุการป่วยเพราะอะไรเราจะต้องทุมเททั้งแรงกายและแรงใจในการรักษาคนไข้ให้หายป่วยทั้งทางด้านร่างกายและด้านจิตใจมีความสุขในการรักษา มีความใกล้ชิดกับคนไข้เสมือนว่าเราคือส่วนหนึ่งของครอบครัว ไม่แบ่งช่องว่างระหว่างคนไข้กับเรา ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดโดยไม่หวังผลตอบแทน

จรรยาบรรณ

  • การรักษาคนไข้คือการทำให้คุณภาพชีวิตของคนไข้ดีขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและด้านจิตใจ
  • ต้องทุมเททั้งแรงกายและแรงใจในการรักษาคนไข้
  • ทำหน้าที่ของเราให้ดีโดยไม่หวังผลตอบแทน
  • ต้องเรียนรู้ว่าคนไข้ต้องการอะไร และเขาป่วยเนื่องจากอะไร
  •  เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนไข้กับคนรักษา ไม่มีการแบ่งช่องว่าง หรือชนชั้นระหว่างกัน
  • มีความสุขกับการรักษาคนไข้ให้หายป่วย
  • น.ส. อริศรา จิระวรรธนะ นิสิตชั้นปีที่1 รหัส 49661639
    IP: xxx.7.162.62
    เขียนเมื่อ 

ข้อที่  1 สิ่งที่ประทับใจในเรื่อง Pacth Adam คือ การที่นาย Pacth Adam ใช้วิธีการรักษา
แบบองค์รวม นั่นก็คือ ไม่ใช่เพียงแค่รักษา"โรค"เท่านั้น แต่เป็นการมองผู้ป่วยว่าเป็นมนุษย์ เป็นคนเหมือนกัน
และมีปฎิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วย ทำให้การรักษาเข้าถึงผู้ป่วย เยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ แม้การรักษาในแบบของเค้า
อาจจะทำให้บางคนคิดว่าไม่เหมาะสมกับแพทย์ แต่การที่เค้าทุ่มเทให้กับการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างจริงใจ มันเป็นการแสดงถึง
การมีจริยธรรมของแพทย์อย่างแท้จริง

ข้อที่ 2 จากภาพยนต์  เมื่อก่อนในมุมมองของผู้รับการบริการทางการแพทย์ มองว่า
แพทย์ก็แค่อาชีพๆหนึ่ง ที่มีการงานที่ดี มีฐานะมั่นคง
แต่ไม่ได้มองถึงความสำคัญของแพทย์และการทำงานของแพทย์จริงๆ
 ในหนังเรื่องนี้ทำให้เกิดความชื่นชมและกระตุ้นให้มีความรักในการทำงานด้านสุขภาพ
เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับ"ผู้ป่วย" ไม่ใช่ที่ตัว"โรค"
การทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยแบบนาย Pacth Adam นี้ทำให้รู้ว่า ความสุขที่แท้จริง
ไม่ได้อยู่ที่ฐานะ อาชีพ หรือว่าเงิน แต่อยู่ที่  การที่เราได้ใช้ความสามารถของเราที่มีนั้น
ช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุข

ข้อที่ 3 ในการรักษาผู้ป่วย อย่ามองแค่"โรค" และรักษาโรคเท่านั้น
แต่ให้มองแบบองค์รวมคือตัว"ผู้ป่วย" การรักษาจะต้องคำนึงในหลายๆด้าน
โดยมีพื้นฐานคือ ให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและเป็นสำคัญ
มีคุณธรรม จริยธรรมในการทำงาน ทุ่มเททั้งกายและใจ เสียสละในการทำงาน
และที่สำคัญคือ ดำเนินนโยบายการป้องกันโรค มากกว่าที่จะมารักษาโรค
เพราะเป็นการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา ไม่ได้ป้องกันตั้งแต่ต้น

 

 

1. สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจหลังจากชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam คือ เขาเป็นคนที่ไม่ท้อถอย แม้เขาเคยคิดจะฆ่าตัวตายมาก่อน และเขาสามารถมองเห็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นกัน จากตัวอย่างในภาพยนตร์ ตอนที่เขาสามารถมองเห็นนิ้วมือเป็นแปดนิ้ว ซึ่งคนอื่น ๆ มองเห็นเป็นเพียงสี่นิ้ว ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นทำให้เล็งเห็นได้ว่าเขาเป็นคนที่ไม่เพียงมองแต่เฉพาะภายนอก แต่กลับมองลึกลงไปซึ่งจากความคิดที่เขามองได้แตกต่างนั้นทำให้เขาสามารถนำไปแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น ตอนที่เขาช่วยทำให้คนป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตไปเข้าห้องน้ำได้โดยที่ไม่ต้องใช้การบังคับเหมือนกับที่หมอคนอื่น ๆ ทำ ซึ่งหมอคนอื่น ๆ ที่บังคับคนไข้พวกนี้ก็เพราะเขามองเพียงว่าคนไข้พวกนี้เป็นเพียงแค่ ผู้ป่วยที่เสียสติ ไม่รู้สึกรู้สาอะไร โดยที่ไม่คิดมองลงไปลึกกว่านั้นว่าจริง ๆ แล้วคนพวกนั้นเขาก็มีจิตจิตเหมือนเราเพียงแต่เขามีความคิดและจินตนาการที่อาจจะมากเกินไปกว่าเรา ซึ่งหมอเหล่านั้นแตกต่างจาก Patch Adam โดยสิ้นเชิงเพราะเขาสามารถมองลึกลงไปถึงจิตใจของผู้ป่วยเหล่านั้นได้และสามารถหาวิธีที่จะทำให้ผู้ป่วยคล้อยตามด้วยคำพูดและการกระทำที่เป็นมิตรกับผู้ป่วย สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือ เขาเป็นคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง รู้จักคิดออกจากกฎเกณฑ์ซึ่งเขาคิดว่าไม่ถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม เขาเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีความเสียสละ ยอมรักษาผู้ป่วยด้วยความเต็มใจ แม้จะไม่ได้รับค่าตอบแทนก็ตาม และเขาคิดที่จะรักษาผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถแม้จะต้องเสี่ยงสักเพียงใดก็ตาม และที่ข้าพเจ้าประทับใจที่สุดคือ เขาเป็นคนที่สามารถสร้างอารมณ์ขัน และความสนุกสนานให้กับคนไข้ และคนอื่น ๆ ได้ ซึ่งคนไข้ที่จากปกติจะนอนรอให้หาย ด้วยจิตใจที่หดหู่บนเตียงผู้ป่วย เขาก็สามารถทำให้ผู้ป่วยเหล่านั้นมีอารมณ์ขัน และมีความสุขได้

2. ทัศนคติของข้าพเจ้าที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ วิธีการรักษาผู้ป่วย ซึ่งจากเดิมที่ข้าพเจ้าคิดว่าการที่เราจะทำการรักษาผู้ป่วยนั้น เป็นเพียงแค่การตรวจดูอาการ แล้วจัดยาให้ หรือไม่ก็ให้การรักษาด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าถ้าหากทำตามขั้นตอนแค่นั้นก็คงเพียงพอแล้วที่จะเป็นการรักษาผู้ป่วยสักคน และหลังจากที่ข้าพเจ้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วทำให้ข้าพเจ้ามีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือ การที่เราจะให้การรักษาผู้ป่วยนั้นไม่ใช่เพียงแค่การรักษาด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ เพียงอย่างเดียว แม้การกระทำเช่นนั้นจะเป็นการทำให้อาการทางกายของผู้ป่วยหายก็จริง แต่จริง ๆ แล้วเราควรที่จะรักษาผู้ป่วยให้หายทั้งทางกายและทางใจด้วย เพราะโรคบางโรคที่กายยังเจ็บป่วยอยู่นั้นก็เพราะอาการทางใจด้วย เช่นโรคกระเพาะที่ข้าพเจ้าเคยได้ทราบมาว่า หากคนที่มีอาการเครียดมาก ๆ ก็อาจส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะได้ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าถ้าหากเราทำให้คนไข้ไม่เครียดล่ะ ก็คงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะเป็นการป้องกันการเกิดโรคกระเพาะได้เช่นกัน และกับโรคอีกหลาย ๆ อย่างก็เช่นเดียวกันที่ต้องใช้วิธีการรักษาทางจิตใจ ซึ่งยกตัวอย่างได้จากคำกล่าวที่ว่า "ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว" และหากข้าพเจ้าเป็นหมอข้าพเจ้าจะพูดจาสุภาพกับคนไข้ และคิดเสมอว่าคนไข้ก็เปรียบเสมือนญาติของเราหากเราไม่รักษาให้ดีที่สุดหรือปล่อยให้คนไข้เป็นอะไรไปเราและคนรอบข้างต้องเสียใจมากด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อคนไข้มาให้เรารักษาแล้วก็เหมือนกับว่าคนไข้ได้เชื่อใจและฝากชีวิตไว้กับเราแล้ว ดังนั้นเราจึงควรรักษาคนไข้ให้ดีที่สุด ทำอย่างสุดความสามารถของตนเองและหากเป็นไปได้ข้าพเจ้าอยากสร้างความสนุกสนานให้กับคนไข้อย่าง Patch Adam เพราะการที่จะทำให้คนไข้มีความสุขที่สมบูรณ์แบบนั้นก็ควรจะสุขทั้งกายและใจด้วย

3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ คือ

-  ควรคิดว่าคนไข้ที่มารักษากับเรานั้นเปรียบเสมือนญาติของเรา ควรรักษาด้วยวิธีที่ดีที่สุด และทำให้สุดความสามารถ

-  ควรปฎิบัติกับผู้ป่วยด้วยความเอาใจใส่ อย่างเท่าเทียมกับไม่เลือกทำเฉพาะกับบุคคล หรือเฉพาะอาชีพ

- ไม่ควรคิดว่าตนเองมีความรู้กว่าผู้อื่นแล้วสามารถข่มผู้อื่นได้ ควรให้เกียรติกับคนไข้ ไม่ใช้วาจาที่ไม่สุภาพ หรือพูดจาให้ผู้ป่วยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

- ควรรักในอาชีพของตน และมีความภาคภูมิใจและได้ประกอบอาชีพที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้

- ควรทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ให้สุดความสามารถและควรทำด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ทำเพียงเพราะเป็นหน้าที่

- สร้างวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการรักษาโรค โดยให้ผู้ป่วยเป็นหลักในการรักษา ไม่ใช่ใช้โรคเป็นหลัก

 

1.สิ่งที่ประทับใจที่สุดหลังจากการชมภาพยนตร์ คือทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบว่าการที่จะเป็นแพทย์ที่ดีไม่จำเป็นต้องรักษาผู้ป่วยที่ร่างกายอย่างเดียวแต่ต้องรักษาทางใจควบคู่ไปด้วยเพื่อเป็นการให้กำลังใจผู้ป่วยในการต่อสู้กับโรคที่เป็นอยู่ และการที่จะเป็นหมอได้ต้องคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นอันดับที่หนึ่งเสมอเพราะการที่มาเป็นหมอแล้วต้องรู้หน้าที่ว่าจะต้องรักษาผู่ป่วยให้มีความสุขและสุขภาพที่ดี และการที่หมอหรือใครจะหัวเราะจนน่าเกลียดก็ไม่ใช่สิ่งที่แปลกแลย(เหมือน petch adam)เพราะการหัวเราะเหมือนกับการระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง และทำให้ผู้ที่หัวเราะและคนข้างเคียงมีความสุขเหมือนกัน

2.สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนทัศนะคติในด้านที่ว่าถ้าเราจบการศึกษาไปแล้วเราต้องมีทัศนะคติที่ดีต่อวิชาชีพและเพื่อนร่วมวิชาชีพเพราะการที่เราจะไปทำงานที่โรงพยาบาลมีพนักงานหลากหลายสาขาวิชาและเราต้องทำงานร่วมกัน และการได้ดูภาพยนตร์ทำให้ข้าพเจ้าอยากจะทำงานที่เจอกับผู้ป่วย จะได้พูคดคุยกับผู้ป่วย

3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพจากการที่ได้ดูภาพยนตร์คือทำให้ข้าพเจ้าการปฏิบิติกับผ็ป่วยที่เหมาะสมกับที่เรียนในสายวิชาชีพนี้มาและกับเพื่อนร่วมงานในสายวิชาชีพด้วย และการที่จะรักษา เคารพและซื่อสัตว์ต่อวิชาชีพของตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญมาก

1.สิ่งที่ประทับใจหลังได้ชมภาพยนต์เรื่อง Patch  Adam ก็คือ การที่คนคนหนึ่งมีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่และมีจุดยืนในชีวิตอย่างแน่วแน่  มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นหมอเพื่อจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์   และพยายามต่อสู้ด้วยความมานะบากบั่นเพื่อให้ความฝันนั้นเป็นจริง   เขายึดมั่นในความคิดของตนเอง   แม้ว่าความคิดนั้นจะแตกต่างจากคนส่วนใหญ่   แต่เขาก็พยายามทำให้เห็นว่าความคิดที่แตกต่างของเขาไม่ใช่สิ่งที่ผิด  แต่กลับเป็นความคิดและการกระทำที่น่ายกย่อง   เขาไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์    และเขาไม่เพียงแต่รักษาคนไข้ตามทฤษฎีที่เรียนมาเท่านั้น  แต่เขาช่วยเหลือคนไข้ด้วยจิตวิญญาณความเป็นหมออย่างแท้จริง   เขารักษาทางร่างกายและไม่มองข้ามการรักษาทางจิตใจ  และก็ให้ความสำคัญต่อจิตใจของคนไข้   เขาเข้าใจและเข้าถึงคนไข้ด้วยจิตใจที่ดีของเขา    การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จของเขาไม่ใช่เพื่อตัวเองเท่านั้น   แต่เพื่อเพื่อนมุษย์ร่วมโลกด้วย   

2.ทัศนะคติที่เปลี่ยนไป   : ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เรียนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ   และรู้สึกว่าการที่เราจะทำงานในวงการแพทย์ไม่ใช่แค่มีความรู้แลมีใบปริญญาทางด้านนี้เท่านั้น  แต่เราควรมีความรักและความภาคภูมิใจในวิชาชีพของตนเองด้วย  ให้ความสำคัญแก่ชีวิตทุกชีวิต  ดูแลเอาใจใส่คนไข้ด้วยจิตใจที่เมตตาไม่ใช่เพียงเป็นหน้าที่เท่านั้น 

3.ความรู้สึกเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ: รู้สึกว่าจรรยาบรรณแต่ละวิชาชีพเป็นสิ่งสำคัญ  ถ้าเรายึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพของตนเอง  ก็เหมือนเรามีแนวทางในการกระทำที่ดี  เราต้องมีความรักในในวิชาชีพของตน  เพราะถ้าเรารู้สึกรัก  เราก็จะทำทุกอย่างได้ดีตามมา  แล้วเราก็จะทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจและเต็มที่กับมัน   และนำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ต่างๆมาช่วยเหลือคนไข้อย่างดีที่สุด  เราก็จะมีความสุขในการทำงาน  การทำงานทุกอย่างนั้นเหนื่อย   แต่ถ้าเราเหนื่อยแล้วมีความสุขเราก็อยากที่จะทำงานนั้นต่อไป  เราจึงควรยึดมั่นและเคารพในจรรยาบรรณวิชาของตนเอง 

1.  สิ่งที่ประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam ก็คือ  Patch  เขาได้พบกับปัญหาหลายๆอย่างเข้ามาในชีวิตจนคิดที่จะฆ่าตัวตาย  แต่เขาก็ได้เจอทางออกที่ดี  โดยการมองเห็นปัญหาของคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้าง  ซึ่งบุคคลเหล่านั้นก็ประสบปัญหามากกว่าตน  ทำไมเขาถึงจะต้องยอมแพ้อะไรง่าย ๆ  เขาจึงมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือคนอื่น  ให้มีความสุขและหายจากการเจ็บป่วยทางกายและจิตใจ   เขามีความสนใจที่จะเรียนทางด้านการแพทย์เพื่อมารักษาคนอื่น  ถึงแม้ว่าจะได้รับแรงกดดันจากบุคคลรอบข้างที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของที่ผิดไปจากกฎระเบียบของสถาบันที่เขาไปเรียน  การรักษาของเขาเป็นการรักษาที่เข้าถึงตัวและจิตใจของคนไข้มากที่สุด  ซึ่งไม่มีแพทย์คนใดเคยกระทำการรักษาแบบนี้มาก่อน    จากการที่เขาทำแบบนี้ทำให้สภาพร่างกายและจิตใจของคนไข้หายป่วยเร็วขึ้น  ทำให้คนไข้มีความสุข  ไม่มีความวิตกกังวลกับโรคที่ตนกำลังเผชิญอยู่ และใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ถึงแม้ว่าจะนอนอยู่บนเตียงก็ตาม   เหมือนกับว่าเขาจะดึงคนไข้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเขา เป็นญาติพี่น้องกัน  สามารถปรึกษากันได้  และเขาจะศึกษาโดยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้เพียงแต่อ่านและศึกษาจากตำราเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  ซึ่งเป็นการศึกษาที่ไม่มีใครทำมาก่อน ดังนั้นทางวงการแพทย์ควรที่จะรักษาผู้ป่วย โดยคำนึงถึงจิตใจของผู้ป่วย  ไม่ควรมุ่งรักษาเฉพาะร่างกายเท่านัน

2. เรื่อง Patch Adam ทำให้ทัศนคติที่ดิฉันมองสาขาวิชาทางด้านสายการแพทย์เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากที่ดิฉันเคยมองว่าคนที่จะเรียนในด้านนี้ต้องเรียนเก่ง มีความรู้ความสามารถ  มีความชำนาญในการรักษา  และดิฉันเป็นคนที่มองปัญหาในมุมแคบ ๆ หลังจากที่ดิฉันได้ดูเรื่องนี้ก็เกิดทัศนคติใหม่ ๆ มากขึ้น  เพราะสิ่งที่ดิฉันเข้าใจมันก็ยังไม่ใช่  การที่เราจะเข้าถึงบุคคลอื่นเราต้องมีความเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่จึงจะเข้าถึงปัญหาต่าง ๆของเขาได้  โดยการเอาใจเขามาใส่ใจเรานั่นเอง  การรักษาคนไข้ก็เช่นกันก่อนหน้านี้ดิฉันก็เข้าใจว่าการรักษาคนไข้ให้หายจากโรครักษาเฉพาะทางร่างกายก็เพียงพอแล้ว  พอดูเรื่องนี้ก็เกิดความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม  คือเราจะต้องรักษาคนไข้ทางจิตใจด้วย  เพราะผู้ป่วยบางคนอาจจะไม่ป่วยทางด้านร่างกายก็ได้  เขาอาจจะป่วยทางด้านจิตใจหรือเขาต้องการกำลังใจจากคนอื่นก็ได้ เพียงแค่นี้ก็ถือว่าเป็นการรักษาอย่างหนึ่ง  และสิ่งที่เปลี่ยนไปอีก หลังจากที่ได้ดูเรื่องนี้ คือ  การใช้ชีวิตในการศึกษาเล่าเรียน  ความรู้ไม่ได้มีเฉพาะในตำราเรียนเท่านั้น  แต่ความรู้มันมีอยู่ทุก ๆ ที่ เพียงแค่ว่าเราจะไขว่ขว้าได้มากมายแค่ไหน  และการนำไปประยุกต์ใช้  ซึ่งยังทำให้มุมมองที่มีต่อวิชาชีพของดิฉันก็เพิ่มมากขึ้นด้วย  มันทำให้ดิฉันอยากเรียนวิชาชีพนี้เพื่อที่จะไปรักษาหรือช่วยเหลือผู้อื่น  

3.  จากการได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้  ทำให้ได้รับความรู้มากมาย  โดยเฉพาะจรรยาบรรณวิชาชีพไม่ได้มีเพียงในตำราเท่านั้น  เราต้องนำมาประยุกต์ให้ได้มากที่สุด  เพราะวิชาชีพนี้ เป็นวิชาชีพที่ต้องช่วยเหลือผู้อื่น  เหมือนกับว่าชีวิตของเขาฝากไว้กับเราแล้ว เราต้องให้การช่วยเหลือเขาให้เต็มที่  เพราะทุกวินาทีมันมีค่ามาก  โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ควรให้เขากลับไปด้วยความสุขและเราต้องคำนึงถึงจิตใจของผู้อื่นด้วย 

    จากบทความของนายแพทย์ ประเวศ  วะสี การที่เราจะรักษาคนไข้ให้หายป่วยนั้น  เราต้องรักษาร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป  เพราะการที่เขาไม่ได้ป่วยก็ไม่ได้หมายความว่า  เขาจะไม่ได้ป่วยจริงตามที่เห็น  บางทีจิตใจอาจจะป่วยยู่ก็ได้  เพราะทางการแพทย์จะมุ่งรักษาเฉพาะทางด้านร่างกาย  ถ้าตรวจไม่พบโรคก็จะบอกว่าคนไข้แกล้งป่วย  เพราะมันเป็นการบั่นทอนสภาพจิตใจของคนไข้  ทำให้เขายิ่งป่วยขึ้นกว่าเดิม  เราต้องทำงานด้วยความเต็มใจ  เอาใจเขามาใส่ใจเรา  มีความตรงต่อเวลา  เพราะชีวิตคนไข้ขึ้นอยู่ที่เรา

  • นางสาวกนกวรรณ พรหมเสน รหัส 49662759 รังสีเทคนิคปี 1
    IP: xxx.7.161.250
    เขียนเมื่อ 

 1.สิ่งที่ประทับใจในเรื่อง  " Patch Adam " ก็คือ    Patct Adam  ทำให้เห็นว่ากฎเกณฑ์บางอย่างเหมือนเป็นกรอบหรือขอบเขตที่กั้นความจริงที่ดีกว่าสำหรับเราไป  ถึงแม้ว่าเค้าจะเป็นแค่นักศึกษาแพทย์  แต่ใจของเขาได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งมั่น  มีจิตวิญญาณที่พร้อมจะเป็นแพทย์เพื่อคอยช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างแท้จริง  เพราะดูจากภายนอกเค้าอาจดูเหมือนพวกชอบแหกกฎ  แต่ภายในเค้ากลับรับรู้และเข้าถึงผู้ป่วยทุกคนเป็นอย่างดี  หนูชอบตรงที่เค้าเป็นตัวของตัวเอง  รักและพร้อมที่จะมุ่งมั่นสู่จุดมุ่งหมายที่เค้ามี  ถึงแม้ว่าเค้าจะทำไม่ตรงกฎเกณฑ์  แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน  แต่กลับกลายเป็นผลดี  ซึ่งเค้าก็ได้ทำให้ทุกคนเห็นและยอมรับในการกระทำของเขา  โดยเค้าได้รักษาคนป่วยด้วยวิธีของเขา  ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องที่ตลก  แต่เรื่องตลกหรือเรื่องเล็กๆน้อยๆที่แพทย์ส่วนใหญ่ละเลยพวกนี้  กลับเป็นวิธีการรักษาที่น่าทึ่ง  เพียงแค่ด้วยรอยยิ้มของเขานั่นเองที่ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่หายป่วยจากโรค  โดยที่แพทย์บางคนยังไม่สามารถหาสาเหตุที่จะช่วยพวกเค้าได้  Patch Adam  ทำให้เห็นว่าเขาไม่ต้องการสิ่งตอบแทนอะไรเลย  เพียงแค่เค้าทำให้สิ่งที่เค้าต้องการ  ทำให้เห็นว่าถ้าเราตั้งใจจะทำอะไรแล้ว  ไม่จำเป็นต้องใคว่คว้าหาความสุขหรือสิ่งตอบแทนใดๆ  เพราะสิ่งที่ได้ทำลงไปมันมีความสุขอยู่ในตัวของมันเอง

2. สิ่งที่ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไป  ก็คือ  เมื่อก่อนหนูเองเป็นคนไม่ค่อยกล้าแสดงออกในเรื่องที่แตกต่างไปจากกฎเกณฑ์ที่มีอยู่  ก็เหมือนๆกับไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากคนอื่น  เพราะกลัวที่จะไม่ได้รับการยอมรับ  อีกอย่างก็เป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง  แต่พอได้มาดูหนังเรื่อง Patch  Adam เค้ากล้าที่จะทำให้สิ่งที่เค้าตั้งใจ  แล้วสิ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับ  เกิดเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมอีกมากมาย  หนูเลยมีความคิดใหม่ว่า  ความคิดที่แตกต่างไม่ได้เป็นความคิดที่ผิดเสมอไป  ถ้าไม่ทำให้ใครเดือนร้อนก็ไม่เป็นเรื่องแปลกไม่ใช่หรอที่จะกล้าพูดในสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น  เพราะความต่างนี้ก็อาจเป็นสิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิมก็ได้  ทุกวันนี้หนูกล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น  กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นมากขึ้นเมื่อมีการทำงานเป็นกลุ่มกับพวกเพื่อนๆค่ะ  n_n

3.จากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adamและการอ่านบทความของ ศ.นพ.ประเวศ  วะสี ทำให้มีความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ ดังนี้

   1.)  ได้เห็นความสำคัญเกี่ยวกับจรรยาบรรณและจริยธรรมวิชาชีพว่ามีความสำคัญมากแค่ไหน  เพราะคนไข้ทุกคนต่างต้องการการรักษา  และการดูแลเอาใจใส่จากพวกเรา

   2.)  รักษาเวลา  ตรงต่อเวลา  เพราะทุกวินาทีมีค่า  สำหรับคนป่วยและเราเอง

   3.)  ดูแลคนไข้เสมือนญาติของเราเอง  อย่าได้ถือตัวว่าเราคือบุคลากรทางการแพทย์ 

   4.)  มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตน

   5.)  เอาใจเขามาใส่ใจเรา  เพราะการที่ได้เข้าไปถึงความรู้สึกของใครคนหนึ่งได้นั้น  ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง  และเป็นประโยชน์มากสำหรับแพทย์กับคนไข้

   6.)  พร้อมที่จะเสียสละ  เพราะงานของเราเป็นงานเพื่อประชาชน  เราควรจะภูมิใจในอาชีพของเราเอง

   7.)  มีความมุ่งมั่น  ตั้งใจ  ในอาชีพของเรา  เพราะคนไข้เค้าได้ไว้วางใจพร้อมที่จะให้เรารักษา

   8.)  ดูแลรักษาคนไข้ทั้งกายและใจ  เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา

   9.)  พร้อมที่จะสียสละเพื่อส่วนรวม 

   10.)  มีความรับผิดชอบและตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด 

          . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .   n_n

1.สิ่งที่ประทับใจจากการชมภาพยนต์ Patch Adam     ประทับใจตรงที่ Patch  เขามีมุมมองที่แตกต่างไปจากหมอคนอื่น ตรงที่ไม่มองปัญหาของคนไข้เพียงด้านอาการเจ็บป่วยเพียงอย่างเดียว   แต่เขามองลึกลงไปในสภาพจิตใจของผู้ป่วย  ในการรักษาอาการทางร่างกายและทางด้านจิตใจของผู้ป่วยต้องทำควบคู่กันไป   

2.ทัศนคติที่เปลี่ยนไป     จากการที่คิดว่าคนที่เป็นหมอนั้นต้องมีความรู้ ต้องเก่ง ต้องฉลาดมากๆจึงจะรักษาคนไข้ให้หายจากโรคได้  เมื่อได้ดูภาพยนต์เรื่องนี้แล้วทำให้คิดว่าไม่ใช่ ความรู้ ความสามารถทางด้านวิชาการอย่างเดียวที่จะสามารถรักษาคนไข้ให้หายได้ แต่การเอาใจใส่ดูแล การให้กำลังใจ การฟื้นฟูทางด้านสภาพจิตใจของผู้ป่วย ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ เนื่องจากมีกำลังใจที่เข้มแข็งที่จะต่อสู้กับอาการของโรค

3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ  

    - จงอย่าทำร้าย  เพราะเขาไว้ใจคุณ

    -การจะเป็นหมอที่ดีต้องมีคุณธรรม จริยธรรมด้วย

    -ศึกษาคนไข้เช่นเดียวกับศึกษามวลชน

    -ใช้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางในการรักษา

    -รักษาอาการทางร่างกายและสภาพจิตใจควบคู่กันไป

    -ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไปด้วย

    -ทำให้เต็มความสามารถ

 

  • นางสาวศิริพร คงรัตน์ รหัสนิสิต 48660862 รังสีเทคนิค
    IP: xxx.7.159.254
    เขียนเมื่อ 

1.ประทับใจในความเป็นแพทย์ของ Patch Adum เพราะว่าเขารักษาคนไข้ด้วยจิตใจ ความเข้าใจคนไข้ และคอยให้กำลังใจคนไข้เสมอ ทำอะไรเพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายใจมีกำลังใจขึ้น ไม่ได้ใช้วิชาทางการแพทย์ที่เรียนมารักษาอย่างเดียว และอยากให้แพทย์ทุกๆคนเป็นแบบเขาทำไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน โรงพยาบาลคงจะไม่น่ากลัวอีก

2. ทางด้านจิตใจเปลี่ยนไป เพราะก่อนหน้านี้คิดว่าการทำงานก็คือการทำตามหน้าที่ที่ได้รับบรรชามา แต่ขณะนี้รู้ว่าเราทำอะไรควรที่จะนึกถึงจิตใจคนอื่นด้วย ไม่ได้ทำตามใจเราอย่างเดียว เพราะว่าเราเป็นบุคคลที่ต้องดูแลและช่วยเหลือผู้อื่น ก็ถือว่าชีวิตเขาได้ฝากไว้กับเราแล้ว เราจึงควรทุ่มเทให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ดีกว่าไหนๆ คนไข้ก็ไว้ใจเราแล้วควรทำตรงนี้ให้ดีที่สุด

3. จรรยาบรรณวิชาชีพนั้นไม่ว่าอาชีพอะไร ทุกคนก็จะต้องมีจรรยาบรรณและจรรยาบรรณจะเป็นตัวที่คอยทำให้เราทำงานออกมาได้ดี และเป็นไปในทางที่ดีด้วย คนที่มีจรรยาบรรณทุกคนจะต้องเป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว เสียสละเพื่อผู้อื่นได้ เช่น หมอเมื่อเกิดมาเป็นหมอแล้วก็ควรเห็นใจคนไข้ เพราะคนไข้ที่มารักษาล้วนแล้วต่างก็มีจิตใจที่ไม่สบายอยู่แล้ว เราควรให้กำลังใจแทนที่จะไปซ้ำเติมเขาดีกว่า ควรเป็นคนตรงต่อเวลา เพราะเวลาถ้าพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียว นั่นก็อาจหมายถึงชีวิตใครคนหนึ่งได้

  • นสส.ชินวัฒน์ ฐิตะยารักษ์ รังสีเทคนิค ปี 2 (48661951)
    IP: xxx.188.52.147
    เขียนเมื่อ 

- ความประทับใจหลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่อง Pacth Adam

          สำหรับข้าพเจ้าแล้ว  สิ่งที่เรียกได้วาสำคัญอีกสิ่งหนึ่งในชีวิตของข้าพเจ้านั่นก็คือ "การค้นพบตัวตนของเราเอง" การที่เราค้นพบตัวตนของเราเองนั้นมันหมายถึงการรู้ว่าเราต้องการอะไร  ชอบอะไร  ไม่ชอบอะไร  จะทำอย่างไรกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง  รู้จักว่างแผนในการดำเนินชีวิต  และสิ่งเหล่านี้ก็จะทให้เรามีความสุขกับทุกวันบนโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่  ดังนั้น  ข้าพเจ้าจึงรู้สึกประทับจัยในตัวหมอPacth ที่เขาสามารถค้นพบตัวเองได้  ถึงแม้ว่าเขาจะเคยค้นหาตัวองมาหลายครั้ง  เปลี่ยนงานไปอีกไม่รู้กี่ครั้ง  อายุของเขาก็มากขึ้นเรื่อยๆ  แต่สดท้ายเขาก็ค้นพบตัวเองเจอว่าเขาต้องการอะไร  และจะทำสิ่งต่างๆเหล่านี้เพื่อใคร  ดังนั้นการค้านพบตัวเองเปรียบเหมือนจุดเปลี่ยนของทุกสิ่ง  ทำให้คนเรามองสิ่งต่างๆ รอบตัวชัดเจนขึ้น  และเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่พัฒนา  และดีขึ้นตามลำดับ

-  ทัศนคติ เกี่ยวกับเรื่องอะไรในตัวของนิสิตเปลี่ยนไปบ้าง ?

          ทัศนคติของข้าพเจ้าก่อนได้รับชมภาพยนต์เรื่องนี้นั้น  ข้าพเจ้ายอมรับว่าก่อนได้รับชมภาพยนต์เรื่องนี้นั้น  ข้าพเจ้ามีมุมมองในเรื่องความสัมพันธ์ของบุคลากรทางการแพทย์กับคนไข้ในเชิงการรักษาภาพพจน์  เนื่องจากข้าพเจ้ามีความคิดว่าการเป็นบุคลากรทางการแพทย์นั้นควรจะมีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ  ไม่ควรแสดงกิริยาที่จะทำให้วิชาชีพลดความน่าเชื่อถือลง  แต่หลังจากข้าพเจ้าได้ชมภาพยนตืเรื่องนี้ก็ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่า  การรักษาภาพพจน์หรือบุคคลิกของบุคลากรทางการแพทย์นั้น  ถ้ามากเกินไปก็อาจจะทำให้เราเหินห่างจากคนไข้จนมากเกินไป  ทำให้คนไข้มีสุขภาพจิตที่มายดี  ซึ่งอาจส่งผลต่อการรักษา  อาจทำให้หายช้าลงไปอีก  บางทีนั้นเรามัวแต่ดูแลภาพพจน์ของเราเอง  ใวแต่คิดถึงตัวเองมากเกินไป  จนลืมสิงที่สำคัญที่สุด  นั่นคือ " ความสบายกายสบายใจของผู้ป่วย"  แต่ถึงอย่างนั้นแล้วข้าพเจ้าก็คิดว่า  ทั้งสองสิ่งนี้ควรจะเดินทางไปควบคู่กัน  ทั้งภาพพจน์ที่ดีของการเป็นบุคลากรทางการแพทย์  และภาพพจน์ที่ดีเหล่านั้นจะต้องส่งผล  หรือมีผลกระทบต่อผู้ป่วยน้อยที่สุด  ไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหินห่างกับเรา  หรือเกิดความไม่ไว้วางใจในตัวเราด้วยเป็นอันขาด

- ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ

          คำว่า "จรรยาบรรณนั้น"  ตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตราชตยสถานให้ความหมายและคำจำกัดความว่าอย่างไรนั้น  ข้าพเจ้าเองก็ไม่ทราบ  แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้วได้ให้นิยามคำๆนี้ไว้ในใจว่า  มันคือการยึดมั่นในสิ่งๆหนึ่ง  โดยไม่มีสิ่งใดหรือใครมาบังคับขู่เข้นให้เราทำหรอก  เพียงแต่เราจะต้องมีความคิด  มีสติ  มีการไตร่ตรองที่ดีในสิ่งต่างๆ ก่อนที่เราจะทำอะไรลงไป  โดยยึดมั่งในอุดมการณ์ที่ราได้ตั้งปณิธานไว้

          โดยเมื่อนำคำว่า "จรรยาบรรณ" มารวมกับคำว่า "วิชาชีพ"  นั้น  ก้คงจะหมายถึง  การยึดมั่นในวิชาชีพของเราเอง  ที่จะประพฤติตนให้อยู่ในกรอบที่กำหนดไว้  แต่ทว่ากรอบอันนี้เป็นกรอบที่เรามองไม่เห็น  จับต้องก็ไม่ได้  มีแต่ใจของเราเท่านั้นที่รู้  ว่าสิ่งไหนที่เรียกว่า "ถูก" สิ่งไหนเรียกว่า "ผิด" ดังนั้น "จรรยาบรรณวิชาชีพ" ของบุคลากรทางการแพทย์นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะกรอบที่คนในสายอาชีพเหล่านี้มองว่าถูกหรือผิดนั้น  อาจจะทำให้คนๆ หนึ่งหยุดหายใจ  หรือลืมตามมาดูโลกในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้

 

ความประทับใจ จากเรื่อง Pacth Adam ได้ประทับใจตัว Pacth Adam ในเรื่องการที่เป็นหมอที่มีความสมบูรณ์แบบ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหมอให้ได้ น่ายกย่อง เป็นคนดี เป็นผู้ที่มีสัมพันธไมตรี มีอารมณ์ขัน  รักษาผู้ป่วยในวิธีหรือทฤษฎีของตนเองโดยใช้การสร้างสัมพันธไมตรีหรือการที่เข้าใจในผู้ป่วยว่าอยากจะทำอะไร ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดความสุขและความประทับใจในตัวของเขาและยอมเป็นผู้เสียสละทั้งร่างกาย เงินทอง และแม้กระทั่งคนรักของตนเองทัศนะคติ เมื่อได้ดูเรื่อง Patch Adam ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนและไม่รู้จักคำว่า หมอ  เท่าที่ควร เมื่อดูแล้วเกิดความตั้งใจเรียน ไม่เครียดกับการทำงาน มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี และรู้จักคำว่า หมอ ซึ่งคำนี้ไม่ได้เป็น เกียรติชื่อเสียง แต่หมายถึงผู้ที่ที่ทำให้ผู้ป่วย เกิดความทุกข์ ไร้โรคภัย เกิดความสุขจรรยาบรรณ เป็นสิ่งสำคัญของอาชีพทุกอาชีพที่จะต้องมีและรักษาไว้กับตัวเองตลอดไป ซึ่งควรมีจรรยาบรรณดังนี้1.       สร้างสัมพันธไมตรีกับผู้ป่วย2.       รักษาผู้ป่วยให้ดีที่สุดเหมือนเป็นญาติของเรา3.       มีความอดทน ขยันหมั่นเพียรกับการทำงานของตนเอง4.       รักษาความลับของผู้ป่วย ไม่เปิดเผย5.       ทำงานด้วยความสุจริต ไม่ทุจริตหรือฉ้อโกงนอกจากนี้เราสามารถยังมีจรรยาบรรณอื่นๆอีกซึ่งที่จะทำให้เราเป็นผู้ที่มีจรรยาบรรณที่สมบูรณ์แบบ 

1. ประทับใจในตัว Patch Adum ที่ช่วยเหลือและรักษาคนไข้ จริงใจ เพราะชีวิตจริงแล้วตามที่เคยพบเจอมาแพทย์ก็จะรักษาคนไข้ ตามหน้าที่ทไอไรก็ต้องเป็นไปตามระบบแบบแผนที่วางไว้แล้ว ซึ่งการทำแบบนี้บางครั้งก็อาจจะส่งผลร้ายต่อคนไข้ได้ แต่ แพช ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย กลับมอบความจริงใจ ความใส่ใจ และความตั้งใจในการรักษาคนไข้

2. ทัศนคติก่อน ตอนแรกก็คิดว่าอยากทำงานนี้เพื่อที่จะได้ทำงานในโรงพยาบาล ซึ่งจะทำให้เราสิทธิประโยชน์ จากหน้าที่ที่เราได้ทำ และเราก็จะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แต่หลังจากดูเรื่องนี้แล้วทัศนคติก็เปลี่ยนไป คือเราต้องเอามจใส่ไปกับงานของเราด้วย ทำด้วยความตั้งใจ ความใส่ใจ กับคนไข้ ไม่ใช่ทำเพราะความจำเป็นหรือต้องการแลกกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

3. ทุกคนที่ประกอบอาชีพ ต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณของอาชีพก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะจรรยาบรรณวิชาชีพของทางการแพทย์ เราจะต้องมีให้มากที่สุดดพราะหน้าที่การงานของเราต้องอยู่กับผู้ป่วย ต้องคอยช่วยเหลือเอาใจใส่ และให้ความหวังกับผู้ป่วยว่าพวกเขาจะต้องหายจากโรคต่างๆ โดยรับความช่วยเหลือจากพวกเรา และเราต้องระลึกเสมอว่าทุกวินาทีมีค่าสำหรับผู้ป่วยเสมอ เราต้องไม่ประมาท เพราะผู้ป่วยได้ฝากชีวิตไว้กับพวกเรา ดังนั้นเราต้องดูแลรักษาไว้ดีดี

1.สิ่งที่ประทับใจ    จากภาพยนตืเรื่องนี้คือ การที่เราทำอะไรสักอย่างด้วยความตั้งใจจริงถึงแม้มีอุปสรรคบ้าง แต่ย่อมประสบผลสำเร็จ

2.ทัศนคติที่เปลี่ยน   จากการที่เป็นคนชอบมองอะไรเพียงด้านเดียว เมื่อชมภาพยนต์เรื่องนี้แล้วทำให้เริ่มมองสิ่งต่างๆออกไปในหลายๆแง่มุม มองออกไปกว้างๆ แล้วทำให้รูสึกเห็นถึงความแตกต่าง

3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ     วิชีพทางด้านสายวิทย์สุขภาพทุกอาชีพ ทุกคนให้ความเชื่อถือ เราจึงไม่ควรทำลายความเชื่อถือของคนไข้ในอาชีพของเรา ในด้านการรักษาควรนึกถึงผู้ป่วยเป็นหลัก เข้าถึงสภาพจิตใจของผู้ป่วย เอาใจใส่ดูแลและมีความตั้งใจจริงในการรักษา

  1. สิ่งที่ประทับใจ = Patch Adam เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงตนตามวิถีบุคลากรทางการแพทย์ ที่จะเป็นแบบอย่างแก่ทุกคน ซึ่งอยากให้ทุกคนตระหนักถึงบทบาท หน้าที่ของตนเองมากกว่าสิทธิเสรีภาพส่วนตัว และรู้ที่จะทำและต้องทำให้ได้ตามที่รู้ที่คิด เหมือน Patch Adam
  2.  สิ่งที่ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไป = เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิถีแนวทางที่เรียกว่า การแพทย์ทางเลือก ที่ สามารถจะพัฒนาไปร่วมกับ การแพทย์แผนใหม่ได้ และจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาสาธารณสุขของไทย
  3. ความรู้สึกเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ = ได้ตระหนักอยู่ในใจเสมอว่า ประเทศของเราประกอบด้วยคนที่มีฐานะยากจนมาก จะทำอย่างไรเล่าที่จะช่วยพวกเขาให้มีความสุขทางสุขภาพ ก็นำวิถีแห่งวิชาชีพช่วยพวกเขาได้ ไม่แค่คิดที่จะทำ แต่ ควรทำตามที่คิด จรรยาบรรณในวิชาชีพ คืออะไร เป็นสิ่งที่จะพิมพ์บอกได้ยาก แต่มันจะรู้อย่ในใจของ"นักรังสีเทคนิค" ที่ถ่ายทอดออกมาปฏิบัติแก่ผู้คน สิ่งแวดล้อม และตนเองเสมอ

"เกียรติ อยู่ที่ ใจ มิใช่แค่เงินทอง ที่ทำงานอันหรูหราและมหาวิทยาลัยชื่อดัง"

"วิชาชีพ คือ สิ่งที่จะทำประโยชน์แก่หมู่ชน"

"จรรยาบรรณ คือ สิ่งที่ตนรู้ มวลชนรู้ แล้งสุขใจ"

หวังว่าทุกคนคงเข้าใจนะ " นักรังสีเทคนิค"

?????????????????????????????????????

สิ่งที่ประทับใจที่สุดจากเรื่อง  Pacth  Adam

ผมรู้สึกประทับใจตรงความเป็น Pacth Adam คือผมว่าเขามี่ความเป็นตัวของตัวเองสูง กล้าที่จะคิดให้แตกต่างจากสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่ใช่แค่กล้าคิดเท่านั้นเขายังกล้าทำในสิ่งนั้น และยังเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาทำด้วยตรงนี้แหละคือเสน่ห์ของ Pacth  Adam

ทัศนคติ

ก่อนหน้าที่จะดูหนังเรื่อง Pacth Adam ผมไม่เคยชอบสาขาที่เกี่ยวกับโรงพยาบาลเลยเพราะว่ามันต้องเจอแต่คนป่วย คนที่ไม่สบาย  ต้องเจออย่างนี้ทุกวันผมว่าคงจะน่าเบื่อน่าดู  ผมคงจะไม่มีความสุขกับมันถ้าผมต้องเจอแบบนี้ แต่ Pacth  Adam ทำให้ผมเห็นว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้ทำให้คนหนึ่งคนที่มี่ทุกข์กลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง  นี้แหละคือความสุขที่แท้จริงในนิยามของ  Pacth Adam

จรรยาบรรณวิชาชีพ

ผมว่าอาชีพในสายโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล หรือว่านัครังสีเทคนิค การจะทำงานพวกนี้ได้จะต้องมี   5 ความ

1  ความรู้   ผมว่าความรู้นี้แหละสำคัญสุด เพราะว่าอาชีพแบบนี้ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางมาใช้เยอะ ไม่ใช่รู้แค่เปลือกนอกนะต้องรู้ให้ลึกถึงแก่นกลางของความเป็นอาชีพนั้น ถึงจะได้ชื่อว่า  " ผู้มีความรู้"

2  ความรัก  คือรักในอาชีพที่ทำอยู่ไม่ใช่ทำเพราะว่าเงินเดือนสูง หรือเพราะว่าทำแล้วมีคนนับน่าถือตาไปไหนคนก็ให้ความเคารพอะไรแบบนี้ แต่ต้องทำเพราะใจรัก และรักที่จะทำมันต่อไป

3  ความขยัน ต้องมีความขยันขันแข็ง ขยันทำงาน  ขยันหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา

4  ความอดทน ต้องอดทนต่อคนไข้ ต้องทนต่อสถานการณ์ที่บีบคับ เวลาที่จำกัด และความทุกข์ภายในจิตใจ

5  ความเสียสละ ต้องเสียสละเวลาความสุขส่วนตัวเพื่อความสุขของผู้อื่น

ถ้ามี 5 ความนี้รวมอยู่ด้วยกันในตัวคนคนเดียวผมว่าการทำงานสิ่งใดต้องบรรลุผลสำเร็จเป็นแน่แท้

  • นางสาวฤทัยรัตน์ กี่อย่างรุ่งเรือง 48660817 รังสีเทคนิค
    IP: xxx.7.162.62
    เขียนเมื่อ 

1.สิ่งที่ประทับใจที่สุดหลังจากชม แพท คือประทับใจในตัวละครทุกตัว เพราะทุกคนสามารถสื่อ บทของตัวเองออกมาให้ผู้ชมได้สัมผัส และรับรู้ทั้งความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง

2. ทัศนคติเกี่ยวกับการรักษาของแพทย์ การดูแลคนไข้ของแพทย์ แต่ก่อนเคยมีทัศนคติเกี่ยวกับแพทยืว่า แพทย์มีหน้าที่คอยตรวจโรค และวินิจฉัยโรค พอตรวจเสร็จก็สั่งยาแล้วจากนั้นก็เป็นหน้ที่ของพยาบาลรับผิดชอบต่อ แต่หลังจากที่ได้ดู ก็ได้เข้าใจว่าแพทย์ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจโรค และสั่งยาเท่านั้น แต่แพทย์ยังคอยเอาใจใส่คนไข้ คอยให้กำลังใจ และคอยติดตามอาการของคนไข้ จนกระทั่งอาการหายขาด

3. จรรยาบรรณวิชาชีพ เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องมีเมื่อประกอบอาชีพแล้ว อันได้แก่ การช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยยาเพียงอย่างเดียว จะต้องรักษาจิตใจของผู้ป่วยด้วยผู้ทำอาชีพนี้จะต้องมีความซื่อสัตย์ต่องานที่ตนเองทำ รักในวิชาชีพของตนเอง การทำงานตรงนี้เราต้องเป็นผู้ที่ตรงต่อเวลา และอันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก และต้องเป็นผู้ที่มีประติสัมพันกับคนไข้เป็นอย่างดีเพื่อที่เราจะได้เข้าถึงผู้ป่วยซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญมากซึ่งมันจะเป็นแนงทางในการประกอบอาชีพได่อย่างถูกต้อง

           1. สิ่งที่ประทับใจที่สุดในภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam คือ ความตั้งใจจริงของ Patch ที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น เพราะจากภาพยนต์นั้นมันเป็นสิ่งที่ยากยิ่งที่เราจะตั้งโรงพยาบาลและถึงแม้จะมีสถานการณ์ต่างๆเข้ามาทำให้เราเกิดความท้อแท้แต่ Patch ก็ไม่เคยท้อกับมันเขากับสู้เพื่อผู้อื่น มันคือความสุขของเขา และก็เป็นความสุขแก่ผู้อื่นด้วยมันเป็นสิ่งที่แพทย์ทุกคนควรมีอย่างPatch ตามความเห็นของกระผม

          2. ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับบุคคลที่จะเป็นแพทย์เปลี่ยนไป โดยก่อนหน้านี้คิดว่าบุคคลที่จะต้องมาเป็นแพทย์นั้นต้องเก่งทางด้านความรู้ความจำที่จะต้องสามารถเป็นแพทย์ได้ แต่ปัจจุบันนี้คิดว่าจริงอยู่ที่บุคคลที่จะเป็นแพทย์นั้นต้องเก่งจริงมีความรู้ความจำที่เป็นเลิศเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าแพทย์หรือบุคคลากรทางการแพทย์ขาดคุณธรรม ความตั้งใจจริง ก็ไม่สามารถเป็นแพทย์ในความเป็นวิชาชีพที่ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความเจ็บป่วยและความทุกข์ทรมานอย่างที่หลายคนเข้าใจ

          3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์ และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ จากภาพยนตร์นั้นสิ่งที่สำคัญทีสุดของวิชาชีพแพทย์คือ เราต้องมีความรักในวิชาชีพนี้โดยต้องยึดถือหลักคุณธรรม และจริยธรรม มากกว่าทำตามหน้าที่ เพราะว่าเราเป็นวิชาชีพที่ต้องช่วยเหลือผู้คนมากกว่าที่จะมานั่งคิดถึงวิธีการทางวิชาการอย่างเดียวที่จะช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่มองทางด้านจิตใจของผู้ป่วยบ้าง หรือว่าความยิ่งใหญ่ของวิชาชีพที่ทุกคนต้องมาขอความช่วยเหลือแต่เราเป็นบุคคลที่เข้าไปช่วยเหลือเขาก่อนที่เขาจะเข้ามาขอความช่วยเหลือเราจะดีกว่าไหม จากการอ่านบทความ สิ่งที่สำคัญคือ

            1. วิชาชีพทางการแพทย์ไม่ควรเป็นฝ่ายตั้งรับอย่าเดียวควรเป็นฝ่ายที่เข้าไปหาผู้ป่วยเองเช่น อาจจะเข้าไปแนะนำการดูแลสุขภาพตัวเองของประชาชน ในชุมชน หรือแนะนำให้หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคนั้นโรคนี้ เป็นต้น

            2. แพทย์อย่ายึดติดกับหลักวิชาการมากนักเพราะอ่านจากตัวอย่างที่ยกมานั้นสื่อให้เห็นถึง จริงแล้วผู้ป่วยไม่ได้ป่วยด้วยโรคเพียงแต่ทางร่างกายเพียงอย่างเดียวแต่อาจจะป่วยทางด้านจิตใจด้วย

            3. แพทย์ควรเป็นผู้เสียสละมากกว่าที่จะให้ผู้ป่วยเป็นผู้เสียสละอย่างเช่น เวลาผู้ป่วยมาหาหมอแต่หมดเวลาการตรวจ ผู้ป่วยซึ่งกำลังป่วยอยู่ต้องการรักษา แพทย์ไม่อยู่หรือหมดเวลาค่อยรอใหม่วันหลังทั้งๆที่โรคบางโรคนั้นอาจจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ทันหรือว่าต้องการรักษาอย่างเร่งด่วนแต่ก็ต้องมารอ ดังนั้นการเป็นแพทย์ควรเป็นผู้มีความเสียสละ

1.สิ่งที่ประทับใจจากการชมภาพยนต์ Patch Adam    

      คือ ความมีจรรยาบรรณของความเป็นแพทย์ของ Pucth และการมองปัญหาที่เล็กน้อยในเมื่อแพทย์คนอื่นมองข้ามไป เช่น ผู้ป่วยไม่ได้ต้องการแค่รักษาร่างกายเพียงอย่างเดียวแต่ Pucth ได้เข้าถึงจิตใจของคนไข้  เค้ารักษาคนไข้ด้วยการเข้าถึงไปในจิตใจของคนไข้ ความรู้สึกของคนไข้ การเอาใจใส่  ไม่เพียงรักษาผ่านทางร่างกายเท่านั้น  การมีน้ำใจและการช่วยเหลือผู้อื่นของ Pucth ที่ยังไม่หวังผลตอบแทนใดๆซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง   เขายังมีความสนใจที่จะเรียนทางด้านการแพทย์เพื่อมารักษาคนอื่น  ถึงแม้ว่าจะได้รับแรงกดดันจากบุคคลรอบข้างที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของที่ผิดไปจากกฎระเบียบของสถาบันที่เขาไปเรียน แต่กลับทำให้เค้ามีความอดทนเพื่อให้ได้สิ่งที่เค้าต้องการ

2.ทัศนคติที่เปลี่ยนไป 

      คือ  การที่จะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ไม่ว่าทางด้านใด้ก็ตามได้นั้นไมใช่ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเพียงอย่างเดียว  แต่ยังต้องเข้าถึงจิตใจของคนไข้  การทำงานทางด้านนี้ต้องทำด้วยใจรัก มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ รู้จักเอาใจเขามาใสใจเรา ซึ่งเราต้องทำงานที่โรงพยาบาลมีแต่คนไข้ ถึงงานนั้นจะเหน็ดเหนื่อยก็ตามเพราะเราเลือกที่จะทำแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุดไม่ใช่รักษาแต่เพียงร่างกาย ต้องควบคู่ไปกับการรักษาทางใจด้วย

3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ 

- รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

-มีความตรงต่อเวลา

-มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพที่ทำ

-รักษาผู้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ

-รักษาผู้ป่วยโดยไม่ไว้ผลตอบแทนใดๆ

-มีความอดทนและเสียสละ

 

 

              1.  สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจที่สุดหลังจากได้ชมภาพยนตร์  เรื่อง Patch  Adam  คือ ตอนที่คนรักของเขาเสียชีวิตไป แล้วเค้าไปยืนที่หน้าผาจะคิดสั้นแต่เขาไม่ทำ เขากลับมาทำตามปณิธามของเค้าต่อ คือที่จะรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยมีความสุขตลอดที่ยังมีชีวิตอยู่  ที่ประทับใจตอนนี้เพราะ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในภาวะที่เจอเหตุการณ์ร้าย ๆ จนรับไม่ไหวก็ตาม  เราก็ต้องยืนยัดสู้ต่อไป  เพื่อจุดมุ่งหมายที่ตั้งใจไว้ ถึงแม้ว่าก่อนที่จะถึงจุดมุ่งหมายจะมีอุปสรรคมากสักเพียงใด  เราก็ต้องค่อยๆๆแก้ไขอุปสรรคนั้นโดยไม่ ย่อท้อ
                   และอีกตอนหนึ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจเหมือนกันคือตอนที่ Patch  Adam  นำสระเส้นก๋วยเตี๋ยวมาให้คุณยายที่กำลังรู้สึกเศร้า และหดหู่ ว่ายเล่นตามความฝันของคุณยาย ข้าพเจ้าประทับใจในตอนนี้เพราะ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่น การกระทำเช่นนี้เป็นการที่ทำให้คนที่กำลังป่วย และเศร้า มีความสุขขึ้นมา เป็นการกระทำที่น่ารักดี ตอนนี้ทำให้ข้าพเจ้ายิ้มทั้งน้ำตาได้ 
                2.  ทัศนคติที่เปลี่ยนไปคือ เกี่ยวกับการเรียนสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยแต่ก่อนคิดว่าการเรียนสายวิทยาศาสตร์สุขภาพนั้นต้องอยู่แต่กับตำรา  การที่เราจะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ได้จะต้องเรียนให้เก่ง  ต้องอ่านหนังสือให้เยอะๆมากๆเข้าไว้  หลังจากที่ได้ดู Patch  Adam  แล้วทัศนคติของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปโดยคิดว่า  การที่เราจะประสบความสำเร็จได้มิใช่อยู่ที่การท่องอยู่แต่ในตำราอย่างเดียว เราต้องรู้จักเข้าสังคม และรู้จักเข้าใจถึงจิตใจผู้ป่วยด้วย 
                     3.  จากการดูภาพยนตร์เรื่อง Patch  Adam  ความรู้ที่ได้คือ ทำให้รู้ถึงจรรยาบรรณวิชาชีพ ที่ข้าพเจ้าจะต้องทำในอนาคต ว่าเราต้องมีความรักและซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ  ต้องไม่เลือกปฏิบัติ เนื่องจากผู้ป่วยทุกคนต่างเท่าเทียมกันหมด และรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะทำให้การรักษาง่ายขึ้น
                  จากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ความรู้ที่ได้คือ แพทย์ในปัจจุบันยึดติดกับโรคทางกายวิภาคมากเกินไป  โดยไม่สนใจสภาพทางจิตและทางสังคม  ซึ่งในยุคปัจจุบันความเจ็บป่วยที่เกิดจากจิตและสังคมมีมาก แพทย์จึงตรวจไม่พบและเกิดอาการต่อต้านคนไข้ ทำให้คนไข้ไม่สบายใจ ซึ่งทำให้เกิดอาการทางจิตและเกิดโรคตามมา  ซึ่งแพทย์ในยุคปัจจุบันควรมีการนำทฤษฎีการแพทย์แผนใหม่มารักษาด้วย  ซึ่งตรงนี้แพทย์ทุกคนควรจะยอมรับด้วย  เนื่องจากจะได้ผลประโยชน์ไปควบคู่กับทฤษฎีการแพทย์แผนเก่าด้วย
  • นายธีรพงษ์ ธนะสมบัติ นิสิตชั้นปีที่ 2 รหัส 48661982
    IP: xxx.7.160.47
    เขียนเมื่อ 

1. สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ
- ความรักที่มีต่อคนไข้ เพราะ Patch Adam มีความคิดว่า “การศึกษาคนไข้ ก็เหมือนกับการศึกษาโรค” ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาสามารถเข้าถึงคนไข้ได้ทุกเพศ ทุกวัย
- คำพูดที่ว่า “จงมองในสิ่งที่คนอื่นมองไมเห็น มองในแง่มุมที่ทุกคนในโลกมองไม่เห็น” เพราะ คนเราไม่ควรที่จะมองปัญหาในด้านเดียว แต่ควรที่จะมองในมุมมองที่กว้างออกไป แล้วเราจะพบทางแก้ปัญหา
- ไม่มีการแบ่งชนชั้นระหว่างแพทย์กับคนไข้ เพราะ เป็นการทำให้คนไข้เกิดความรู้สึกที่เป็นกันเอง มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นผลทำให้การรักษาเป็นผลสำเร็จ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี
- ประทับใจที่ Patch Adam มีความตั้งใจที่จะเป็นหมอด้วยใจเต็มร้อยของเขา เพราะ เขามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำความฝันของเขาให้สำเร็จ และอุทิศตนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไข้ให้ดีขึ้น

2. ภาพยนตร์ เรื่อง นี้ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไป
- Before : มีความคิดว่า  หมอ  ต้องเป็นคนที่ฉลาด เก่ง มีความรู้ มีไหวพริบ และหมอเป็นอาชีพที่คนเก่งทุกคนอยากจะเป็นเพราะเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี เป็นความภาคภูมิใจของวงศ์ตระกูล 
- After : มีความคิดว่า  หมอ ต้องเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ประกอบเข้าไปกับความรู้ที่มีอยู่ จึง
จะทำให้มีความเป็นหมอที่สมบูรณ์แบบ หมอ เป็นอาชีพมวลชน จะต้องเข้าถึงคนไข้ ดังนั้นหมอควรที่จะศึกษาคนไข้ควบคู่ไปกับการรักษาโรคด้วย เมื่อใดที่หมอสามารถเข้าถึงคนไข้ หมอก็สามารถที่จะรักษาคนไข้ให้หายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ นี่คือความภาคภูมิใจที่แท้จริงจิตวิญญาณของการเป็นหมอ

3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์  และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ทำให้ทราบว่า
     จรรยาบรรณวิชาชีพในสายการแพทย์ เป็นสิ่งสำคัญต่อการประกอบอาชีพอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักปฏิบัติในการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ เช่น ในการรักษาคนไข้ ต้องรักษาทั้ง กาย จิต สังคม และสิ่งแวดล้อมของคนไข้  มิใช่รักษาเพื่อเอาผลประโยชน์เศรษฐกิจ และในขณะปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งควรคำนึงว่าต้องมีคุณธรรม จริยธรรม แสดงออกในสิ่งที่ดีงาม และสิ่งที่สำคัญก็คือ การได้ช่วยเหลือ รักษา เพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้หายจากโรค นี่ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในการประกอบอาชีพทางการแพทย์

<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>S A N D Y<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

1.  สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดหลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่องแพท อดัม ... การรักษาอาการทางจิตใจของผู้ป่วยสำคัญไม่น้อยไปกว่าการรักษาอาการเจ็บป่วยทางร่างกายของผู้ป่วย...การรักษาอาการทางจิตใจก็คือ  การเข้าใจ  เข้าถึงความต้องการของผู้ป่วย  การยึดหลักอุดมการณ์เพื่อนฝูงกับผู้ป่วย  ไม่หยิ่ง  ไม่ถือตัวกับผู้ป่วย  เมื่อผู้ป่วยมีรอยยิ้ม  แจ่มใส  ร่าเริง  ก็ย่อมจะส่งผลทำให้อาการบางอย่างของผู้ป่วยเองดีขึ้น  ส่วนการรักษาอาการทางกายนั้นปกติเป็นสิ่งที่แพทย์กระได้ไม่ยากอยู่แล้ว  แต่การเข้าถึงใจของผู้ป่วยนี่ซิกระทำได้ยากกว่า....

2.  ทัศนคติที่เปลี่ยนไป...เมื่อก่อนผมคิดว่าการดูแลรักษาผู้ป่วยก็แค่รักษาอาการเจ็บป่วยทางร่างกายของผู้ป่วยเท่านั้น  แต่ตอนผมเข้าใจแล้วครับว่า  ว่าการเข้าถึง  เข้าใจ ผู้ป่วยก็สำคัญไม่น้อยกว่ากัน

3.  ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ...เมื่อเราตัดสินใจเดินบนเส้นทางวิชาชีพนี้แล้วไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ  จะรักหรือไม่รักก็ตามม แต่สิ่งแรกที่ทุกคนต้องมีก็คือ

1.  ต้องมีใจรักในวิชาชีพนี้ 

2.  ต้องมีความรู้ในวิชาชีพนี้เป็นอย่างดี

3.  ต้องความตรงต่อเวลา

4.  ต้องต้องมีความรับผิดชอบสูง

1.สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด สิ่งที่ประทับใจก็คือ ความมุมานะพยายามของ Patch ไม่ว่าจะตอนที่ยังศึกษาว่าจะศึกษาอย่างไรให้ลึกถึงแก่นแท้ของวิชาที่เรียนและมีความสุขกับสิ่งที่ทำลงไป ความมุมานะพยายามที่จะเข้าถึงคนไข้ ทำให้คนไข้ยอมรับในตัวของPatch ทำให้คนไข้คิดว่าPatchเป็นมิตร ไม่ใช่ศัตรูที่จะมาตัดรอนชีวิตของคนไข้ แล้วทำให้คนไข้ยอมปฏิบัติตามคำบอกกล่าวของPatch ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ

2. ทัศนคติ เกี่ยวกับเรื่องอะไรในตัวของนิสิตเปลี่ยนไปบ้าง

วิชาชีพรังสีเทคนิค

-*ก่อนหน้านี้*.......ยังลังเลอยู่ว่ามันใช่ตนเองหรือเปล่า หรือทางสายครูกันแน่ที่คือตัวฉันเอง

-*หลังจากชมภาพยนตร์*.........ได้เห็นตัวละครในเรื่องคือ Patch Adam แล้วได้หวนกลับมามองตนเองว่าเมื่อตนเองเลือกที่จะเดินมาทางนี้ต้องทำตัวให้ดี ให้ได้ ให้เหมือน และทำให้ดีกว่า ตัวละครในเรื่องให้จงได้ และคิดว่าทางที่ตัวเองเลือกมานั้นมันถูกต้อง และพร้อมที่จะก้าวเดินในทางสายนี้อย่างภาคภูมิใจ แพทย์

-*ก่อนหน้านี้*.......คนที่เป็นแพทย์ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และเข้าถึงตำราทางการแพทย์เท่านั้น

-*หลังจากชมภาพยนตร์*.........คนที่เป็นแพทย์ไม่ใช่เป็นผู้ที่มีความรู้และเข้าถึงตำราการแพทย์เพียงอย่างเดียวแต่ต้องรู้ถึงตำราทางจิตใจและเข้าถึงจิตใจคนไข้ได้ด้วย

3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ

- ความซื่อตรงต่ออาชีพ คือไม่เลี้ยงไข้

- การเข้าถึงใจของคนไข้

- ความอดทน

- ความเสียสละ นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

 - ตรงต่อเวลา ความไม่ตรงเวลาอาจทำให้ชีวิตชีวิหนึ่งตายได้

****** จงเรียนรู้สิ่งรอบข้างเอาไว้**********

                                  

ข้อ 1 สิ่งที่ประทับใจที่สุดหลังจากดูหนังเรื่อง patch adam คือ ความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยความจริงใจ ของตัวเอก และการรักษาทางด้านจิตใจให้คนไข้เกิดความรู้สึกที่ดีเมื่อมารักษา ซึ่งทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น และหนังเรื่องนี้ยังให้ข้อคิดต่างๆ ทั้งทางด้านจรรยาบรรณวิชาชีพ การเอาใจใส่คนไข้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวยังสร้างคาวมเชื่อใจกับคนไข้อีกด้วย

ข้อ 2 ภาพยนต์เรื่องนี้ทำให้ได้ทัศนคติเพิ่ม คือ การรักษาคนไข้นั้น ไม่ใช่ว่าจะรักษาด้วยการให้ยารักษา การผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรักษาไปถึงจิตใจของคนไข้ด้วย เพื่อให้คนไข้มีกำลังใจที่จะสู้โรคภัยต่างๆได้ ซึ่งการรักษาทางจืตใจนั้น ก็มาจากแพทย์ผู้รักษา พยาบาล พนักงานต่างๆ ที่จะต้องช่วยกันเอาใจใส่คนไข้

ข้อ 3 การทำอาชีพต่างๆนั้นต้องมีจรรยาบรรณในการทำงานด้วย จากการดูภาพยนต์และอ่านบทความนั้นได้สกัดความรู้ไว้ดังนี้

  1. การรักษาคนไข้ต้องรักษาทั้งร่างกายและจิตใจควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  2. การรักษาคนไข้ต้องมีความเอาใจใส่ ให้ความสำคัญกับคนไข้
  3. ให้ความสำคัญกับชีวิตคนไข้ ทุกคน ทุกฐานะ
  4. มีความอดทนในการทำงาน พยายามรักษาคนไข้ให้สุดความสามารถ

1.สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด...

   สิ่งที่ประทับใจที่สุดในเรื่องนี้ คือ ตัวของ Patch Adam เพราะ เขาเป็นคนที่มองโลกในหลายมุมมอง และสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างไปได้ด้วยดี ในมุมมองของเขาเกี่ยวกับวิชาชีพแพทย์ที่เขากำลังศึกษาอยู่นั้น เขาไม่ได้มองมันแต่เพียงในตำราเหมือนที่คนอื่นทั่วๆไปมองกัน เขารู้ว่าความรู้ที่ได้จากตำราเป็นสิ่งสำคัญ แต่การที่เรามีความรู้เพียงอย่างเดียวมันไม่พอ การที่เราจะสามารถช่วยผู้ป่วยได้นั้น เราต้องเข้าใจถึงจิตใจของผู้ป่วยด้วย เพราะแน่นอนว่าเมื่อคนเราเจ็บไข้ได้ป่วย สภาพจิตใจย่อมอ่อนแอเป็นธรรมดา  Patch Adam ได้มองลึกไปถึงจุดนี้อย่างเข้าใจ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วย และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งน่าประทับใจ

2.ทัศนคติที่เปลี่ยนไป...

   ก่อนหน้านี้เคยคิดว่า การเรียนแพทย์เป็นวิชาชีพที่ยากสาขาหนึ่ง และคิดว่าตัวเองคงจะไม่มีความอดทนพอที่จะเรียน แต่เมื่อได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้ ทำให้มีความรู้สึกว่าการช่วยเหลือผู้ป่วยให้หายเป็นปกติเป็นความสุขอย่างหนึ่ง เพราะเวลาที่เราเห็นใครมีความสุข เราเองก็มีความสุขไปด้วย และเกิดความคิดที่อยากจะเรียนวิชาชีพแพทย์ขึ้นมาบ้างเหมือนอย่าง Patch Adam แต่เมื่อกลับมามองที่ตัวของเรา แม้การเรียนของเราจะต่างสาขากัน ไม่ใช่แพทย์ดดยตรง แต่เราก็สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ในระดับหนึ่ง และเราก็จะขอทำตรงหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะสามารทำได้

3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ...

   การที่เราจะช่วยเหลือผู้ป่วยนั้น เราไม่ควรมองเขาเป็นแค่คนไข้ที่รอการรักษา แต่เราควรมองว่า เขาที่เพื่อนคนหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา และด้วยความรู้ทางวิชาชีพแพทย์ที่เรามีอยู่ เราก็จะสามารถช่วยเหลือเขาได้เต็มที่ และการที่เรามองเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่ง เราก็จะเข้าใจในตัวผู้ป่วยมากขึ้น และจรรยาบรรณวิชาชีพอีกส่วนหนึ่ง คือเราต้องรู้หน้าที่ของเราและมีความรับผิดชอบ รู้ว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควรทำ และด้วยอาชีพนี้ เราจึงต้องมีความอดทนมากกว่าผู้อื่น และเราควรที่จะเรียนรู้ถึงจิตใจและความรู้สึกของผู้อื่นให้มากขึ้นด้วย เพราะอย่างน้อยก็เพื่อที่เราจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยให้หายมาเป็นปกติได้อย่างที่เราตั้งใจ 

 

       1  สิ่งที่นิสิตประทับใจ.....คือ

       การรักษาผุ้ป่วยนั้นต้องอาศัยความรู้จริงเป็นอย่างแรก แล้วอย่างที่2คือต้องมีจิตใจที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ซึ่งPatch Adam ได้ใช้ความรุ้ของเขา แล้วได้ใช้สิ่งที่เป็นจรรยาบรรณของบุคลาการทางการแพทย์อย่างแท้จริงออกมาซึ่งหมายถึงให้ความสำคัญแก่ผุ้ป่วยให้มากที่สุด

     2.ทัศนคติที่เปลี่ยนไปคือ นิสิตได้เห็นถึงคำว่าจรรยาบรรณของคนที่เรียนแพทย์ว่าเป็นอย่างไร ทำให้ข้าพเจ้าคิดถึงคนป่วยซึ่งมีความเจ็บป่วยทางกายก็แย่อยุ่แล้ว เราจาทำให้ผุ้ป่วย ป่วยทางใจอีกหรือ ถ้าหากเราเป็นคนป่วยเราก้อจะรุ้ถึงความเจ็บปวดของเขา ว่าเป็นอย่างไร เราจะต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา

  3. ความรุ้เรื่องจรรยาบรรณ

 การรักษาผุ้ป่วยจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญแก่ตัวผุ้ป่วยให้มากที่สุด เราจะต้องมีความอดทนในการทำงาน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตรงต่อเวลา

 

1.สิ่งที่ประทับใจที่สุด ?

  คือ...อุดมการณ์ของ Patch adam สำหรับการรักษาที่เน้นวิธีการ มากกว่าการคงไว้ซึ่งภาพพจน์ที่กินไม่ได้แต่เท่ห์ของหมอ  เขาทำเพื่อคนไข้จริงๆ  การรักษาที่ได้ผลกว่ายาขนานใดๆของเขา  อาจขัดต่อระเบียบและภาพลักษณ์  แต่หมอทุกคนสมควรเอาแบบอย่าง

2.ทัศนคติที่เปลี่ยนแปลง?

   เราคิดว่าหมอต้องรักษาทุกกิริยาบท ทุกย่างก้าวต้องคิดถึงภาพลักษณ์ของอาชีพ ถึงจะน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ ว่าหมอทำได้ดีทำถูกแล้ว  แต่Patch Adam ทำให้เรารู้ว่าต้องอย่างเขาถึงจะเรียกว่า น่าเชื่อถือและทำถูกที่สุด   Adam ทำให้เรารู้ว่าวิธีการรักษาศำคัญกว่าอื่นใดทั้งสิ้น  ถึงมันจะดูตลกหรือปัญญาอ่อนก็ตาม  หนังเร่องนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังไทยเรื่อง หมอเจ็บ  ว่าวิธีการสำคัญกว่าภาพลักษณ์

3.ความรู้ที่ได้จากการดูหนังและอ่านบทความ?

   จิตใจของคนไข้มีผลต่อการรักษา นอกจากเราจะมีความรู้ทางด้านการแพทย์แล้ว ต้องเข้าใจถึงสภาพจิตใจและความต้องการของคนไข้ด้วย  เหมือนดังที่ Patch Adam ทำให้เราเห็นในหนัง หมอควรเข้าถึงจิตใจของคนไข้ให้ได้ ถึงจะรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพภาพพยนตร์เปลี่ยนทัศนคติของเรา บทความ สร้างสรรค์แนวคิดใหม่  ทั้งสองอย่างล้วนเป็นสิ่งที่นักศึกษาด้านการแพทย์ควรได้ดูได้อ่านเป็นอย่างยิ่ง

1.สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด

  ประทับใจในตัว Pacth  Adam เขามีมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับวิชาชีพแพทย์  เขามีจรรยาบรรณทางการแพทย์ ดูแลเอาใจใส่คนไข้ ทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น ทำให้คนไข้มีกำลังใจมากขึ้นอีกด้วย

  2.ทัศนคติที่เปลี่ยนไป

   การรักษาคนไข้นั้นไม่จำเป็นต้องรักษาทางกายภาพเท่านั้น แต่ต้องรักษาทางใจของผู้ป่วยด้วย เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุด เพื่อเป็นกำลังใจแก่คนไข้ แพทย์ควรใส่ใจคนไข้ให้มากด้วย

 3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ

   การมีจรรยาบรรณนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกอาชีพ เพราะ การที่เราทำงานนั้นเราต้องมีความอดทน โดยเฉพาะอาชีพแพทย์ ซึ่งต้องพบกับบุคคลมากมาย หลายอาชีพ หลายฐานะ ความอดทนจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก และให้ความสำคัญกับคนไข้เท่าเทียมกัน  รวมถึงการดูแลคนไข้อย่างสุดความสามารถด้วย

                                                

1.สิ่งที่ประทับใจ

  หลังจากที่ผมได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วรูสึกว่าหนังเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดีมาก  ผมรูสึกประทับใจมากกับการกระทำของคนบ้าคนหนึ่งที่แค่ช่วยให้เพื่อนเข้าห้องนำได้มันทำให้เขามีความสุขอย่างมาก  และคิดที่อยากจะช่วยเหลือคนอื่นให้มีความสุขโดยไปเรียนเป็นหมอ  เขาทำตัวตลกเพื่อให้คนไข้หัวเราะ  ให้คนไข้มีความสุข  กับการรักษาตัวในโรงพยาบาล  เขาไม่รักษาคนไข้แต่ทางกายภาพแต่เขาเน้นรักษาที่จิตใจของคนไข้  เขารู้จักชื่อคนไข้  เขาไม่กลัวความตายเพราะคนเราเกิดมาต้องตาย  นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตัวเอกของหนังเรื่องนี้ครับ

2.ทัศนะคติที่เปลี่ยนไป

  ก่อนที่ผมจะได้ดูหนังเรื่องนี้ผมคิดว่าการที่ผมมาเรียนรังสีเทคนิคก็เพื่อจะเอาปริญญาไปให้พ่อ-แม่  ได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลซึ่งเป็นงานที่สบาย  เงินเดือนเยอะจะได้ให้พ่อกับแม่เอาไว้ใช้แต่หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้ผมคิดว่าการที่เราจะเรียนแล้วไปทำงานอย่างเดียวมันไม่ได้  เราจะต้องเอาใจใส่คนไข้  ดูแลเขาให้เหมือนกับคนในครอบครัวของเรา  ไม่เอาเปรียบเขา  ให้กำลังใจกับเขาให้เขาอยากหายจากโรคนี้  อุทิศตนเองเพื่อคนอื่นถึงจะคุ้มกับเงินที่เขาจ้างเรามา

3.จรรยาบรรณวิชาชีพ

  จากการดูภาพยนต์  จากการได้ดูหนังทำให้ผมได้รู้ว่าเราจะดูแลคนไข้แต่เพียงภายนอกไม่ได้เราจะต้องดูแลจิตใจของเขาด้วยให้เขาได้มีความสุขกับการมารักษา  เราจะไม่เอาเปรียบคนไข้  ต้องดูแลและให้ความรักกับเขาทำให้เขามีความสุข 

  จากการอ่านบทความหลังจากได้อ่านบทความแล้วทำให้ได้รู้ว่าโรคต่างๆในปัจจุบันมันเยอะมากๆ  เราจะดูรอยโรคจากทางกายภาพไม่ได้เช่นที่อาจารย์ได้ยกตัวอย่างมาว่าคนไข้มาตรวจแล้วหมอตรวจไม่เจอโรคก็บอกว่าคนไข้โกหก  คนที่จะป่วยมันไม่จำเป็นที่จะต้องมีรอยโรค  เขาอาจมีปัญหาทางจิตใจเราควรมุ่งเน้นที่จะรักษาไปทางนี้  สิ่งต่างๆในตำราเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการรักษาเท่านั้นเอง  ท่านอาจารย์ได้ยกตัวอย่างอีกมากมายทำให้เราได้รู้ได้คิดเกี่ยวกับคนไข้ในแบบต่างๆ  เราควรเข้าไปให้ความรู้ในการป้องกันโรคแก่ชาวบ้าน  ดีกว่าเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างนี้เพียงอย่างเดียว

 

"การที่เราได้ช่วยเหลือคนอื่นแล้วมีความสุข  เราก็คือหมอแล้ว"

1.  สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ.....กรุณาให้เหตุผลประกอบ

ตอบข้อที่ 1

ข้าพเจ้าประทับใจในตัวของ Patch ที่ทำให้ผู้ป่วยทั้งหลายมีรอยยิ้ม Patch รักษาผู้ป่วยด้วยจิตใจ โดยการมอบรอยยิ้ม มอบความสุข มอบความไว้วางใจให้กับผู้ป่วย เป็นการรักษาที่ไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ นอกจากให้ผู้ป่วยหายจากอาการเจ็บปวด และกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง   Patch ยังสามารถเปลี่ยนคนรอบข้างจากที่เคยเป็นคนเห็นแก่ตัว กลับกลายเป็นคนที่เห็นแก่ผู้อื่น เปลี่ยนความโมโหให้เป็นรอยยิ้ม เปลี่ยนคนจากที่เคยเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียวกลายเป็นผู้ที่ให้ และ Patch ยังเป็นตัวของตัวเอง ไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนทัศนคติของตนได้  Patch ยังเป็นผู้ที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ มีความอดทนสูง สุดท้าย Patchก็กลายเป็นที่รักของทุก ๆ คนที่อยู่รอบข้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าประทับใจมาก

2. ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ทัศนคติ เกี่ยวกับเรื่องอะไรในตัวของนิสิตเปลี่ยนไปบ้าง ?    ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง  ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร  และขณะนี้เป็นอย่าง กรุณาอธิบายด้วยว่าทำไม

ตอบข้อที่ 2

จากการชมภาพยนตร์  เรื่อง Patch Adam ทำให้ข้าพเจ้ามีทัศนคติ ที่ดีขึ้น คือ ในอดีตข้าพเจ้าอยากมีอาชีพทางการแพทย์ เพียงเพราะเห็นว่า ได้เงินเดือนสูง โดยไม่คิดถึงผู้ป่วยว่าจะคิดอย่างไร ไม่ต้องคอยใส่ใจว่าคนไข้จะรู้สึกอย่างไรขอเพียงรักษาได้หายและได้เงินก็พอ  แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam ทำให้ทัศนคติของข้าพเจ้าเปลี่ยนไป เมื่อเห็นการกระทำของ Patchทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่าผู้ป่วยต้องการมากกว่ารักษาทางกายแต่จำเป็นต้องรักษาจิตใจด้วย เพราะในบางครั้ง อาการเจ็บจากร่างกายเป็นแค่องค์ประกอบของอาการที่มาจากจิตใจ ผู้ป่วยต้องการกำลังใจ ต้องการที่จะมีรอยยิ้มเพื่อให้ตนรู้ว่าตนกำลังมีความสุข ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังสอนให้รักษาผู้ป่วยด้วยจิตใจ ในบางครั้งแพทย์หลายท่านใช้ยาในการรักษาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยจึงทำให้ผู้ป่วยหายจากอาการเจ็บป่วยได้ช้ากว่าที่ควร   สิ่งเหล่านี้ที่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของข้าพเจ้าได้ คือข้าพเจ้าอยากให้การดูแลผู้ป่วยที่ต้องการกำลังใจ อยากให้คนเหล่านั้นหายและกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกับที่ Patch ทำ เพราะการที่เราได้เห็นคนที่ยิ้มเพราะเรา ทำให้รู้สึกมีความสุขที่อย่างน้อยก็ทำให้คน หนึ่งคนที่ความสุขได้ในชั่วเวลาขณะหนึ่ง

3. ขอให้นิสิตสกัด ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์  และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ด้วยตนเอง และเขียนให้เข้าใจ 

ตอบข้อที่ 3

จากที่ข้าพเจ้าได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และจากการอ่านบทความของ อ. ประเวศ จะเห็นได้ว่าความมีจรรยาบรรณนั้นมีความสำคัญมาก ไม่ใช่เฉพาะกับแพทย์ แต่จำเป็นต้องมีจรรยาบรรณกับทุกสาขาอาชีพ  แต่ในทางการแพทย์นั้นมีความสำคัญคือ แพทย์เป็นบุคลากรที่ให้ความช่วยเหลือชีวิตคน ผู้ป่วยจะหายหรือไม่ขึ้นอยู่กับแพทย์ ความมีจรรยาบรรณ เช่น
  • แพทย์ควรมีความตรงต่อเวลา เพราะถ้าเสียเวลาเพียงเล็กน้อยอาจทำผู้ป่วยเสียชีวิตได้
  • ไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากเกินไป
  • ให้ความวางใจได้ เพราะผู้ป่วยต้องการความมั่นใจจากแพทย์
  • มีความรับผิดชอบสูง
  • มีจริยธรรม มีความอดทน ไม่นำเรื่องของผู้ป่วยไปเปิดเผย
  • เห็นความสำคัญของผู้ป่วย เพราะทุกวินาทีนั้นมีค่า
  • ให้การรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน
  • ดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยให้มากเท่าที่จะทำได้

    

1. สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือจากการชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam ผมมีความรู้สึกว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้แนวคิดเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยที่อาศัยหลักการที่นอกเหนือจากทฤษฎีและในตำราเรียน โดยใช้สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของผู้ป่วย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ป่วยหายจากการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น โดยอาจจะให้ความสุข ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม แก่ผู้ป่วย เพื่อให้จิตใจของผู้ป่วยผ่อนคลาย และมีความสุขสบายใจ โดยแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยจะให้ความคุ้นเคยสนิทสนมกับผู้ป่วย เช่น เวลาตรวจโรคผู้ป่วยอาจจะเรียกชื่อผู้ป่วยแทนการใช้สรรพนามอื่นช่วยซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีและไว้วางใจกับกับแพทย์ผู้รักษา ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น จิตใจของผู้ป่วยก็จะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งการรักษาแบบแพทย์แผนใหม่นี้ ( รักษาทั้งจิตใจและทางกายควบคู่กันไป ) จะทำให้ผู้ป่วยหายได้เร็วขึ้นและทำให้ผู้ป่วยไม่เครียดและอาจหายขาด จากโรคที่เป็นได้เลยทีเดียว2. ภาพยนตร์ เรื่อง นี้ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไปอย่างไร

จากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ให้ทัศนะคติเกี่ยวกับการเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงทำให้ทัศนะคติในการรักษาผู้ป่วยของผมเปลี่ยนไปคือ จากเดิม การรักษาผู้ป่วยแพทย์จะเป็นผู้ตรวจโรคให้กับผู้ป่วยทางด้านสภาพร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แพทย์บางคนยังใช้วาจาที่ไม่สุภาพกับผู้ป่วยอีกด้วย จึงทำให้จิตใจของผู้ป่วยแย่ลงไปอีก โรคทุกชนิดที่รักษาจะต้องใช้ ยารักษาโรคเท่านั้นจึงจะหายได้ แต่เมื่อผมได้ชมภาพยนตร์เรื่อง patch Adam ทำให้ผมได้เปลี่ยนแปลงทัศนะคติของผมใหม่เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยของแพทย์คือ การรักษาผู้ป่วยแพทย์จะต้องให้การรักษาผู้ป่วยทั้งทางสภาพร่างกายและสภาพของจิตใจของผู้ป่วยเองด้วย โดยแพทย์จะต้องสร้างความใกล้ชิดสนิทสนมและให้ความสนุกสนานกับผู้ป่วย การรักษาโรคบางโรคอาจรักษาด้วยยาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยการรักษาทางด้านจิตใจควบคู่ไปด้วย หรือแม่แต่โรคบางชนิดก็อาจจะรักษาโดยทางจิตใจของผู้ป่วยเองก็สามารถหายจากการเจ็บป่วยได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยารักษาโรคเลยแม้แต่น้อย ซึ่งการรักษาแบบแพทย์แผนใหม่นี้ ทำให้ผู้ป่วยไม่กังวลกับโรคที่ตนเองเป็นและไม่เกิดความเครียดจึงทำให้ผู้ป่วยหายป่วยได้เร็วขึ้นและสุขภาพก็จะดีตามขึ้นด้วย 3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์  และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ทำให้ทราบว่า 

                จากการอ่านบทความและชมภาพยนตร์ ทำให้ผมได้รู้ถึงจรรยาบรรณวิชาชีพของอาชีพที่ผมจะต้องทำในอนาคตว่า จะต้องมีความรักและซื่อสัตย์ต่ออาชีพที่ตนเองปฏิบัติต้องนึกอยู่เสมอว่าผู้ป่วยทุกคนรอการช่วยเหลือจากเราอยู่ เราต้องคิดเสมอว่าชีวิตทุกชีวิตของผู้ป่วยมีค่ามากเราจะต้องช่วยเหลือผู้ป่วยให้สุดความสามารถ รู้จักความอดทนและเสียสละต่อการประกอบอาชีพของตนและตรงต่อเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ ดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยให้มาก ๆ  ให้ความสนิทสนม ความรักความอบอุ่นแก่ผู้ป่วย การรักษาผู้ป่วยควรจะรักษาทางสภาพร่างกายและสภาพจิตใจควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะการรักษาทางด้านจิตใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็ง ร่าเริง ก็จะทำให้การรักษาก็จะง่ายขึ้นผู้ป่วยก็จะหายป่วยได้เร็วดังนั้นการรักษาผู้ป่วยที่ดีเราจะต้องเข้าหาผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยมีกำลังใจต่อสู้กับโรคภัยที่ตนเองกำลังเป็นอยู่

ข้อ1. สิ่งที่ประทับใจหลังจากที่ได้ชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam        สิ่งที่ผมประทับที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง   Patch  Adam   ก็คือ  การที่หมอ Patch  รักษาคนไข้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ในทฤษฏีหรือในตำราเรียนที่ได้เรียนมาเพียงเท่านั้น  แต่หมอ Patch ใช้วิธีการรักษาแบบการใช้เสียงหัวเราะ  ทำให้ผู้ป่วยอารมณ์ดี  ในการรักษาผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตที่ดี  ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยา  และหมอ Patch ยังสร้างความคุ้นเคยกับผู้ป่วยด้วยการเรียกชื่อของผู้ป่วยที่จะรักษาทำให้คนไข้ยอมเปิดใจที่จะพูดคุยกับหมอ จากเดิมที่หมอส่วนใหญ่จะเรียกชื่อคนไข้เป็นเตียงมากกว่า   และหมอ Patch ยังเป็นหมอที่ไม่ถือตัวในการรักษาผู้ป่วย  การที่ไม่คิดว่าตัวเองเป้นผู้ที่มีอำนาจและในเรื่องนี้หมอ Patch ยังพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยให้พ้นทุกข์ นอกจากนี้หมอ Patch ยังพยายามที่จะละเมิดกฏเกณฑ์ต่างๆที่เขาคิดว่าไม่เหมาะสมกับการเป็นแพทย์  พยายามสร้างอารมณ์ขันให้กับคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลาไม่เครียดกับสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายๆ ข้อ2. หลังจากที่ชมภาพยนต์เรื่องนี้แล้วทัศนคติเปลี่ยนไปหรือเปล่า?        จากการที่ผมได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำให้ทัศนคติของผมเปลี่ยนไปคือจากเดิมนั้นแพทย์จะเป็นผู้ที่คอยตรวจโรคและทำการรักษาให้กับผู้ป่วย  แต่ส่วนมากที่แพทย์รักษาได้นั้นก็จะเป็นแค่ทางสภาพร่างกายเพียงเท่านั้น  ทำให้ผู้ป่วยไม่หายขาดจากโรคที่เป็นอยู่   และแพทย์บางคนก็ยังใช้วาจาไม่สุภาพกับผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงไปกว่าเดิมหรือทรุดหนักเลยก็เป้นได้ จากทัศนคติเดิมของผมเชื่อว่าการรักษาโรคด้วยยาเพียงอย่างเดียวเท่านั้นจึงจะทำให้หายจากอาการป่วยได้  แต่พอผมได้ชมภาพยนตร์เรื่อง  Patch  Adam  แล้วก็ได้ทำให้ทัศนคติของผมเปลี่ยนไปคือการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่เพียงพอแต่เราจะต้องรักษาผู้ป่วยทั้งทางกายและทางจิตใจควบคู่กันไปจึงจะทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคที่เป็นอยู่  ข้อ3. จรรยาบรรณวิชาชีพที่ได้รับจากการได้รับชมจากเรื่องPatch Adam กับบทความของศาสตราจารย์น.พ.ประเวศ วะศี คือ           การที่เราคิดว่าผู้ป่วยเปรียบเสมือนญาติพี่น้องของเราคนหนึ่งเราก็ควรดูแลเอาใจใส่เขาช่วยรักษาความเจ็บป่วยที่มีอยู่ของคนไข้ให้หายจากอาการป่วยแต่ก็ต้องมีการดูแลรักษาจิตใจให้ดีขึ้นด้วยเพราะคนเราจะมีสุขภาพที่ดีได้ต้องมีสุขภาพใจที่ดีด้วย เพราะกายและใจต่างก็มีผลซึ่งกันและกัน  จากการที่ได้อ่านบทความของ  นายแพทย์ประเวทย์  วะศี  ก็พบว่าการรักษาโรคบางชนิดนั้นอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาเลยผู้ป่วยก็สามารถหายจากอาการป่วยได้เพียงแค่มีกำลังใจจากคนรอบข้างเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว โดย  นายชญานินทร์  บรรทัด   รหัสนิสิต 49660229

1. สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ.....กรุณาให้เหตุผลประกอบ

  สี่งที่ผมประทับใจมากที่สุดเกี่ยวกับการได้ชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam นั้น ก็คงจะนี้ไม่พ้นภาพลักษณ์ใหม่ที่ควรจะเป็นของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ด้วยการดำเนินเรื่องของ Patch นั้นคือ

1. การที่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มุ่งดูแลผู้ป่วยและผู้รับบริการทางแพทย์ด้วยความเอาใจใส่มากขึ้น อีกทั้งยังเข้าใจในความเป็นไปของผู้ป่วย แต่เดิมที่มักมีหลักการว่าแพทย์ต้องไม่ทำสิ่งใดเพื่อให้เป็นการเกิดความผูกพันกับคนไข้จนส่งผลทำให้เกิดความใกล้ชิดสงสารจนไม่สามารถทำการรักษาได้อย่างเต็มที่เพราะเกรงว่าจะทำการรักษาได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาทิ การเรียกหมายเลขเตียงแทนชื่อคนไข้ เป็นต้น

    ซึ่งอันที่จริงแล้วการสนิทใกล้ชิดคนไข้ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการรักษาของแพทย์ลดน้อยลงไปเลย ในทางกลับกันยังช่วยส่งเสริมให้เกิดความไว้วางใจระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย อันจะทำให้เกิดการเปิดใจกล่าวในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรค ซึ่งตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เพราะการรู้ถึงสาเหตุในการเกิดโรค ไม่ว่าจะเป็นทางกาย หรือทางใจก็ตามที่ การวินิจฉัยจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยและได้ผลรวดเร็ว ขึ้น 

2.  ความทุ่มเททั้งชีวิตของนักศึกษาแพทย์หญิงผู้ล่วงลับเพื่อนของ Patch Adam ในข้อนี้คงขอกล่าวถึงความทุ่มเทของตัวละครที่มีความสำคัญจนจะเป็นจุดเปลี่ยนอุดมคติ ของ Patch Adam อย่างที่ได้รับชมนั้น เธอผู้นั้นได้ปฎิบัติหน้าที่ของแพทย์แม้เธอจะยังเป็นเพียงนักศึกษาแพทย์ก็ตาม เธอได้มีความมุ่งหมายที่จะไปพบผู้ป่วยที่บ้านของผู้ป่วยเองเพื่อให้คำปรึกษาตามคำขอร้องของผู้ป่วยโดยไม่มีคงสงสัยและลังเลในใจ แต่ ณ ที่นั้นเป็นวาระสุดท้ายของเธอในหน้าที่ผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยเราจะเป็นได้ว่าการที่เธอกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ทำให้ผมมีความประทับใจคือ ความทุ่มเทเพื่ออุดมการของตน ที่มีจุดมุ่งหมายที่ดีงามเพื่อเยียวยาผู้เจ็บป่วย เป็นสิ่งที่ต้องทำแม้จะแลกมาด้วยชีวิตของเขาเองก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญแก่วงการแพทย์ที่ความทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อหน้าที่และอุดมการ แต่คงไม่ต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ได้ เพียงแต่ตอบแทนคุณสังคมที่ได้มีต่อเรา และทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยากจากความเจ็บป่วยให้หายหรือบรรเทาโดยไม่มุ่งในลาภ ทรัพย์ เกียรติยศที่จะพึงได้มา เพียงแค่นี้ก็คงจะคุ้มกับการเกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ช่วยเหลือมนุษย์แล้ว

นั้นก็เป็นความประทับใจจากภาพยนต์เรื่อง Patch Adam ของกระผมเอง

2.ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ทัศนคติ เกี่ยวกับเรื่องอะไรในตัวของนิสิตเปลี่ยนไปบ้าง ?    ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง  ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร  และขณะนี้เป็นอย่าง กรุณาอธิบายด้วยว่าทำไม

    สำหรับการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของตัวกระผมเองนั้น กระผมได้มีการเปลี่ยนทางทัศนคติในส่วนของทัศนคติในการทำงานในอนาคต

แต่เดิม กระผมมีทัศนคติที่ว่าการทำงานในสายงานวิชาชีพรังสีเทคนิคนั้นเป็นงานที่ยากและมีความลำบากต้องใช้ความอดทนสูง และมีอันตราย และกระผม

ได้เปลี่ยน ทัศนคติไปว่า แม้ว่างานนั้นมีความอันตราย ลำบากหรือแม้แต่ยาก มากเพียงใดนั้น หากเราตั้งใจและรักทุ่มเทด้วยใจจริง งานที่ว่ายาก หนัก คงจะง่ายและเป็นสิ่งที่สนุก คุ้มกับการที่ทำการศึกษามาถึง 4 ปีและมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติต่อผู้รับการรักษาให้เหมือนกับญาติมิตรผู้หนึ่งที่เรารักและคบหามานาน อีกทั้งจะดูแลใจของเขาแม้เขาจะเจ็บป่วยทางกายก็ตาม เพราะใจคือนาย กายคือบ่าว ตามคำโบราณท่านว่าไว้ 

  อีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือทัศนคติในเรื่องของค่าตอบที่จะได้มา

แต่เดิม กระผมคิดว่า คนเราจะมีความสุขได้ก็คงเพราะเงินเป็นปัจจัยหลักที่แม้มันจะไม่สำคัญที่สุดก็ตาม แต่ถึงกระนั้นก็คงเป็นสิ่งบ่งการความสุขได้อยู่ดี และการทำงานท่ามกลางความทุกข์โศก วุ่นวาย คงจะเป็นสิ่งที่ลดทอนกำลังใจในการทำงานอย่างแน่นอน แต่เมื่อได้รับชมภาพยนต์เรื่องนี้ กระผม

ได้เปลี่ยน ทัศนคติว่าคนเราจะมีความสุขได้ เงินไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญอีกต่อไป การที่ได้เห็นคนที่หมดหวัง เศร้าทุกข์กลับฟื้นคืนมีความสุขทั้งทางกายและใจ ด้วยการช่วยเหลือของเราเพียงเล็กน้อยและได้ทำงานในสี่งที่รักตามที่ได้ศึกษามา คงจะเป็นความสุขที่ดีที่สุดตามทัศนคติของกระผม เมื่อได้รับชมภาพยนต์เรื่องดังกล่าว

อันที่จริงแล้วบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนควรระลึกและยึดถือ พระบรมราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก ที่ได้อัญเชิญมา ณ ที่นี้ ความว่า "ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัว เป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์" ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานในวิชาชีพทางการแพทย์ทุกวิชาชีพให้มีความสุขทั้งกายและใจโดยสมบูรณ์

3. ขอให้นิสิตสกัด ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์  และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ด้วยตนเอง และเขียนให้เข้าใจ 

   ความรู้ที่ได้จากการศึกษาบทความดังกล่าวก็คือ

1. การดูแลและให้การรักษาผู้ป่วยนั้นไม่ควรมองหาแค่ความเจ็บป่วยภายนอกแต่ความมองหาความเจ็บป่วยภายในด้วย เพราะการแพทย์ไม่สามารถหาข้อสรุปว่าผู้ป่วยรายใดเป็นโรคใดได้นั้น ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยไม่ได้ป่วย หรือแกล้งป่วยแต่อย่างใดแต่คงเป็นเพราะผู้ป่วยนั้นอาจมีความเจ็ปป่วยทางใจเกิดขึ้นจนส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานในร่างกายที่เสียดุลยภาพ จนทำให้เกิดภาวะอาการที่ไม่สามารถตรวจพบได้โดยแพทย์ผู้ให้การรักษา

2. การปฏิบัติหน้าที่ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของจรรยาบรรณวิชาชีพนั้น ๆ คือควรปฏิบัติตามด้วยความเข้าใจและเต็มใจเพื่อประโยชน์ของทุก ๆ ฝ่ายที่มามีส่วนร่วมในการรักษา

3. ควรปฎิบัติหน้าที่ตามที่ได้คิดว่าจะทำ เพื่อใช้ประโยชน์จากความคิดของตนให้เป็นประโยชน์ อันจะก่อให้เกิดผลดีต่อสังคม และความเสียสละเพื่อผู้ป่วยให้มาเท่าที่จะทำได้

4. ไม่ควรยึดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปควรยึดหลักทางสายกลาง ดังที่มีในบทความที่ว่าแพทย์มักยึกข้อมูลทางวิชาการมากจนเกินไป ซึ่งผมคิดว่าการยึดหลักทางสายกลางเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะบางโรคกับบางผู้ป่วยก็ไม่สามารถใช้ข้อมูลทางวิชาการได้เสมอไป ซึ่งความเข้าใจและใส่ใจผู้ป่วยมากกว่า ตรงจุดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง

        และทั้งหมดดังกล่าวนั้นเป็นความคิดเห็นตามคำถามข้างต้น ที่กระผมได้ใช้ความรู้ความสามารถ อันพึ่งมีของกระผม ถ่ายทอดออกมาเป็นข้อความ เพื่อสื่อสารความใจในความรู้ ที่กระผมได้รับจากการสอนของท่านอาจารย์

        และ ณ โอกาสนี้กระผมขอขอบพระคุณที่ท่านอาจารย์ได้ทำให้ทัศนคติในวิชาชีพของกระผมเปลี่ยนไป และมีความเข้าใจในสายงานรังสีวิทยามากขึ้น

1.       สิ่งที่ประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam  คือ ทัศนคติเกี่ยวการรักษาผู้ป่วยของ Patch Adam  คือเขาไม่ได้มองคนไข้เป็นเพียงลูกค้าที่เมื่อเจ็บป่วยมาก็รักษาแล้วให้ยากลับไป แต่เขากลับมองลึกกว่านั้น เขามองลึกไปถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ป่วย  เอาใจเขามาใส่ใจเรา และที่สำคัญเขารักษาผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและทางจิตใจให้ดีขึ้นไปพร้อมๆกัน และเมื่อเกิดปํญหาถึงเขาจะเคยท้อแต่เขาก็ไม่ถอยให้ปัญหานั้น เขายังคงสานฝันของตนเองต่อไปจนประสบความสำร็จในที่สุด2.       ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไป คือ ตอนแรกเคยคิดว่าไม่วาเราจะทำงานอะไรแค่เรามีความรู้เกี่ยวกับด้านนั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่พอได้ชมภาพยนตร์ เรื่องPatch Adamก็ทำให้ทัศนคตินั้นเปลี่ยนไป คือ ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการทำงาน ในการทำงานนั้นเราต้องมีใจรักต่องานที่เราทำด้วยงานถึงจะออกมาดี และนอกจากนั้นความพยายามและความไม่ท้อแท้ต่อปัญหาก็สำคัญในการทำงานเช่นกัน3.       ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ  คือ ในการปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นงานอะไรเราต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานที่เราทำ ต้องมีใจรักและตั้งใจในการปฏิบัติงานทุกครั้ง ไม่เลือกปฏิบัติคือปฏิบัติต่อทุกคนให้เท่าเทียมกัน ตรงต่อเวลาเพราะทุกวินาทีมีค่าต่อผู้ป่วยเสมอ เอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วเราจะรู้ว่าผู้ป่วยต้องการอะไร ซื่อสัตย์ทั้งกับตนเองและผู้อื่น

 

ความประทับใจ

  จากการชมภาพยนต์ เรื่อง Patch Adam  ประทับใจลักษณะนิสัยของ Patch Adam ที่มีความคิดเป็นของตัวเองเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนคิด  และทำให้ถึงที่สุด  เพราะ Patch Adam เป็นแพทย์ที่มุ่งรักษาคนใข้ ด้วยจิตใจที่อยากจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่  ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค  และสอนให้ผู้อื่นรู้จักทำตามอีกด้วย  ด้วยวิธีของ Patch Adam  นั้นทำให้คนไข้นั้นหายทั้งร่างกายและจิตใจ  ดังที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า"ใจเป็นนาย  กายเป็นบ่าว"  โดยไม่สนใจที่จะรักษาโรคทางกายเพียงอย่างเดียว  ทางจิตใจก็รักษาควบคู่กันไป  และเขาได้ทำให้เห็นว่าการทำอะไรไม่ควรมองปัญหาต่าง ๆ เพียงด้านเดียวแต่ควรมองในมุมกว้าง ๆ การที่ Patch Adam  ทำได้ก็เป็นแบบอย่างให้แพทย์เป็นอย่างดี  การเป็นแพทย์นั้นเป็นได้  แต่จะเป็นแพทย์ที่ดีนั้นเป็นยากควรมีแบบอย่างและทำดีให้เสมอไป

ทัศนคติที่เปลี่ยนไป

คือ คนไข้จากเป็นใครก็ไม่รู้ แต่คิดเสียว่าเขาคือเพื่อน  เขาคือญาติ  เขาคือคนที่เราต้องดูแลให้ถึงที่สุด  ทั้งทางร่างกาย  และทางจิตใจ และให้ความประทับใจกลับไป  ในอดีตผมเคยคิดเกี่ยวกับคนไข้ถ้าจะรักษาก็ทำให้ดีที่สุดนึกถึงโรคให้หายเพียงอย่างเดียว โดยใช้ความสามารถที่เราเรียนมาให้ดีที่สุด แต่กระผมไม่เคยจะคิดถึง การบำบัดจิตใจของคนไข้ให้ดีขึ้นด้วย  จนเดี๋ยวนี้ ผมคิดว่าผมจะทำให้คนไข้เข้ามาแล้วรู้สึกดี  ประทับใจ  กับการเอาใจใส่อย่างเต็มใจ มิใช่เพียงหน้าที่  เพราะว่าการทำอย่างจริงใจ  เต็มใจ  ผลที่ออกมาจะออกมามีความสุขทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่รักษา และฝ่ายคนไข้  โดยเฉพาะคนไข้ที่มีโรคร้ายแรงทางร่างกาย  จะมีผลกระทบต่อจิตใจสูง  ถ้ามีการให้กำลังใจ ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกกลัว หรือกลัวโรคนั้นน้อยที่สุด  ก็จะทำให้คนมีกำลังใจ  การรักษาก็จะง่ายขึ้นด้วย

ความรู้เรื่องจรรยาบรรวิชาชีพ

  จากภาพยนต์ จะแสดงให้เห็นถึงความ เสียสละแรงกายแรงใจ ดูแลคนไข้ทั้งทางร่างกายและจิตไจ  รักษาโดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ทำอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือคนไข้  การตรงต่อเวลา และการไม่เห็นแก่ตัวโดยจะได้ Patch Adam เป็นตัวอย่างที่ดี

  จากการอ่านบทความ  คือ  การที่จะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์  จะต้องรักษาโรคให้หายทั้งร่างกาย  จิตใจ  ทุ่มเททำอย่างสุดความสามารถ  เพราะคนไข้มีสาเหตุการเจ็บป่วยจากหลายประการ ทั้งร่างกาย  จิตใจ  สังคม  โดยชี้ให้เห็นว่าคนที่ป่วยเป็นโรคทางกายน้อยกว่าการเจ็บป่วยที่เกิดจากสภาพจิตใจเป็นอย่างมาก  และที่ขาดไม่ได้ คือ คุณธรรม  จริยธรรม  สำหรับการดำรงไว้ซึ่ง คำว่า "คน"

1.สิ่งที่ประทับใจ ประการแรกคือภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างความตลกขบขัน สนุกสนาน เพลิดเพลน แทรกสาระความรู้ นอกจากนี้แล้วตัวแสดงนำของเรื่องยังกล้าทำในสิ่งที่บุคคลอื่นไม่กล้า กล้าทำภายในสิ่งที่อยู่นอกกรอบ แต่สิ่งนั้นก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ใคร แต่กลับสร้างความประทับใจให้กับผู้ป่วย ซึ่งทำให้ผู้ป่วยที่กำลังนอนโทรมอยู่บนเตียงได้มีโอกาสยิ้ม สนุกสนาน และมีความสุขที่สุดในชีวิตอีกครั้ง

    ประการที่สองคือกฏคือระเบียบ ข้อตกลงที่ตั้งขึ้เพื่อให้ทุกคนที่อยูภายในองค์กรนั้นยอมรับและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังจะเห็นได้ว่ามีนักแสดงผู้หนึ่งในเรื่องที่ยึดถือกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด แสดงให้เห็นถึงความมีวินัย เพราะเมื่อเราปฏิบัติถูกแล้วย่อมทำให้ตนเองสบายใจ คนรอบข้างเคารพนับถือ และองค์กรนั้นๆมีความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

 2.ทัสนคติที่เปลี่ยนแปลง คือ ในบางครั้งที่มีญาติมาเยี่ยมผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องการเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วแต่ไม่มีเอกสารครบก็ควรที่จะญาติเข้าเยี่ยมผุ้ป่วยในจุดนี้เราควรจะเข้าใจว่าญาติเป็นห่วงผู้ป่วยมากเพียงใด บางสิ่งบางอย่างที่ลดหย่อนได้ก็ควรจะทำถ้ามิ่งนั้นไม่ทำให้ผู้ป่วยและโรงพยาบาลได้รับความเสีบหาย

     ควรเสียสละเพื่อส่วนรวมซึ่งในภาพยนตร์จะเห็นไดว่าตัวแสดงนำของเรื่องได้เปิดคลินิกเล็กๆเพื่อรักษาผู้ป่วยโดยไม่เก็บค่ารักษาเลย  แสดงให้เห็นว่าชีวิตทุกคนมีความสำคัญ  การมีนำใจไมตรี ช่วยเหลือเพื่อนชาวโลกด้วยกัน ดดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆเพียงทำในสิ่งที่เรารักและชอบแล้วทำให้ผู้อื่นมีความสุข แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

    3. จรรยาบรรณคือ สิ่งที่ทุกคนจะต้องมีไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรซึ่งสิ่งเหล่านี้ฝังอยู่ในจิตใจของคนเรา

3.1 การรักษาผู้ป่วยนอกจากจะรักษาด้วยเทคนิคทางการแพทย์ หรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้หายทางร่างกายได้แล้ว ควรรักษาจิตใจของผู้ป่วยด้วยจะต้องเข้าใจว่าผู้ป่วยกำลังต้องการอะไร และควรตอบสนองผู้ป่วยเพื่อให้มีความสมบูรณ์ทางร่างกายและจิตใจ

3.2 มีความตรงต่อเวลา พึงตะหนักว่าเวลาทุกวินาทีมีความสำคัญต่อชีวิตของผู้ป่วย ถ้าเรามาช้าไปเพียง 1 นาที ก็อาจทำให้ผูป่วยเสียชีวิตได้

3.3 การทำงานควรทำด้วยความเต็มใจ และภาคภูมิใจที่สุดเพราะเราเลือกกำหนดชีวิตของเราใหมาทางนี้แล้ว รักชีวิตของผุ้ป่วย ให้เหมือนกับที่เรารักชีวิตของเรา

สิ่งที่ประทับใจหลังจากชมเรื่อง  Patch  Adam  คือความรักที่เขามีต่อเพื่อนมนุษย์และการทุ่มเทสละเวลาที่เขาควรจะมีในการรักษาผู้ป่วย   ที่สำคํญคือสอนให้ผมได้สำนึกว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน

จากภาพยนต์เรื่อง  Patch  Adam  ทำให้ทัศนคติของผมเปลี่ยนไปโดยเมื่อก่อนคิดว่าการเป็นแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น  พยาบาล เภสัชกร คงจะต้องเป็นคนที่เรียนเก่งและขยัน  แต่ตอนนี้ข้าพเจ้าคิดว่าการจะเป็นบุคลากรทางด้านสุขภาพนั้นจะต้องมีสิ่งที่สำคัญกว่าการเรียนเก่งนั่นก็คือการมีจิตวิญญาณที่อยากช่วยเหลือผู้อื่นโดยเป็นการทุ่มเททั้งกาย  ใจ   ให้ผู้ที่ป่วยซึ่งเราจะต้องเข้าใจในตัวผู้ป่วยก่อนที่จะทำการรักษาเพราะบางครั้งโรคบางอย่างไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคอย่างเดียว  บางครั้งอาจมาจากสภาพจิตใจที่เป็นกังวลก็ได้  และสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าการจะเป็นบุคคลทางการแพทย์ได้นั้นต้องมีใจรักอยากทำประโยชน์ต่อผู้อื่น

          จากเรื่อง  Patch  Adam และ บทความของนายแพทย์ประเวศ  วะสี  ข้าพเจ้าคิดว่า จรรยาบรรวิชาชีพคือ การมีคุณธรรมจริยธรรมต่อการปฏิบัติหน้าที่  ซึ่งเราควรจะมีไว้   โดยไม่ควรปฏิบัติในสิ่งที่ผิดศีลธรรมและไม่ใช้ความรู้ทางการแพทย์ในทางที่ผิด  เช่น  แพทย์รู้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไร  แต่ไม่ยอมให้ยาที่ถูกชนิดกับโรคที่ผู้ป่วยเป็น   และหน้าที่สำคัญของเราคือ  การส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงโดยการรักษาดุลยภาพทั้งทางด้านกาย - ใจ - สังคม - สิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

 

สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam ^_^     สิ่งที่ประทับใจที่สุดในเรื่องนี้คือตัวละครเอกของเรื่องนั่นคือ Patch Adam เขามีความพยายามมากที่อยากจะเป็นนายแพทย์ เขาพยายามจะเข้าใจคนไข้โดยการเข้าไปเป็นคนไข้ในโรงพยาบาลบ้า เขาไปคุยและเล่นกับเด็กที่เป็นคนไข้ทำให้โรงพยาบาลมีเสียงหัวเราะมีชีวิตชีวา  เขาเห็นความสำคัญของคนไข้มากกว่ากฎเกณฑ์หรือข้อบังคับใดๆ และแม้เขาจะถูกวิพาทวิจารณ์และกดดันอยู่หลายๆครั้งแต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาที่เขาจะใส่ใจเท่ากับสิ่งที่เขาเห็นว่านี่คือความถูกต้องเขายิ้มสู้ต่อไปไม่หวั่นแม้ใครจะว่าและคัดค้านก็ตามเขาพร้อมจะสู้และดิ้นรนเพื่อความยุติธรรม สุดท้ายแล้วความพยายามความตั้งใจทั้งหมดของเขาก็สำเร็จลงได้ นั่นเพราะความศัทธาในตัวเองไม่ยอมแพ้แม้เจอสิ่งที่เลวร้ายมากเพียงใด

ภาพยนตร์ เรื่อง นี้ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไปอย่างไร^_^ทัศนคติของเรื่องหมอกับคนไข้  เพราะเมื่อก่อนหมอนั้นคือบุคคลที่ คนส่วนมากมักให้ความเคารพน้อมน้อมเทิดทูลยกย่องแม้แต่คนแก่ๆยังต้องไหว้หมอเลยทั้งที่เมื่อไปหาหมอแต่ละครั้งหมอจะพูดกับเราแค่ไม่กี่คำรวมแล้วไม่ถึง2นาทีแต่ต้องไปนั่งรอหมอเกือบครึ่งวัน  ความสัมผัสของหมอกับคนไข้จึงมีน้อยมากหากไม่ใช่คนไข้ประจำ  แต่เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้ทำให้รู้สึกว่าอยากให้มีเหมอที่เป็นเหมือน Patch Adam ทุกคนคนไข้คงจะรู้สึกดีกว่านี้เหมือนที่เขาพูดว่า หมอคือคนที่รักษาคนไข้หมอไม่ใช่คนที่สูงส่งมาจากไหนเลย เพียงเพราะค่านิยมเท่านั้นที่ทำให้คิดไปว่าหมอต้องอยู่ในระดับที่สูงกว่าคนอื่น ทั้งที่หน้าที่ที่แท้จริงของหมอคือที่ช่วยเหลือคนไข้ให้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างปกติสุข นั่นคือหมอ นายแพทย์ Patch Adamความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ^_^อาชีพให้บริการด้านสุขภาพนั้นเป็นงานที่คนทั่วไปมักคิดว่าเป็นงานที่สบาย  เป็นอาชีพที่เงินเดือนสูงมีคนยกย่อง ซึ่งก็อาจจะเป็นอย่างนั้น(^_^) คนหลายคนจึงเลือกที่จะเข้ามาเรียนในสายอาชีพนี้  เมื่อเราเลือกที่จะเข้ามาทำงานตรงจุดนี้ก็เหมือนการที่เราได้อุทิศตนเพื่อช่วยคนที่เรียกเราว่าหมอ คนไข้เพียงหวังว่าเราจะช่วยให้หายจากการทุกข์ทรมาน ดังนั้นเราควรจะปฏิบัติกับคนไข้ให้เหมือนกับที่เราเป็นคนไข้คนหนึ่งซึ่งต้องการให้หมอปฏิบัติกับเราเช่นนั้น จรรยาบรรณไม่ใช่ข้อกำหนดที่เราควรทำหรือไม่ควรทำมันคือสิ่งที่อยู่ในจิตสำนึกของว่าที่นักรังสีเทคนิค(ตัวน้อยๆทุกคน)  หน้าที่ของเราไม่ได้ใช้เพียงคำว่าต้องทำเพี่อให้ผ่านๆไปแต่เราต้องทำจากความรู้สึกที่ออกมาจากหัวใจ ขอให้ว่าที่นักรังสีทุกคนซึมซับเอาสิ่งที่เรียกว่าจรรยาบรรณเก็บไว้ในหัวใจเพื่อเอามาใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ รับรองว่าท่านจะเป็นนักรังสีที่ดีได้แน่นอน

1.สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุดหลังจากได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง  Patch  Adam 

         สิ่งที่ผมประทับใจเมื่อได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วนั้น  ทำให้ผมเข้าใจถึงคำว่า  จรรยาบรรณในวิชาชีพ  มากยิ่งขึ้น  การได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แทบจะไม่ต้องเรียนจากทฤษฏีใด ๆ เลยเพราะเนื้อหาในเรื่องก็สอนเราได้ดีอยู่แล้วในเรื่องนี้จะชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและมีอุดมการณ์ของคน  เมื่อเราตั้งใจหรือมีจุดมุ่งหมายของชีวิตมันเปรียบเสมือนเป็นแรงผลักดันอันสำคัญที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จได้ดูได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เขาถูกศาลไต่สวนในเรื่องใบประกอบวิชาชีพถือว่าขัดวินัยร้ายแรง  แต่เขาไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีแต่อย่างใด  แต่กลับตรงกันข้ามเขาพยายามรักษาคนเจ็บป่วยด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

เขาไม่ต้องการเงินหรือสิ่งตอบแทนจากผู้ใดทั้งนั้นแต่ที่ต้องการก็คือทำให้ผู้คนที่ไม่ปกติให้อยู่อย่างคนปกติได้  เขาไม่เพียงรักษาทางกายอย่างเดียวเขายังเล็งเห็นว่าการที่ผู้ป่วยจะหายได้นั้นต้องเริ่มจากสภาพจิตใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญเขาจึงทำให้ผู้ป่วยยิ้มและหัวเราะและมีความสุขได้ โดยทำให้ผู้ป่วยลืมไปเลยว่าเขาคือคนป่วย  และต้องหายจากอาการทั้งปวง

2.ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้นิสิตมีทัศนะคติเกี่ยวกับเรื่องอะไรในตัวของนิสิตเปลี่ยนไปบ้าง ?

         ในส่วนตัวของผมเองผมว่าผมไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าใดนักเพราะว่าสิ่งที่ผมอยากทำก็คือ  การได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือมวลมนุษย์ให้ได้เท่าที่ความรู้ความสามารถของผมที่มีอยู่  แต่ที่เปลี่ยนไปบ้างก็คือความรักในวิชาชีพตัวเองมากขึ้นและรู้ถึงหน้าที่ในวิชาชีพของตัวเองดีกว่าเดิม

3.ขอให้นิสิตสกัดความรู้เรื่อง  จรรยาบรรณวิชาชีพ  จากภาพยนตร์และจากการอ่านบทความของ  น.พ. ประเวศ   วะสี  ด้วยตนเองและเขียนให้เข้าใจ

           การแพทย์จัดเป็นทฤษฏีต่าง ๆ ได้มากมายโดยทฤษฏีต่าง ๆ มีอยู่หลายทฤษฏีทั้งในเรื่องของสุขภาพ   บุคลากร  รวมถึงเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญแต่เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพจะเชื่อมโยงกับทฤษฏีบุคลากรทางการแพทย์  เพราะคนกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการดูแลเรื่องสุขภาพของผู้คนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ  ถ้าเราได้ตระหนักให้ดีถึงคำว่า  จรรยาบรรณ   แต่การที่จะมีจรรยาบรรณได้นั้นต้องมาจากทัศนคติเมื่อมีทัศนคติที่ดีจึงทำให้เกิดอุดมการณ์ในชีวิตเมื่อมีอุดมการณ์ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้คนเรามีจุดยืนของตนเองในการดำเนิชีวิตเมื่อรู้ว่าตนเองทำหน้าที่อะไรในสังคม  จรรยาบรรณวิชาชีพจึงเกิดขึ้นโดยรู้ว่าตนเองคือบุคลากรณ์ทางการแพทย์จึงต้องมีสำนึกที่ดีในคำว่าจรรยาบรรณวิชาชีพอยู่เสมอว่าต้องช่วยเหลือคนจากความเจ็บป่วยทั้งปวงโดยไม่ได้หวังผลใด ๆ คือต้องทำด้วยใจรักในวิชาชีพ

1.)สิ่งที่ประทับใจหลังจากชมเรื่อง Patch Adam คือ การช่วยเหลือผู้คนด้วยวิธีของเขาชั่งน่าอัศจรรย์ เขาต่อสู้กับกฎเกณฑ์และระเบียบการ ที่ขัดกับอุดมการณ์ของตัวเองอย่างห้าวหาญ และเขาถูกเสมอ เสียงหัวเราะคือยาขนานเอกของคนไข้ 2.)เรื่องภาพพจน์ของหมอ ผมคิดว่าหมอต้องสงบเสงี่ยม รักษากิริยาบททุกท่วงท่า ถึงจะดูน่าเชื่อถือ แต่ว่าเดี่ยวนี้ผมคิดว่าทำยังไงก็ได้ให้คนไข้ได้ นั่นแหละคือความน่าเชื่อถือที่แท้จริง แม้จะไม่ใช้ภาพพจน์ที่ดูคงแก่เรียนก็ตาม Patch Adam ทำให้ผมรู้สึกอย่างนั่น 3.)มันเป็นสิ่งที่ผู้ปฎิบัติงานทางการแพทย์ควรจะนำไปประยุกต์ ทัศนคติเรื่องภาพลักษณ์ ควรขึ้นอยู่กับการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วย พอใจมากที่สุดทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ เป็นสิ่งที่ทุกคนควรอ่าน และ Patch Adam ก็เป็นภาพยนตร์ที่ควรดู

Dr. Patch Adams

"I love you without knowing how, or when, or from where. I love you straightforwardly without complexities or pride. I love you because I know no other way then this. So close that your hand, on my chest, is my hand. So close, that when you close your eyes, I fall asleep. "

       ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า"ข้าพเจ้าขออภัยอย่างยิ่ง"เนื่องจากสัปดาห์ที่มีการเปิดภาพยนตร์เรื่อง  pacth  adam  ข้าพเจ้าไม่ได้เข้ารับชมสาเหตุมาจากยังไม่ได้เดินทางกับ  แต่ด้วยความที่ได้รับฟังมาจากเพื่อน  จึงพอรู้โดยสังเขปและนำมาเพื่อตอบคำถามดังนี้

                               จึงไคร่ขอความอนุเคราะห์                                                                                

      ข้อ1. แพทย์ทุกคนย่อมมีวิธีในการรักษาที่แตกต่างกันออกไป  แต่มุ่งหวังไปในทิศทางเดียวกันคือเพื่อบำบัดและบรรเทาอาการเจ็บปวดของผู้ป่วย  adam  ทำให้เห็นว่าสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้และนำไปสู้ความสำเร็จในการรักษามากกว่าสิ่งอื่นใดคือ  จิตใจ   พื้นฐานของการเจ็บป่วยส่วนหนึงมาจากจิตใจ  สองสิ่งนี้สัมพันธ์กัน  ดังคำกล่าวที่ว่า   "สุขภาพจิตดี  สุขภาพกายก็ดีตามมา"  หากเรามุ่งหวังเพียงเพื่อที่จะรักษาเพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ป่วย  ก็เหมือนกับการซ่อมวิทยุหรือโทรทัศน์เก่าๆที่พังอยู่ให้กลับมาใช้งานได้ตามเดิมเท่านั้น  adam  เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ควรยกย่องยิ่งนัก

     ข้อ2.  เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้พบว่าวิชาชีพแพทย์หรือแม้แต่กระทั้งวิชาชีพรังสีที่ข้าพเจ้ากำลังศึกษาอยู่นี้เป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ์ยิ่งนัก  เพราะเหนือสิ่งอื่นใดนั้นความผาสุขของสุขภาพร่างกายมนุษย์นั้นย่อมสำคัญที่สุด  การที่ได้ให้ชีวิต  ได้ช่วยเหลือ  หรือเพียงแต่ยืดเวลาชีวิตของผู้ป่วยให้นานที่สุดนับเป็นความภาคภูมิใจที่สุด  ซึ่งก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าไม่ได้มุ้งหวังเพื่อเรียนสายนี้แต่อย่างใด  ความใฝ่ฝันของข้าพเจ้าคือการได้เป็นนักเขียน  ช่างภาพ  นักเดินทาง  เมื่อได้ฟังเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้  ประกอบกับการที่อ.ประธานได้ให้แนวคิดไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน  ทำให้ข้าพเจ้ามุ่งหวังที่จะเรียนวิชานี้ให้ประสบความสำเร็จ  และทุ่มเททั้งกายใจให้กับงานอย่างภาคภูมิ  (ไม่ต้องห่วงนะ)  ถ้าฉันจะเขียนหนังสื่อสักเล่มก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องรังสีเป็นแน่

     ข้อ3.  จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี  แต่ถ้าจะถามว่าจรรยาบรรณคืออะไรนั้นคงจะตอบออกมาเป็นข้อๆได้ยาก   แต่ต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพึงตระหนักอยู่ในใจเสมอ  อย่างเช่นการตรงต่อเวลา  การซื่อสัตย์ต่อหน้าที่การงาน  การปฏิบัติต่อคนไข้เปรียบเสมือนญาติคนหนึ่ง  ใดๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นจรรยาบรรญทั้งนั้น  หากแต่ปัจจุบันเรายังมุ่งเน้นอยู่แต่กับการรักษา  คาดหวังแต่ความสำเร็จ  โดยไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้ป่วยเท่าที่ควร  จึงทำให้การรักษาในปัจจุบันยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น  อย่างไรก็ตามเมื่อเราทำงานอยู่บนพื้นฐานของจรรยาฯแล้วผู้ป่วยร่วมทั้งเราก็จะมีความสุข                

      

 

      ถึง พจนา คนทา  และนิสิตท่านอื่น ที่ไม่ได้ชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adams อีกทั้งยังไม่ได้อ่านบทความของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี แต่ได้บันทึกความคิดเห็นใน Blog นี้ ทุกท่าน

      ไม่มีประโยชน์อะไรที่นิสิตจะตอบคำถาม เพียงเพื่อให้ได้ทำในสิ่งที่อาจารย์บอกให้ทำ

      การฟังคำบอกเล่าจากเพื่อนไม่เพียงพอต่อการเรียนรู้  การอ่านความคิดเห็นของคนอื่น แล้วดัดแปลงคำตอบ จะไม่ช่วยให้นิสิตเกิดความเปลี่ยนแปลงภายในได้  นิสิตไม่มีความรู้สึกประทับใจใดใด  ไม่ได้ทัศนะใหม่ ที่ต่างไปจากที่เคยมี

      ถ้าจะให้ดี ไม่เพียงออกตัวว่าไม่ได้เข้าเรียน  นิสิตต้องไขว่คว้าด้วยตนเอง ด้วยการไปเช่าภาพยนต์เรื่องนี้มาดู  และอ่านบทความอย่างตั้งใจจะดีกว่า

         ความประทับใจจากการได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam  คือ  ความกล้าที่จะแตกต่างของPatch เขาเป็นคนที่มีความคิดแปลกแยกจากคนอื่น ๆ แต่แปลกของเขา  แปลกในทางที่ดี  เค้ามีความจริงใจต่อคนไข้  ไม่ถือตัว  และถือว่าคนไข้เป็นเพื่อน  เค้าให้ความช่วยเหลือเพื่อนของเขาอย่างเต็มที่  และประทับใจในความพยายามของเขา  เขาตั้งใจว่าจะเป็นหมอเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์  ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคอะไรเข้ามาขัดขวาง  เขาก็ยังไม่ท้อถอย พยายามทำจนสำเร็จ

       ทัศนคติที่เปลี่ยนไป    เมื่อก่อนเราจะคิดว่าบุคลากรทางวิทยาศาสตร์สุขภาพต้องมีภาพพจน์ที่ดี  เรียนเก่ง  แต่หลังจากได้ชมภาพยนตร์นี้สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เรียนเก่งเพียงอย่างเดียว  แต่ตัวบุคลากรเองควรจะมีความจริงใจ ความตั้งใจในการประกอบวิชาชีพตัวเองมากกว่า  ถือว่าคนไข้เป็นเพื่อน  และต้องรักษาทั้งทางกายและใจคู่กันไป  ความน่าจะเป็นที่จะหายจากโรค  จะมีมากกว่า

       จรรยาบรรณวิชาชีพ คือ การไม่มีอคติ  รักในวิชาชีพของตัวเอง   ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่  ไม่ใช้ความรู้ไปในทางที่ผิด  การตรงต่อเวลาและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง

ข้อ  1  สิ่งที่ประทับใจที่สุดในเรื่อง  Patch  Adam  คือ  การที่  Patch  Adam  มีความคิดแตกต่างไปจากแพทย์คนอื่น  คือ  เขาไม่ได้รักษาผู้ป่วยเฉพาะด้านร่างกายเพียงอย่างเดียว  แต่เขายังมองลึกเข้าไปข้างในจิตใจของผู้ป่วยอีกด้วย  เขารักษาผู้ป่วยเปรียบเสมือนกับเป็นญาติพี่น้องของเขา  มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับคนไข้  ซึ่งถ้าทุกคนที่ทำงานในโรงพยาบาลปฏิบัติกับคนไข้อย่างเป็นกันเอง  ก็จะทำให้คนไข้มีทัศนะคติที่ดีขึ้นกับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีกด้วย

ข้อ  2   จากการชมภาพยนตร์เรื่อง  Patch  Adam   ทำให้รู้สึกว่าเมื่อเราได้เขาไปทำงานในที่ตรงนั้น  เราไม่ได้มีหน้าที่รักษาเฉพาะร่างกายของผู้ป่วย  แต่เราต้องรักษาจิตใจของเขาอีกด้วย  ในเมื่อเขาป่วย  ไม่สบายกาย  แล้วเข้ามาหาเราให้เรารักษา  เราก็ต้องรักษาเขาให้หายจากโรคที่เขาเป็น  เราควรปฏิบัติกับเขาอย่างดี  ถ้าเขามาหาเราแล้วทำให้เขาสบายใจ  เขาก็จะได้หายจากโรคได้เร็วขึ้น  ก่อนหน้านี้คิดว่า  เราได้ทำงานสบาย   ถ้าผู้ป่วยมา  เราก็รักษาตามโรคที่เขาเป็น  แล้วก็เสร็จ ๆ ไป  แต่ตอนนี้ไม่ใช่  เราต้องปฏิบัติตัวให้ดี  โดยเฉพาะกับผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้ที่มารับการรักษา  เขาเอาชีวิตมาฝากไว้ที่เรา  เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด

ข้อที่  3   จรรยาบรรณ   เป็นสิ่งสำคัญมากในการปฏิบัติงานของแต่ละอาชีพ  จากการชมภาพยนตร์เรื่อง  Patch  Adam  และจากการอ่านบทความของ  อ.ประเวศ  คือ  การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยนั้นเราต้องมีความเสียสละ  ทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจ  ต้องเอาความทุกข์ของผู้อื่นมาก่อนความสุขของตัวเอง  จะต้องเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบสูง   ในการดูแลผู้ป่วยเราต้องดูแลทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ  โดยบทความของ  อ. ประเวศ  ได้พูดถึงผู้ป่วยบางรายนั้นอาจป่วยเนื่องจากจิตใจของผู้ป่วยอ่อนแอ  ขาดความรักความเอาใจใส่ของคนรอบข้าง  หรือความเครียดเนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยเอง  ดังนั้น  เราจึงควรรักษาจากภายในจิตใจของผู้ป่วย  เพื่อที่จะส่งผลต่อร่างกายภายนอกให้ดีขึ้นได้

        สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดหลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้   คือ ประทับใจในจรรยาบรรณแพทย์ของ Patch Adam ซึ่งเขาเป็นหมอที่ใส่ใจในความรู้สึกของคนไข้ทุกคน    เขาเป็นหมอที่ไม่ได้รักษาคนไข้แค่ทางร่างกายเท่านั้น  แต่เขารักษาคนไข้เข้าถึงด้านจิตใจด้วย    ซึ่งในปัจจุบันหมอแบบนี้มีอยู่น้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย         ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทัศนะคติของข้าพเจ้าเปลี่ยนไป  คือ ตอนแรกไม่ได้อยากเรียนทางสายนี้เลยแต่มีเหตุบางอย่างทำให้ได้มาเรียนคณะนี้   แล้วดิฉันก็คิดว่าการเรียนทางสายนี้นั้น น่าจะอาศัยแค่ความรู้ความเข้าใจในการรักษาโรค บวกกับการมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ  แต่พอได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว  ทำให้ดิฉันเข้าใจว่า การที่เราจะรักษาคนไข้ได้นั้นต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรม เราต้องเข้าใจจิตใจของคนไข้ด้วย ไม่ใช่ว่ารักษาทางร่างกายเพียงอย่างเดียว  ไม่ใช่ทำเพราะเป็นเพียงแค่หน้าที่    ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ดิฉันมีความรักในวิชาชีพมากขึ้น และอยากช่วยคนไข้มากขึ้นด้วย        จรรยาบรรณวิชาชีพ  คือ การที่เราดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่แค่รักษาด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น  เพราะจิตใจสัมพันธ์กับร่างกาย  บางครั้งการที่คนเราป่วย อาจมีสาเหตุมาจากจิตใจทำให้ส่งผลถึงทางร่างกายด้วย  เราจึงต้องรักษาทางร่างกายควบคู่ไปกับการรักษาด้านจิตใจด้วย 

        ความประทับใจหลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch  Adam คือ ความเป็นมิตร  เป็นกันเองกับคนป่วยแตกต่างจากแพทย์คนอื่น  ไม่แบ่งชั้นว่าเป็นแพทย์กะคนไข้  ความเป็นกันเองของคนไข้  ทำให้เขาเป็นที่รักของคนอื่น  แม้สิ่งที่เขาทำบางอย่างอาจทำให้แพทย์บางคนหรือคนทั่วไปไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขา  แต่เขาก็ยังมุ่งมั่น พยายามทำในสิ่งที่เขาตั้งใจ  จนในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จ  รวมทั้งได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม  เขาเป็นคนที่น่านับถือและนำมาเป็นตัวอย่าง  ถ้าบุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติได้อย่างเขาก็จะดีมาก

       ทัศนคติที่เปลี่ยนแปลง  เมื่อก่อนทัศนคติเกี่ยวกับบุคลากรทางการแพทย์ไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนไข้เท่าที่ควร เหมือนกับว่าจะแบ่งว่านี่คือแพทย์  นี่คือคนไข้  ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองเท่านั้น  ไม่ค่อยคิดเห็นถึงจิตใจของคนไข้เท่าที่ควร  หลังจากได้ชมภาพยนตร์ พบว่า ไม่จำเป็นที่แพทย์ต้องถือตัวมากเกินไป ความเป็นกันเองของแพทย์เป็นสิ่งหนิ่งทีสำคัญ คนไข้เองก็จะสบายใจด้วยเช่นกัน  ควรคิดที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างจริงใจ

ความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพ 

  • การประกอบอาชีพด้วยความรักในวิชาชีพของตน  จะทำให้ตนเองมีความสุข  คนรอบข้างก็มีความสุขด้วยเช่นกัน   
  • ความตั้งใจ  มุ่งมั่นในสิ่งที่ตนเองต้องการ  ความสำเร็จนั้นก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
  • บุคลากรทางการแพทย์ต้องมีความอดทนและเสียสละอย่างมากในการประกอบอาชีพ
  • ความกล้าในการทำสิ่งที่แตกต่างไม่ใช่สิ่งที่ผิด  เราทำเพื่อทำตามความฝันของเรา  เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและนับถือ
        ข้อ 1. เมื่อชม Patch Adam แล้ว รู้สึกประทับใจในเนื้อเรื่อง เพราะเรื่องนี้ให้ข้อคิดที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ  ซึ่งวิชาชีพรังสีเทคนิคก็มีหน้าที่คล้าย ๆ กับแพทย์  คือรักษาคนป่วยซึ่งมาหาเราด้วยความไว้ใจ ให้เรารักษาจนหาย  แล้วเราก็ควรพึงระลึกว่าสิ่งที่เราควรทำคืออะไร  ส่วนในเรื่อง Patch Adam ฉากที่ประทับใจที่สุดคือ  ตอนที่เพื่อน ๆ แพทย์ติวหนังสือเพื่อเตรียมสอบให้ได้เกรดดี ๆ แต่วันนั้นเขากลับพูดถึงปัญหาของคนไข้ที่เขาได้เจอมา  เห็นได้ว่าเขาไม่ได้สนใจกับเรื่องการสอบเพื่อให้ได้เกรดดี ๆ แต่เขากลับสนใจที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยจริง ๆ          ข้อ 2. ทัศนคติที่ได้จากเรื่องนี้ ทำให้มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องจรรยาบรรณในวิชาชีพเปลี่ยนไป คือ ทำให้เรารู้ว่า การเรียนได้เกรดดี ๆ แต่ไม่มีจรรยาบรรณ คือตอนทำงานไม่ให้ความช่วยเหลือคนไข้อย่างจริงใจ  การทำงานของเราก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากทำเพื่อเงินค่าตอบแทน แต่การทำงานที่ดี ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนจะมีจรรยาบรรณเพราะเราทำงานกับชีวิตของผู้ป่วย เราจึงต้องให้ความสำคัญและใส่ใจกับผู้ป่วยให้มากที่สุด           ข้อ 3. จากการที่ศึกษาจาก Patch Adam และจากบทความทำให้สรุปได้ว่า  เราสามารถรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคทางกายได้  เรายังต้องช่วยให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่ไม่เป็นทุกข์เพราะถ้าผู้ป่วยมีความทุกข์ใจ จะทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น               เราต้องปฏิบัติกับผู้ป่วยด้วยความห่วงใย  อยากที่จะให้ความช่วยเหลือและเข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้ตัวเราและผู้ป่วยมีความสุขในระหว่างการรักษา

1. สิ่งที่ประทับใจในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้คือประทับใจในความตั้งใจที่จะเป็นหมอที่ดีของPatchg เค้าต้องการที่จะรักษาผู้ป่วยให้ขาดจากโรคที่เป็นอยู่โดยไม่ลืมที่จะรักษาทางด้านจิตใจควบคู่ไปด้วย  เค้าพยายามทำความรู้จักกับผู้ป่วยเพื่อนำพฤติกรรมต่างๆไปช่วยใช้ในการรักษา โดยเค้าได้กล่าวไว้ว่าเราควรจะทำความเข้าใจผู้ป่วยให้ถ่องแท้เหมือนที่เราพยายามทำความเข้าใจโรค

2.ทัศนคติที่เปลี่ยนไปคือ ในตอนแรกดิฉันคิดแต่เพียงว่านักรังสีก็มีหน้าที่แค่เอ็กซ์เรย์ตามคำสั่งของหมอไม่ใช่เป็นหมอ แต่หลังจากที่ชมเรื่องนี้ดิฉันคิดว่าทุกคนที่ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากโรคหรือไม่ก็ตาม คนๆนั้นสามารถเรียกว่าหมอได้เหมือนกันทุกคน เพราะว่าเค้ามีความพยายามที่จะช่วยให้คนไข้รู้สึกดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลที่คอยดูแล  คนที่คอยป้อนอาหาร ทุกคนช่วยดูแลผู้ป่วยเพราะฉะนั้นหมอคงไม่ใช่แค่คนที่จบแพทย์เสมอไป

3.จรรยาบรรณวิชาชีพที่ได้จากการชมภาพยนตร์คือการที่เราตั้งใจให้คนไข้หายจากความเจ็บทุกข์โดยไม่คำนึงถึงภาพพจน์ของตัวเองเป็นหลัก เพราะหน้าที่หลักของเราคือรักษาคนไข้เราต้องรักษาทั้งทางกายและใจไปพร้อมๆกันหากเรามัวแต่รักษาภาพพจน์จนเกินความพอดีผลที่ได้ก็เกิดแค่กับตัวเราเท่านั้นแต่ถ้าคนไข้หายเราจะมีความภูมิใจในวิชาชีพมากยิ่งขึ้น

จรรยาบรรรณวิชาชีพที่ได้จากการอ่านบทความคือเราควรรักษาผู้ป่วยทางด้านกายและจิตใจไปพร้อมกันเมื่อจิตใจแข็งแรงสุขภาพทางกายก็จะดีตามมาแต่ว่าการแพทย์ในปัจจุบันนี้มุ่งแต่รักษาทางกายเท่านั้นและกลายเป็นฝ่ายที่ตั้งรับในการรักษาโรคไม่ใช่เป็นการป้องกันโรคและขาดความใส่ใจในการรักษาสภาพจิตใจของคนไข้

อาจารย์ครับผมขออนุญาตินำ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนนึงมาเพื่อเป็นคำสอนแก่นิสิตทั้งหลายดังนี้ครับ

......การเรียนวิชาการแพทย์และวิชาที่เกี่ยวข้องกับแพทย์  คือ  การเล่าเรียนเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นยิ่งกว่าตนโดยเฉพาะฐานะหน้าที่ที่จะรักษา   ท่านต้องใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วย  และจะต้องอุทิศตนอุทิศเวลา  แม้กระทั่งความสุขส่วนตนเพื่อปฏิบัติการเช่นนี้ตลอดเวลา  หมายความว่า  ท่านทั้งหลายจะต้องมีอุดมคติและมีจรรยาบรรณอันสูงและหนักแน่นในหน้าที่และวิชาชีพของตนจึงจะทำได้สำเร็จ........

หวังว่านิสิตทั้งหลายคงเข้าใจถึงคำว่า "จรรยาบรรณ" ดียิ่งขึ้นนะครับ

          ไม่ทราบจะขอบคุณอย่างไรถูก  ที่คุณจรูญ ช่วยเติมเต็มความรู้ ด้านจรรณยาบรรณวิชาชีพ ด้วยการอัญเชิญพระบรมราโชวาท อันมีค่ายิ่ง ให้กับพวกเรา

          ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อาจารย์ก็เลยติดลม ขอต่ออีกนิ๊ด คราวนี้แบบทฤษฎีจ๋าเลยนะคะ

  1. ความหมายของคำว่า จริยศาสตร์ >> จะริยะ = อันพึงประพฤติ,  ศาสตระ = วิชา  รวมทั้งสองคำ = วิชาที่กล่าวถึงแนวทางอันพึงประพฤติ
  2. เทียบเคียงกับภาษาอังกฤษ คือคำว่า Ethic มาจากภาษากรีกว่า Peri Ethikes  ซึ่งมาจากรากศัพท์ Ethos = ขนบธรรมเนียม ภาษาลาติน เลียนศัพท์กรีก ว่า Ethica
  3. ความประพฤติ (Conduct) หมายถึง พฤติกรรมที่มีมโนธรรมเข้าแทรก เมื่อมีมโนธรรมเกิดขึ้น ก็ต้องมีการตัดสินใจอย่างเสรีตามมา หากตัดสินใจเลือกทำตามมโนธรรม ก็เรียกว่า มีความประพฤติดี (good conduct)  หากตัดสินใจเลือกปฏิบัติฝืนมโนธรรม ก็เรียกว่ามีความประพฤติเลว (bad or immoral conduct)
  4. พฤติกรรม (Behavior) ได้แก่การกระทำทุกอย่างของมนุษย์และสัตว์ ถ้ามีมโนธรรมเข้าแทรก เรียกว่า ความประพฤติ ถ้าไม่มีมโนธรรมเข้าแทรก เรียกว่าพฤติกรรมอศีลธรรม (amoral behavior) อย่าปนกับ ความประพฤติผิดศีลธรรม หรือทุศีล (immoral conduct)
  5. มโนธรรม (Conscience) คือความสำนึกดีชั่ว อาจจะสำนึกในขณะที่จะต้องตัดสินใจเลือกวิถีทางประพฤติเฉพาะหน้า หรืออาจจะสำนึกในอดีตแต่ยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกวิถีทางประพฤติเฉพาะหน้าก็ได้
  6. คุณธรรม (Virtue) คือความประพฤติดีจนเคยชิน
  7. กิเลส (Vice) คือความประพฤติชั่วจนเคยชิน
  8. อศีลธรรม (Amoral)   คือลักษณะของพฤติกรรมที่ไม่เกี่ยวกับศีลธรรม
  9. ผิดศีลธรรม (Immoral) คือความประพฤติที่ขัดกับศีลธรรม หลักปฏิบัติที่นำไปสู่การปฏิบัติที่ผิดศีลธรรม เรียกว่า ทุศีล
  10. จริยธรรม หรือ จรรณยาบรรณ (Ethical rule) คือประมวลกฎเกณฑ์ความประพฤติ
  11. ศีลธรรมของศาสนา ถือกันโดยทั่วไปว่า เป็นเรื่องที่ถือกันโดยความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับใคร และไม่ควรบังคับกันในเรื่องของศรัทธา
  12. จริยธรรมอาชีพแต่ละอาชีพ ไม่ได้ผูกมัดผู้ประกอบอาชีพตามความสมัครใจ แต่เมื่อเข้าใจเหตุผลแล้วก็มีผลบังคับให้ปฏิบัติตาม โดยมีศักดิ์ศรีของมนุษย์ เป็นเดิมพัน
  13. กฎหมาย เป็นเครื่องบังคับผิวเผินภายนอกเท่านั้น
  14. ศีลธรรมของศาสนา มีประกาศิตบังคับในระดับ ควร
  15. จริยธรรมอาชีพแต่ละอาชีพ มีประกาศิตบังคับในระดับ พึง
  16. กฎหมาย มีประกาศิตบังคับในระดับ ต้อง         
    ข้อคิดเห็นที่แล้ว ลืมบอกไปค่ะว่า คัดลอกมาจากหนังสือ "ชุดพื้นฐานปรัชญา จริยศาสตร์สำหรับผู้เริ่มเรียน" ของ ศาสตราจารย์กีรติ  บุญเจือ

สุดยอดค่ะอาจารย์  ขอแจมด้วยคนเป็นรังสีเทคนิคเหมือนกัน อิจฉาน้องที่มีการเรียนการสอนที่ดีๆแบบนี้

เห็นที่ต้องไปเช่าหนังเรื่องนี้มาดูบ้าง รังสีฯที่ปฏิบัติงานอยู่ทุกวันควรที่จะรู้และสนใจ จรรยาบรรณวิชาชีพให้มากๆ เพื่อสังคมอุดมปัญญาและความสงบสุขของวิชาชีพ เพราะมีหลายๆคน มองผลประโยชน์มากว่าการดูแลรักษาผู้ป่วย

อาชีพเราวินิจฉัย รักษาโรค ค่ะ

    ตรวจสอบแล้ว  นิสิตปี 1 บันทึกลง Blog ครบทุกคน

    ส่วนนิสิตปี 2 ที่ไม่ได้บันทึกลง Blog มี 2 คน คือ

  1. นส.วิรทัยรัตร์  วงศ์อินทร์
  2. นส.ศรินญา  สิงห์โต
รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น