เมื่อวันจันทร์ที่ 30 ต.ค. 49 เวลา 13.00 - 15.30 น. ที่ผ่านมา ดิฉันได้ประเดิมสอนชั่วโมงแรกของรายวิชา "วิชาชีพรังสีเทคนิค" ในหัวข้อ บทนำวิชาชีพและจรรยาวิชาชีพ แก่นิสิตรังสีเทคนิค ชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 รวมทั้งหมดก็เกือบ 100 คน
วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของหัวข้อนี้ หลักๆ คือ เพื่อให้นิสิตมีเจตนคติที่ดีและยอมรับว่าวิชาชีพรังสีเทคนิคเป็นวิชาชีพที่มีคุณค่าต่อสังคม
การสอน 3 ชั่วโมง ให้เกิดเจตนคติที่ดีดังกล่าว สอนด้วยการบรรยายคงไม่เป็นผลแน่ ดังนั้น ดิฉันจึงเลือกสอนด้วยการฉายวีดีโอ เรื่อง Patch Adams
ตัวจริง
ตัวแสดง
เมื่อหนังจบ นิสิตยังได้ฟังเรื่องเล่าจากอาจารย์ ซึ่งเป็นเรื่องจริงและเป็นปัจจุบันที่สุด ของนิสิตสาขากายภาพบำบัดที่ป่วยด้วยโรค Aplastic anemia ด้วย
นอกจากนี้ อาจารย์ยังให้ต้นฉบับเอกสารอ่านเพิ่มเติม แก่นิสิตไปอ่านประกอบ เป็นบทความของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี เรื่อง ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์
มาถึงวันนี้ ได้เวลาประเมินกันแล้ว
ขอให้นิสิตที่เรียนในวันนั้นทุกท่าน บันทึกในช่องแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่อไปนี้ ส่งอาจารย์ใน Blog นี้เลย (ภายในวันที่ 17 พ.ย. 49)
- สิ่งที่นิสิตประทับใจที่สุด หลังจากได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam คือ.....กรุณาให้เหตุผลประกอบ
- ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ทัศนคติ เกี่ยวกับเรื่องอะไรในตัวของนิสิตเปลี่ยนไปบ้าง ? ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร และขณะนี้เป็นอย่าง กรุณาอธิบายด้วยว่าทำไม
- ขอให้นิสิตสกัด ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนตร์ และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ด้วยตนเอง และเขียนให้เข้าใจ
ขอขอบคุณอาจารย์มาลินี...
ขอขอบคุณนิสิต 2 ท่านที่บริจาคเลือดให้โรงพยาบาล(ป้อมกับโน่)...
ที่น่าสนใจคือ มี 2 ท่าน(เชอรี่กับต้น)บอกว่า จะเรียนต่อ u-track (ไม่ทราบสะกดถูกหรือไม่) หรือแพทย์ต่อเนื่องหลังจบรังสีเทคนิค
วิธีการสอนของอาจารย์ทำให้นิสิตเข้าใจตัวเอง รู้จักตัวเอง และพัฒนาไปได้ไกลมากครับ... สาธุ สาธุ สาธุ
ความประทับใจ การช่วยเหลือผู้อื่นจะทำให้เรามองข้ามปัญหาของตัวเราไปได้ เพราะการช่วยเหลือให้ใครสักคนมีความสุขเป็นเรื่องที่ยากและเราอาจไม่เข้าใจในความทุกข์ขิองบุคคลอื่นจึงหาทางที่จะช่วยให้เขานั้นคลายทุกข์ลงจึงเป็นสิ่งที่ยาก แต่การช่วยให้ใครสักคนมีความสุขเรายอมสุขใจด้วย
ทัศนคติ ข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่ชอบพูดคุยกับคนอื่นสักเท่าไหร่ ข้าพเจ้ามักจะก้มหน้าลงเมื่อเห็นคนแปลกหน้า ข้าพเจ้ากลัวการทักทายเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดด้สยคำไหนดี แต่พอข้าพเจ้าได้ดูเรื่อง Patch Adam ข้าพเจ้าก็คิดว่าการทักทายผู้อื่นการมีปฏิสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงเริ่ม มองหน้าคนอื่นและยิ้มเพื่อเป็นการทักทาย
จรรยาบรรณ
การช่วยเหลือคนอื่นนั้นสำคัญ จึงต้องทุ่มเททั้งกายและใจ
การดูแลผู้ป่วยนอกจากจะต้อ งดูแลทางด้านร่างกายแล้วต้องดูแลทางเด้านจิตใจด้วย
เราควรปฏิบัติต่อผู้ป่วยดังเพื่อนคนหนึ่งของเรา
การช่วยเหลือใครนั้นจงอย่าคำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา
อย่าดูหมิ่นบุคคลอื่น
ข้อ 1.สิ่งที่ผมประทับใจในภาพยนต์เรื่อง Pacth Adam คือความมีจรรยาบรรณของความเป็นแพทย์ของPacth Adam ที่มีความคิดแตกต่างไปจากแพทย์คนอื่นๆคือการที่เขาจะไม่มองปัญหาเพียงด้านเดียวแต่เขากลับมองลึกเข้าไปถึงข้างในของปัญหาเพื่อแก้ปัญหา และเขาไม่ได้เพียงแต่จะใช้วิชาทางการแพทย์รักษาเพียงแต่อย่างเดียวแต่เขากลับใช้ความเข้าใจในความรู้สึกเข้ามาช่วยซึ่งผลของการรักษาก็ส่งผลดีต่อตัวผู้เข้ารับการรักษา ถึงแม้ว่าวิธีที่เขาทำอาจจะทำให้บุคลิกภาพของแพทย์ดูไม่ดีก็ตาม แต่ว่าผลและสิ่งที่เป็นจรรยาบรรณของแพทย์ที่แท้จริงก็คือการได้ดูแลรักษาและบรรเทาความทุกข์ทั้งทางกายและทางจิตใจของผู้ป่วยให้หายหรือดีขึ้น
ข้อ 2.จากภาพยนต์ดังกล่าวทำให้ทัศนคติของผมเปลี่ยนไป คือ ก่อนหน้านี้ผมเคยเข้าใจว่าการที่จะรักษาคนป่วยได้นั้นต้องมีความรู้มากเพียงอย่างเดียว แต่พอได้ดูภาพยนต์เรื่องนี้ก็ทำให้ทัศนคติเดิมของผมเปลี่ยนไปและทัศนคติของผมในตอนนี้คือการที่เราจะรักษาคนได้นั้นแท้ที่จริงแล้วความรู้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาซึ่งยังมีวิธีที่จะรักษาคนป่วยอีกหลายวิธี ซึ่งวิธีการเข้าถึงความรู้สึกของผู้ป่วยหรือการมองออกไปให้ไกลกว่าปัญหา ซึ่งจะทำให้ทราบถึงสาเหตุของการป่วยและผลที่จะตามมาคือวิธีการแก้ปัญหาของผู้ป่วยนั้นๆอย่างถูกทาง
ข้อ 3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ
จากภาพยนต์จะแสดงให้เราทราบถึงจรรยาบรรณวิชาชีพทางการแพทย์ คือการที่เราได้เป็นผู้ที่ต้องดูแลช่วยเหลือหรือบรรเทาความทุกข์ให้กับผู้อื่นเราจะต้องมีความเสียสละเวลาส่วนตัวและทุ่มเททั้งกายและใจ และจะต้องเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองสูง ซึ่งการรักษาคนป่วยควรที่จะรักษาที่จิตใจของผู้ป่วยก่อนเพื่อที่จะได้ทำให้เข้าถึงความรู้สึกและสาเหตุของการป่วยซึ่งจะส่งผลให้สะดวกต่อการรักษาและรักษาอย่างถูกทาง
จากบทความของ อ.ประเวศ ท่านได้กล่าวถึงวิธีของการรักษาโรคว่าวิธีที่สามารถรักษาโรคได้นั้นเราจะต้องดูแลทั้งทางด้านร่างกายและด้านจิตใจของผู้ป่วย และสิ่งที่ช่วยในการรักษาที่ทำให้ประสบผลสำเร็จมากที่สุดคือการรักษาทางด้านจิตใจเนื่องจากว่าสาเหตูของการป่วยส่วนใหญ่เกิดจากสภาพของจิตใจ ดังนั้นสุขภาพของคนเราจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับจิตใจ และการที่เราจะเป็นผู้ดูแลคนอื่นได้นั้นเราต้องเป็นผู้ที่เสียสละทั้งกายและใจ และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง
ความประทับใจ :การที่ Pacth Adam ค้นพบว่า ตัวเราชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นจริงๆ ไม่ใช่ช่วยเพราะมันเป็นหน้าที่หรือเป็นวิชาชีพที่เราได้เรียนมาเท่านั้น แต่เป็นการรักษาผู้ป่วยทั้งทางกายและทางจิตใจด้วย ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่จะทำให้ผู้ป่วยหายได้ดีขึ้น ถึงแม้อายุก็ไม่เป็นอุปสรรคในการศึกษา และถึงแม้วิธีการรักษาของ Pacth Adam จะแตกต่าง แต่ที่สำคํญคือ"ไม่ใช่ทำให้ผู้ป่วยหายอย่างเดียวแต่ต้องมีความสุขด้วย"
ทัศนคติ: ก่อนที่จะดู Pacth Adam คิดว่า "การที่จะทำอย่างไรที่จะรักษาโรคที่เกิดกับผู้ป่วยให้หายขาดได้นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว" แต่หลังจากดู Pacth Adam คิดว่า "การศึกษาหาความรู้ให้มากเพื่อที่จะรักษาชีวิตของผู้ป่วยให้อยู่รอดเพียงอย่างเดียวนั้นมันไม่เพียงพอ....แต่จะทำอย่างไรที่จะให้ผู้ป่วยมีชีวิตและใช้ชีวิตกับทุกๆวันให้ได้อย่างมีความสุข"
ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ : จากภาพยนตร์Pacth Adam ทำให้ทราบถึงตัวความหมายจริงๆของคำว่า จรรยาบรรณวิชาชีพ ว่าต้องทำเพราะอยากจะทำจริงๆไม่ใช่เพราะหน้าที่ที่บังคับ...ความเสียสละทั้งทางกายและจิตใจเพื่อช่วยผู้ป่วยอย่างเต็มที่นี้ คือ คุณสมบัติของบุคลากรทางการแพทย์ที่ดี
จากบทความของ อ.ประเวศ ได้แบ่งพื้นที่สุขภาพเป็น 3 โซน คือ โซน 1+2=สุขภาพดี โซน 3=สุขภาพเสีย ดังนั้นเราจึงควรที่จะส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยมากกว่าที่จะให้การรักษาเพียงอย่างเดี่ยว และต้องคำนึกถึงความต้องการและสาเหตุต้นต่อของการป่วยด้วยว่าเกิดจากสาเหตุใด....การป่วยบางครั้งอาจเกิดจากจิตใจที่อ่อนแอและขาดความรักความเอาใจใส่ของคนรอบข้าง...หรือความเครียส...ดังนั้นแพทย์ต้องเข้าใจและเข้าให้ถึงผู้ป่วยเพื่อที่จะรักษาให้ถูกจุด..
โดย นางสาววรุณนภา ทีน้อย
1. สิ่งที่ดิฉันประทับใจในเนื่อเรื่อง Pacth Adam ก็คงจะเป็นการดำเนินเรื่องที่สื่อออกมาถึงวิชาชีพทางการแพทย์อย่างแท้จริง ซึ่งตัวของ Pacth Adam เองก็สามารถแสดงออกมาได้ทั้งสิ้น ซึ่งเขาจะสามารถมองปัญหาของคนไข้ในcaseต่างๆออกได้อย่างดีเพราะตัวเขาเองไม่เคยคิดว่าผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวกับแพทย์นั้นมีอาการป่วยทางร่างกายเพียงอย่างเดียวทุกคนเข้ามาที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายควบคู่กับการได้รับความดูแลทางด้านจิตใจไปด้วย ซึ่งการที่เขากระทำเช่นนี้ทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างคนไข้และแพทย์ ไม่เกิดการแบ่งชั้นกันระหว่างแพทย์และคนไข้ ซึ่งนั้นก็คงจะเป็นความปรารถนาของคนไข้ที่รักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งถ้าหากแพทย์ทุกคนมีจรรยาบรรณเดียวกับ Pacth Adam การจะเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลก็คงจะไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับคนไข้อีกต่อไป
2. เรื่อง Pacth Adam ทำให้ดิฉันเปลี่ยนทัศนคติต่างๆเกี่ยวกับวิชาชีพท่างการแพทย์ไปอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ดิฉันคิดว่าการที่เราจะสามารถเรียน ทำงาน หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับวิชาชีพทางการแพทย์ต้องอาศัยความรู้ความสามารถสูง รักในวิชาชีพนี้อย่างแท้จริง แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอในวิชาชีพนี้ Pacth Adam สามารถทำให้ดิฉันได้รู้ว่าการจะทำงานในวิชาชีพนี้ต้องอาศัยความรัก ความเข้าใจ ซึ่งความเข้าใจก็แยกออกเป็นความเข้าใจในตำราให้ถ่องแท้ อีกประการหนึ่งก็ต้องเข้าใจในสภาพจิตใจ สภาพร่างกาย ของตัวผู้ป่วยเอง การรู้จักเอาใจเขาใส่ใจเราเพื่อให้ตัวเราเองรู้ตัวว่าตนเองอยู่ในหน้าที่เป็นผู้บำบัด ซึ่งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเราอยู่ในสถานะภาพที่สูงกว่าบุคคลอื่นในสังคมเลยเลย เรายังต้องคอยให้ความช่วยเหลือบุคคลอื่นในสังคมอีกมากมายเพื่อให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้รับการรักษาที่ดีที่สุด นั้นแหละคือวิชาชีพทางการแพทย์อย่างแท้จริง
3. จากเรื่อง Pacth Adam แสดงออกให้เห็นถึงจรรยาบรรณของการรู้จักเป็นผู้ให้ที่แท้จริง การมองปัญหาให้ลึกลงไปในตัวปัญหาที่แท้จริง นั่นจะทำให้เรามองเห็นเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างลึกซึ้ง มองเห็นจิตใจของผู้ป่วย มองเห็นว่าเขาป่วยเป็นอะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วทำอย่างไรเขาถึงจะหาย เราต้องทำตัวเป็นผู้รักษาไม่ใช่ทำตัวเป็นผู้สั่งการหรือบ่งการการรักษา ซึ่งนั้นแหละคือหน้าที่ของบุคคลากรท่างการแพทย์ที่แท้จริง อีกประการก็คือ การเป็นคนมีความฉลาดควบคู่ไปกับการมีความเฉลียว นั่นก็จะทำให้เราไม่ใช่คนที่ฉลาดเพียงแค่ในตำราเรียนเพียงอย่างเดียวรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม เข้ากับสังคมทั่วไปได้ ไม่หยิ่งทรนงในการที่ได้เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ไม่คิดว่าตนเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูงกว่าผู้อื่น นั่นแหละ คือ จรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์
จากบทความของท่านอาจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ท่านได้กล่าวเอาไว้ว่าการจะให้การรักษากับคนไข้นั้นต้องให้การรักษาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป ซึ่งถ้าเรามองคนป่วยที่เข้ามารับการรักษานั้นมีแต่อาการป่วยทางร่างกายเพียงอย่างเดียว การรักษานั้นก็ไม่สามารถบำบัดผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง ซึ่งนั้นเองก็เป็นเหตุผลให้เราต้องมีความรักในวิชาชีพเป็นอย่างมาก มีความเสียสละ เป็นผู้ให้ได้ตลอดเวลา นั้นแหละ คือ จรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์
1. สิ่งที่ประทับในหนังเรื่อง patch adam คือ การที่เรามีความฝันที่แน่นอนและตั้งมั่น เชื่อในเรื่องของการทำความดี ก็ไม่ต้องกลัวที่จะอายใคร ทำต่อไป แหมคนอื่นจะมองว่าผิด แต่สิ่งที่เราทำนั้นมันถูก มันถูกในเรื่องของหลักจริยธรรมและคุณธรรม ไม่ใช่เพียงเพราะมีคนเคยทำมาก่อนแล้วเราต้องทำตามเพื่อรักษาภาพพจน์ ทั้งๆที่ความจริงแล้วความจริงใจ ความมีน้ำใจ ความเข้าอกเข้าใจกันมากกว่าที่เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่ใช่เพียงแค่มีเงินทองมากมายเท่านั้น อย่างในเรื่อง patch ได้ทำในสิ่งที่หมอไม่เคยทำ เช่น การเข้าไปพูดจากับคนไข้ การเรียกชื่อของคนไข้แทนการเรียกแบบที่เคยเรียกมา การเข้าใกล้ชิด ถามถึงเรื่องต่างๆนานา ทำให้คนไข้สบายใจและรู้สึกไม่เหงาที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งทำให้ดูแล้วเหมือนหมอเป็นเพื่อนคนไข้ที่มาช่วยรักษาทั้งกายและใจของคนไข้ มากกว่าการที่จะมาตรวจแต่เพียงกายตามหน้าที่เท่านั้น ในเรื่องได้สอนการรักในวิชชาชีพของตนมากขึ้นซึ่งทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจมากขึ้น และกล้าที่จะทำความดีอย่างไม่อายใคร แม้คนอื่นจะมองคนละแบบกับเราก็ตาม ขอแค่เราตั้งใจที่จะทำความดีก็เพียงพอแล้ว
2. จากภาพยนต์เรื่องนี้ ทัศนคติในด้านของการเรียนและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เพราะว่า คิดไว้อย่างเดียวว่าเรียนจบมีเงินเดือนสูงๆ มีงานทำก็พอ แต่พอดูหนังแล้ว รู้สึกว่า การเรียน การทำงานมันมีอะไรมากกว่านั้น คือ เวลาเราเรียนก็ต้องมีการเรียนร่วมกันกับเพื่อนๆ ต้องช่วยเหลือกัน ซึ่งทุกๆคนก็มาจากคนละที่ คนละจังหวัด ก็ต้องมีการทักทายกัน ทำความรู้จักกัน ซึ่งก็ทำให้เรารู้จักคนที่จะมาทำงานร่วมกับวิชาชีพเดียวกับเรามากขึ้น แล้วพอไปทำงานเราก็จะยิ่งเจอคนมากหน้าหลายตา ซึ่งคนที่เราจะเจอส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เราก็ต้องช่วยเหลือเขา โดยไม่เลือกว่าจะรวย จะจน หรืออะไรก็ช่าง เพราะว่าเราเป็นผู้ที่จะองทำให้เขาสบายใจและกายให้ได้มากที่สุด ที่เราจะทำได้ ไม่ใช่ทำอะไรก็เพราะว่าเห็นแก่เงิน แต่เราควรเห็นแก่คนส่วนรวมที่เขารอเราให้รักษามากกว่าและเราก็ต้องใช้วิชาชีพของเราอย่างถูกต้อง ซื้อสัตย์ต่อวิชาชีพ ไม่ใช่เอาวิชาชีพไปหากินในทางทุจริตเพื่อแลกกับเงิน
ทัศนคติของข้าพเจ้าที่มีต่อวิชาชีพนี้ มันเพิ่มมากขึ้นเมื่อดูหนังจบ เหมือนกับว่า วิชาชีพของเราเราสามารถรักษาคนได้ และสามารถทำให้คนมีความสุข ได้เช่นกัน ซึ่งจากตรงนี้เราก็คือคนคนหนึ่งที่สามารถช่วยคนอีกหลายๆคนด้วยวิชาชีพของเรา และ ทำให้คนทั่วๆไป เกิดทัศนคติที่ดีต่อเราและวิชาชีพของเราได้ ซึ่งทำให้เรามีความภาคภูมิใจและศรัทธาในวิชาชีพของเรา
3. จรรณยาบรรณ คำคำนี้เปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจในการไม่ให้เราคิดที่จะใช้วิชาชีพในทางที่ผิด
จากการได้อ่านบทความ ทำให้รู้สึกว่า บางทีการรักษาทางจิตมีค่ามากกว่าทางกาย เพราะว่า เมื่อจิดของเราป่วย กายเราจะป่วยไปด้วย บางทีกายอาจจะป่วยแต่ถ้าจิตป่วยตาม อาการก็จะยิ่งเลวร้ายไปใหญ่ ซึ่งจากบทความที่ได้อ่านหมอในปัจจุบันรักษาคนไข้ด้วยเทคโนโลยีมากเกินไป มุ่งที่จะรักษาแต่สุขภาพทางกาย โดยลืมมองเห็นสุขภาพทางจิตใจของผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยบางรายก็อาจจะไม่ได้ป่วยทางกายโดยตรง เนื่องจากว่าในปัจจุบ้นเกิดการแข่งขันในด้านต่างๆมากยิ่งขึ้นทำให้ เกิดภาวะเครียด ซึ่งปัญหาการเจ็บป่วยในปัจจุบันก็มักจมาจากจิตใจ ซึ่งการแพทย์ควรหันมาสนใจในด้านการรักษาทางจิตใจมากกว่าทางกาย
จากภาพยนต์ จรรณยาบรรณวิชาชีพมิได้อยู่แค่เพียงตำรา แต่เราต้องเอามาประยุกต์ใช้ด้วย เพราะว่าเราทำงานบนชีวิตของคน คนที่ไม่สบาย เป็นโรคร้ายต่างๆเขาก็อยากหายแม้ว่ามันจะมีโอกาสที่น้อยก็ตาม เราไม่ควรเลือกปฏิบัติ แต่ควรปฏิบัติทุกๆอย่างด้วยใจ ไม่ใช่เพียงเพราะหน้าที่อย่างเดียว คนที่เขามาขอให้เรารักษาเพราะเขาไว้ใจเรา เราควรทไห้เต็มที่ และรักษาด้วยความเต็มใจแหมเราจะรู้ผลแล้วก็ตามว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ชีวิที่เหลืออยู่ของคนทุกคนมีค่า เราควรทำตรงนั้นให้เขามีความสุขมากที่สุด อย่าปล่อยให้เขาจากไปแบบไม่มีความสุข ซึ่งจากภาพยนต์นั้น patch ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคนไข้ เข้าไปพูดคุย ทำความรู้จัก เพราะว่าคนสไข้ก็เปรียบเสมืออาจรย์ เพื่อน ที่คอยให้ความรู้แก่เขาในการแก้ปัญหา รักษาโรคต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งคนไข้แต่ละคนก็มีบุคคลิกที่แตกต่างกันไป ถ้าเราไม่ไปพูดุยไม่ไปคลุกคลี เราก็คงไม่รู้จักกับเขา ซึ่งการที่คนไข้อารมณ์ดี ทำให้สุขภาพจิตก็ดีขึ้น ก็ทำให้สุขภาพกายดีขึ้นตามไปด้วย ตรงนี้นี่เองที่ทำให้ Patch เป็นที่รักของทุกคน เขาได้ทำในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามความสำคัญ เขาได้ทำในสิ่งที่มันนอกเหนือจากหน้าที่ที่ควรทำ แต่ที่ทำนั้นมันมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด ซึ่งเขาได้แสดงถึงความรักและศรัทธาในวิชาชีพของเขามาก มากกว่าการมองด้วยสิ่งภายนอก ที่ทุกคนต่างสร้างมันขึ้นมา เพื่อให้ดูดี ให้มีเกียรติ แต่ไม่มีความเข้าใจในด้านมิตรภาพ และ ความผูกพันธ์
ข้อ1. สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดหลังจากชมภาพยนตร์ คือ ผมประทับในเรื่องของการที่มีนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งให้ความสนใจในความรู้สึกทางด้านจิตใจของผู้ป่วย และการที่นักศึกษาผู้นั้นไม่ยอมเลิกความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นแม้ว่าตนเองจะต้องเสียคนที่ตนเองรักไปก็ตาม
ที่ประทับใจในเรื่องนี้ก็เพราะว่าโดยทั่วไปเรามักไม่ค่อยพบแพทย์ที่จะเอาใจใส่ในเรื่องจิตใจของคนไข้มากนัก ส่วนมากจะสนใจแต่เรื่องการรักษาทางด้านร่างกายสิ่งทำให้ประทับใจอีกอย่างก็คือมีน้อยคนนักที่จะมาช่วยเหลือผู้อื่นในขณะที่ตนเองเสียคนรักไป ข้อ2. ทำให้ผมรู้ว่าการรักษาคนป่วยใช่ว่าจะต้องรักษาเพียงแต่ร่างกายหากแต่ว่าคนป่วยทุกคนล้วนแต่ต้องการคนเอาใจใส่มีคนพูดคุยด้วย ให้ความสุขทั้งทางใจและทางร่างกายแก่พวกเขา ค่อยเอาใจใส่ด้วยความจริงใจใช่ว่าทำไปตามหน้าที่
เมื่อก่อนผมคิดว่าผู้ป่วยต้องการเพียงแค่การรักษาทางร่างกาย และคิดว่าหมอมีหน้าที่แค่รักษาคนป่วยตามหน้าที่ สิ่งที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดก็เพราะผมได้ดูหนังเรื่อง Patch Adam หนังเรื่องนี้บอกถึงสิ่งที่ดีในเรื่องของการเอาใจใส่ผู้ป่วย การที่เราเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยผู้ป่วยก็จะมีการทางจิตใจดีทำให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคร้าย ข้อ3. จากPatch Adam 3.1 เราควรจะทำหน้าที่ของเราด้วยความเต็มใจเอาใจใส่ต่อผู้ป่วยเหมือนว่าพวกเขาเป็นญาติเป็นเพื่อนของเรา 3.2เราไม่ควรที่จะหวังผลประโยชน์จากผู้ป่วยเราควรช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ 3.3หากว่าสิ่งที่เราทำจะทำให้ผู้ป่วยหายป่วยหรือรู้สึกดีขึ้นเราก็ควรทำแม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่มีใครเคยทำก็ตาม จาก อ.ประเวศ
1.เราควรที่จะดูแลผู้ป่วยทั้งทางด้านจิตใจและทางกายเพราะการที่เราสามารถทำให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่ดีมีความสุขก็จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคร้ายได้ โดยทั่วไปแล้วโรคส่วนใหญ่เกิดจากภายในจิตใจของเราเองฉะนั้นหากว่าผู้ป่วยมีจิตใจที่ดีก็จะหายป่วยเร็ว
1. สิ่งที่ประทับใจในเรื่อง Patch Adam ก็คือ Patch เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ที่มุ่งรักษาคนไข้ด้วยจิตใจที่มีความจริงใจ รักษาคนไข้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย และจิตใจ การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หวังแค่เงินทอง หรือสิ่งตอบแทนใด ๆ การเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ คอยดูแลเอาใจใส่คนไข้ เหมือนกับเป็นญาติพี่น้องของตน ซึ่งมันก็ทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ยอมให้หมอหรือพยาบาลมาดูแลรักษาก็ตาม ก็ยอมให้ Patch มาทำการรักษา จนกระทั่งเค้าคนนั้นสิ้นใจไปต่อหน้า Patch ก็ตาม ไม่มองปัญหาในด้านเดียว ไม่มองเพียงแค่ตนเอง แต่มองไปในมุมมองที่กว้างขึ้น ซึ่งทำให้สามารถที่จะหาคำตอบสำหรับปัญหาที่ตนเองนั้นกำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนั้นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม การค้นพบกับจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายชีวิตของตน และมีความมุ่งมั่น มานะพยายามที่จะให้สิ่งที่ตนมุ่งหมายต้งเป้าเอาไว้ประสบผลสำเร็จให้ได้ แม้จะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย รับแรงกดดันจากบุคคลรอบข้างที่ไม่ชอบตน แต่เค้าก็สามารถที่จะเอาชนะบุคคลเหล่านั้นได้ด้วยความจริงใจของเค้า ความมีมนุษยสัมพันธ์ของเค้าก็เป็นผลดีกับตัวของเค้าเองและกับผู้อื่นนั่นก็คือการได้พูดคุยก็เหมือนเป็นการได้ระบายความรู้สึกลึก ๆ ที่มีอยู่ หรือเป็นการทำให้มีอารมณ์ดีมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเราทักคนที่เราไม่รู้จัก คนที่เราทักก็คงจะงงและนั่นก็ทำให้เค้าคนนั้นยิ้มได้แล้วก็เป็นได้
2. สิ่งที่ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไปก็คือในเรื่องของการมองปัญหาต่าง ๆ ไม่ควรมองในด้านเดียว ควรมองออกไปในมุมที่กว้างกว่า จะทำให้เราหาวิธีที่จะตอบคำถามจากปัญหาที่เรากำลังประสบพบเจออยู่ ซึ่งเมื่อตอนใกล้เปิดเทอม หนูเจอกับปัญหาทางด้านจิตใจมาอย่างรุนแรงอยู่ มันทำให้ตัวของหนูไม่มีความสุขเลย เพื่อน ๆ ก็ว่าว่าหนูเป็นอะไร หนูก็จะมีปัญหานั้นเข้ามาทุกครั้งไป แต่พอหนูได้ดูเรื่อง Pach Adam ก็ทำให้หนูรู้จักที่จะมองปัญหาในอีกมุมมองหนึ่ง และหนูก็ค้นพบวิธีที่ทำให้หนูเผชิญกับปัญหานั้นได้ จนในที่สุดหนูก็กลับมาเป็นตัวของหนูคนเดิมอีกครั้ง กลับมาร่าเริงสดใสอีกครั้ง และได้เพื่อนใหม่ ๆ อีกมากมาย ตอนนี้หนูมีความสุขกับสิ่งที่หนูมีอยู่ทุกวันนี้ หนูมีเพื่อน มีพ่อแม่ มีพี่ ๆ และท่านอาจารย์ที่ดูแล เข้าใจและคอยให้กำลังใจหนูอยู่ตลอดเวลา และอีกทัศนคติหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ เมื่อก่อนคิดว่าคนที่เป็นแพทย์นั้นจะต้องเก่ง ถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้สูง คนที่เรียนแพทย์นี้โคตรเก่ง แต่ตอนนี้กลับคิดว่า แพทย์ทุกคนก็ย่อมมีความรู้กันอยู่แล้ว แต่รู้เพียงแค่ตำราที่เรียนมา ไม่ได้เรียนรู้ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง การที่เราจะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์นั้น ประการแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ การรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคที่เค้าเป็นอยู่ โดยไม่เพียงแค่มุ่งรักษาทางด้านร่างกายเท่านั้น จิตใจก็สำคัญไม่แพ้กัน จะต้องเข้าให้ถึงคนไข้ รับรู้สภาพที่เค้าเผชิญมาและร่วมกันแก้ปัญหา เพื่อสุขภาพที่ดี และการมีชีวิตที่ดีของคนไข้ต่อไปค่ะ
3. จากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam ทำให้ทราบในเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพ ก็คือ การที่เราเป็นบุคคลากรทางการแพทย์นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือชีวิตของคนไข้ ทุกวินาทีมีค่ามากสำหรับเรา เราจะต้องทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อชีวิตของคนไข้ที่เราดูแลอยู่ และต้องดูแลคนไข้เสมือนกับว่าคนไข้เป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องของเรา ดูแลคนไข้ทั้งท่างด้านร่างกายและจิตใจ เข้าให้ถึงคนไข้ ไม่หยิ่งในความเป็นบุคคลากรทางแพทย์ ไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวไปข้องเกี่ยวกับการรักษาชีวิตของคนไข้ เป็นผู้ที่จะต้องมีความรับผิดชอบสูง ตรงต่อเวลา รักษาให้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ คนที่ไม่มีเงินก็รักษาให้โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยความเต็มใจ
และจากการอ่านบทความของ ศ.นพ. ประเวศ วะสี เรื่อง ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ ก็ทำให้ทราบถึงจรรยาบรรณวิชาชีพ คือการเป็นบุคคลากรทางการแพทย์จะต้องมุ่งประเด็นที่จะรักษาคนไข้ให้หายขาดจากโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคทางด้านร่างกาย หรือโรคทางด้านจิตใจก็ตาม และต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการรักษาคนไข้อย่างเต็มที่ ซึ่งการที่คนเราป่วยนั้น สาเหตุก็มีอยู่คือป่วยเนื่องจากสภาพร่างกาย ป่วยเนื่องจากสภาพจิตใจ หรือป่วยจากสภาพสังคม ซึ่งคนที่เป็นแพทย์ก็จะต้องเข้าใจถึงจิตใจของคนไข้ด้วย การให้กำลังใจแก่คนไข้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่วิเคราะห์วินิจฉัยการการป่วยของคนไข้เพียงแค่ร่างกายซึ่งเมื่อหาวิธีการรักษาไม่ได้ก็หาว่าคนไข้ "แกล้งทำ" ซึ่งถ้าในทางกลับกัน ถ้าให้แพทย์มาเป็นคนไข้ดูแล้วถูกแพทย์พูดใส่หน้าว่าแกล้งทำทั้ง ๆ ที่ร่างกายและจิตใจมันคัดค้านกันอยู่ คงจะรู้สึกแย่ลงมากกว่าเดิมอีกเป็นแน่แท้ นั่นก็คือการที่จะรักษาคนไข้ควรจะวิเคราะห์วินิจฉัยท้งทางด้านร่างกายและทางด้านจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เพื่อการรักษาคนไข้จะได้ประสบผลมากยิ่งขึ้น ทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น และเราก็จะภาคภูมิใจว่าเรานั้นได้ช่วยชีวิตคน ๆ นึง ได้อย่างสุดความสามารถที่เรามี และได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
ข้อ 1. สิ่งที่ผมประทับใจ ภาพยนตร์ เรื่อง Patch Adam ผมชอบคำพูดที่ว่า"จงมองในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นมองในแง่มุมที่ทุกคนในโลกมองไม่เห็น"และไม่มีใครแก่เกินเรียน Pacth Adam เขาเป็นคนที่คิดแตกต่างจากแพทย์ผู้อื่น มีมุมมองในแง่ที่ดี เป็นคนที่ตลกสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยมีความสุขและทุกคนที่อยู่ใกล้เขาจะมีแต่ความสนุกสนาน Pacth Adam เป็นแพทย์ที่สร้างเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตที่ดีให้กับผู้ป่วย แม้จะทำให้ภาพทางการแพทย์เสื่อมเสีย แต่เขาก็เป็นแพทย์ตัวอย่างที่ดีและดีมากๆให้กับแพทย์ผู้อื่น ที่ศึกษาแต่เพียงตำราอย่างเดียวไม่สามารถที่จะเข้าถึงจิตใจผู้ป่วยได้ เขาสามารถแก้ปัญหาในสิ่งที่แพทย์ผู้อื่นไม่สามารถทำได้และเป็นตัวอย่างที่แพทย์ในยุคปัจจุบันควรที่จะนำไปปฏิบัติเป็นแบบอย่างต่อไป.
ข้อ 2. ทัศนคติ ทำให้ทัศนคติของผมเปลี่ยนไป คือ ก่อนหน้านี้ผมเข้าใจว่าการที่จะรักษาคนป่วยได้นั้นต้องอาสัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เพียงเท่านั้น แต่พอได้ดูภาพยนต์เรื่อง Pacth Adam ก็ทำให้ทัศนคติเดิมทัศนคติเดิมของผมเปลี่ยนไปและทัศนคติของผมในตอนนี้คือการที่เราจะรักษาคนได้นั้นแท้ที่จริงแล้วความรู้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอะไรอีกมากมายที่เรายังคิดไม่ถึง วิธีของPacth Adam ที่สามารถเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดีและเป็น ''ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ '' ที่ดีและสามารถเปลี่ยนมุมมองของแพทย์หรือบุคคลากรทางการแพทย์ให้เข้าใจยิ่งขึ้น
ข้อ 3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนต์เรื่อง Pacth Adam จรรยาบรรณเป็นสิ่งสำคัญที่ต่อแพทย์และอาชีพอื่นๆอีกมากมาย และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ด้วยตนเอง พบว่า
1. การรักษาโรคต่างๆมากมายนั้นต้องอาสัยการดูแลทั้งทางด้านร่างกายและด้านจิตใจไปควบคู่กันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. การดูแลผู้ป่วยต้องทุ่มเททั้งกายใจ เพื่อช่วยเหลือ ทำให้ผู้ป่วยนั้นมีอาการที่ดียิ่งขึ้น
3. เราเป็นแพทย์เ ป็นผู้ที่มีอำนาจ เป็นที่ซึ่งผู้ป่วยไว้วางใจ ว่าไม่ที่จะทำร้ายเขา เราจงตั้งใจและเป็นผู้มีความเสียสละ ให้การช่วยเหลือเขาอย่างดีที่สุด
4. เราควรปฏิบัติต่อผู้ป่วยดังญาตฺของเรา ต้องคำนึงถึงจิตใจของเขา ไม่ควรพูดดูมิ่นว่าร้ายต่อผู้ป่วย
5. เราเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม แสดงออกในสิ่งที่ดีงาม และสิ่งที่สำคัญก็คือ การได้ช่วยเหลือ รักษา เพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้หายจากโรคต่างๆ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของตนก็ดีที่สุดแล้ว
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์" พระราชดำรัสของพระบรมราชชนกฯ ข้อ 2 ทัศนคติเมื่อชมภาพยนตร์ไปแล้วยอมรับว่าเมื่อก่อนทัศนคติที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์จะต้องเป็นคนที่หยิ่ง หยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่สุงสิงกับคนอื่นและการรักษาของแพทย์ก็จะต้องท่องตำราเล่มหนาๆ เพื่อที่จะจำว่าคนที่เป็นโรคนี้ต้องใช้ยาประเภทไหน ต้องอย่างไรแต่เมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วความรู้สึกนั้นก็เปลี่ยนไปการรักษาที่จริงแล้วนั้น ไม่ใช่อยู่ในตำราหรือแค่การใช้ประสบการณ์มันอยู่ที่การรู้รู้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไรต้องการอะไร เอาสิ่งนั้นมารักษาการเอาใจเขามาใส่ใจเรานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญการที่เรารู้ว่าคนไข้ต้องการอะไรเราก็จะรู้และทำตัวให้เข้ากับผู้ป่วยให้ได้ก็จะทำให้ช่องว่างระหว่างหมอกับผู้ป่วยลดลงไปได้เยอะและในขณะนี้ทัศนคติของข้าพเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทางลบก็ได้ค่ยๆลดลงไปและจะนำในสิ่งที่ดีมาเติมเต็มแทนเพื่อวิชาชีพในภายภาคหน้าข้อ 3 ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพจรรยาบรรณที่ได้จากภาพยนตร์เรื่อง Patch Adamและจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ 1. การที่ประกอบอาชีพด้วยความเต็มใจทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในสถานะการใด2. เราไม่ควรเลือกผู้ป่วยว่าคนใดเป็นเพื่อนเราเป็นญาติเราแต่ให้คิดว่าผู้ป่วยทุกคนคือญาติของเราคือเพื่อนของเรา3. เราไม่ควรประพฤติหรือกระทำการใดๆให้เป็นเหตุเสื่อมเสียแก่วิชาชีพ4.เราควรประกอบอาชีพที่ดีโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนาสังคม หรือลัทธิการเมือง5. เราควรมีคุณธรรมมีนำใจกับคนอื่น ตรงต่อเวลาสุภาพอ่อนน้อง และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี6.เราควรดูแลและรักษาผู้ป่วยทั้งด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกัน โดย ธนรัตน์ กาล้อม
ขอขอบพระคุณคุณหมอวัลลภมากค่ะที่ช่วยประเดิมความเห็นแรก
นิสิตที่สนใจว่าคุณหมอเป็นใคร คลิ๊ก Link ที่ชื่อของคุณหมอได้เลยนะคะ เพราะมีความรู้อีกมหึมาอยู่ใน Blog ของอาจารย์หมอ นิสิตสามารถติดตามต่อยอดความรู้ได้ตามใจประสงค์เลยค่ะ
อาจารย์ติดตามอ่านข้อคิดเห็นของนิสิต มาแล้วทั้งหมด 8 ท่าน รู้สึกประทับใจมากค่ะ เพราะทุกท่านมีความสามารถในการเขียนถ่ายทอดความคิด และความรู้สึกได้ดีเหลือเกิน
หากท่านใดติดลม อยากให้ข้อคิดเห็นอีกเป็นซ้ำสอง ซ้ำสาม ก็ไม่ว่ากันนะคะ เต็มที่เลยค่ะ
และท่านใดที่อยากสร้าง Blog เองบ้าง ก็จะยิ่งเลอเลิศประเสริฐศรี เพราะ Blog จะเป็นเครื่องมือฝึกทักษะการคิดและการเขียนไปพร้อมๆ กัน อีกทั้งนิสิตจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อยอดความรู้ ต่างๆด้วย
รอ...อ่านของท่านอื่นๆ อีก ด้วยใจจดจ่อ
ข้อ 1. สิ่งทีประทับใจ จากภาพยนตร์ เรื่องPatch Adam คือ การปฏิบัติตัวของ Path adam ที่เห็นความสำคัญของบุคคลอื่นเป็นหลัก รวมทั้งมีความคิดที่แตกต่างจากแพทย์ผู้อื่น โดยไม่ถือหลักความถูกต้องแต่เน้นความสุขของผู้ที่จะได้รับมากกว่า ซึ่งจะใช้วิธีการรักษาคนไข้ที่เน้นไปทั้งทางร่างกายและจิตใจ และจะใช้วิธีเข้าหาผู้ป่วยเปรียบเสมือนเพื่อนและคนสนิทที่คอยเยียวยารักษา จนหายเป็นปกติ ซึ่งจะเห็นได้ว่า แตกต่างกับแพทย์ที่พบโดยทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดตำรารักษาคนไข้มากกว่าที่จะใช้จิตใจ ในการรักษา ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ Patch Adam เป็นที่ชื่นชอบของผู้ป่วย เพราะว่าเค้าเห็นความสำคัญของคนไข้มาก่อนและยังเข้าใจความรู้สึกต่างๆ ของคนไข้ ได้ดีกว่าแพทย์ทั่วไป และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้รู้สึกประทับใจในตัวละครบทนี้
ข้อ 2. จากภาพยนต์เรื่องนี้ทำให้ทัศนคติที่มีต่อวิชาชีพนี้เปลี่ยนไป กล่าวคือ จากเมื่อก่อน ทราบแต่เพียงว่า การเป็นแพทย์ หรือการเป็นบุคคลากรทางด้านการแพทย์นั้น มีหน้าที่เพียงที่จะทำให้ผู้ป่วยหายขาด และเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง รวมทั้งเป็นอาชีพที่ผู้คนต่างนับถือ ซึ่งไม่เพียงเท่านั้นในการรักษาคนไข้ จะต้องมีจรรยาบรรณเข้ามาเกี่ยวข้อง การที่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักว่าคนไข้นั้นรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่ว่าดีแต่จะรักษาให้หายขาดไปได้ โดยไม่ใส่ใจผู้ป่วยเลย จึงทำให้ทราบว่าการทำงานในอนาคตนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เป็นเพียงที่จะได้มาแค่เงินเดือนเท่านั้น แต่มันแลกกับการเสียสละ ทั้งทางกาย และจิตใจที่จะช่วยให้คนคนนึงมีความสุขและหายขาด และนี่จึงทำให้รู้สึกภูมิใจมาก ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในด้านบุคคลากรทางด้านการแพทย์ โดยาจากที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า จากทัศนคติที่แทบจะไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับวิชาชีพนี้ จนปัจจุบันนี้ทำให้ทราบว่าเราเองนั้นควรจะปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อก้าวเข้าสู่การเป็นบุคคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มตัว
ข้อ 3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณจากภาพยนต์และจากบทความของ อ.ประเวศ สามารถสรุปออกมาได้ดังต่อไปนี้
1. ในการรักษาผู้ป่วยนั้นการที่จะรักษาเค้าทั้งทางร่างกายและจิตใจไม่เพียงแต่ที่จะรักษาเค้าให้หายขาดด้วยการวินิจฉัยที่ผิดๆ หรือการอธิบายเกี่ยวกับโรคที่ไม่เข้าใจ ทำให้คนไข้เกิดความเข้าใจผิด และไม่สามารถที่จะหายขาดจากโรคที่เป็นอยู่ได้ ทั้งๆที่มีการผ่าตัด หรือการให้ยาแล้วก็ตาม ควรใช้ความคิด + ความรู้ + ความเข้าใจ ทั้งทางร่างกายและจิตใจในการดูและรักษาคนไข้ เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องและการดูและรักษาคนไข้ที่ใช้จิตใจเข้ามาเยียวยา เพียงเท่านี้คนไข้ก็อาจหายขาดจากโรคได้
2. การให้ความสำคัญกับผู้ป่วยทุกๆ คน ด้วยการดูแล พูดคุยด้วยภาษาสุภาพ และให้เกียรติผู้ป่วยเสมือนญาติหรือคนสนิทของเรา
3.ปฏิบัติตนให้เป็นคนที่น่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ เพราะว่าเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ก็เปรียบเสมือว่า คนไข้ได้ฝากชีวิตของเราเอาไว้ เพราะฉะนั้นจึงทำตนให้น่าเชื่อถือ เพื่อความสบายใจของคนไข้และบุคคลอื่นที่มาพบเห็น
4. ปฏิบัติตนอยู่ในคุณธรรม จริยธรรมและเห็นประโยชน์แก่ส่วนรวมไม่เห็นประโยชน์ส่วนตน
5. ทุ่มเท และเสียสละ เวลา และการทำงานเพื่อการปฏิบัติตนต่อวิชาชีพและคนไข้ อย่างถูกต้อง ถูกจุด และถูกวิธี
ข้อ1. สิ่งที่ประทับในหนังเรื่อง patch adam
1.ประทับใจในความมีน้ำใจที่มีต่อผู้อื่นถึงจะเป็นคนที่ไม่รู้จัก แต่กริยาที่แสดงออกดูเหมือนกับว่ารู้จักกันมานานแล้วซึ่งเค้าเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีต้องการช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนจากการไม่สบายเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่นในการปฏิบัติตาม
2.เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเป็นผู้สร้างบรรยากาศจากความตึงเครียดกับกลายเป็นเรื่องที่สนุกสนานขึ้นมาได้
3.มีความพยามยามในเรื่องที่ตนตั้งเป้าหมายไว้พยายามทำทุกทางเพื่อสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ประสบผลสำเร็จโดยที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ
4.ประทับใจในเรื่องความเพียรพยายามทำในเรื่องที่ยากๆในเรื่องที่คนอื่นคิดว่าทำไม่ได้กับทำเป็นเรื่องง่ายๆซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนที่ท้อต่อชีวิตได้เป็นอย่างดี
5.เป็นคนที่รู้จักที่จะแตกต่างแต่ไม่แตกแยก พยายามที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดในการที่จะรักษาผู้ป่วยโดยคำนึกถึงจิตใจของผู้ป่วยไปด้วยแทนที่จะรักษาคนไข้ตรงที่โรคแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ข้อ 2. ทัศนคติ ในภาพยนตร์ เรื่องPatch Adam ได้สะท้อนให้เห็นถึงการแสดงออกความสัมพันธ์ที่มีต่อบุคคลอื่นทำให้รู้ว่าการที่เราจะได้รับมิตรภาพที่ดีจากผู้อื่นเราจะต้องยื่นมิตรภาพกลับไปให้เค้าด้วยไม่ว่าจะเป็นทางการกระทำ ทางการพูด หรือทางใจก็ตาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น บ้างครั้งไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าในพูดคุยเพื่อที่จะสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันแต่แค่เพียงเรารู้จักที่จะยิ้มทักทายกันก็เป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดีถ้าทำไม่ได้ก็ไม่มีใครมาบังคับเราได้ จากเรื่องนี้ทำให้ทัศนคติในการสร้างไมตรีกับผู้อื่นเปลี่ยนไปถ้าเรากล้าที่จะเข้าไปทักทายเพื่อนก็หาได้ไม่ยาก
ข้อ 3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนต์เรื่อง Pacth Adam ทำให้เรารู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวเช่นไรกับผู้ป่วย
1.การรักษาผู้ป่วยไม่ได้แค่คำนึกว่าจะรักษาโรคให้หายแต่ควรที่จะคำนึกถึงการรักษาทางจิตใจควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน
2.ในการรักษาเราจะต้องคิดว่าผู้ป่วยคนนั้นเปรียบเสมือนญาติของเราคนหนึ่ง ไม่เอาความคิดส่วนตัวมารวมกับเรื่องงาน
3.เราควรซื่อสัตย์ต่องานของเรา
จากบทความของศ.นพ.ประเวศ วะสี เรื่อง ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ จากบทความได้กล่าวถึงทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ที่ต้องการจะผลักดันให้ใช้ทฤษฎีใหม่คือเน้นการรักษาโรคและการรักษาทางได้จิตใจของผู้ป่วยควบคู่กันซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแพทย์ควรที่จะใช้หลักนี้ในการรักษาผู้ป่วยโดยรักษาทางสภาพร่างกายของผู้ป่วยแล้วควรที่จะรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วยไปด้วยจะทำให้การรักษาหายเร็วขึ้น ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ได้ป่วยที่สภาพร่างกายแต่ป่วยที่สภาพจิตใจอาจจะเกิดจากภาวะความเครียดไม่ว่าจะเป็นทางสังคม สิ่งแวดล้อมหรือครอบครัว ควรที่จะเอาใจใส่ในทุกๆด้านเพื่อที่จะรักษาได้ถูกด้าน ถึงจะทำการรักษาทางเทคโนโลยีที่มีราคาแพงก็อาจจะข่วยอะไรไม่ได้ถ้าไม่เข้าใจในสาเหตุที่เป็น
1.สิ่งที่หนูประทับใจที่สุด
หนูชอบPacth Adam มากตรงที่เขามีจรรยาบรรณในวิชาชีพ เขารักที่จะช่วยผู้ป่วยด้วยใจจริงมิได้เห็นแก่สิ่งตอบแทนใดๆเขาสามารถค้นพบตัวเองและทำสิ่งที่ชอบได้อย่างดีเยี่ยมเป็นคนมีจิตใจเมตตา เขาทำให้คนที่อยู่รอบข้างเขามีความสุขได้แม้แต่เพื่อนบางคนที่ดูจะเข้ากับผู้อื่นได้ยากเขาก็ไม่รังเกียจแต่ยังช่วยให้คนเหล่านั้นมีจิตใจดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ เขาพยายามศึกษาการรักษาและการดูแลเอาใจใส่คนไข้ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เขาพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าการเป็นหมอมิได้ยิ่งใหญ่หรือการมีอำนาจเหนือคนไข้แต่หมอคือผู้รักษาดูแลคนไข้ทั้งร่างกายและจิตใจ เขาทำให้หนูรู้ว่าหมอที่เราควรเรียกว่าหมอนั้นเป็นอย่างไร ที่สำคัญเขากล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองมากกว่าเชื่อกฏเดิมๆที่ครำครึและไร้ประสิทธิภาพแม้ว่าการกระทำของเขาอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองเขาก็ยังทำมัน จนทุกคนยอมรับ ว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกต้องและเป็นการเปลี่ยนแปลงความคิดใหม่ให้กับผู้รวมวิชาชีพและบุคคลทั่วไปเขาเป็นแบบอย่างในการประกอบวิชาชีพได้เป็นอย่างดี มันเยี่ยมมากจริงๆเลย หากเป็นไปได้คนไข้ทุกคนคงหวังจะให้หมอทุกคนเป็นแบบ Patch Adam
2.ทัศนคติ ทำให้หนูรักในวิชาชีพและเห็นคุณค่าของวิชาชีพมากยิ่งขึ้น เพราะ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการที่เราจะมีความสุขได้คือการได้ทำตามความฝัน การได้ทำสิ่งต่างๆเพื่อคนอื่น การได้ทำสิ่งนั้นอย่างสุดความ แรกๆหนูคิดว่าที่มาเรียนอยู่ตรงนี้เพื่อวันข้างหน้าจะได้มีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ไม่ค่อยนึกถึงว่าเราจะต้องเข้าใจคนไข้ เห็นความสำคัญด้านจิตใจของพวกเขา แต่ความคิดหนูก็เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่หนูได้รู้จัก Patch Adam เขาทำให้หนูรู้ว่าชีวิตหนูมีค่าต่อสังคมหลายชีวิตยังรอหนูอยู่หนูต้องเรียนให้สำเร็จและไปช่วยเหลือพวกเขาทำหน้าที่ของนักรังสีให้ดีที่สุดให้เหมาะสมกับการที่ผู้ป่วยวางใจให้เรารักษาเขา
3.จรรยาบรรณ สำคัญยิ่งกว่าทุกสิ่งมันจะนำพาเราไปสู่สิ่งที่ถูกต้องและความสุข ร่างกายมีความสำคัญมากเท่าใด จิตใจ ยิ่งมีความสำคัญกว่าดั้งนั้นการที่เราจะรักษาผู้ป่วยเราต้องรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจ คนบางคนทำเหมือนคนไข้ไม่ใช่คนทำเหมือนซ่อมโทรทัศน์ทำตามขั้นตอนเดี๋ยวก็กลับมาดีเองเหมือนในหนังเลยรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโรคของคนป่วยแต่ไม่รู้แม้แต่ชื่อคนป่วย แย่จริง! ดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครอยู่ในโลกนี้ได้หากปราศจากความรักและความหวัง ผู้ป่วยทุกคนย่อมมีความหวังว่าเขาจะหายป่วยเมื่อได้รับการรักษาเราจึงควรเข้าใจเและให้กำลังใจเขา รักษาเต็มความสามารถและรอบคอบมากที่สุด คำว่าหมอ คำว่า พยาบาล มันก็เป็นคำๆหนึ่งเท่านั้นแต่ความรักอาชีพและการทำหน้าที่ต่างหากหล่ะที่บอกว่าคุณเป็นสิ่งนั้นหรือไม่
1.ภาพยนต์เรื่องPatch Adam ทำให้เกิดมุมมองใหม่เกิดขึ้น คือ เราทุกคนเป็นหมอได้ คนที่เป็นหมอไม่จำเป้นต้องรักษาโรคให้หายได้ แต่ต้องเข้าใจในตัวคนป่วยด้วย ถึงแม้ว่าPatch Adam จะได้เรียนหมอ ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก แต่เค้าก็ไม่ได้ใช้ความเป็นหมอกดคนอื่นให้ต่ำลง และไม่เคยมองคนว่าต่ำกว่าเรา เค้าไม่แบ่งชนชั้น เค้าเอาใจใส่ทุกคนเท่าเทียมกัน หมอทั่วไปใช่ยารักษา แต่Patch Adam ใช่ใจในการรักษา เค้าทุมเททั่งแรงกาย และแรงใจเพื่อคนป่วยอย่างแท้จริง และไม่เคยหยุดทำเพื่อคนป่วยเมื่อเจออุปสรรค์ การที่เค้าเป็นคนมุ่งมั้นและพยายามเพื่อสิ่งที่เค้ามุ่งมั้นจนสำเร็จนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เรานำกลับมาคิดและนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งทุกสิ่งที่Patch Adam ทำล้วนแล้วทำเพื่อส่วนรวมทั้งสิ้น ซึ่งก็คือหลักของทุกคนที่เรียนด้านสายสุขภาพ
2.หลังจากดูภาพยนต์เรื่องPatch Adam แล้วทำให้รู้สึกรักในวิชาชีพของเรามากขึ้น เราศึกษาในด้านนี้ก็เพื่อรักษาผู้ป่วยให้ดีขึ้นไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม ผู้ป่วยทุกมาหาเราเพราะเค้าต้องการให้เราช่วย พวกเค้าเจ็บปวดทรมาน ซึ่งเราก็เป็นคนหนึ่งที่ก็มีสิทธ์จะเจ็บป่วยได้หมือนกัน ถ้าหากว่าเราได้รับการรักษาที่ไม่ดี คือรักษาแบบขอไปที ไม่สนใจอะไร แค่มีหน้าที่รักษาก็รักษาเท่านั้น หากวันหนึ่งเราเจ็บป่วยขึ้นมา แล้วเราได้รับการรักษาแบบนั้นบ้างเราจะรู้สึกอย่างไร หากเรามองย้อนมาที่เราแล้ว เราก็มีหน้าที่หนึ่งตรงนั้นแล้วทำไมเราไม่ทำให้ดีที่สุด ทำด้วยใจที่เรามี ด้วยใจอยากให้เค้าหาย เมื่อถึงตอนที่เราเจ็บป่วยบ้างเราก็จะได้รับการรักษาแบบนั้นบ้าง ซึ่งมันก็เป้นสิ่งที่ดี ก่อนหน้านั้นที่ได้เข้ามาเรียนก็คิดว่า อืมได้ทำงานสบายๆ ไม่ต้องทำไรมาก เงินเดือนดี แต่ตอนนี้มันไม่ใช้แล้ว เมื่อเราเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ เราจะต้องทำตรงนี้ให้ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดของวิชาชีพนี้คือผู้ป่วย จึงทำให้เราต้องพยายามเข้าใจสิ่งรอบข้างมากขึ้น ไม่มองข้ามแม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย สิ่งที่เล็กน้อยที่สุด คือสิ่งสำคัญที่สุด
3. ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากการชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adam และของ อ.ประเวศ แล้วพบว่า จรรยาบรรณเป้นสิ่งที่สำคัญมากต่อวิชาชีพแพทย์ ซึ่งก็คือ การรักษาผู้ป่วยนั้นต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น การรักษาผู้ป่วยนั้นจะรักษาแค่ทางร่างกายไม่ได้ ต้องรักษาจิตใจของผู้ป่วยควบคู่ไปด้วย หากผู้ป่วยกำลังใจดีก็จะส่งผู้ให้สุขภาพดีขึ้นด้วย แต่หากว่าจิตใจของผู้ป่วยนั้นแย่ก็จะส่งผู้ให้ร่างกายแย่ไปด้วย การที่ผู้ป่วยมาหาเรา ต้องการให้เรารักษาให้นั้น ก็แปลว่าเค้าไว้ใจเรา เค้าเชื่อเรา ดังนั้นเราจึงต้องตั้งใจทำเพื่อเค้าให้ดีที่สุด การจะทำให้ดีที่สุดได้นั้นต้องเสียสละให้มากที่สุดที่เราจะทำได้ การที่เราจะดูแลผู้ป่วยได้ดีนั้นเราต้องคิดว่าผู้ป่วยคือญาตของเรา และนอกจากนั้นแล้วหมอจะต้องคำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมโดย
ความประทับใจ การที่ Patch Adam มีจิตวิญญาณของการเป็นแพทย์ที่แท้จริง เพราะเขาย่อมเหนื่อยย่อมเสียสละตัวเองเพื่อมาเปิดโรงพยาบาลรักษาคนไข้โดยที่เขาไม่คิดค่ารักษาพยาบาลเลย เขาทำให้ผู้อื่นมีพ้นทุกข์โดยที่ตนเองไม่ได้ผลตอบแทนใดๆเลย และอีกอย่างหนึ่งก็คือเขารู้จักที่จะมองคนไข้ในแง่ที่แตกต่างออกไปจากแพทย์คนอื่นๆ คือเขามองว่าคนไข้ไม่ได้ป่วยแค่ทางร่างกายแต่ป่วยทางจิตใจด้วย ฉะนั้นหากเราจะรักษาคนไข้ให้หายได้เราต้องรักษาอย่างควบคู่กันไป และPatch Adam ถือเป็นแพทย์ที่น่าเอาเป็นตัวอย่างเป็นอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบันนี้
ทัศนคติที่เปลี่ยนไป ดิฉันเคยคิดว่าการที่จะรักษาคนไข้ให้หายได้นั้น ต้องใช้แพทย์ที่มีความรู้ความสามารถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มารักษาคนไข้ให้หาย แต่หลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่อง Patch Adamแล้วดิฉันก็ได้ทราบว่าการที่คนไข้จะหายป่วยจากอาการหรือโรคต่างๆได้นั้นไม่ใช่ว่าจะแค่การรักษาอาการการเจ็บป่วยทางกายด้วยความรู้ความสามารถที่แพทย์มีเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์ต้องรักษาอาการเจ็บป่วยทางจิตควบคู่กันไปด้วยจึงจะเป็นการรักษาอาการเจ็บป่วยให้หายอย่างแท้จริง
จรรยาบรรณวิชาชีพ จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่สำคัญในการประกอบอาชีพ เพราะไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีจรรยาบรรณทั้งสิ้น จากภาพยนต์เรื่อง Patch Adam และจากการอ่านบทความของ อ.ประเวศ ดิฉันพอจะสรุป จรรยาบรรณวิชาชีพ ได้ดังนี้ 1.มีใจรักที่จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ
2.มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
3.ไม่มีทิฐิในการดูแลรักษาผู้ป่วย
4.มีบุคลิกภาพที่สงบ น่าเชื่อถือ แต่งกายเหมาะสม
5.มีความซื่อสัตย์ในอาชีพของตน
6.เกื้อกูลต่อเพื่อนร่วมอาชีพ
7.รักษาความลับของผู้ป่วย
8.มีการตัดสินใจที่ดี รอบคอบ มีความรู้ความสามารถ
9.มีความอดทน ไม่ละโมบ ไม่หยาบคาย
10.มีศีลธรรม
ข้อที่ 1 สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดหลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam คือ ความเป็น Patch Adam เพราะ Patch เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีแนวความคิดในการรักษาผู้ป่วยที่ไม่เหมือนคนอื่นซึ่งแนวความนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีงาม เขาไม่ได้มุ่งที่จะรักษาสุขภาพเฉพาะทางกายภาพเท่านั้น แต่ Patch ยังมุ่งที่จะรักษาสุขภาพทางด้านจิตใจของผู้ป่วยอีกด้วย เขาทำงานในอาชีพที่เขารักโดยที่ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใดๆ แต่เขาทำไปเพราะความรักรักในวิชาชีพแพทย์ แม้ว่าสุดท้ายเข้าจะไม่ได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทนเลยก็ตาม แต่เขาก็มีความสุขที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ นอกจากนี้Patch ยังมีวิธีการคิด การมองโลกที่แตกต่างไปจากคนอื่น เพราะเขาเลือกที่จะมองแต่ส่วนที่ดีงาม มองในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้เขาพบจุดมุ่งหมายในชีวิต และเขาก็ได้ใช้ความอดทน ความพยายามต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ จนเขาสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตของเขาเอง
ข้อที่ 2 หลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องPatch Adam แล้วทำให้ทัศนคติในการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไปหลายอย่าง ก่อนหน้านี้เคยมองปัญหาเพียงด้านเดียวทำให้หาทางออกของปัญหาไม่ได้ แต่หลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็ทำให้เกิดแนวคิดในการแก้ไข้ปัญหาว่าเราควรมองปัญหาในแง่มุมที่แตกต่างออกไป เพราะบางครั้งอาจทำให้เราค้นพบทางออกที่ดีสำหรับปัญหานั้นๆได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็ คือทัศนคติในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม แต่ก่อนเคยคิดว่าไม่มีใครที่ไหนหรอกที่จะทำความดีแล้วไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย แต่ตอนนี้ทราบแล้วว่ายังมีคนอีกมากมายที่พยายามทำความดีเพื่อคนอื่นโดยทีไม่หวังสิ่งตอบแทน จากสิ่งเหล่าก็จะเป็นแรงผลักดันให้ดิฉันอยากที่จะทำความดีเพื่อคนอื่นบ้างเพราะการทำความดีทำให้มีความสุขกายและมีความสุขใจ ถึงแม้สุดท้ายจะไม่มีใครเห็นก็ตาม
ข้อที่ 3 จากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adamและการอ่านบทความของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ทำให้มีความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ ดังนี้
1. การเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ดีต้องมีความรับผิดชอบสูง มีความเสียสละ ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ
2. ต้องเป็นคนที่มีความตรงต่อเวลา มีระเบียบวินัยในตนเอง เพราะการที่เราช้าเพียงหนึ่งวินาทีอาจทำให้ชีวิตของคนคนหนึ่งต้องสูญเสียไป
3. การรักษาไม่ควรมุ่งแต่จะรักษาที่สุขภาพ(โรค)ทางกายภาพเท่านั้น แต่ควรรักษาสุขภาพทางด้านของจิตใจควบคู่กันไปด้วย เพราะการรักษาทางด้านกายภาพเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย
4. ต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะทุกคนต่างก็มีจิตใจ ถ้าเราทำไม่ดีกับผู้ป่วยก็อาจทำให้เขามีสุขภาพทรุดโทรมลงได้ ดังนั้นต้องรู้จักการอ่อนโยนกับคนอื่น
5. อย่าปิดกั้นตนเองด้วยทฤษฎีเก่าๆ ควรเปิดใจรับความรู้ใหม่บ้างเพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นหนทางในการรักษาที่ดีกว่าก็เป็นได้
โดย น.ส.อมรรัตน์ สมควรกิจดำรง
นิสิตชั้นปีที่ 1 รหัสนิสิต 49661561
ข้อที่ 1 สิ่งที่ประทับใจในหนังเรื่อง patch adam
สิ่งที่ผมประทับใจในเรื่อง Patch adam ก็คือการที่ไม่เห็นประโยชน์ส่วนตัวของแพด เพราะว่าในปัจจุบันแพทย์ส่วนใหญ่จะคิดถึงประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักโดยไม่สนใจว่าคนไข้จะเป็นอย่างไร มีความต้องการอย่างไร ไม่ยอมมาคุกคลีกับคนไข้ แต่แพดไม่เป็นเช่นนั้น โดยที่เขาพยายามจะลดความห่างระหว่างคนไข้กับแพทย์ให้ลดลง โดยการเป็นให้มากกว่าแพทย์ในที่นี้หมายถึงการเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นคนให้คำปรึกษา หรือเป็นอย่างอื่นที่หมอไม่ทำกัน โดยทิ้งความสุขส่วนตัวของเขาเอง และแพทยังให้การรักษาแก่คนไข้โดยไม่เก็บเงินจากคนไข้แม่แต่บาทเดียว โดยต่างจากแพทย์ในปัจจุบันส่วนมากคิดแค่ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ได้เงินมา
ถ้ามีแพทย์อย่างแพท จะทำให้ประเทศของเราเจริญไปมากกว่านี้
ข้อที่ 2 จากภาพยนต์ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไป คือก่อนที่จะดูภาพยนต์เรื่องแพท อดัม ในความคิดของผมแพทย์เป็นสิ่งที่สูงส่ง เป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรี การรักษาที่สำคัญต้องอาศัยความรู้เป็นหลักแต่เมื่อได้ดูภาพยนต์เรื่องนี้แล้วความคิดก็เปลี่ยนไปเพราะเห็นจากการกระทำที่แพททำให้เราเห็นว่าการรักษานั้นไม่จำเป็นที่ต้องอาศัยความรู้เพียงอย่างเดียวเราต้องใส่ความรัก ความเข้าใจให้กับคนป่วยด้วย
แต่ถ้าพูดถึงความรู้ก็นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาเช่นกันเพราะถ้าไม่มีความรู้ก็ไม่สามารถรักษาคนไข้ได้ ดังนั้นการรักษาคนไข้ต้องอาศัยทั้งความรู้และความเอาใจใส่ให้กับคนป่วยควบคู่กันไปเพื่อประโยชน์และความสุขของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
ข้อที่ 3 จรรยาบรรณที่สรุปได้จากภาพยนต์เรื่อง Pacth Adam และบทความของนายแพทย์ประเวศ ดังนี้
1.แพทย์เมื่อจะวินิจฉัยโรคให้กับคนไข้ต้องตรวจให้ละเอียดเสียก่อน
2.การรักษาคนไข้ต้องไม่ทำให้คนไข้อาการหนักลงไปอีก
3.การรักษาคนไข้ไม่ใช่รักษาเพียงการใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวต้องให้ความเอาใจใส่กับคนไข้ด้วย
4.คนในสังคมถือว่าแพทย์เป็นสิ่งที่มีคุณูปการช่วยให้สังคมดีขึ้นดังนั้นแพทย์ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม
5.แพทย์ต้องมีจิตใจเมตตา ดูแลเอาใจใส่คนไข้ให้มาก ๆ
6.แพทย์ต้องถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก