1. สิ่งที่ประทับในหนังเรื่อง patch adam คือ การที่เรามีความฝันที่แน่นอนและตั้งมั่น เชื่อในเรื่องของการทำความดี ก็ไม่ต้องกลัวที่จะอายใคร ทำต่อไป แหมคนอื่นจะมองว่าผิด แต่สิ่งที่เราทำนั้นมันถูก มันถูกในเรื่องของหลักจริยธรรมและคุณธรรม ไม่ใช่เพียงเพราะมีคนเคยทำมาก่อนแล้วเราต้องทำตามเพื่อรักษาภาพพจน์ ทั้งๆที่ความจริงแล้วความจริงใจ ความมีน้ำใจ ความเข้าอกเข้าใจกันมากกว่าที่เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่ใช่เพียงแค่มีเงินทองมากมายเท่านั้น อย่างในเรื่อง patch ได้ทำในสิ่งที่หมอไม่เคยทำ เช่น การเข้าไปพูดจากับคนไข้ การเรียกชื่อของคนไข้แทนการเรียกแบบที่เคยเรียกมา การเข้าใกล้ชิด ถามถึงเรื่องต่างๆนานา ทำให้คนไข้สบายใจและรู้สึกไม่เหงาที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งทำให้ดูแล้วเหมือนหมอเป็นเพื่อนคนไข้ที่มาช่วยรักษาทั้งกายและใจของคนไข้ มากกว่าการที่จะมาตรวจแต่เพียงกายตามหน้าที่เท่านั้น ในเรื่องได้สอนการรักในวิชชาชีพของตนมากขึ้นซึ่งทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจมากขึ้น และกล้าที่จะทำความดีอย่างไม่อายใคร แม้คนอื่นจะมองคนละแบบกับเราก็ตาม ขอแค่เราตั้งใจที่จะทำความดีก็เพียงพอแล้ว
2. จากภาพยนต์เรื่องนี้ ทัศนคติในด้านของการเรียนและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เพราะว่า คิดไว้อย่างเดียวว่าเรียนจบมีเงินเดือนสูงๆ มีงานทำก็พอ แต่พอดูหนังแล้ว รู้สึกว่า การเรียน การทำงานมันมีอะไรมากกว่านั้น คือ เวลาเราเรียนก็ต้องมีการเรียนร่วมกันกับเพื่อนๆ ต้องช่วยเหลือกัน ซึ่งทุกๆคนก็มาจากคนละที่ คนละจังหวัด ก็ต้องมีการทักทายกัน ทำความรู้จักกัน ซึ่งก็ทำให้เรารู้จักคนที่จะมาทำงานร่วมกับวิชาชีพเดียวกับเรามากขึ้น แล้วพอไปทำงานเราก็จะยิ่งเจอคนมากหน้าหลายตา ซึ่งคนที่เราจะเจอส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เราก็ต้องช่วยเหลือเขา โดยไม่เลือกว่าจะรวย จะจน หรืออะไรก็ช่าง เพราะว่าเราเป็นผู้ที่จะองทำให้เขาสบายใจและกายให้ได้มากที่สุด ที่เราจะทำได้ ไม่ใช่ทำอะไรก็เพราะว่าเห็นแก่เงิน แต่เราควรเห็นแก่คนส่วนรวมที่เขารอเราให้รักษามากกว่าและเราก็ต้องใช้วิชาชีพของเราอย่างถูกต้อง ซื้อสัตย์ต่อวิชาชีพ ไม่ใช่เอาวิชาชีพไปหากินในทางทุจริตเพื่อแลกกับเงิน
ทัศนคติของข้าพเจ้าที่มีต่อวิชาชีพนี้ มันเพิ่มมากขึ้นเมื่อดูหนังจบ เหมือนกับว่า วิชาชีพของเราเราสามารถรักษาคนได้ และสามารถทำให้คนมีความสุข ได้เช่นกัน ซึ่งจากตรงนี้เราก็คือคนคนหนึ่งที่สามารถช่วยคนอีกหลายๆคนด้วยวิชาชีพของเรา และ ทำให้คนทั่วๆไป เกิดทัศนคติที่ดีต่อเราและวิชาชีพของเราได้ ซึ่งทำให้เรามีความภาคภูมิใจและศรัทธาในวิชาชีพของเรา
3. จรรณยาบรรณ คำคำนี้เปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจในการไม่ให้เราคิดที่จะใช้วิชาชีพในทางที่ผิด
จากการได้อ่านบทความ ทำให้รู้สึกว่า บางทีการรักษาทางจิตมีค่ามากกว่าทางกาย เพราะว่า เมื่อจิดของเราป่วย กายเราจะป่วยไปด้วย บางทีกายอาจจะป่วยแต่ถ้าจิตป่วยตาม อาการก็จะยิ่งเลวร้ายไปใหญ่ ซึ่งจากบทความที่ได้อ่านหมอในปัจจุบันรักษาคนไข้ด้วยเทคโนโลยีมากเกินไป มุ่งที่จะรักษาแต่สุขภาพทางกาย โดยลืมมองเห็นสุขภาพทางจิตใจของผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยบางรายก็อาจจะไม่ได้ป่วยทางกายโดยตรง เนื่องจากว่าในปัจจุบ้นเกิดการแข่งขันในด้านต่างๆมากยิ่งขึ้นทำให้ เกิดภาวะเครียด ซึ่งปัญหาการเจ็บป่วยในปัจจุบันก็มักจมาจากจิตใจ ซึ่งการแพทย์ควรหันมาสนใจในด้านการรักษาทางจิตใจมากกว่าทางกาย
จากภาพยนต์ จรรณยาบรรณวิชาชีพมิได้อยู่แค่เพียงตำรา แต่เราต้องเอามาประยุกต์ใช้ด้วย เพราะว่าเราทำงานบนชีวิตของคน คนที่ไม่สบาย เป็นโรคร้ายต่างๆเขาก็อยากหายแม้ว่ามันจะมีโอกาสที่น้อยก็ตาม เราไม่ควรเลือกปฏิบัติ แต่ควรปฏิบัติทุกๆอย่างด้วยใจ ไม่ใช่เพียงเพราะหน้าที่อย่างเดียว คนที่เขามาขอให้เรารักษาเพราะเขาไว้ใจเรา เราควรทไห้เต็มที่ และรักษาด้วยความเต็มใจแหมเราจะรู้ผลแล้วก็ตามว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ชีวิที่เหลืออยู่ของคนทุกคนมีค่า เราควรทำตรงนั้นให้เขามีความสุขมากที่สุด อย่าปล่อยให้เขาจากไปแบบไม่มีความสุข ซึ่งจากภาพยนต์นั้น patch ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคนไข้ เข้าไปพูดคุย ทำความรู้จัก เพราะว่าคนสไข้ก็เปรียบเสมืออาจรย์ เพื่อน ที่คอยให้ความรู้แก่เขาในการแก้ปัญหา รักษาโรคต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งคนไข้แต่ละคนก็มีบุคคลิกที่แตกต่างกันไป ถ้าเราไม่ไปพูดุยไม่ไปคลุกคลี เราก็คงไม่รู้จักกับเขา ซึ่งการที่คนไข้อารมณ์ดี ทำให้สุขภาพจิตก็ดีขึ้น ก็ทำให้สุขภาพกายดีขึ้นตามไปด้วย ตรงนี้นี่เองที่ทำให้ Patch เป็นที่รักของทุกคน เขาได้ทำในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามความสำคัญ เขาได้ทำในสิ่งที่มันนอกเหนือจากหน้าที่ที่ควรทำ แต่ที่ทำนั้นมันมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด ซึ่งเขาได้แสดงถึงความรักและศรัทธาในวิชาชีพของเขามาก มากกว่าการมองด้วยสิ่งภายนอก ที่ทุกคนต่างสร้างมันขึ้นมา เพื่อให้ดูดี ให้มีเกียรติ แต่ไม่มีความเข้าใจในด้านมิตรภาพ และ ความผูกพันธ์