1. สิ่งที่ดิฉันประทับใจในเนื่อเรื่อง Pacth Adam ก็คงจะเป็นการดำเนินเรื่องที่สื่อออกมาถึงวิชาชีพทางการแพทย์อย่างแท้จริง ซึ่งตัวของ Pacth Adam เองก็สามารถแสดงออกมาได้ทั้งสิ้น ซึ่งเขาจะสามารถมองปัญหาของคนไข้ในcaseต่างๆออกได้อย่างดีเพราะตัวเขาเองไม่เคยคิดว่าผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวกับแพทย์นั้นมีอาการป่วยทางร่างกายเพียงอย่างเดียวทุกคนเข้ามาที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายควบคู่กับการได้รับความดูแลทางด้านจิตใจไปด้วย ซึ่งการที่เขากระทำเช่นนี้ทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างคนไข้และแพทย์ ไม่เกิดการแบ่งชั้นกันระหว่างแพทย์และคนไข้ ซึ่งนั้นก็คงจะเป็นความปรารถนาของคนไข้ที่รักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งถ้าหากแพทย์ทุกคนมีจรรยาบรรณเดียวกับ Pacth Adam การจะเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลก็คงจะไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับคนไข้อีกต่อไป

2. เรื่อง  Pacth Adam ทำให้ดิฉันเปลี่ยนทัศนคติต่างๆเกี่ยวกับวิชาชีพท่างการแพทย์ไปอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ดิฉันคิดว่าการที่เราจะสามารถเรียน ทำงาน หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับวิชาชีพทางการแพทย์ต้องอาศัยความรู้ความสามารถสูง รักในวิชาชีพนี้อย่างแท้จริง แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอในวิชาชีพนี้ Pacth Adam สามารถทำให้ดิฉันได้รู้ว่าการจะทำงานในวิชาชีพนี้ต้องอาศัยความรัก ความเข้าใจ ซึ่งความเข้าใจก็แยกออกเป็นความเข้าใจในตำราให้ถ่องแท้ อีกประการหนึ่งก็ต้องเข้าใจในสภาพจิตใจ สภาพร่างกาย ของตัวผู้ป่วยเอง การรู้จักเอาใจเขาใส่ใจเราเพื่อให้ตัวเราเองรู้ตัวว่าตนเองอยู่ในหน้าที่เป็นผู้บำบัด ซึ่งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเราอยู่ในสถานะภาพที่สูงกว่าบุคคลอื่นในสังคมเลยเลย เรายังต้องคอยให้ความช่วยเหลือบุคคลอื่นในสังคมอีกมากมายเพื่อให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้รับการรักษาที่ดีที่สุด นั้นแหละคือวิชาชีพทางการแพทย์อย่างแท้จริง

3. จากเรื่อง Pacth Adam แสดงออกให้เห็นถึงจรรยาบรรณของการรู้จักเป็นผู้ให้ที่แท้จริง การมองปัญหาให้ลึกลงไปในตัวปัญหาที่แท้จริง นั่นจะทำให้เรามองเห็นเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างลึกซึ้ง มองเห็นจิตใจของผู้ป่วย มองเห็นว่าเขาป่วยเป็นอะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วทำอย่างไรเขาถึงจะหาย เราต้องทำตัวเป็นผู้รักษาไม่ใช่ทำตัวเป็นผู้สั่งการหรือบ่งการการรักษา ซึ่งนั้นแหละคือหน้าที่ของบุคคลากรท่างการแพทย์ที่แท้จริง อีกประการก็คือ การเป็นคนมีความฉลาดควบคู่ไปกับการมีความเฉลียว นั่นก็จะทำให้เราไม่ใช่คนที่ฉลาดเพียงแค่ในตำราเรียนเพียงอย่างเดียวรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม เข้ากับสังคมทั่วไปได้ ไม่หยิ่งทรนงในการที่ได้เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ไม่คิดว่าตนเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูงกว่าผู้อื่น นั่นแหละ คือ จรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์

         จากบทความของท่านอาจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ท่านได้กล่าวเอาไว้ว่าการจะให้การรักษากับคนไข้นั้นต้องให้การรักษาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป ซึ่งถ้าเรามองคนป่วยที่เข้ามารับการรักษานั้นมีแต่อาการป่วยทางร่างกายเพียงอย่างเดียว การรักษานั้นก็ไม่สามารถบำบัดผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง ซึ่งนั้นเองก็เป็นเหตุผลให้เราต้องมีความรักในวิชาชีพเป็นอย่างมาก มีความเสียสละ เป็นผู้ให้ได้ตลอดเวลา นั้นแหละ คือ จรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์