1. สิ่งที่ประทับใจในเรื่อง Patch Adam ก็คือ Patch เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ที่มุ่งรักษาคนไข้ด้วยจิตใจที่มีความจริงใจ รักษาคนไข้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย และจิตใจ การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หวังแค่เงินทอง หรือสิ่งตอบแทนใด ๆ การเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ คอยดูแลเอาใจใส่คนไข้ เหมือนกับเป็นญาติพี่น้องของตน ซึ่งมันก็ทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ยอมให้หมอหรือพยาบาลมาดูแลรักษาก็ตาม ก็ยอมให้ Patch มาทำการรักษา จนกระทั่งเค้าคนนั้นสิ้นใจไปต่อหน้า Patch ก็ตาม ไม่มองปัญหาในด้านเดียว ไม่มองเพียงแค่ตนเอง แต่มองไปในมุมมองที่กว้างขึ้น ซึ่งทำให้สามารถที่จะหาคำตอบสำหรับปัญหาที่ตนเองนั้นกำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนั้นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม การค้นพบกับจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายชีวิตของตน และมีความมุ่งมั่น มานะพยายามที่จะให้สิ่งที่ตนมุ่งหมายต้งเป้าเอาไว้ประสบผลสำเร็จให้ได้ แม้จะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย รับแรงกดดันจากบุคคลรอบข้างที่ไม่ชอบตน แต่เค้าก็สามารถที่จะเอาชนะบุคคลเหล่านั้นได้ด้วยความจริงใจของเค้า ความมีมนุษยสัมพันธ์ของเค้าก็เป็นผลดีกับตัวของเค้าเองและกับผู้อื่นนั่นก็คือการได้พูดคุยก็เหมือนเป็นการได้ระบายความรู้สึกลึก ๆ ที่มีอยู่ หรือเป็นการทำให้มีอารมณ์ดีมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเราทักคนที่เราไม่รู้จัก คนที่เราทักก็คงจะงงและนั่นก็ทำให้เค้าคนนั้นยิ้มได้แล้วก็เป็นได้
2. สิ่งที่ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไปก็คือในเรื่องของการมองปัญหาต่าง ๆ ไม่ควรมองในด้านเดียว ควรมองออกไปในมุมที่กว้างกว่า จะทำให้เราหาวิธีที่จะตอบคำถามจากปัญหาที่เรากำลังประสบพบเจออยู่ ซึ่งเมื่อตอนใกล้เปิดเทอม หนูเจอกับปัญหาทางด้านจิตใจมาอย่างรุนแรงอยู่ มันทำให้ตัวของหนูไม่มีความสุขเลย เพื่อน ๆ ก็ว่าว่าหนูเป็นอะไร หนูก็จะมีปัญหานั้นเข้ามาทุกครั้งไป แต่พอหนูได้ดูเรื่อง Pach Adam ก็ทำให้หนูรู้จักที่จะมองปัญหาในอีกมุมมองหนึ่ง และหนูก็ค้นพบวิธีที่ทำให้หนูเผชิญกับปัญหานั้นได้ จนในที่สุดหนูก็กลับมาเป็นตัวของหนูคนเดิมอีกครั้ง กลับมาร่าเริงสดใสอีกครั้ง และได้เพื่อนใหม่ ๆ อีกมากมาย ตอนนี้หนูมีความสุขกับสิ่งที่หนูมีอยู่ทุกวันนี้ หนูมีเพื่อน มีพ่อแม่ มีพี่ ๆ และท่านอาจารย์ที่ดูแล เข้าใจและคอยให้กำลังใจหนูอยู่ตลอดเวลา และอีกทัศนคติหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ เมื่อก่อนคิดว่าคนที่เป็นแพทย์นั้นจะต้องเก่ง ถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้สูง คนที่เรียนแพทย์นี้โคตรเก่ง แต่ตอนนี้กลับคิดว่า แพทย์ทุกคนก็ย่อมมีความรู้กันอยู่แล้ว แต่รู้เพียงแค่ตำราที่เรียนมา ไม่ได้เรียนรู้ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง การที่เราจะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์นั้น ประการแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ การรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคที่เค้าเป็นอยู่ โดยไม่เพียงแค่มุ่งรักษาทางด้านร่างกายเท่านั้น จิตใจก็สำคัญไม่แพ้กัน จะต้องเข้าให้ถึงคนไข้ รับรู้สภาพที่เค้าเผชิญมาและร่วมกันแก้ปัญหา เพื่อสุขภาพที่ดี และการมีชีวิตที่ดีของคนไข้ต่อไปค่ะ
3. จากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Patch Adam ทำให้ทราบในเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพ ก็คือ การที่เราเป็นบุคคลากรทางการแพทย์นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือชีวิตของคนไข้ ทุกวินาทีมีค่ามากสำหรับเรา เราจะต้องทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อชีวิตของคนไข้ที่เราดูแลอยู่ และต้องดูแลคนไข้เสมือนกับว่าคนไข้เป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องของเรา ดูแลคนไข้ทั้งท่างด้านร่างกายและจิตใจ เข้าให้ถึงคนไข้ ไม่หยิ่งในความเป็นบุคคลากรทางแพทย์ ไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวไปข้องเกี่ยวกับการรักษาชีวิตของคนไข้ เป็นผู้ที่จะต้องมีความรับผิดชอบสูง ตรงต่อเวลา รักษาให้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ คนที่ไม่มีเงินก็รักษาให้โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยความเต็มใจ
และจากการอ่านบทความของ ศ.นพ. ประเวศ วะสี เรื่อง ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ ก็ทำให้ทราบถึงจรรยาบรรณวิชาชีพ คือการเป็นบุคคลากรทางการแพทย์จะต้องมุ่งประเด็นที่จะรักษาคนไข้ให้หายขาดจากโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคทางด้านร่างกาย หรือโรคทางด้านจิตใจก็ตาม และต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการรักษาคนไข้อย่างเต็มที่ ซึ่งการที่คนเราป่วยนั้น สาเหตุก็มีอยู่คือป่วยเนื่องจากสภาพร่างกาย ป่วยเนื่องจากสภาพจิตใจ หรือป่วยจากสภาพสังคม ซึ่งคนที่เป็นแพทย์ก็จะต้องเข้าใจถึงจิตใจของคนไข้ด้วย การให้กำลังใจแก่คนไข้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่วิเคราะห์วินิจฉัยการการป่วยของคนไข้เพียงแค่ร่างกายซึ่งเมื่อหาวิธีการรักษาไม่ได้ก็หาว่าคนไข้ "แกล้งทำ" ซึ่งถ้าในทางกลับกัน ถ้าให้แพทย์มาเป็นคนไข้ดูแล้วถูกแพทย์พูดใส่หน้าว่าแกล้งทำทั้ง ๆ ที่ร่างกายและจิตใจมันคัดค้านกันอยู่ คงจะรู้สึกแย่ลงมากกว่าเดิมอีกเป็นแน่แท้ นั่นก็คือการที่จะรักษาคนไข้ควรจะวิเคราะห์วินิจฉัยท้งทางด้านร่างกายและทางด้านจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เพื่อการรักษาคนไข้จะได้ประสบผลมากยิ่งขึ้น ทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น และเราก็จะภาคภูมิใจว่าเรานั้นได้ช่วยชีวิตคน ๆ นึง ได้อย่างสุดความสามารถที่เรามี และได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามากที่สุด