ข้อ1. สิ่งที่ประทับในหนังเรื่อง   patch  adam

1.ประทับใจในความมีน้ำใจที่มีต่อผู้อื่นถึงจะเป็นคนที่ไม่รู้จัก แต่กริยาที่แสดงออกดูเหมือนกับว่ารู้จักกันมานานแล้วซึ่งเค้าเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีต้องการช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนจากการไม่สบายเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่นในการปฏิบัติตาม

2.เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเป็นผู้สร้างบรรยากาศจากความตึงเครียดกับกลายเป็นเรื่องที่สนุกสนานขึ้นมาได้

3.มีความพยามยามในเรื่องที่ตนตั้งเป้าหมายไว้พยายามทำทุกทางเพื่อสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ประสบผลสำเร็จโดยที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ

4.ประทับใจในเรื่องความเพียรพยายามทำในเรื่องที่ยากๆในเรื่องที่คนอื่นคิดว่าทำไม่ได้กับทำเป็นเรื่องง่ายๆซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนที่ท้อต่อชีวิตได้เป็นอย่างดี

5.เป็นคนที่รู้จักที่จะแตกต่างแต่ไม่แตกแยก พยายามที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดในการที่จะรักษาผู้ป่วยโดยคำนึกถึงจิตใจของผู้ป่วยไปด้วยแทนที่จะรักษาคนไข้ตรงที่โรคแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ข้อ 2. ทัศนคติ ในภาพยนตร์ เรื่องPatch Adam ได้สะท้อนให้เห็นถึงการแสดงออกความสัมพันธ์ที่มีต่อบุคคลอื่นทำให้รู้ว่าการที่เราจะได้รับมิตรภาพที่ดีจากผู้อื่นเราจะต้องยื่นมิตรภาพกลับไปให้เค้าด้วยไม่ว่าจะเป็นทางการกระทำ ทางการพูด หรือทางใจก็ตาม  ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น บ้างครั้งไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าในพูดคุยเพื่อที่จะสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันแต่แค่เพียงเรารู้จักที่จะยิ้มทักทายกันก็เป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดีถ้าทำไม่ได้ก็ไม่มีใครมาบังคับเราได้ จากเรื่องนี้ทำให้ทัศนคติในการสร้างไมตรีกับผู้อื่นเปลี่ยนไปถ้าเรากล้าที่จะเข้าไปทักทายเพื่อนก็หาได้ไม่ยาก

ข้อ 3.ความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ จากภาพยนต์เรื่อง Pacth Adam ทำให้เรารู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวเช่นไรกับผู้ป่วย

1.การรักษาผู้ป่วยไม่ได้แค่คำนึกว่าจะรักษาโรคให้หายแต่ควรที่จะคำนึกถึงการรักษาทางจิตใจควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน

2.ในการรักษาเราจะต้องคิดว่าผู้ป่วยคนนั้นเปรียบเสมือนญาติของเราคนหนึ่ง ไม่เอาความคิดส่วนตัวมารวมกับเรื่องงาน

3.เราควรซื่อสัตย์ต่องานของเรา

จากบทความของศ.นพ.ประเวศ วะสี เรื่อง  ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์  จากบทความได้กล่าวถึงทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ที่ต้องการจะผลักดันให้ใช้ทฤษฎีใหม่คือเน้นการรักษาโรคและการรักษาทางได้จิตใจของผู้ป่วยควบคู่กันซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแพทย์ควรที่จะใช้หลักนี้ในการรักษาผู้ป่วยโดยรักษาทางสภาพร่างกายของผู้ป่วยแล้วควรที่จะรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วยไปด้วยจะทำให้การรักษาหายเร็วขึ้น ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ได้ป่วยที่สภาพร่างกายแต่ป่วยที่สภาพจิตใจอาจจะเกิดจากภาวะความเครียดไม่ว่าจะเป็นทางสังคม สิ่งแวดล้อมหรือครอบครัว ควรที่จะเอาใจใส่ในทุกๆด้านเพื่อที่จะรักษาได้ถูกด้าน ถึงจะทำการรักษาทางเทคโนโลยีที่มีราคาแพงก็อาจจะข่วยอะไรไม่ได้ถ้าไม่เข้าใจในสาเหตุที่เป็น