หนังสือ เลี้ยงให้รุ่ง (How Children Succeed) เล่าเรื่องปัจจัยด้านลักษณะนิสัย (Character) ที่ทำให้เด็กๆ ฝ่าฟันอุปสรรคเอาชนะตัวเองไปสู่ความสำเร็จ มิใช่แค่สติปัญญา (Intellectual) อย่างเดียวที่เคยเป็นหลักยึดในการพัฒนาเด็กมาหลายทศวรรษ

ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างยืดเยื้อยาวนานร่วมเดือน อ่านแล้ววาง วางแล้วอ่าน อ่านเพื่อคิดต่อว่าแล้วไงล่ะ ตรงไหนที่เอาไปใช้ได้บ้าง อ่านเพื่อคิดให้เห็นภาพ อ่านเพื่อเชื่อมโยงกับประสบการณ์อันน้อยนิดด้านการศึกษา และด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ ฯลฯ ช่างเป็นข้อจำกัดที่แก้ไม่ตก

ช่วงเวลาเดียวกันได้ดูหนัง ๒ เรื่อง คือ The Karate Kid (2010) กับ McFarland USA (2015) สาระสำคัญที่ได้จากหนังเป็นสาระเดียวกับที่ได้จากหนังสือ นั่นคือ “ความมุมานะ” เป็นลักษณะนิสัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ

นี่คือที่มาของการเขียนบันทึกนี้

……………………

ลักษณะนิสัยที่นำไปสู่ความสำเร็จจากในหนังสือ How Children Succeed

หนังสือพูดถึงโรงเรียนคิปป์ (KIPP Academy) เป็นหลัก ทั้งนี้เพราะคิปป์เป็นโรงเรียนที่เน้นการพัฒนาลักษณะนิสัยที่พิสูจน์แล้วจากงานวิจัยว่าเป็นปัจจัยนำไปสู่ความสำเร็จ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านวิชาการอื่นๆ

KIPP ย่อมาจาก Knowledge is Power Program = หลักสูตรความรู้คือพลัง

คิปป์ “เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผสมผสานการเรียนในห้องเรียนที่เข้มงวดและทุ่มเทพลังงานไปกับการปรับเปลี่ยนทัศนคติและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม” (หน้า ๘๙)

โรงเรียนทั่วไป (รวมทั้งโรงเรียนในประเทศไทย) ประเมินนักเรียนด้วย ผลการเรียนเฉลี่ย (GPA = Grade Point Average) แต่นักเรียนที่คิปป์จะถูกประเมินเพิ่มอีก ๑ เรื่อง คือ ลักษณะนิสัยเฉลี่ย (CPA = Character Point Average) โรงเรียนจะแจ้งผลประเมินแก่ผู้ปกครองและนักเรียนปีละ ๒ ครั้ง

เมื่อ เดวิด เลวิน (David Lewin) ผู้พัฒนาหลักสูตรของคิปป์ถูกขอให้เลือกลักษณะนิสัยที่สำคัญมากอันดับต้นๆ ที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต เขาเลือกออกมา ๗ ประการตามลำดับดังนี้

ความมุมานะ การควบคุมตนเอง ความกระตือรือร้น การเข้าสังคม ความกตัญญู การมองโลกในแง่ดี และ ความสงสัยใคร่รู้

ความมุมานะ และ การควบคุมตนเอง มีความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ

..............................

ความมุมานะ เปลี่ยนชีวิตเด็กๆ ในหนัง McFarland USA

McFarland USA สร้างจากเรื่องจริงของครูชื่อ Jim White กับนักเรียนของเขาที่โรงเรียนมัธยมแมคฟาแลนด์ แคลิฟอเนีย

จิมเป็นครูที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังในการสอนลูกศิษย์ให้ “ได้อย่างใจ” จนเผลอควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ขว้างรองเท้าไปใส่นักเรียนจนถูกเลิกจ้าง จิมพาครอบครัวที่มีลูกสาว ๒ คนย้ายไปสอนโรงเรียนมัธยม ในเมืองเล็กๆ ชื่อ McFarland ทั้งเมืองมีแต่ชาวเม็กซิกันที่ยากจนประกอบอาชีพรับจ้างทำงานในไร่

เมื่อจิมเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งไปกลับระหว่างบ้านกับโรงเรียน เขาจึงคิดจะสร้างทีมวิ่ง Cross-Country ขึ้น การสร้าง “ความเปลี่ยนแปลง” ในกลุ่มเด็กๆ ที่เป็น “พลเมืองชั้นสอง และยากจน” ไม่ใช่เรื่องง่าย เด็กๆ ต้องมีทั้ง “แรงจูงใจ” และ “ความมุมานะ” เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

เมื่อ “ครู” อย่างจิม มี “เป้าหมาย” ชัดแล้ว งานเป็นลำดับขั้นที่แสนยากเย็นของเขาคือ

  • ชักชวนเด็กๆ ให้มองเห็นเป้าหมายร่วมกันกับเขาเพื่อให้เกิด "แรงจูงใจ"
  • ฝึกหนัก และซ้ำซาก ที่จำเป็นต้องมี “ความมุมานะ”
  • ประเมินผลการฝึกหนักด้วยการนำนักเรียนทีม “McFarland” ไปแข่งขันครั้งแรก ทีมได้ที่โหล่
  • ค้นหาจุดอ่อนและฝึกหนักอย่างซ้ำซาก
  • ความร่วมมือของครอบครัว
  • ความร่วมมือของชุมชน

ครั้งหนึ่งเด็กๆ ในทีม ๓ คนจาก ๗ คน ถูกพ่อแม่ห้ามมาฝึกซ้อมเพราะ “ต้องไปช่วยทำงานรับจ้างในไร่” เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ ครูจิมใช้ความจริงใจเป็นเครื่องมือเอาชนะอุปสรรคโดยเสนอตัวไปช่วยทำงานในวันหยุดเพื่อชดเชยเวลาที่ขอให้เด็กๆ มาฝึกซ้อม กับรอให้เด็กๆ ช่วยงานครอบครัวเสร็จเสียก่อนจึงมาฝึก ครูจิมเดินไปหาทุกครอบครัวที่มีปัญหา

ความตั้งใจ และจริงใจ ทำให้เขาได้รับความร่วมมือจากชุมชนเล็กๆ ของเมืองแมคฟาแลนด์ ช่วยกันหาเงินมาสนับสนุนทีม หลังจากที่เขาจ่ายเงินตัวเองเพื่อซื้อชุดกีฬาให้เด็กๆ

ฉากที่ฉันประทับใจคือ หลังแข่งชนะได้เข้ารอบไปแข่งขันระดับรัฐ จิมขับรถ (เขาทำหน้าที่ทั้งเป็นโคช และพนักงานขับรถพาทีมไปแข่งขัน) ไปที่แห่งหนึ่งเพื่อเป็นรางวัลแก่เด็กๆ พนักงานเก็บเงินค่าผ่านเข้าบอกราคา ๙ เหรียญ เขาบอกว่า “ผมมี ๕ เหรียญกับเด็กๆ ที่ไม่เคยเห็นทะเลมาก่อนในชีวิต” พนักงานใจดีคนนั้นบอกว่า “งั้นผมให้คุณเข้าไปโดยไม่เก็บเงิน เชิญครับ”

จากเด็กๆ ที่ “เกเร ไม่เอาถ่าน” จิมพัฒนา “ลักษณะนิสัย” ที่สำคัญต่อความสำเร็จ นั่นคือ มีเป้าหมาย แรงจูงใจ และ ความมุมานะ นำทีมแมกฟาแลนด์ชนะเลิศของรัฐแคลิฟอเนียในปี ๑๙๘๗ จิมนำทีมโรงเรียนชนะเลิศระดับรัฐเรื่อยมาติดต่อกัน ๙ ปี

เด็กๆ ในชุมชนยากจนแห่งนี้ ไม่เคยมีใครได้เรียนระดับมหาวิทยาลัย ด้วยวิธีคิดของพ่อแม่ผู้หาเช้ากินค่ำว่า “เรียนไปทำไมเสียเวลาทำมาหากิน”

ชัยชนะของทีมแมคฟาร์แลนด์ทำให้จิมมีชื่อเสียง โรงเรียนใหญ่ๆ ในเมืองเสนอตำแหน่งให้แต่เขาปฏิเสธ เขายังคงทำงานต่อไปจนเกษียณที่นั่น

จิม ไวท์ (ตัวจริง) กับทีมนักเรียนที่ชนะเลิศของรัฐแคลิฟอเนีย

เด็กทั้ง ๗ คนของจิม ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับชุมชนแห่งนั้น ทุกคนกลับไปช่วยโรงเรียนแมคฟาแลนด์ฝึกรุ่นน้องต่อไปเรื่อยๆ

เคล็ดลับความสำเร็จของเด็กๆ คือ พวกเขามี “ความมุมานะ” ในการฝึกซ้อม

..........................

ความมุมานะจากหนัง The Karate Kid

The Karate Kid ฉบับสร้างใหม่ปี ๒๐๑๐ เฉินหลงรับบทเป็น “ฮัน” กับ จาเดน สมิธ รับบทเป็น “เดร” เด็กชายที่ตามแม่ไปอยู่เมืองจีน และได้เจอกับ “ครูฮัน” ที่รับเดรเป็นศิษย์สอนวิชากังฟูให้

วันแรกของการเรียน ครูฮันบอกให้เดร “ถอดเสื้อออก - แขวนไว้ – หยิบมันขึ้นมา - สวมอีกครั้ง – ถอดออก – แขวนไว้ – หยิบมันขึ้นมา – สวมอีกครั้ง -----”

ครูฮันให้เดรทำสิ่งเดิม ซ้ำซาก ทั้งวัน และทุกวัน

เด็กอย่างเดร ย่อมไม่สามารถทำสิ่งที่เขารู้สึกว่า “ไร้สาระ” และ “นี่ไม่ใช่การสอนกังฟู” เขาจึงโกรธสุดเหวี่ยงจนระเบิดอารมณ์ถามหาเหตุผลในสิ่งที่ครูให้ทำ

“Attitude” เป็นคำตอบของครู ด้วยเหตุผลว่าเดรมิได้มี Attitude ต่อการเรียน ดังนั้นเดรจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นนักเรียนของเขาต่อไป

เมื่อฉันดูหนังมาถึงตอนนี้ ก่อนที่ครูฮันจะเฉลย พลันคำว่า “ความมุมานะ” ที่ได้อ่านจากหนังสือ “โผล่” มาในทันที แม้ครูฮันในหนังไม่พูดคำนี้

ถ้าฉันเป็นคนเขียนบทหนัง ฉันจะให้ครูฮันตอบเดรว่า “ความมุมานะ เจ้ายังขาดสิ่งนี้ จำไว้เดร” ให้กล้องจับใกล้ไปที่ใบหน้าของเดร กับแววตาที่เข้าใจ แล้ว คัท

หลังฉากปะทะอารมณ์จบลง เดรตั้งใจฝึกซ้อม “ท่าถอดเสื้อ – แขวนเสื้อ” อย่างเต็มใจ

ฉากจบ เดรได้เป็นแชมป์กังฟูรุ่นเยาว์ ทั้งหมดนี้มาจาก “ความมุมานะ”

.................................

บทสรุป

“ความมุมานะ” คือ ความมุ่งมั่นเดินหน้าทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดจนสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามใดๆ มาขวางกั้น แม้สิ่งนั้นจะ ยาก ซ้ำซาก จำเจ

นักกีฬาทุกคน ต้องฝึกฝนในแต่ละทักษะซ้ำซากทุกเมื่อเชื่อวันจนมันฝังลึกในรอยหยักของสมอง

นักเรียนที่ชนะการแข่งขันระดับโอลิมปิก ก็ต้องฝึกฝนสิ่งใหม่ที่ยาก และฝึกฝนบางเรื่องซ้ำซากทุกเมื่อเชื่อวันในห้องทั้งทำคนเดียว ทำในห้องเรียน จนมันฝังลึกในรอยหยักของสมอง

การเรียนทุกวัน มีทั้งวิชาที่น่าเบื่อ กิจกรรมที่น่าเบื่อ กับวิชาที่ชอบ กิจกรรมที่ใช่ แต่ทำไมเด็กบางคนผ่านไปได้ แต่บางคนผ่านไม่ได้

แม้ว่า หลังจากอ่านหนังสือ How Children Succeed จนจบ ฉันจะยังไม่ได้คำตอบว่า “แล้วเราจะสร้าง “ความมุมานะ” ให้เกิดขึ้นในตัวเด็กๆ ได้อย่างไร??" แต่...ไม่มีความคลางแคลงใจใดๆ ในข้อที่ว่า ความมุมานะ เป็นลักษณะนิสัยที่สำคัญยิ่งยวดต่อความสำเร็จในชีวิต.

……………………

ศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘