รับราชการมาไม่ค่อยมีด้านลบให้จดจำมากนัก

เรียบ ๆ ไม่หวือหวา ไม่ค่อยตื่นเต้น ใส ๆ สบาย ๆ

ออกแนวไปสอบข้อเท็จจริงคนอื่นมากกว่า

^-,^

เพิ่งเคยเจอแบบวางยาจัง ๆ

แล้วต่อหน้าใสซื่อ บอกว่า .... ไม่รู้

อีก 5 ปี เกษียณนะจ๊ะ

จ้ะ .... ไม่รู้ก็ไม่รู้

ให้อภัยกันไป อยู่ด้วยกันแบบพึ่งพากันต่อไป

^-;^

ครั้งที่หนึ่ง เก็บหนังสือที่ ผอ.มอบหมายไว้ 3 เดือน ไม่แจ้งงานใครเลย

ครั้งสอง ทำงานไม่ทัน มาหาเพื่อนให้ช่วยในเวลาเจ็ดชั่วโมงราชการ

จ้ะ .... รวมเวลาที่ต้องทำคนไข้ ซึ่งเป็น first priority

อดทน อดทน อดทน แม่สอนว่า อย่าโมโห น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก

ศึกษาเอกสารที่ถูกดองไว้สามเดือนนั่นแหละ

มีทีมดีมาก สมกับทำงานชมรมพุทธจริยธรรม

แบ่งงานกันทำ นัดเวลาเอางานมารวมกัน

เกือบเสร็จในเวลา ทำต่อที่บ้าน *

(เรียกว่า ความรับผิดชอบนะ #รู้ยัง)

^-,^

ส่งงาน ผอ. ตรวจทันเช้า เรียบร้อย

ครั้งสาม เหลือเวลาสามชั่วโมงครึ่ง ต้องส่งรายงาน

จ้ะ .... มองโลกบวก ๆ ๆ ๆ สมรรถนะอย่างเราทำได้อยู่แล้ว งานแรกที่ยังไม่เคยมีใครทำเนี่ย ชอบมาก

และมีทีมดี ทีมขยัน ทีมรับผิดชอบสูง สบายหายห่วง

เสร็จในวันนั้น ส่ง mail 18.00 น. ช้าชั่วโมงครึ่ง

แต่คำพูดที่ต้องใช้ขันติ คือ "ถ้าไม่มีใครทำ ผมก็ทำอยู่แล้ว" หลังงานเสร็จวันต่อมา

อ้าว !!!! แต่ข้อจริง คือ เสนอหนังสือให้เราทำ แล้วพี่ท่านหายออกไปจากงานนี้เลย

ยังดี ไม่มาขอลงชื่อเป็นคนส่งรายงาน

อย่างนั้น ต้องใช้ข้อสั่งสอนของหลวงปู่แล้ว

กรรม คือ การกระทำ เดี๋ยวกรรมตามทัน

(หรือชาติก่อน เราเคยไปทำอะไรเขาแบบนี้ ชดใช้กันไป อิ อิ)

^-,^

เปิดใจคุยกันหน่อยนะคะ

ที่ช้าเพราะหนังสืออ้อมไปหาคนที่ไม่ทำ

(เพิ่งย้ายมา ยังบอกไม่ได้ว่า ไม่อยากทำ ทำไม่เป็น สมรรถนะไม่ถึง หรือไม่รู้จริง ๆ ว่าใครทำได้บ้าง)

ผอ.รับทราบ สบายใจแล้ว

คงไม่มีครั้งที่สี่นะจ๊ะ .... หวังว่า

^-,^

ขอบคุณที่รับฟังคำบ่นนะคะ

ขอบคุณ gtk ที่ให้พื้นที่ระบายค่ะ

นาน ๆ มีบทเรียนจิ๊บ ๆ

สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ

^-,^