ข้อมูล...๑๐ มิถุนายน..

ผมในฐานะครูคนหนึ่ง..ซึ่งทุกวัน..ก็รักษาโรคเหมือนกัน..ให้นักเรียนอนุบาล ๑ - ป.๖...คือ โรคไม่รู้หนังสือ โรคแห่งความไม่พร้อมด้านทักษะชีวิตขั้นพื้นฐาน ให้สามารถอ่านได้เขียนได้ และอ่านคล่องเขียนคล่องและคิดคำนวณเป็น

น่าจะเป็นเรื่องที่ทราบกันดีโดยทั่วกัน สำหรับผู้บริหารและครู สังกัด สพฐ. ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนประถมศึกษาทุกขนาด โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา(ม.๓) และโรงเรียนมัธยมศึกษา(ม.๖) ที่สังกัด สพม.สพฐ. ว่าข้อมูล ๑๐ มิถุนายน..ในแต่ละปีมีความสำคัญยิ่งนัก

วันนี้..เขตพื้นที่การศึกษา จึงให้โรงเรียนส่งครูไปจัดทำข้อมูลและรายงาน..ให้ถูกต้องเรียบร้อยและเสร็จก่อนเที่ยงคืนวันนี้ว่า..ในโรงเรียน...มีนักเรียนรวมทั้งหมดกี่คน..

จากนั้น..๑๐ มิถุนายน..จะเป็นวันดีเดย์ ..สรุปแน่นอน ยอดรวมนักเรียนของแต่ละโรงเรียน เพื่อจัดสรรงบประมาณ ที่เรียกว่าเงินอุดหนุนรายหัว..ให้โรงเรียนนำไปใช้จ่ายเพื่อการจัดซื้อสื่อ ใช้เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลทางการศึกษา

หลังจากวันนี้..นักเรียนจะลดจะเพิ่มก็ค่อยว่ากันอีกที..แต่ต้องหลังจากสิ้นปีงบประมาณไปแล้ว ดังนั้น..ข้อมูลนักเรียน ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ...จึงมีความหมายต่อ..งบประมาณที่จะได้รับเพื่อการบริหารจัดการ...

โรงเรียนขนาดเล็ก..เด็กน้อย..เงินอุดหนุนรายหัวก็จะน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ..และจะต้องใช้จ่ายอย่างพอเหมาะพอดี ไม่มีการฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย เรื่องแบบนี้ โรงเรียนเล็กๆตระหนักดีและมักจะไม่มีปัญหา..

ปัญหา..ไม่ได้อยู่ที่ตัวงบประมาณ แต่อยู่ที่ตัวนักเรียน ถ้าจำนวนนักเรียนลดลง ทางราชการก็เพ่งเล็ง ในเรื่องการยุบ ควบ รวม หรือไม่ก็จะตัดตำแหน่งอัตราข้าราชการครูให้น้อยลงตามเด็กไปด้วย และที่สำคัญ..เด็กน้อยเกินไป..จัดกิจกรรมอะไรก็ยาก ส่งผลให้สภาพโรงเรียนซบเซา..ในสายตาชุมชนและองค์กรภายนอก..

ผม..ในฐานะผู้บริหารโรงเรียนเล็กๆ ในครอบครัวชุมชนที่มีฐานะยากจน ในท้องถิ่นกันดาร ยอมรับสภาพเช่นนี้มาโดยตลอด..จะโชคดีก็ตรงที่นักเรียนมากขึ้น ในขณะที่โรงเรียนเล็กส่วนใหญ่..นักเรียนจะลดลง

การที่จำนวนเด็กลดลงมีสาเหตุมาจาก..การคุมกำเนิด..แต่งงานแล้วไม่มีลูก การอพยพย้ายถิ่นฐาน และสภาพเศรษฐกิจสังคมและชุมชน ไม่เอื้อให้มีบุตรเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบให้สถานศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนประถมฯสังกัด สพฐ. มีจำนวนนักเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ที่โรงเรียนผม..เพิ่มขึ้นทุกปี..ปีละ ๒ - ๓ คน จากปี ๒๕๔๙ ที่ผมเริ่มต้นบริหาร ฯ มีนักเรียนไม่ถึง ๕๐ คน ณ วันนี้ ข้อมูล..๑๐ มิถุนายน ...จะต้องรายงานที่จำนวน...๗๓ คน..ข้อมูลสารสนเทศ ณ ปัจจุบันนี้ ไม่สามารถยกเมฆได้อีกแล้ว..เนื่องจากใช้เลขบัตรประชาชน จึงไม่มี..เด็กผี..หรือจะต้องไม่มีเด็กซ้ำซ้อนกับโรงเรียนอื่น...อย่างแน่นอน

การที่เด็กที่โรงเรียนผมเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากมีเด็กย้ายมาเรียน..จากโรงเรียนใหญ่ ที่เป็นโรงเรียนดีศรีตำบล ที่อยู่ในตลาด และอยู่นอกเขตบริการของผม..ผู้ปกครองของนักเรียนที่ย้ายมา..ภายในใจคิดอย่างไร ผมไม่อาจทราบได้..แต่ที่พอคาดเดาได้ก็คือ..ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในคุณภาพ..ของโรงเรียนขนาดเล็กพอสมควร

ทำให้ผมนึกถึง..การศึกษาและสังคมในศตวรรษที่ ๒๑ ..ข่าวสารและการให้บริการไร้ขีดจำกัด ..โรงพยาบาลใกล้บ้าน..อาจไร้ซึ่งคนป่วย..ยกเว้นอนาถาจริงๆ คุณหมอที่รักษาดี อยู่ในโรงพยาบาลที่ห่างไกล หรืออยู่ในโรงพยาบาลเอกชนที่แสนแพง..ถ้าให้บริการดีมีมาตรฐานเป็นหลักประกันที่น่าเชื่อถือ..คนไข้ก็ดั้นด้นเดินทางไปรักษาและฝากชีวิตไว้กับหมอ..

ผมในฐานะครูคนหนึ่ง..ซึ่งทุกวัน..ก็รักษาโรคเหมือนกัน..ให้นักเรียนอนุบาล ๑ - ป.๖...คือ โรคไม่รู้หนังสือ โรคแห่งความไม่พร้อมด้านทักษะชีวิตขั้นพื้นฐาน ให้สามารถอ่านได้เขียนได้ และอ่านคล่องเขียนคล่องและคิดคำนวณเป็น

ครับ ไม่น่าเชื่อว่า..จะได้เห็นผู้ปกครองที่มีฐานะดี มีขีดความสามารถที่จะนำพาลูกหลานไปเรียนไกลบ้าน ที่สำคัญ..ไม่ใช่โรงเรียนเอกชน แต่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ..ที่มีความไม่พร้อมในทุกด้าน ทั้งอาคารสถานที่ บุคลากรและงบประมาณ..หรือเป็นเพราะงานประกันคุณภาพภายในของผม..ประสบความสำเร็จ

หรือเป็นเพราะ...ครูทุกคนของผมมุ่งมั่นทุ่มเท..พัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างเต็มที่ เต็มเวลา และเต็มความสามารถ ..บนความหลากหลายของวิชาการ กีฬา ดนตรี..ทักษะชีวิต..และเศรษฐกิจแบบพอเพียง

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๙ มิถุนายน ๒๕๕๘

</span></strong>

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ดีใจด้วยนะท่านผอ.คนเก่ง ทำต่อไป สักวันมันต้องเป็นวันของเรา

ขอให้โชคดีนะ

ขอบคุณครับ

</span></span>