ชีวิตต้องสู้ ตอนหมดโปรโมชัน อย่าหมดใจรัก

How to Make Your Wife Happy

Thirty years ago, during the preparations for my wedding, I offered to take my wife to a rural village near Wisconsin Dells for our honeymoon. In addition to the wilderness of the area, the village was near Wisconsin Dells which had many livelier attractions such as the Ferris Wheel, theme park, and idyllic games such as Darts. I thought it sounded like a great idea. My wife disagreed; she told me that I could go to Wisconsin by myself. Instead, she told me that she wanted to go to Hawaii for our honeymoon. We forgot about the Wisconsin trip and got excited about Hawaii. My then-fiance rapidly managed to find flights and book hotels. Soon, we found ourselves married and in Honolulu.

When we landed in Hawaii, the scent of jasmine filled the air and delicate white blossoms filled the trees. We were reminded of our native country where we grew up, Thailand. All around us, we were reminded of Thailand, in the fresh air, abundant sea, and mountains in the distance. In Hawaii, my new wife and I went diving and snorkeling around the islands. While beautiful, the surroundings could not compare to the beautiful ocean of the Thai islands, such as Koh Samet. However, we embraced Hawaii, and my wife even tried the hula. The one disappointment was the food which was definitely not like the food in Thailand. Most of it was not very good. I could have made better pizza myself! There were a few exceptions. One meal in Hawaii, which cost $50 a person, was a delicious potluck of local cuisine. Another meal, an all-you-can-eat Japanese sushi buffet, was incredible. At $18 a person, the sushi chef prepared fresh fish for us before our eyes. Overall, we enjoyed the islands and had a wonderful honeymoon.

Afterwards, we returned to Illinois and moved to the Chicago suburbs. Soon after we were married, my wife and I started our family. We had three daughters. Quickly, life became full with the sound of children's laughter, birthday parties, and the girls' homework. My wife and my days were full as we drove the girls to swim classes, piano lessons, Thai summer school, ice skating, and more. We also enrolled them in soccer, running, and tennis. You name it, we tried it.

In the mean time and in the midst of all the activity, I forgot about my wife.

Recently, a miracle happened. Last year, my wife and I had the opportunity to go on a cruise to Alaska. Just like our honeymoon thirty years earlier, my wife prepared for this trip by booking flights and making reservations. Just like thirty years ago, my job was to be the camera man. The trip itself was like the honeymoon we had thirty years ago- it was a reminder of our love.

Privately, I did not believe that the trip to Alaska could compare with our previous travels. In particular, I thought that Alaska could not compare to the natural beauty and vibrancy of Thailand.

To my surprise, my wife and I had a wonderful time. In particular, my wife was radiant on the trip. Looking back at the pictures that I took at the time, her face is filled with laughter and happiness. We were able to enjoy beautiful sunrises from the deck of the ship together in the quiet of the morning. We were in awe of whales as they leaped from the ocean. The food was spectacular, and we ate whatever we desired morning, noon, and night. We ate fresh salmon to our hearts' content. Every night, we dressed formally for dinner. This provided an opportunity for the women to show off their stunning dresses and jewelry and the men to impress in suits and ties. Our formal dinner waiter happened to be Thai, and because of this we got along splendidly. My wife loved not having to cook and clean - this time, she was the one who was being served coffee as she gazed out at the sea.

In Alaska, the daylight lasted much longer than they did in Chicago. We tried many excursions. Together, we felt the thrill of white water rafting. On one of our excursions in town, I offered to buy my wife one of the diamonds, even though there was no occasion for it. She declined my offer, but her eyes shone with delight.

In conclusion, as I look back on the past thirty years, I realize I have a few pieces of advice. Life is meant to be lived to the fullest. It is not the iPad or computer in front of you. It's the fresh air and the beauty of nature with the people you love. Take your wife on the honeymoon she wants to go to. Go and smell the salt in the air of the ocean. When you have the chance to reconnect with your family in the midst of busy lives, take it and travel together. Go on a cruise if you can. Offer to buy the woman you love a sparkling diamond without any occasion, even if you know she will say no to the offer.

Remember, even though the honeymoon ends, you can always take another one and make your wife happy.

ชีวิตต้องสู้ ตอนหมดโปรโมชัน อย่าหมดใจรัก

ตอนแต่งงานใหม่ๆ ผมยื่นข้อเสนอจะพาภรรยาไปฮันนีมูนที่หมู่บ้านชนบทนอกเมือง ที่ Winconsin Dells ถ้าเบื่อก็มาเที่ยวในเมืองเพราะเป็นสถานทีท่องเที่ยว พูดง่ายๆให้เห็นภาพพจน์ คล้ายๆกับงานวัดบ้านเรา มีชิงช้าสวรรค์ มีการละเล่นต่างๆ ดูท่าจะสนุกดี แต่ภรรยาไม่หลงกล บอกเธอไปคนเดียวเถอะ แต่งทั้งทีฉันต้องไปที่ฮาวาย ว่าแล้วเธอก็จัดการบุคตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม บินไปเลย ลืมเสียเถอะ Winconsin Dells เพราะมันใกล้เกินไป

พอลงจากเครื่องบินที่ฮาวายได้กลิ่นดอกไม้คล้ายๆกับดอกมะลิ หรืออะไรก็จำไม่ได้ หอมจริงๆ เหมือนกับกลับมาเยือนบ้านเมืองเมืองนอน - ประเทศไทย

อากาศ ทะล ภูเขา คล้ายเมืองไทยมากเพราะเป็นเขตเมืองร้อน แต่ที่ต่างกันก็คืออาหารไม่เป็นเรื่องเลย ต้องไปกินพิซซ่า (ที่ผมทำเองได้ และทำอร่อยกว่า) หรือแฮมเบอรเกอร์ มีบางมื้อไปกิน อาหารฮาวาย กินได้ไม่อั้น พอกินได้ แต่ราคาแพงมากหัวละ ๓๐- ๔๐ เหรียญต่อคน ที่ชอบอยู่อย่างเดียวคืออาหารบุฟเฟ่ญี่ปุน ราคาไม่แพง คงไม่เกิน ๒๐ เหรียญต่อคน

ไปดำน้ำดูปลาตามเกาะต่างๆ ก็สู้ไปดำน้ำที่เกาะเสม็ด หรือเกาะล้านเมืองไทยไม่ได้

ดำน้ำไปก็คิดถึงเมืองไทยไป คนเราถ้าได้เจอของสวยของงามที่สุดมาก่อนแล้ว พอเห็นสิ่งที่เป็นรอง ใจมันก็คิดว่าอย่างนั้นๆ อะไรๆก็สู้เมืองไทยไม่ได้ ต้องมีการเปรียบเทียบ

พอมีลูกมีเต้า มัวแต่ยุ่งกับลูก ไปรับไปส่ง พาไปเรียนเปียโน ไปว่ายน้ำ ไปเล่นเทนนิส ไปเล่นสเก็ตน้ำแข็ง ไปเล่นสกีที่ภูเขา ไปเรียนภาษาไทย ไปเรียนพิเศษ คุณพูดมาเถอะ ผมทำมาทั้งนั้น


สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น ปีนี้เอง ภรรยาพาผมไปเที่ยว เรือสำราญ (Princess Cruises) ไปเที่ยวอลาสก้า จัดการทุกอย่างให้หมด ผมมีหน้าที่อย่างเดียวที่ชอบ คือถ่ายรูป ใจมันก็คิดแบบเดิม ไปเที่ยวทะเล ที่ไหนจะไปสนุกเท่าประเทศไทย นี่ขนาดเวลาผ่านมาแล้วร่วมสามสิบปี ยังไม่ยอมเปลี่ยนใจ

แต่ความจริงก็คือความจริง ภรรยามีความสุขมากๆ เพราะรูปภาพของเธอทุกรูปมีแต่รอยยิ้ม พร้อมกับเสียงหัวเราะ

ผมสันนิษฐานเอาเองว่า เนื่องจากการไปเที่ยวในเรือใหญ่ๆ อาหารทุกมื้อรวมอยู่แล้ววันละ ๕๐ เหรียญ คิดเสียว่ากินฟรีครับ กินๆๆๆๆๆ กินเช้า กินกลางวัน กินเย็น ซ้ำตอนเย็นต้องแต่งชุดสวยๆ เหมือนกับคุณไปงานแต่งงาน ต้องผูกไทค์ สาวๆชอบมาก เพราะเป็นโอกาสอันดีงาม ที่จะโชว์แหวนเพชร ตุ้มหู ทุกคนมีความสุขครับ ซ้ำพนักงานเสริฟเป็นคนไทย พูดไทยเสียอีกด้วย ทุกวันมาถามผมกับภรรยาเสมอๆว่า จะทานอะไรวันนี้ ภรรยานี้ยิ้มแก้มปลิ เพราะทุกวันมีแต่ทำกับข้าวให้สามีทาน ตอนนี้มีคนทำให้ทานบ้าง มีความสุขมากๆ สุขจริงๆ วันสุดท้ายเธอไปบอกให้ทริปพนักงานคนไทยมากๆ เพราะ Make her happy จริงๆ

ถึงแม้จะหมดโปรโมชันแล้วก็จริง พาภรรยาไปเที่ยวพักร้อนกันบ้างครับ เอาอย่างที่ภรรยาไม่ต้องทำกับข้าว ไม่ต้องเตรียมของ ไม่ต้องคิดไม่ต้องเตรียมอะไร ตื่นมาก็กินเลย เสร็จแล้วก็พาเธอไปเที่ยว ให้เธอดูแหวนเพชรงามๆ ถึงจะซื้อให้จริงๆ รับรองเธอไม่อยากได้หรอกครับ

ผลเป็นอย่างไร ก็อย่างลืมเอามาเขียนเป็นวิทยาทานให้กับบรรดาสามีอย่างผม ที่วันหนึ่งๆ ไม่ทำอะไรนอกจากจะมัวแต่มาเสียเวลาเขียนบล๊อค ภรรยาตำหนิทุกวันว่ามานั่งอยู่หน้าคอมอยู่ได้ หัดทำงานถูบ้านเช็ดบ้านบ้างซิ พ่อคุณ พ่อมหาจำเริญ


หมายเลขบันทึก: 590938เขียนเมื่อ 9 มิถุนายน 2015 18:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 มิถุนายน 2015 18:29 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:

ความเห็น (3)

อย่าตกเป็นทาส ความคิดเจ้าหล่อนที่ตำหนิถางถาก จงเป็นพ่อคุณ พ่อมหาจำเริญ ต่อไป จ้า หูทวนลม แบบไทยๆ เอาใจช่วย อย่าอ่อนใจ อิอิ (ขอบพระคุณที่แนะ สถานที่วิปัสสนา มา)เจ้าค่ะ..และอย่าไปเกาะเสม็ด นะถ้าอยากเที่ยวเกาะเดี๋ยวจะเป็นโรคหัวใจสลายเพราะความผิดหวัง เพราะความงามมันร่วงโรยเหมือนดอกไม้เหี่ยวเฉา..เจ้าค่ะ (ยายธี)

เอาลูกจัน มาฝากค่ะ .... เป็นกำลังใจให้นะคะ







พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow