ก่อนอื่นต้องออกตัวว่า ผมยังเขียนเรื่องเล่าเร้าพลัง หรือเรื่องเล่าที่มีชีวิต ยังไม่เก่ง

เท่ากับความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ

ให้คะแนนตนเองเพียง 4 จากคะแนนเต็ม 10

แต่มีความฝันว่า วันข้างหน้าคะแนนจะอยู่ในสเกล 7 และ 8


ครูของผมที่สอนการเขียนเรื่องเล่า (สอนแบบไม่สอน) นำเอาเรื่องเล่าของ

อ.อุดากร - ที่มีชีวิตที่น่าทึ่งและแสนเศร้ามาก

http://www.goodreads.com/author/show/6522296._

กับเรื่อง -

ตึกกรอสส์ http://www.shi.or.th/download/463/


ผมนึกฉุนครูตอนนั้นว่า อ้าวที่ผมเขียนยังไม่ดีเหรอ

ผมผ่านบรรณาธิการมากมาย ได้เงินค่าขนมตั้งหลายชิ้นงาน

ผ่านงานเขียนหลายรูปแบบ เว้นแต่นวนิยายเท่านั้น

ถ้าไม่มีชีวิตเป็น "หมออนามัย" ก็จะเป็น "นักเขียน" ไปแล้ว


ครูบอก "เถิดน่า...อ่านตึกกรอสส์ ก่อน หวังว่า นายจะเขียนได้เท่านี้สักครึ่ง

และมีน้ำตาเมื่ออ่านเสร็จ...ผมก็ดีใจกับนายแล้ว..."


ผ่านมาหลายปี...หลายปี...ยังนึกถึงคำของครูเสมอ

ผมมีน้ำตาทุกครั้งที่อ่านตึกกรอสส์

ทว่าผมยังเขียนเรื่องเล่าได้ไม่ถึงครึ่งเลย

และห่างอยู่มากมายมากๆ

"ความปรารถนาของผมก็เท่านั้น ต้องการระบายความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์

และบุคคลผู้เป็นเส้นชีวิตของมันออกไป

เขียนแล้วอ่านดูเองก็รู้สึกพอใจอยู่บ้าง

แต่ก็ไม่สุขเท่ากับได้รับการเผยแพร่"

และสิ่งที่ผมทิ้งห่าง มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

ผมอายุมากกว่า...อ.อุดากร ท่านมีอายุขัยเพียง 27 ปี


***เชิญชวนทุกท่าน...ร่วมประกวดเรื่องเล่า "งาน... บันดาลใจ" ชิงรางวัล "ปากกาแก้ว แวววรรณศิลป์" (ภายใน 31 พฤษภาคม 2558)..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/588003