"ลิกอร์ชาชัก"ตอบสนองไลฟสไตฟ์คนยุคใหม่ โรตีกรอบขนาดยักษ์แปลงร่างจากแคปผสมโรตีโบราณโดนใจวัยรุ่น

กิตติยาณีย์/ศูนย์ข่าวหาดใหญ่

หน้าอาชีพ

"ลิกอร์ชาชัก"ตอบสนองไลฟสไตฟ์คนยุคใหม่

โรตีกรอบขนาดยักษ์แปลงร่างจากแคปผสมโรตีโบราณโดนใจวัยรุ่น

หากพูดถึง โรตี และชาชักความคิดแรกก็นึกถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในงาน ฟู๊ดแฟร์ หน้าห้างโรบินสันหาดใหญ่ เราก็ต้องแปลกใจเมื่อเจอโรตีกรอบแผ่นใหญ่ๆ ด้วยความสนใจก็ทำให้เราต้องถามซอกถามแซก และยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกก็ร้านนี้ชื่อลิกอร์ ชาชัก ซึ่งชื่อนี้หากใครมีความรู้ประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ก็จะยิ่งงงเข้าไปอีกว่าแล้วมันเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร

คนที่จะไขปริศนาได้ดีที่สุดเห็นจะเป็นคุณพยงค์ วรรณกิ่งเจ้าของร้านลิกอร์ชาชัก ซึ่งเล่าให้เราฟังว่า ชื่อลิกอร์เป็นชื่อสมัยก่อนเก่าของจังหวัดนครศรีธรรมราช เห็นว่าเป็นการสื่อความเป็นเอกลักษณ์จึงได้นำมาเป็นชื่อร้าน และต้องการให้ลูกค้าจดจำ ทั้งนี้เพราะร้านชาชักนอกจาก 3 จังหวัดแล้วก็ไม่มีที่อื่นๆ อีก และลิกอร์ชาชักน่าจะเป็นร้านชาชักเจ้าเดียวของจังหวัดนครศรีธรรมราช

ลูกค้าโดยเฉพาะเด็กๆล้วนถูกใจเจ้าโรตีกรอบขนาดยักษ์ โดยเฉพาะลูกค้าสามารถที่จะเลือกโรยช็อตโกแลต หรืออื่นได้ด้วย ลูกน้อง 2 คนของพี่ยงค์ นั้นเป็นคนสนุกสนานดังนั้นเวลาออกลีลาชักชาก็โดนใจ กลายเป็นจุดดึงดูดลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น และเขาทั้งสองคนเป็นที่มาของไอเดียโรตีกรอบแผ่นขนาดใหญ่นี้ด้วย

น้องๆ ทั้งสองคนเล่าให้ฟังว่า โรตีกรอบนี้มาจากที่พยายามจะพลิกเพลงให้โดดเด่น จริงๆ แล้วโรตีกรอบนี้ชื่อโรตีคมแฝก เหตุผลที่คิดสูตรใหม่นี้ได้ ก็เป็นเพราะในช่วงที่ภาพยนต์เรื่องคมแฝกกำลังดัง และทำให้โรตีกลายเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าไปด้วย เรารีดโรตีจนบางมากๆ แล้วก็ทอดกับเนย กลิ่นก็จะหอมมาก ลูกค้าก็ชอบโดยเฉพาะเด็กๆ

พี่ยงค์เล่าให้ฟังต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนเองและสามีทำอาชีพอาหารซีฟู๊ด ซึ่งทำมานับ 10 ปี โดยตระเวนขายตามงานต่างๆที่หน่วยงานราชการ หรือเอกชนจัดขึ้น ซึ่งรายได้ก็ดี ปลาเผาบ้าง กุ้งเผาบ้าง ซื้อมากิโลกรัมละ 45 บาท โดยปลาจะสั่งตรงมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งปลาที่นั่นมีคุณลักษณะเฉพาะคือเป็นปลา 2 น้ำ ไม่มีกลิ่นสาบ เมื่อเผาจะอร่อยไม่คาว แต่การทำซีฟู๊ดเผานั้นการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และการทำธุรกิจเหนื่อยมาก

จนกระทั่งปี 2545 ข้าวของทุกอย่างแพงหมด ปลาที่เราเคยซื้อกิโลกรัมละ 45 บาท ต้องซื้อกิโลกรัมละ 100 -200 บาทแต่ลูกค้าก็ยังต้องการราคาเดิม แต่เราจะขายราคาเดิมก็ไม่ได้กำไรก็น้อยลง คือเราต้องอยู่ให้ได้ ต้องเลี้ยงลูกน้อง จนรู้สึกว่าล้า และท้อ คิดว่าไปไม่ไหวอีกแล้ว ก็เลยหยุดทำซีฟู๊ด

และหันมาขายน้ำ ซึ่งพี่ยงค์บอกว่าการขายน้ำสามารถขายที่ไหนก็ได้ลูกค้ามีทุกกลุ่ม แต่ก็ยังเน้นที่จะออกขายตามบูสซึ่งหน่วยงานราชการจัด หรือภาคเอกชนจัด คือเราเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในลิสรายชื่อที่เขามีอยู่แล้วดังนั้นเมื่อมีการจัดงานที่ไหนเขาก็จะติดต่อมา ซึ่ง "ลิกอร์ชาชัก" นั้นจะวิ่งอยู่ 2 ชุด ขณะที่เราอยู่ที่งานฟู๊ดแฟร์หาดใหญ่ แฟนพี่ก็จะออกร้านจำหน่ายอยู่ที่พังงา

เมื่อถามถึงรายได้ก็น่าสนใจที่เดียวพียงค์บอกว่าวันหนึ่งขายได้ประมาณ 6,000-7,000 บาท แต่ต้นทุนก็จะตกอยู่ประมาณวันละ 2,000 บาททั้งค่าจ้างลูกน้อง ค่าที่พัก ค่าเช่าที่ซึ่งแต่ละงานไม่เท่ากัน อย่างฟู๊ดแฟร์ตกวันหนึ่งประมาณ 600 บาท ก็ถือว่ายอดขายไปได้ดี

และที่เป็นจุดเด่นเลย พี่ยงค์บอกว่าโรตีกรอบที่ร้านลิกอร์ไม่ใช้น้ำมัน แต่ใช้เนยแทน ซึ่งเนยนั้นตกกิโลกรัมละ 70-80 บาทต้นทุนอาจจะสูงแต่ลูกค้าได้ในเรื่องความอร่อย ความหอม แ

ละเราได้ผสมผสานกันระหว่างโรตี กับแคป ซึ่งมีตกแต่งหน้าโรตีหลากหลาย และจุดเด่นที่ขาดไม่ได้สำหรับร้านชาชักก็คือลีลาการชักชา ซึ่งลูกน้องทั้งสองคนที่ทำหน้าที่ชักชา เขามีความสุขกับการทำงาน โดยน้องๆ ทั้งสองคนพื้นเพเป็นคนสงขลาอยุ่ในพื้นที่ 4 อำเภอเสี่ยง เขาพูดติดตลกว่าที่มาขายชาชักตามงาน เพราะหนีระเบิดครับ แต่นี่เองที่เป็นจุดดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน หลายคนอาจจะไม่ตั้งใจซื้อแต่เมื่อเห็นลีลา ก็อาจจะอยากจะลองซึ่งส่วนใหญ่ก็จะติดใจ

พี่ยงค์บอกว่านอกจากชาชักสูตรดั้งเดิม ทางร้านก็มีเมนูใหม่ๆให้ลูกค้าเลือกเช่นโซดาน้ำแดง รสชาติก็โดนใจลูกค้า เราไม่หยุดยั้งการคิด ถามว่าลูกค้าเข้าร้านอยากได้โรตีโบราณทำได้ไหม ทำได้ โดยโรตีกรอบแผ่นใหญ่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่ถูกใจทั้งเด็กและวัยรุ่น

การค้าขายในยุคปัจจุบันดูเหมือนหากคุณอยากได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ คุณจะย้ำอยู่กับที่คงไม่ได้แล้ว การพลิกเพลงและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟสไตฟ์ของคนยุคปัจจุบันซึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจะทำให้คุณสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนในสนามการค้าที่มีการแข่งขันในยุคปัจจุบัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Classified Ad For kittiyanee-sommai



ความเห็น (0)