ล่าสุดเมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา
มีโอกาสได้นั่งรถตู้ไปส่งวิทยากรขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานขอนแก่น
เส้นทางของเราเริ่มต้นจากอาณาบริเวณจังหวัดกาฬสินธุ์ ใช้เส้นทางอำเภอยางตลาด - เชียงยืน - ขอนแก่น
ในราวๆ ห้าโมงเศษ...
เหลือระยะทางในราวๆ ๕๐ กิโลเมตรได้
ฟ้ามืดมัวหม่น เหมือนพายุฝนหลงฤดูกำลังจะมาเยือน
ลมพัดแรง ทำเอารถตู้ที่นั่งมาสั่นไหว โยกเยกไปตามแรงลมเป็นจังหวะๆ
ปรากฏการณ์ธรรมชาติ มันสะกิดเตือนให้คนเราหวนคิดอะไรๆ เสมอ ๆ
ผมไม่ได้คิดว่าฝนฟ้าจะตกหนัก ตกเบา หรือกระทั่งไม่ตกเอาซะเลย
ผมมองดูท้องฟ้าครึ้มหม่น ทบทวนบริบทชีวิต เห็นพ้องว่า เมือฝนซา ฟ้าก็สดใส
ผมเฝ้ามองท้องฟ้า เฝ้ามองโทนสีครึ้มหม่นอย่างผ่อนคลาย
นั่นอาจเป็นเพราะส่วนหนึ่ง ผมเป็นคนหลงรักโทนสีหม่นๆ เทาๆ เป็นทุนอยู่แล้ว
ผมเฝ้ามองท้องฟ้าโทนสีหม่นๆ พร้อมๆ กับการคิดคำนึงถึงเรื่องราวหลากเรื่อง และหนึ่งในนั้นคือการเปรียบเปรยถึงความจริงในบางมุมของชีวิตผม หรือกระทั่งคนรอบข้างที่ผ่านพบ และจากจร ซึ่งมีทั้งที่จากจรแล้วหวนคืน และจากจร แล้วไม่หวนกลับ-
หนึ่งในจังหวะทำนองของการคิดคำนึงคือการเพ่งมองว่า ท่ามอุปสรรคนานาประการที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า เราจะใช้ยุทธวิธีใดฝ่าข้าม ทะลุทะลวงมันไปได้
หลายครั้งหลายครา เราค้นหามูลเหตุได้เจอ เราก็หยิบจับ ขว้างมันทิ้ง เพื่อมิให้เป็นภาระ
หลายครั้งหลายครา เราหยิบจับถูกที่เหมือนเกาตรงที่คัน เหมือนตัดเนื้อร้ายทิ้งก่อนลามเลียเป็นมะเร็ง
หากแต่บางทีเราก็หยิบจับและกว้างทิ้งไปผิดๆ สูญเสียทรัพยากรไปอย่างน่าเจ็บใจ
ชีวิตมันเป็นเช่นนั้นเสมอ กระมั่งครับ....
ผมเรียกมันว่า ชะตากรรม
ปัญหา + อุปสรรค ... เกิดขึ้นได้โดย ที่เราไม่คาดคิด นะคะ .... แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเสมอ นะคะ
ชะตากรรม ;)...
-สวัสดีครับ
-ภาพสวยนะครับครู
-ภาพนี้...ผมชอบตรงปลายทาง...เพราะ.....ปลายทางมีแสงสว่าง..รออยู่เสมอ...ครับ..
ใช่เลยชะตากรรม
แต่ชอบใจภาพถ่ายมากๆ
ขอบคุณมากๆครับ