มันเป็นหน้าที่โดยตรงของความเป็นครูที่จะต้องช่วยเหลือศิษย์ เท่าที่จะช่วยเหลือได้ อย่างไรเราก็ไม่ทิ้งกัน....เราต้องช่วยกันนะ

เมื่อวานนี้ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๕๘ ครูน้อยมาบอกคุณมะเดื่อว่า ผู้ปกครองของ ด.ญ.สุนันทา

หรือ น้องนุ นักเรียน ป.๔ เข้าโรงพยาบาล อยู่ห้อง icu อาการหนักมาก

ผู้ปกครองคนนี้เป็น "ตา" ของสุนันทา ซึีงเด็กหญิงไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่

แต่อยู่กับ ตา ยาย และที่สำคัญ ครอบครัวของสุนันทา ไม่มีบ้านอยู่ ต้องขออาศัยห้องเรียน

ของโรงเรียนบ้านละลอง ซึี่่งเป็นโรงเรียนที่ถูกยุบเลิกไปหลายปีแล้ว....

ฐานะยากจนมาก ๆ ยายเหลาก้านมะพร้าวขายเป็นอาชีพ

ส่วนตา สุขภาพไม่ดีด้วยโรคหลายโรครุมเร้า ทำงานหนักไม่ได้



เรียกได้ว่า ทั้งสามคน ตา ยาย หลาน แทบจะอดมื้อกินมื้อ

โดยเฉพาะยามนี้ ยายแทบไม่มีเงินติดตัว ครูน้อยจึงขอให้

คุณมะเดื่อช่วยหาเงินบริจาคไปช่วยยาย กับน้องนุให้พอได้

ซื้อข้าวปลาอาหารกินได้ไปก่อน



ความจริง ทุกบ่าย คุณมะเดื่อกับครูในโรงเรียน ตลอดจนคนในละแวกนั้น จะเห็น

ตาของน้องนุไปเดินอยู่แถว ๆ โรงเรียน เพื่อรอรับหลานกลับ แต่ช่วงนี้ ไม่มีใครเห็นเลย

คุณมะเดื่อคิดว่า อาจจะไปทำงานที่อื่น ไม่ได้คิดว่าจะเข้าโรงพบาบาล เพิ่งทราบ

จากครูน้อย ว่าป่วยหนักขนาดตั้งปั๊มหัวใจหลายครั้งเมื่อวานนี้เอง

คุณมะเดื่อจึงบอกบุญไปตามผู้ปกครองที่สนิทชิดเชื้อกัน และเพื่อน ๆ ในชั้น ป. ๔

ของน้องนุ เพื่อที่จะนำไปมอบให้กับยายของนุ ในเย็นวันนี้ (๒๗ กุมภาพันธ์ )

และจะได้เยี่ยมคนป่วยด้วย



เงินบริจาค จากใจอันบริสุทธ์ิ จาก ครูกัลยา ครูม่วย ครูน้อย น้องครูแป้ง จากครูเปีย

จากแม่ของคุณมะเดื่อ จากแม่ครัวของโรงเรียน ๒ คน จากพี่น้อย จากผู้ปกครอง บางคน

จาก เพื่อน ๆ นักเรียน และจากคุณมะเดื่อ รวมแล้วได้จำนวน ๒.๐๐๐ บาท

เย็นวันนี้หลังโรงเรียนเลิก คุณมะเดื่อ ครูเปีย ครูน้อย และครูกัลยา จึงเดินทางไป

ยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด พร้อมกับเงินบริจาค และของเยี่ยม (คนเฝ้าไข้) อีก

หลายอย่าง



สภาพของคนป่วย ตาของน้องนุที่พวกเรา....นอนนิ่งบนเตียง โดยมีสายยาง ที่เป็น

เครื่องช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มไปหมด....ทำให้คุณมะเดื่อนึกถึงภาพของน้องชาย

ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะอยู่ในสภาพเดียวกันเลย ตาของนุไม่รู้สึกตัวเลย ยายบอกว่า

อยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ หากชักสายออก ก็จะหมดลมหายใจทันที

เมื่อเห็นสภาพนั้น....พวกเราพูดไม่ออก....สลดใจมาก ๆ คุณมะเดื่อมองเงินบริจาค

ให้กับยายของนุ ยายกอดคุณมะเดื่อร้องไห้อย่างซาบซึ้งใจ เล่นเอาคุณมะเดื่อน้ำตาเอ่ย

ไปเหมือนกัน ได้แต่บอกด้วยเสียงสั้่น ๆ ไปว่า " พวกเราไม่ทิ้งกันหรอกจ้ะ"



พวกเราบอกกับยายไว้ว่า หากมีเหตุอะไรฉุกเฉิน ให้โทรหาคุณมะเดื่อ หรือครูกัลยาทันที

ใกล้ค่ำ พวกเราจึงลายายของนุกลับ

.....เมื่อเห็นสภาพของตาของน้องนุแล้ว...คุณมะเดื่อจึงปรึกษากับคณะว่า หากเป็นไปตาม

ที่พวกเราคิดไว้ คือตาของนุเสียชีวิต (ไม่ได้คิดไปเองหรอก เพียงแต่หมอรอให้ยายอนุญาต

ให้ถอดสายยาง และคาดว่าจะเป็นพรุ่งนี้ ) พวกเราจะช่วยกันเป็นเจ้าภาพงานศพให้

คนละคืน คือคุณมะเดื่อ ๑ คืน ครูกัลยา ๑ คืน และครูน้อยอีก ๑ คืน เพราะรู้ดีว่า

ยายคงจะรับภาระนี้ไม่ไหวแน่ ๆ ถึงอย่างไร คุณมะเดื่อก็คงทิ้งไปไม่ได้

มันเป็นหน้าที่โดยตรงของความเป็นครูที่จะต้องช่วยเหลือศิษย์ เท่าที่จะช่วยเหลือได้

อย่างไรเราก็ไม่ทิ้งกัน....เราต้องช่วยกันนะ