สวัสดีครับลูกศิษย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ชาว Blog
โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 2 ได้เข้ามาสู่ช่วงที 4 แล้ว ระหว่างวันที่ 12 - 14 พฤศจิกายน 2557
สำหรับครั้งนี้มีทั้งการนำเสนอผลงานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ เรื่อง How Google Works และ ศึกษากรณีศึกษาที่น่าสนใจ เรื่องเป็นแนวทางในการพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ภายใต้แนวคิด MED PSU 2020 ที่สามารถเชื่อมโยงกับงาน Mini Research for Innovative Project ของแต่ละกลุ่ม รวมทั้งมีการจัดกิจกรรม CSR:Public Spirit -Enlarge your Networks ร่วมกันด้วยครับ
ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2557
หัวข้อ นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง "How Google Works" (Group Assignment 3) เวลา 09.00-10.00 น.
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เวลา 10.00 - 12.30 น.
หัวข้อ ศึกษากรณีศึกษาที่น่าสนใจ1 เรื่องเป็นแนวทางในการพัฒนาคณะแพทย์ฯ ภายใต้แนวคิด"MED PSU 2020" ที่สามารถเชื่อมโยง กับงาน "Mini Research for Innovative Project ของแต่ละกลุ่ม"
โดย อ.กิตติ ชยางคกุลและอาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
เวลา 13.30 – 16.30 น. Learning Forum& Workshop
หัวข้อ "จากประสบการณ์ของข้าพเจ้าสู่แนวทางการสร้าง"ธรรมาภิบาล" ในองค์กร"
โดย ศ.(พิเศษ) วิชา มหาคุณ
กรรมการ ป.ป.ช.
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2557
09.00-12.00น. MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care Intensive Workshop (4): CSR
: Social Innovation: คณะแพทย์ มอ. กับการพัฒนาสังคม/ชุมชน
ในสายตาของประชาชน
โดย นายพงศา ชูแนม
หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร (ปราชญ์ชาวบ้าน)
นายดือราแม ดาราแม หรือ "เปาะจิ"
ปราชญ์ชาวบ้านแห่งตำบลปาลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
ร่วมวิเคราะห์โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และดำเนินรายการ โดย ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย
13.30 – 16.30 น. Learning Forum& Workshop
หัวข้อ Crucial Conversation
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล





นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง "How Google Works" (Group Assignment 3)
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2557
กลุ่ม 1
สิ่งทีเป็นนวัตกรรมของ Google
สิ่งที่ต้องการคือให้ทมบริหาร ป้อน Big idea เข้าไป
กลยุทธ์ขององค์กร
ทฤษฎี 8K's
1.ทุนมนุษย์ ได้แก่ทุนเริ่มต้นของมนุษย์ทุกคน ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นทุนที่ได้มาจากการกระทำในอดีตชาติ ทำให้มาเกิดในท้องของพ่อแม่ ที่มีความพร้อมแตกต่างกัน
2.ทุนทางปัญญา ทุนนี้เป็น ทุนที่ต้องสร้างด้วยตัวเอง สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษาและคนรอบข้าง มีอิทธิพลกับการนำทุนทางปัญญาไปใช้ในทางดีหรือไม่ดี
3.ทุนทางจริยธรรม ทุนนี้เป็นทุนที่ต้องสร้างด้วยตัวเองล้วนๆ เป็นทุนที่ส่งเสริมในการนำ ทุนที่ 2 คือทุนทางปัญญาไปใช้ในทางที่ถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพร้อง
4.ทุนแห่งความสุข ทุนนี้เป็นทุนที่สร้างด้วยตัวเองล้วนๆ เป็นทุนที่สำคัญที่สุด คนที่มีทุนนี้มาก คือคนที่มีทุน ที่ 1+2+3 เต็มสมบูรณ์
5.ทุนทางสังคม ทุนนี้เป็นทุนที่ได้รับอิทธิพลจาก ครอบครัว สถานศึกษา และคนรอบข้าง ส่วนจะพัฒนาให้มีทุนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความชอบและความสามารถของแต่ละคน ในการมีบทบาทเป็นที่ยอมรับของสังคมนั้นๆ
6.ทุนแห่งความยั่งยืน ขึ้นอยู่กับการกระทำและประสบการณ์ของแต่ละคนที่มีผลกระทบต่อจิตใจของตัวเองและคนรอบข้างหรือคนที่มีส่วนได้เสียกับการกระทำของแต่ละคน
7.ทุนทางไอที ทุนในการนำ ไอที มาใช้เป็นเครื่องมือ ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตและการทำงานของแต่ละคน
8.ทุนความรู้และทักษะและทัศนคติ ทุนนี้เป็นทุนที่ได้จากประสบการณ์ในการเรียนรู้ ในสถาบันการศึกษา สถานที่ทำงาน ชุมชนและเครือข่ายทางสังคม ตลอดจนในครอบครัวของตนเอง
ทุน 5K's
1.ทุนแห่งการสร้างสรรค์ เป็นทุนที่คิดในด้านบวก สร้างวิกฤตให้เป็นโอกาส คิดสิ่งใหม่ๆ
2.ทุนทางความรู้ เป็นทุนที่เพิ่มเติมจากความรู้อย่างผิวเผิน ความรู้ในมิติเดียว ให้เป็นความรู้อย่างลึกซึ่งและเป็นความรู้ในหลายมิติ
3.ทุนทางนวัตกรรม ได้แก่ทุนที่ต่อยอดจากของเดิมทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
4.ทุนทางอารมณ์ ได้แก่ทุนในการบริหารอารมณ์ ให้เกิดอารมณ์ที่สร้างสรรค์ มีอิทธิพลทำให้เกิดทุนทางปัญญา +ทุนทางจริยธรรม เป็นผลทำให้เกิดทุนทางความสุข +ทุนแห่งความยั่งยืน
5.ทุนทางวัฒนธรรม ได้แก่ทุนในการศึกษาเรียนรู้เรื่องคน ซึ่งเป็นคนในมิติที่มีขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อและค่านิยมของแต่ละคนซึ่งแตกต่างกัน
อ.จีระ: เมื่อเราเข้าใจ Google จะประยุกต์กับคนในห้องนี้อย่างไร หลักสูตรนี้ต้อง Know and do เราจะปรับตัวเองอย่างไรในการเข้าไปสู่ 5K ต้องกระเด้งออกไป
สิ่งทียากคือ อะไรเป็นแรงผลักดัน เพื่อรวมพลังกันให้ไปสู่สิ่งที่ยาก หรือ หลุดจาก Comfort zone
กลุ่ม 2
Innovation: เป็นที่ใหม่ สิ่งใหม่ การดำเนินการของความคิดใหม่ และมีประโยชน์ ยังไม่พอต้องมี -New
Surprising
Useful
Google(x) Team
1.งานที่ท้าทาย กระทบต่อคนหมู่มาก
2.แตกต่าง
3.สิ่งที่เป็นไปได้และทำได้จริงในอนาคตอันใกล้
CEO ควรทำหน้าที่ CIO
Chief Innovation Officer
Udi Manbe from Yahoo
คนที่ และมีความสามารถในการนำซึ่งสิ่งใหม่ๆและมีความกล้าที่จะเสี่ยง คิดแปลกๆคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าทำ มีความสำคัญการสร้างนวัตกรรม
หลัก 20% Time ของ Google
แปลง่ายๆในทางปฏิบัติเลยคือ พนักงานจะมีเวลา 1 ใน 5 ของเวลาทำงานทั้งหมดเพื่อทำงานในโปรเจคที่สนใจ
ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับงานหลักก็ได้ : Demo Day
Innovations จะเป็นการเล่าถึงเทคนิคในการออกแบบองค์กรให้ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งแน่นไปด้วยตัวอย่างจริงของบริษัท รวมไปถึงวิธีการตัดสินใจของคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราจะได้เห็นเหมือนที่ผ่านมาว่า Google มีวิธีการของตัวเองที่เป็นเอกลักษณ์และไม่สามารถเอาวิธีการเดิมๆ จากบริษัทที่มีอายุมายาวนานมาใช้ได้เลย
Innovation ต่อองค์กร คณะแพทย์
CIO
7ส
Innovation award
Human:New Generation
20 % Time??
อ.จีระ: Innovation culture ที่เกิดที่ Google จะมาเกิดที่คณะแพทย์ มอ.ได้อย่างไร
อย่างแรกคือต้องสร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนความรู้กัน
Incentive ของคนใน Google มันมหาศาล แต่ของเรายังติดที่ Reward ซึ่งต้องกลับมาดูความเป็นจริงของเรา
กลุ่ม 3 Conversations: BE A DAMN GOOD ROUTER
เขาจะตอบจดหมายทันที เมื่อมีจดหมายเข้ามา แต่คนอื่นไม่เข้าใจคิดว่าไม่มีการลำดับความสำคัญของงาน เขาจะเห็นอุปสรรคเป็นแรงบันดาลใจ TOOK A BARB AS A COMPLIMENT
จุดมุ่งหมายของภาวะผู้นำ คือ การให้ข้อมูลทั่วถึง
•ERIC เลือกที่จะเปิดเผย โดยการรายงานสถานะธุรกิจเชิงลึกต่อ คณะกรรมการทุก 3 เดือน
•OKR Objective key result
ในแต่ละคน ผล ทำให้ทุกคนรู้เพื่อการสื่อสารได้ตรงคนทุก 3 เดือน
ผู้บริหารจะต้องรู้รายละเอียดของงาน KNOW THE DETAILS : ติดตามความก้าวหน้าต่อไปและให้ข้อมูลย้อนกลับ
IT MUST BE SAFE TO TELL THE TRUTH
•TGIF -------à THANKS GOD IS FRIDAYวันที่พนักงานจะถามปัญหากับผู้บริหาร ERIC& SERGOY
•DORY -à จัดระบบให้ส่งคำถามมา คำถามใดที่เป็นที่สนใจที่สุดจะได้รับการตอบ (พนักงานลงคะแนน
•การสื่อสารต้องทำซ้ำๆ 15-20 ครั้ง
•Over communication
แนวทางการสื่อสารขั้นพื้นฐาน 7 ประการ
1. การสื่อสารนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะรู้หรือเปล่า
2. การสื่อสารวิธีนี้ได้ผลหรือไม่
3. การสื่อสารนี้น่าสนุก น่าสนใจ หรือสร้างแรงบันดาลใจหรือไม่
4. การสื่อสารนี้ น่าเชื่อถือหรือไม่
5.การสื่อสารนี้ถูกคน/ถูกกลุ่มหรือไม่
6.การสื่อสาร นี้เลือกใช้สื่อถูกหรือไม่
7. สื่อสารด้วยการบอกความจริง ด้วยความปรารถนาดี
Email Wisdom
CEO มีบทบาท เป็นลูกน้อง เป็น Partner เขารู้ว่าจะต้องสื่อสารแบบไหน มีการพูดคุยเป็นระยะเป็น 1:1
การประชุมบอร์ด
เป้าหมาย
อ.จีระ: บทนี้เน้นเรื่องการสื่อสารในองค์กร ผู้นำทางความคิด สิ่งแรกที่ควรจะมีคือต้องมีความรู้ใหม่ๆ
ระบบราชการ ยังมีการบัญชาการเป็นระบบขั้น
กลุ่ม 1 มีการแสดงให้เห็นถึงลำดับขั้นของ Google ลึกๆแล้วเหมือนว่าทำเรื่อง search engine อย่างเดียว แต่กลุ่ม 1 แสดงให้เห็นว่าทำเรื่องนวัตกรรมหลายอย่างมาก
อ.จีระ: ช่วงเวลาที่จะสร้างความคิดใหม่ ต้องมีช่วง Clam and peace
EQ ถ้าใครมีก็ประสบความสำเร็จในงาน
กลุ่ม 4
Talent-Hiring is the most Important thing you do
Google ให้ความสำคัญ คน เข้าทำงาน
เพราะเชื่อว่า "ทุนมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญ"
มีหลักเกณฑ์ที่น่าสนใจ
•การคัดเลือกเป็นแบบคณะกรรมการ (peer-based hiring) เพราะการสัมภาษณ์ด้วยผู้จัดการคนเดียวจะทำให้ได้คนที่เก่งแต่อาจจะไม่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้
•การสร้างวัฒนธรรมการสัมภาษณ์ให้ทุกคนมีส่วนร่วม
•เลือกคนที่มีความอยากเรียนรู้ ไม่ได้เลือกจากความรู้ที่เขามีแต่จะเลือกคนที่ยังมีสิ่งที่ยังไม่รู้ด้วย เพราะเชื่อว่าพลังสมองคือจุดเริ่มต้นของการคิดไกล และมีทัศนคติที่เติบโตได้ (growth mindset)
•เลือกผู้ที่สามารถทำงาน Generalist มากกว่า specialist
•ความรักในงาน (passion) และบุคลิกภาพที่เข้ากันได้ มีความยืดหยุ่น(character)
•ให้กำหนดคุณสมบัติ กว้าง ๆ ก่อน แล้วค่อยๆ คัดเลือกโดยไม่กังวลเรื่องประสบการณ์
•ให้ความสำคัญใน การสัมภาษณ์มากกว่าเอกสารแนะนำตัว
•ตั้งคำถามแบบให้แสดงความคิดและนำคำถามเดียวกันไปใช้ถามคนอื่นด้วยเพื่อจะได้เป็นการเปรียบเทียบ
•ใช้เวลาการสัมภาษณ์ไม่เกิน 30 นาที
•แบ่งกลุ่มของผู้สมัคร เป็น 4 กลุ่ม
กลุ่มที่มีความเป็นผู้นำ (leadership)
กลุ่มใช้ความรู้ในงาน (role-related knowledge)
กลุ่มที่มีความสามารถเชิงความคิด (general cognitive ability)
กลุ่มที่มีลักษณะเด่นเฉพาะ Googleyness
•การสัมภาษณ์จะเน้นคุณภาพและเร็ว และสามารถตอบได้ทันที"ผ่าน" (thumb up) หรือ "ไม่ผ่าน" (thumb down)
Talent-Hiring is the most Important thing you do *คัดเลือกคนที่มีความอยากเรียนรู้ พร้อมที่จะเจอสิ่งใหม่ๆ มองปัญหาเป็น ตั้งคำถามเป็น ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ แม้จะไม่มีประสบการณ์ในงานที่รับสมัครแต่เขาคนนั้น คือ บุคคลที่ควรจะรับเข้าทำงาน
กลุ่ม 5 Decision-The true meaning of Consensus
การจะประสบความสำเร็จ
การตัดสินใจ
Make fewer decisions ต้องเลือก Which one of you won?
Actually, we came up with a new idea
ถ้าการตัดสินใจมี 2 เรื่อง ให้คุณค่าของเรื่องที่ไม่ได้เลือกด้วยเช่นกัน
ในการประชุมแต่ละครั้งต้องมีเจ้าของการตัดสินใจต้องมีวัตถุประสงค์ของการประชุม
Have a succession plan
Losing these high-potential employees is very costly to company ต้องรักษาคนทีมีความสามารถสูง
Be proactive and aggressive in your efforts to keep them happy ทำให้มีความสุข
นักกีฬาที่เก่งที่สุดในโลก มีทักษะหลายอย่าง เช่นเดียวกับเรื่องการบริหารที่ต้องมีโค้ช มีการเรียนรู้ทักษะใหม่ เรียนรู้จากประสบการณ์
อ.จีระ: กลุ่ม 4 google จะรับคนที่บ้าการเรียนรู้ กลุ่ม 5 เมื่อองค์กรถึงจุดหนึ่งต้องมีการตัดสินใจ
ขอแนะนำเรื่องการประชุม
- อย่าประชุมบ่อย
- อย่าประชุมแบบไม่มีเวลาจำกัด
- ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วม
สิ่งที่คณะแพทย์ มอ.มาประยุกต์ใช้
คุณพิชญ์ภูรี: ได้เรียนรู้และร่วมแชร์ความคิดเห็น กลุ่ม1 นำเสนอสมบูรณ์แบบ สามารถสร้างศรัทธาได้ กลุ่ม 2-5 ในความไม่สมบูรณ์แบบ แต่การขาดๆ ทำให้เกิดช่องว่างทำให้คนคิดตามได้
คุณสมบัติของCEOใน Google
สามารถสร้างศรัทธาให้เกิดการยอมรับนับถือ ทำให้เกิด Big idea ทำให้การทำงานร่วมกันไปได้ดี
ต้อง Turn idea to action ให้ได้
สรุปการบรรยาย
หัวข้อ "จากประสบการณ์ของข้าพเจ้าสู่แนวทางการสร้าง"ธรรมาภิบาล" ในองค์กร"
โดย ศ.(พิเศษ) วิชา มหาคุณ
12 พฤศจิกายน 2557
ทุนมนุษย์ที่สำคัญ คือ ทุนทางจริยธรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานติดตัวมาในแต่ละคน
หลักทางการแพทย์ หรือจิตวิทยาสังคม กล่าวว่า การเลี้ยงดูลูกมีความสำคัญมาก
การสอนในครอบครัว บางครั้งลูกๆอาจจะเบื่อ เพราะอาจจะพูดซ้ำ ต้องเข้าใจว่าพ่อแม่เป็นห่วง
กระบวนการสอนจะติดอยู่ในหู ในใจ จะเกิดสิ่งที่เป็นรากฐานของธรรมะที่อยู่ในบ้าน
ขั้นตอนของการพัฒนาหลักคุณธรรม
ขั้นที่ 1 punishment & reward ขั้นเตรียมการเข้าสู่การเป็นผู้มีคุณธรรม (preconventional level)
ขั้นที่ 2 Good Boy / Nice Girl ขั้นเริ่มต้นการมีคุณธรรม (conventional level) เรียนรู้จากครอบครัว โรงเรียน & เพื่อน (LAW & ORDER)
การฝึกอบรมสมัยนี้ไม่มีประโยชน์ เพราะคนที่จะเอาไปใช้ได้คือ คนที่มีความคิดที่จะสามารถนำไปปรับใช้ได้
สิ่งที่จะให้เราเข้าสู่ระบบคุณธรรมจริยธรรมที่สมบูรณ์จะต้องเข้าสู่ขั้นที่ 3
ขั้นที่ 3 self – acceptedmoral principles ขั้นของการยอมรับหลักคุณธรรมด้วยตนเอง(posteonventional , autonomous or principled level) เป็นกระบวนการที่เข้าสู่ระบบจริยธรรม ต้องใช้วิจารณญาณและเหตุผลแยกแยะว่าอะไรผิดอะไรถูก
หลักการยอมรับหลักคุณธรรมด้วยตัวเอง เป็นพื้นฐานของหลักจริยธรรม ต้องเต็มใจที่จะปฏิบัติไม่ใช่ถูกบังคับ เราวิเคราะห์แล้วว่าถูกต้อง
มีการให้เหตุผลกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นหลักยึดในการประพฤติปฏิบัติ
มนุษย์มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ไม่สามารถทำลายได้
วาจาไม่สุภาพ ทำร้ายคนได้ถึงแก่ชีวิต เพราะฉะนั้นคำว่าฆ่า ไม่ได้ใช้เฉพาะกายภาพอย่างเดียว ทางวาจาก็ให้ผลเช่นกัน การที่ยอมรับหลักคุณธรรมว่าการฆ่าไม่ดี ก็จะลงลึกถึงจิตใจ
พ่อแม่ที่เลี้ยงดูให้เกียรติลูกเท่าเทียมกัน ลูกก็จะรู้สึกว่าต้องให้เกียรติคนอื่นเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่ครอบครัวต้องมี จนถึงเข้าโรงเรียน
จริยธรรม
อุดมการณ์หรือมาตรฐานความประพฤติของมนุษย์ที่เป็นจุดมุ่งหมายเพื่อความดีสูงสุด แยกเป็น 2 แนวทาง
1. ช่วยอธิบายการตัดสินใจของมนุษย์ เรื่องอุดมการณ์ ยังอยู่ไกลระบบสากลหรือตะวันตก การเอาเรื่องความประพฤติความรู้ความสามารถเป็นหลักคิด ไม่ใช่ดูที่พวกเป็นหลัก
หากดูองค์กรเป็นหลักในการรับคน เรียกว่าธรรมาภิบาล
จริยธรรม จึงช่วยเราตัดสินใจเวลาทำอะไร แบบแหลมคม
2. ช่วยก่อตั้งหรือส่งเสริมการกระทำหรือจุดมุ่งหมายของมนุษย์ให้เป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้อง
ถ้าหากเป็นการตัดสินใจส่วนตัวก็เลือกได้ตามใจชอบ แต่หากจะเลือกของที่เหมาะสมกับองค์กรของเรา เราจะเอาความรู้สึกส่วนตัวมาใช้ไม่ได้ ต้องละลายความเป็นตัวตนของตัวเองออกไป
1. การตัดสินใจในเรื่องของคุณค่า ส่วนที่ได้คือ จิตใจเรายกระดับ เราจะคำนวณเป็นมูลค่า ในกระบวนการวางหลักเรื่องคุณค่าต้องสอนให้ผู้ใต้บังคับบัญชา รู้จักคุณค่าของความเป็นมนุษย์ คุณค่าอยู่ที่ว่าจะรับเท่าไหร่ แต่สิ่งที่กำลังพูดคุณค่าด้านจริยธรรม คือหาค่าไม่ได้ เท่าไหร่ก็หาค่าไม่ได้ คำนวณไม่ได้ คุณค่าความเป็นมนุษย์อยู่ที่จิตใจ ขึ้นอยู่กับเขามีคุณค่าแค่ไหน มีมูลค่าเท่าไหร่ มูลค่าบางอย่างก็ไม่มีคุณค่าแค่เรื่องเงิน คุณค่าแห่งการเป็นมนุษย์ขาดหายไปในสังคมไทย การศึกษาเปลี่ยนแปลงไปเลยมีการเปลี่ยนแปลง มีการตีราคาเป็นเงิน สิ่งที่ซื้อไม่ได้เลยคือ ความรัก
2.การติดสินใจในเรื่องของภาระหน้าที่ ทฤษฎีว่าด้วยภาระหน้าที เป็นต้นกำเนิดของวิชาชีพ ซึ่งต้องมีจริยธรรมที่สูงกว่าปกติ ต้องมีจรรยาบรรณ ประมวลจริยธรรม แล้วต้องมีสภาหรือองค์กรที่ควบคุมจรรยา หรือวิชาชีพของตัวเอง
แยกเป็น 2 ลักษณะ
1. การตัดสินใจในเรื่องคุณค่า - ทฤษฎีที่ว่าด้วยคุณค่า
2. การตัดสินใจในเรื่องของภาระหน้าที่ – ทฤษฎีที่ว่าด้วยภาระหน้าที่
การรักษาคนไข้ เราคำนึงว่าต้องรักษาให้ดีที่สุด มาตรฐานเดียวกัน ต้องมีความยุติธรรม
จริยธรรมที่สำคัญ
1. ความซื่อตรง (Integrity)
ประเทศเกาหลี มีการประเมิน Integrity Assessment ซึ่งเป็นการพัฒนาองค์กรโดยประเมินคุณธรรม จริยธรรม
2. ความสุจริต (Honesty)
3. ความมีศีลธรรม (Morality)
4. ความยุติธรรม (Fairness)
5. การรักษาคำมั่นสัญญา (Promise Keeping)
6. การไม่ขัดแย้งผลประโยชน์ (Conflict of Interest)
7. การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (Compliance With Laws and Regulation)
8. การรักษาชื่อเสียงและศักดิ์ศรี (Reputation and Dignity
ทั้ง 8 ข้อ เป็นเรื่องของ Personal ethics
สิ่งที่ต้องมีจริยธรรมอย่างยิ่งคือ การปกครองบ้านเมือง เพราะอาศัยความดีงามของมนุษย์
สิ่งที่ทำให้บ้านเมืองอยู่รอดคือ ให้คนดีปกครองบ้านเมือง เพราะหากให้มาปกครองบ้านเมืองก็ไม่มีทางรอด ประเทศตกต่ำ
ต้องคำนึงถึงความดี งาม และถูกต้อง หรือไม่ ถ้าครบ 3 อย่างนี้ก็ทำเลย
เวลาดำเนินการอะไรก็ตามต้องให้ครบทั้ง 3 อย่าง ถึงจะสัมฤทธิ์ผล
จริยธรรม คืออะไร
มาตรฐานความประพฤติที่ใช้ในการกำกับดูแลพฤติกรรมของบุคคล หรือของกลุ่มบุคคล หรือ
ของชุมชน และรัฐบาลที่ดีจะต้องมีหน้าที่เกี่ยวกับจริยธรรมอย่างน้อย 2 ประการ ได้แก่
1. ออกกฎหมายที่ดี สอดคล้องกับศีลธรรม และจริยธรรมของผู้คนที่อยู่ในสังคม
2. ไม่ออกกฎหมายที่ทำลายหลักศีลธรรม และจริยธรรมของผู้คน
พฤติกรรมของคนต้องตระหนักว่าวัฒนธรรมเป็นมาอย่างไร และอย่ากดเขาให้ต่ำ ต้องจับจุดอ่อน มาเป็นจุดแข็งให้ได้
หลักทศพิธราชธรรม
1. ทาน คือ การให้
2. ศีล คือ วินัย
3. บริจาค คือ ความเสียสละ
4. อาชวะ คือ ความซื่อตรง
5. มัทวะ คือ ความอ่อนโยน
6. ตบะ คือ ความเพียร
7. อักโกธะ คือ ความไม่โกรธ
8. อวิหิงสา คือ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
9. ขันติ คือ ความอดทน
10. อวิโรธนะ คือ ความเที่ยงธรรม
ความหมายของธรรมาภิบาล
- Good Governance
- ธรรมาภิบาล
- การบริหารจัดการที่ดี
- การกำกับดูแลกิจการที่ดี
- การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
มาตรา 6 การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่
1. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
3. มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
4. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
5. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
6. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
7. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
องค์ประกอบพื้นฐานของ "ธรรมาภิบาล"
1. ความรับผิดชอบตามหน้าที่ : สามารถตรวจสอบได้ ส่วนไหนมีข้อบกพร่อง ต้องมีส่วนกระตุ้นเตือน และเป็นการทำงานทั้งระบบ
2. ความโปร่งใส
3. การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน
4. การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
5. มีกฎหมายและระบบยุติธรรมที่เข้มแข็ง
คำถาม : หากไม่มีความโปร่งในองค์กร จะต้องทำอย่างไร
ท่านวิชา: ในการตรวจสอบ ในหน่วยงานต้องเข้าถึงผู้บริหารได้ ผู้บริหารต้องไม่รู้สึกว่าพนักงานยุ่งอะไร เช่น กระทรวงมหาดไทย ศูนย์ดำรงธรรม มีการให้ร้องเรียนผ่านตู้ และทางที่ดีต้องตั้งคณะกรรมกาในการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
คำถาม: หากต้องการให้มีการตรวจสอบ อาจต้องเขียนจดหมายถึงหัวหน้าหน่วยงาน หากเรื่องเงียบไปเขียนถึงผู้ตรวจการแผ่นดินได้หรือไม่
ท่านวิชา: ได้หลายช่องทาง เพื่อให้คนที่อยู่ในหน่วยงานตรวจสอบ มีหน่วย Watch dog หรือ แค่ Integrity watch เพื่อให้สบายใจ และทำให้คนมีส่วนร่วม
กฎที่อยู่เหนือกฎหมายคือความยุติธรรม เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการความเสมอภาค respect to the law ควรนับถือกฎหมาย อย่าเคารพคนเลย
วัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความดีงามทั้งหมด ต้องขับเคลื่อนด้วยส่วนรวม ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบ
คำถาม: การเมืองการละเมิดต่อประเทศชาติเป็นหนี้มากมายมหาศาล ควรจะมีวิธีจัดการอย่างไร และขอคำตอบสุดท้าย
ท่านวิชา: การเมืองประเทศเจริญแล้วมีการระวังและยอมให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากสุจริตก็ไม่ต้องอาย
คำถาม: คดีข่มขืนประหารชีวิต มีความคิดต่อเรื่องนี้อย่างไร
ท่านวิชา: ต้องดูผลลัพธ์ของเรื่องนี้ บางทีเหยื่ออาจจะโดนฆ่า หากตัดสินว่าต้องประหารทุกราย ต้องให้การอบรม และเปลี่ยนแปลงค่านิยมของผู้ชาย ต้องสอนให้ชายเห็นว่าการยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงไม่ได้ร้ายแรงอะไร
คำถาม: การข่มขืนเด็ก จะมีบทลงโทษรุนแรงมากขึ้นหรือไม่
ท่านวิชา: ในทางอาชญาวิทยา คนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ในกรณีไปละเมิดสิทธิเด็ก เป็นผู้ที่เป็นภัยต่อสังคม โทษจะรุนแรง
ถอดบทเรียนจาก หนังสือ "How Google Works"
ได้มองเห็นการทำงานของบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง Google และมองหา แนวความคิดเห็น ด้าน Innovation มาปรับใช้องค์กรคณะแพทย์
หนังสือ "How google works"ทั้ง 5 กลุ่มนำเสนอน่าสนใจมาก ที่สำคัญคือการปรับใช้กับคณะแพทย์ เห็นด้วยกับการประชุม ควรจะlean เอาwasteออก ประชุมในประเด็นสำคัญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องค่ะ
การนำเสนอโครงการ แต่ละกลุ่มได้ข้อเสนอแนะเพื่อที่จะกระเด้งต่อไป
"จากประสบการณ์ของข้าพเจ้าสู่แนวทางการสร้างธรรมาภิบาล ในองค์กร โดย ศ. (พิเศษ)วิชา มหาคุณ
อ. สอดแทรกประสบการณ์และถ่ายทอดน่าสนใจมาก ได้เรียนรู้เรื่องเทคนิคในการสื่อสารอย่างไรกับมนุษย์ที่เป็นบัวในโคนตมด้วยความเมตตา เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยังไงก็ต้องพูดคุยสื่อสาร อ.บอกว่าถ้าคุณไม่ใช่มนุษย์ผมจะไม่เสียเวลามาคุยกับคุณ อยากฟังประสบการณ์จากท่านอ.เยอะๆค่ะ รู้สึกศรัทธาในความสามารถ และพลังความดีภายในตัวอ.ค่ะ
บทเรียนจาก How google works.=> แล้วInnovation culture ในคณะแพทย์ มอ.จะเกิดขึ้นเมื่อไร? ทุกคนในองค์กรคงต้องร่วมคิดร่วมทำร่วมสร้างและได้รับการสนับสนุนจากหลายๆส่วน
จากประสบการณ์สู่แนวทางการสร้าง"ธรรมาภิบาล"ในองค์กร:- ทุกคนต้องมีคุณธรรม ตั้งแต่เริ่มต้นของการเจริญเติบโต พัฒนาสู่การเป็นผู้มีจริยธรรม มีอุดมการณ์ เมื่อทำงานก็ต้องมีจรรยาบรรณของอาชีพทำในสิ่งที่ ดี-งามและถูกต้อง ยึดหลักคำสอนของพระศาสดา
"ต้องไม่อายหรือแอบสุจริต"เป็นสิ่งที่ต้องกระตุ้นให้เกิดขึ้นมากๆในสังคมไท
-How google works.เป็นเรื่องที่ดีมาก ต้องขอบคุณอาจารย์ที่เลือกหนังสือมาให้อ่าน พวกเราก็พอจะรับทราบคร่าว ๆเกี่ยวกับลักษณะการทำงานเพื่อให้เกิดจินตนาการ แต่ยังไม่เคยอ่านรายละเอียด อีกบทที่ชอบคือการรับสมัครคนเข้าทำงานซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากของคณะแพทย์ บางครั้งมีโอกาสเลือกคนได้น้อย และลักษณะการทำงานแบบ google จะทำให้เกิดในคณะคงยากแต่คิดว่าการปรับบางส่วนมาใช้น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
-ส่วนในเรื่องธรรมาภิบาล ตอนแรกเข้าใจว่าอาจารย์จะเอาประสบการณ์จริงเล่าและสอดแทรกทฤษฏี แต่อาจารย์พูดเฉพาะทฤษฏีทำให้บรรยากาศช่วงแรกง่วงนอนมาก และมีโอกาสได้ Discussion น้อยไป ติดตามผลงานของปปช.อยู่ตลอด
-ชอบอาจารย์กิตติมาก วิพากษ์ตรงประเด็น กระชับ
สำหรับ How google work เป็นหนังสือที่สุดยอดมากค่ะ มีเรื่องราวมากมายที่น่าทึ่ง และน่าสนใจมากค่ะ มีประเด็นหลายอย่างที่สามารถนำมาปรับใช้กับคณะแพทย์ของเรา หากสามารถทำได้ คงจะดีมากๆๆ ส่วนช่วงบ่ายอ.วิชา ให้ความรู้เรื่องคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ซึ่งทำให้รู้และเข้าใจได้มายิ่งขึ้น
Today (November 12, 2014), in the morning session, we share about the things that we got from the book "How Google works". I know more about the things that Google uses to do the business and their innovation. Many innovations come from their people. Furthermore, I know that Google pay attention to "Human" as an important asset. Also, we present about the case studies of mini research and discuss with Aj.Jaa and Aj. Kitti. In the afternoon, we learn about moral and ethic lectured by Aj. Vicha. In addition, we know about how to perform a good governance for the organization.
วันที่ 12 พย.57 น่าทึ่งกับการทำงานของ Google ในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่าย ผู้นำที่ดีต้องบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม
ธรรมาภิบาลต้องปลูกฝั่งตั้งแต่ครอบครโรงเรียน แม้แต่กลุ่มเพื่อนฝูง จนถึงขั้นยอมรับหลักคุณธรรมด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะจะทำให้เกิดการพัฒนาคุณธรรมไปสู่ธรรมาภิบาล
หนังสือที่ให้กลุ่มนำเสนอ เป็นเรื่องเกี่ยวกับgoogle. ซึ่งได้เรีบนรู้ในวิธีการบริหารจัดการคนในองค์กร เพื่อให้องค์กรพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว และGoogle. ยังไม่หยุดในการพัฒนา มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ช่วงบ่าย อ.วิชาได้มาพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม โดยในระบบคุณธรรมถ้าใครทำดีก็ต้องชมเชย ถ้าทำไม่ดีก็ต้องตักเตือน
หนังสือ how google work ทำให้เราเห็นอะไรที่แปลกใหม่และน่าสนใจ ยิ่งถ้าสามารถนำมาปรับใช้กับคณะแพทย์ได้ น่าจะดีทีเดียว
เรียนรู้เรื่องธรรมาภิบาล ที่เรามีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด และพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เห็นถึงความสำคัญและเข้าใจหลักธรรมาภิบาลมากขึ้น
MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care Intensive Workshop (4): CSR
: Social Innovation: คณะแพทย์ มอ. กับการพัฒนาสังคม/ชุมชน
ในสายตาของประชาชน
โดย นายพงศา ชูแนม
หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร (ปราชญ์ชาวบ้าน)
นายดือราแม ดาราแม หรือ "เปาะจิ"
ปราชญ์ชาวบ้านแห่งตำบลปาลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินรายการโดย อาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย
13 พฤศจิกายน 2557
นายดือราแม ดาราแม:
สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างไร เริ่มจากเชื่อมความแตกแยกกัน ไปในฐานะที่เราไม่รู้ (ไปถามเขา ขอความรู้จากเขา) ต้องรู้ปัญหา แสดงให้เขาเห็นปัญหาเป็นระยะ ๆ และค่อย ๆ ซึมลึก และรับฟังและร่วมแก้ปัญหาร่วมกัน ทุกที่แม้ในทุ่งนา และถามต่อ เช่น เรื่องที่เล่าให้ฟังคิดอย่างไร
กรณีภูเขา .... ปี 2542 ประกาศปิดห้าม (อุทธยาน) เล่าให้ชาวบ้านเข้าใจ อุทธยานไม่ให้เข้าไปทำกิน ไม่ให้เก็บผลผลิต ชาวบ้านจะแสดงอาการออกทั้งทางสีหน้า ท่าทาง เมื่อเห็นอาการเราก็สรุปให้เขา ฟัง และรู้จักคิดใหม่ เป็นการแก้แบบรากหญ้า เมื่อทุกคนรู้แล้ว โดยเฉพาะระดับแกนนำ และขอความเห็นจะทำอย่างไรต่อ ทุกคนตอบไม่รู้ ใครจะแก้ ไม่มีใครรู้ แต่อย่างไรเป็นปัญหาของชุมชน เปรียบเสมือนท้องผูก ไม่มีใครเบ่งให้ เราจะทำอย่างไร ดังนั้นสรุปว่าต้องทำกันเอง คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเขาก็ไม่ทำให้ สรุปต้องดำเนินการ ปัญหาคือ ไม่มีศักยภาพพอ
ไม่บังคับ ไม่ชี้นำ แต่เป็นที่ปรึกษา แนะแนว เขารับได้ เราก็มีช่องทางที่จะดำเนินการต่อไป เป็นขั้นแรกของการทำให้ชุมชนเข้มแข็ง
ไปติดต่อส่วนราชการ แจ้งปัญหาที่รัฐทำกับประชาชน รับฟังจากรัฐ และรับฟังจากชาวบ้าน อย่าพูดคำว่า "สู้กับรัฐบาล" เพราะเราไม่มีอาวุธ กำลัง พูดว่า เราไป "ขอร้อง" เรียกร้อง ขอความเอ็นดูจากผู้ปกครอง เน้น "อย่าพูดคำว่าสู้"
ได้ไปคุยรัฐหลาย ๆ หน่วยงาน ตั้งแต่ปี 2542 ไปครั้งที่ 1-3 พอครั้งที่ 4 หมดปัญญาแล้ว หน่วยงานที่ทิ้งเลย คือ มอ.ปัตตานี ช่วยอบรมด้านวิชาการ ฝึกให้เขียนหนังสือ เรียนไปด้วย สุดท้ายปี 2546 ไปไม่ไหว หมดปัญหาที่จะไปหาคนโน้นคนนี้
ปี 2547 ลุกเป็นไฟ คิดว่าหยุดไม่ได้ต้องเดินต่อ หากหยุดจะยิ่งลุกเป็นไฟ เดินต่อ รมต.ช่วยไปดู บังเอิญท่านโทรไปหา และนัดกัน รู้สึกดีใจที่ รมต.ช่วยโทรนัด และมีโอกาสได้พูดในที่ประชุม ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน ลังเลใจ ชาวบ้านจะอยู่ได้อย่างไรถ้าเอาอุทธยานไป รมต.บอกว่าช่วยไม่ได้ (อย่าพูดเด็ดขาด)
จนกระทั่งประชุมเสร็จ ได้ไปพูดคุยตัวต่อตัว ต่อมาได้รับจดหมายส่งให้ องค์กรพัฒนาชุมชน และได้มาติดต่อ ได้สอนให้กลับไปทำการบ้าน ที่ดินกี่ไร่ ...... ได้พบกับนายอำเภอ (ครั้งที่ 3 ได้พบ) พูดกับนายอำเภอ ท่านต้องช่วยเพื่อให้สำเร็จเพราะนายอำเภอมีบารมี ช่วยเริ่มจากจัดตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอ เพื่อศึกษา ความจริง ความเท็จ ประชาชนมาก่อน หรือ กฎหมายมาก่อน และให้หัวหน้าส่วนเป็นประธาน ส่วนราชการเป็นคณะกรรมการร่วม เช่น สำนักงานที่ดิน ป่าไม้ ฯลฯ
ชาวบ้านเข้าใจปัญหา วิธีการแก้ปัญหาไม่เข้าใจกัน แกนนำไม่พอ ด้านความคิด ความรู้ ไม่มี
การเรียนรู้ ได้เริ่มจาก เด็ก ๆ ได้รับการฝึกอบรมจาก... ทั้งด้านคอมพิวเตอร์
การวัดพื้นที่ มีเครื่องมือใหม่ ๆ BTS ใช้ไม่เป็น ให้จัดกลุ่มคณะทำงาน 5 กลุ่ม ไปอบรม
สุดท้ายกลุ่มนี้เป็นองค์กร พร้อมทุกเรื่อง เกิดเป็นองค์กรการแก้ปัญหาที่ดินที่ทำกินของ
สุไหงปาดี ปัจจุบันมีสำนักงานช่วยแก้ปัญหาที่ดินของชาวบ้าน ปัจจุบันบุคลากรสามารถเป็นวิทยากร สามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ได้ง่าย นี้คือวิธีการแบบรากหญ้า อ.จีระ: วันนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจวิธีการทำงานของปราชญ์ชาวบ้านที่ตรงประเด็น คือจะพูดจากความจริง ท่านไม่มีทฤษฎีอะไร แต่เน้นไปที่ความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง ชาวบ้านจะเรียนรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน แบ่งการแบ่งปันความรู้ทีดี เมื่อมีกลุ่มที่สร้างขึ้นแล้วเป็นโครงการที่สร้างชาวบ้านที่ไสงปาดี และสร้างเครือข่ายนี้ขึ้นมา ขอให้เปาะจิสรุปโครงการที่จะทำร่วมกับมอ. ต่อไป
ตอนที่เราหารือเรื่องโครงการรอบ 2 ของท่านเปาะจิ และท่านพงศา ขอให้ทุกคนแลกเปลี่ยนความคิด เพื่อจะให้มีโครงการที่จะดึงเครือข่ายระดับชาวบ้าน และระดับกาแพทย์มาใช้ที่นี่
ขั้นตอนของการทำงานเน้นที่ชุมชน ในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาก คือ Peter Drucker สิ่งแรกคือ ถามคำถาม คำถามสำคัญกว่าการให้สาระ
การถามคำถาม ของเปาะจิ สำคัญมาก เหมือนมาเรียนรู้ร่วมกัน
โลกปัจจุบัน สิ่งที่ไฮเทค กับชาวบ้านจะเป็นสิ่งเดียวกัน โดยการไม่ทำให้เป็นทางการ เหมือนมาให้ความรู้และร่วมกันแสดงความคิดเห็น
อยากให้ทุกคนได้นำประเด็นของปราชญ์ชาวบ้านเพื่อกระเด้งไปสู้สิ่งที่สำคัญ เมื่อมีการประทะทางปัญญา
อ.จีระเดช: สิ่งที่ได้จากเปาะจิ คือ รากหญ้ากับรัฐบาล เหมือนรัฐบาลรู้มาก แต่ชาวบ้านไม่รู้อะไรเลย บางครั้งจึงอาจถูกหลอก
วันนี้สิ่งที่ได้จากเปาะจิ คือ การ Learn share care
นายพงศา ชูแนม: สัมผัสได้จากความสุขของสาธารณะ ขอเริ่มว่าความสุขของสาธารณะไม่ใช่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นเรื่องของสังคมที่เบียดเบียนทำให้เกิดความทุกข์ ผมทำงานบนความเชื่อที่เป็นสัจธรรม
เรื่องอาหาร และที่ดินทำกิน เมื่อไม่มีก็เกิดทุกข์ และเกิดปัญหา แล้วลุกขึ้นสู้อย่างที่สุด
ทำงานกับชุมชน ป่า เครือข่ายธนาคารต้นไม้ ความเชื่อของผมคือ เชื่อในหลักศาสนา คือ อุปาทานเก่า คือ ดีถูก ชั่วผิด แต่ปัจจุบัน นี้ถูกท้าทายจากคนกลุ่มหนึ่งคือ ชั่วก็ไม่ผิด จึงทำให้สังคมเปลี่ยนไปเป็น รวยถูก จนผิด
แต่ผมไม่เชื่ออุปาทานนี้ รวยถูก จนผิด เพราะไม่มีศาสนาไหนสอน ความร่ำรวยได้จากกำไร กำไรเกิดความขาดทุนของผู้อื่น คนขาดทุนก็ลุกขึ้นสู้ คนเหลือน้อยก็เป็นทุกข์ ลุกขึ้นมาเข่นฆ่า เพราะคนอื่นเอาไปมาก จึงไม่ใช่ความสุขของสาธารณะ
คณะแพทย์ การสาธารณะสุข คนสมัยก่อน ชั่งน้ำหนักความสุขของตนและความสุขของสังคม และทำให้สังคมมีความสุขก่อน แล้วจึงมาหาตัวเอง วันอาทิตย์ ถือเป็นวันครอบครัว ต้องสนใจครอบครัวตัวเองให้ดีที่สุด ทำครอบครัวตัวเองก่อน แล้วสังคมจะดีเอง ซึ่งคนสมัยก่อน คนที่ไม่เอาไหน พอออกไปในสังคมชนบทโดนคนในสังคมเตือน ว่ากล่าว ซึ่งสังคมจะเป็นห่วงเป็นใยกัน ต่างจากปัจจุบันนี้ต่างคนต่างอยู่
เมื่อก่อนมองความสุขของตนกับในสังคมไปในทางเดียวกัน ครั้งสุดท้าย พระพุทธเจ้ากล่าวปัจฉิมวาจา ว่ามองประโยชน์ของท่านด้วย มองประโยชน์ตนด้วย
คนที่อายุยืน พยายามทำสังคมของเขาให้ดีและมีความสุข หากไปงานศพคนเกิน 100 ปี จะขโมยช้อนของผู้ตาย เพื่อให้คนรุ่นหลังคิดว่าคนที่อายุยืนมีการกิน และดูแลสุขภาพอย่างไร
สุขภาพกับความมั่งคั่ง ไม่มีความแน่นอนว่าความมั่งคั่งอาจจะส่งผลไปยังสุขภาพของเราได้
ส่งผลให้คนเห็นแก่ตัว เนื่องจากเมื่อมีเงินก็มีซื้อสุขภาพ ซื้อการดูแลสุขภาพ เกิดเป็นธุรกิจการบริการสาธารณะเชิงธุรกิจ
ธุรกิจหาทางเอาเงินที่เป็นกำไรมากขึ้นเรื่อยๆ สุขภาพของเราก็ผูกไปกับธุรกิจนี้
อนาคตไม่นานจากนี้มุมมองความสุขสาธารณะถูกประมูลจากนักการเมืองในการสร้างความสุขต่อหัว หัวละ 2600 บาท ต้องคิดต่อว่าอะไรจะเกิดขึ้นวันข้างหน้า
การอยู่ร่วมกันในสังคม ต้องหลุดจากการเอาเปรียบซึ่งกันและกัน อุปาทานรวยถูก จนผิด ถูกกลืนกินในสังคม อาชีพที่ทำการจัดการความสุขสาธารณะก็ยึดอุปาทานนี้เช่นกัน
แพทย์ไม่ควรรวยเพราะถ้ารวย ก็เกิดจากการเอาเปรียบคนไข้ ที่อ่อนแอกว่า หากแพทย์เอาเปรียบก็ไม่น่านับถืออีกต่อไป
อสม.ประเทศไทย ดีที่สุดในโลก เป็นกลุ่มคนที่มีค่ามากในหมู่บ้าน เป็นคนอาสาทำงานอย่างแท้จริง แต่เราไม่ใช่อสม.ให้เป็นประโยชน์
อสม. ควรให้ครัวเรือนปลูกให้ปลอดภัย ไร้สารพิษ และควรให้เงินให้อสม.ซื้อประกันชีวิต เป็นการปฏิรูปการดูแลความสุขสาธารณะ
คนที่อายุยืนไม่ต้องมีวิทยาการการแพทย์มาก เกาะโอกินาวา เมื่อก่อนมีแต่คนอายุยืน ตั้งแต่อเมริกาตั้งฐานทัพ คนก็เป็นมะเร็ง
มีวิจัยคนที่อายุยืนที่ญี่ปุ่นว่า
อ.จีระ: ได้ความรู้จากคุณพงศามาก ตัวเองต้องเรียนรู้มากขึ้น ขอชมเชย ผมตื่นเต้นและประทับใจ ครั้งนี้เป็น Value diversity มีความหลากหลายมาก
สิ่งทีได้เรียนรู้และคิดกับทางมอ.คือ สร้างศักยภาพในการสร้างสุขภาพให้มากขึ้น มีเทคโนโลยี ตรวจวัดความดัน มีระบบรายงานเป็นเครือข่าย
คุณพงศา เสนอในประเด็น ที่ต่างออกไป คือ คนทีไม่มารพ.ก็แสดงว่าสุขภาพดี
ท่านพงศามอง Happiness ระดับบุคคล แต่ผมเชื่อว่าถ้าบุคคลดีข้างบนก็ต้องดีด้วย เพราะ Micro ระดับ Individual มากๆก็จะกลายเป็นระดับ Macro
ร่วมแสดงความคิดเห็น:
1. แนวทางการทำให้ชุมชนมีสาธารณสุขมาก ทำอย่างไร
เปาะจิ: เรื่องอสม. สุขภาวะในชุมชน ต้องดูว่าเขามีความสุขหรือไม่ สุขภาวะในแต่ละชุมชนกำลังสลายไป เพราะโดนสังคมภายนอกทำลายไป ต้องมีการจัดการปัญหาที่ดี รากหญ้ากับรัฐขาดคนกลางที่จะไปประสาน
อ.จีระเดช: เปาะจิให้คำว่า Learn share care อย่างดี
2. ความท้าทายเรื่องแนวคิด ครอบครัว และสังคม
คุณพงศา: ต้องรักครอบครัวและไปด้วยกันกับสังคม คนสมัยก่อน ทำครอบครัวตัวเอง มีศีลธรรมกำกับ ทำระบบสภาคู่ ต้องถูกกฎระเบียบ
การปกครองชาติต่อไป ต้องคิดเรื่องศีลธรรมกำกับ เรื่องวันอาทิตย์ คิดแล้วว่าเป็นเรื่องท้าทาย ว่าถ้าคิดเรื่องครอบครัวอย่างเดียวแต่ไม่สนเรื่องอื่นเลยก็ผิด
สิ่งที่ทำเพื่อตัวเองไม่ค่อยสอน เพราะเป็นสัญชาติญาณ มนุษย์ที่แข็งแรงต้องไม่เอาเปรียบผู้ที่อ่อนแอ
เรื่องอสม. ควรลองสักตำบล ที่ทำเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อม ลองไปดูแถวรัฐภูมิทำสังคมมีความสุข เพราะอสม.เห็นศักยภาพว่าใช้ได้ มีสิทธิ์ที่จะทำให้สังคมดี
ความสุขของสังคมที่เป็นแนวคิด ควรทำให้ความเชื่อมีความสุข ไม่ว่าศาสนาใดก็มีความสุขได้ ในหลักศาสนาพุทธ วันหนึ่งหากเราเชื่อและทำตามหลักศาสนาทุกคนก็จะเข้ายุคพระศรีอานต์ ที่ทุกคนหน้าเหมือนกันหมด แปลว่าไม่มีใครเอาเปรียบใคร ทุกคนเท่าเทียมกัน แม่ 4 คน เมีย 4 คน แสดงถึงเราต้องดูแลคนอื่นด้วย ต้นกัลปพฤกษ์ หมายถึง สิ่งที่ยั่งยืน เป็นทรัพย์ เกื้อกูลความผาสุก ทำให้มนุษย์ไม่ต้องทำงานหนัก
การเป็นหนี้ทำให้มีความทุกข์ แต่ปัจจุบันหนี้คือโอกาส ซึ่งทำให้เห็นชัดว่า คนมีความทุกข์เพิ่มขึ้น
เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาจะทำอย่างไร...หากใช้ความธรรมดา เรียบง่าย สามัญ ก็จะอยู่รอด
ความรู้บางอย่างก็ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
เ3. ปัญหาเยาวชน มีการดูแลและช่วยชุมชนเข้มแข็งอย่างไร
คุณพงศา: เรื่องเยาวชนกับยาเสพติดนั้น ผลมันต้องมีเหตุ คือ สังคมไม่เปิดพื้นที่ให้เขาเข้ามา เราต้องแม่อย่างในยุคพระศรีอานต์ช่วยสังคม ช่วยเยาวชนให้ดีขึ้น
เราพัฒนาสังคมตามทฤษฎีตะวันตก และไม่รู้ว่าปลายทางไปทางไหน แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า ทฤษฎีตะวันตก สอนให้เชื่อว่าจนผิด รวยถูก วันนี้ต้องพยายามให้คนกลับเข้าหาชนบท ต้องสร้างสังคมที่มีความสุขทางสาธารณะ ไม่อย่างนั้นสังคมก็จะล่ม
กำไรในยุคปัจจุบัน ต้องอยู่อย่างพองาม ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ ถ้าได้กำไรมาก เกิดประโยชน์ตนมาก คนอื่นลำบากก็อยู่ยาก
4. องค์กรเอกชนทำ CSR มากขึ้น ปราชญ์ชาวบ้านมอง CSR อย่างไร
อ.พงศา: บริษัททั้งหลายไม่มีสำนึก CSR เป็นเครื่องมือเท่านั้น ประชาชนที่ฉลาดต้องเรียกร้อง
ควรทำวิจัยเรื่อง ความล่มสลายของชาวอาชีพสวนยาง สังคมต้องพึ่งตนเองตามหลักที่อยู่ได้ด้วยตัวเอง
CSR ต้องทำให้เขาพึ่งตนเองด้านอาหาร พลังงาน ปัจจัยด้านการผลิต ต่อไปจะมีชุดความรู้มาจัดการสังคม
CSR ประชาชนไม่รู้ว่าจะเรียกร้องอย่างไร บางครั้งใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ จ่ายน้อยเคลมมาก
อ.จีระเดช: คุณพงศา พูดเรื่อง Happiness capital เสมอ ทุกวันนี้ คิดว่า OTOP ต้องล่มสลายแน่นอน เนื่องจากสินค้ามีทั่วไป ไม่มีเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้นๆแล้ว
อ.จีระ: panel นี้เป็น diversity ท่านเปาะจิเป็นคนในพื้นที่ ท่านพงศาเป็นนักปราชญ์มีแนวคิดกว้างไกล การอภิปรายมองไปถึงพระศรีอานต์ ทุนนิยมสามาลย์ กำไร ขาดทุน
ต้องคิด วิเคราะห์ คิดต่อว่า ถ้ามอ.ต้องการมีส่วนร่วมสร้างสังคมให้เข้มแข็งกับเปาะจิ ต้องทำอย่างไร
ส่วนท่านพงศามีข้อดีมากมาย ต้องสังเคราะห์ให้ดีว่า ส่วนไหนที่มอ.จะ Add value เข้าไปได้ โดยให้ประโยชน์กับสังคมมาก และเป็นแนวร่วมกับชุมชนมากขึ้น
สรุป
สรุปการบรรยายหัวข้อ
Crucial Conversation
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
13 พฤศจิกายน 2557
ศ.ดร.จีระ: Trends ในการพัฒนาทุนมนุษย์ในยุคต่อไป คือ การสร้างมูลค่าแบบ 3 V ของทุนมนุษย์ ซึ่งเน้น Macro ไปสู่ Macro เน้นปลูก เก็บเกี่ยว และ Execution และ Trends ก็คือ HR ต้องสร้าง Leadership ในทุกระดับ และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และ HR เองก็ต้องมีภาวะผู้นำด้วย
คณะแพทย์ฯ มอ. มีศักยภาพสูงมาก แต่สิ่งที่ท้าทาย คือ จะนำเอาศักยภาพที่ซ่อนเร้นภายในเหล่านั้นออกมาอย่างไร? หลักสูตรนี้จึงเน้นไปที่..
- Tangible / Intangible
- Visible / Invisible
Crucial Conversations คือ ส่วนหนึ่งที่จะทำให้ปัญหาในองค์กรลดลง ลดการขัดแย้งในองค์กร มี Solutions เพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็อาจจะแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ นำไปสู่ Value Creation และ Value Diversity อย่างคาดไม่ถึง
ผมได้อ่านและได้เจอกับผู้เขียนโดยตรง และได้นำเรื่องนี้มาใช้ในการพัฒนาคนหลายแห่ง ผู้เขียนเป็นลูกศิษย์ของ Steven Covey เจ้าพ่อ 7 Habits ซึ่งถือว่ามีครูดี และทำวิจัยอย่างหนักว่าทำไมการสื่อสารในองค์กร(กรณีศึกษาในสหรัฐอเมริกา) จึงไม่ประสบความสำเร็จ
จุดดีของหนังสือเล่มนี้ คือ ค้นพบว่า เรื่องเล็ก ๆ อย่างการสนทนา แต่ถ้าฝึกฝน ปรับตัวได้ก็จะกระเด้งไปสู่เรื่องใหญ่ คือ สามารถนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศได้
การสนทนาที่ดีต้องฝึก
ข้อเสียของหนังสือเล่มนี้ คือContext หรือ บริบทเป็นตะวันตก ดังนั้น จุดสำคัญ คือ จับหลักการใหญ่ ๆ หรือ Principle ว่า หลักของ Crucial Conversations คืออะไร? ซึ่งเดี่ยวจะได้ดูจากเทป ผู้เขียนเอง แต่ในความเห็นของผม น่าจะประกอบไปด้วย 3 – 4 เรื่อง
การสื่อสารมีหลายวิธี เช่น
- ทางการ formal เช่น การประชุม แต่ส่วนใหญ่การประชุมในประเทศล้มเหลวเพราะประธานไม่เก่ง / ไม่เป็นทางการ informal
- ทางการพูดและฟัง (Verbal) คือ ใช้เสียง แต่ ท่าที สีหน้า ท่าทางที่เรียกว่า Non – Verbal ก็สำคัญมาก และอาจจะไม่ได้ศึกษาผลกระทบเหล่านี้มากนัก
การสื่อสารที่ดี คือ ไม่สื่อสาร บางจังหวะไม่พูดจะดีกว่า แต่บางจังหวะพูดก็ดี คล้าย ๆ แนวคิดผู้นำของผม เรื่อง Rhythm and Speed คือ จังหวะ หรือ กาลเทศะ
การสื่อสารที่ดีต้องควบคุมอารมณ์อย่าให้หลุด ให้ใช้ 5K's ของผม คือ Emotional Intelligence
และการสื่อสารที่ดี ต้องเป็นในแง่บวก คือ ต้อง 2 I's คือ Inspiration (สร้างแรงบันดาลใจ) และ Imagination (สร้างจินตนาการ)
การเป็นผู้นำที่ดี ต้องมีกาลเทศะ ในการพูด ไม่พูดมาก หรือน้อยเกินไป
โดยสรุป.. รุ่นที่ 2 โชคดีกว่ารุ่นที่ 1 ซึ่งผมไม่อยู่ จึงได้แต่ดูเทป ไม่ได้workshop แต่มีคุณจ้าช่วยสรุป ..คุณจ้าบอกผมว่า ทุกคนชอบ และเรื่องนี้สามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานของคณะแพทย์ได้ ผมก็เลยได้แรงบันดาลใจว่าจะทำรุ่น 2 ให้ระเบิด และจะทำ Workshop ลึก ๆ 4 ข้อ
หวังว่างานครั้งนี้จะเป็นจุดสำคัญและหักเห เพราะดูเหมือนว่า เรื่องเล็ก ๆ เรื่อง Conversation ในทางวิชาการมีความหมาย คล้าย ๆ ว่า "Insignificant" หรือ ไม่สำคัญนักแต่จริง ๆแล้วมีสาระมาก จึงอยากให้ Session นี้มี Deep Drive คือ ลงลึก และใช้กรณีศึกษาของคณะฯ ใน หลาย ๆ ชนิดของงาน ชนิดของกลุ่ม บุคลากรที่หลากหลาย และชนิดของการสนทนา – ยกตัวอย่างให้ชัด ๆ เช่น การสร้างบรรยากาศอย่างไรที่ไปสู่ความสำเร็จ
ตัวอย่างของผม ผมจะเจรจาเรื่องใหญ่ ๆ สำคัญ บางครั้งจะเน้นการสร้างบรรยากาศ เช่น ทานข้าวกลางวันหรือเย็น สร้างบรรยากาศให้ Relax อย่า formal มากไป จึงเป็นที่มาของแนวคิด Morning Coffee
แม้ว่าวันนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จนักใน รุ่น 2 แต่ก็นับว่าดีกว่ารุ่น 1 เพราะมีการสนทนาใน Morning Coffee มากกว่ารุ่น 1 แต่ก็ยังไม่สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะหลายท่านยังมองการเรียนเป็น Formal เน้นการเรียนในห้องเรียน จึงต้องปรับ Mindset อย่างต่อเนื่อง และต่อเนื่องคล้าย ๆ Concept ของ ไคเซน
หวังว่าช่วงเวลาที่ไปดูงานที่ภาคเหนือร่วมกันคงจะมี Crucial Conversations ระหว่างกันมากขึ้น และบางครั้งบรรยากาศสบาย ๆ อาจจะนำไปสู่มูลค่าเพิ่มอย่างคาดไม่ถึง
คุณพิชญ์ภูรี: วิจารณ์ถึงปูตินเอาผ้าคลุมไหล่ให้ภรรยาสิจิ้นผิง
-ดูวีดีโอ Crucial conversation-
Workshop
กลุ่ม 1
1)ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็นปัญหาของการสนทนาที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
2)ยกตัวอย่างกรณีศึกษาการสนทนาที่ประสบความสำเร็จ (คือ เกิดโอกาสหรือได้ประโยชน์จาการสนทนา) ที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
1. พยายามให้เกิดการีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
2. ใช้การขอความคิดเห็นจากผู้บังคับบัญชา
3)สรุป 3 ประเด็นหลัก ๆ ที่กลุ่มคิดว่าได้เรียนรู้จากหนังสือ Crucial Conversations และจะนำมาปรับใช้กับคณะแพทย์ฯ ของเรา
ทักษะการพูดให้ผู้ฟังสบายใจ
4) การฝึกทักษะในคณะแพทย์ฯ เรื่องการสนทนาที่มีประสิทธิภาพในคณะแพทย์ฯ ควรจะเน้นจุดใดบ้าง และจะทำอย่างไรให้สำเร็จ และเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ของคณะตามทฤษฎี8K's+5K's อย่างไร
- ให้ผู้บังคับบัญชาเปิดใจรับฟังความคิดเห็น ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาควรมีข้อมูลเพียงพอในการนำเสนอ
กลุ่ม 2
1) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็นปัญหาของการสนทนาที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
ค่าตอบแทน เหตุผล คือ การมองต่างมุม
การขอบุคลากรเพิ่มเติม เหตุผล คือ ข้อมูลในการพูดคุย
2) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาการสนทนาที่ประสบความสำเร็จ (คือ เกิดโอกาสหรือได้ประโยชน์จาการสนทนา) ที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
- จิบน้ำชา
- ช่วงรับประทานอาหาร
3) สรุป 3 ประเด็นหลัก ๆ ที่กลุ่มคิดว่าได้เรียนรู้จากหนังสือ Crucial Conversations และจะนำมาปรับใช้กับคณะแพทย์ฯ ของเรา
- ฟัง
- เปิดใจ ก้าวข้ามความกลัว
- พูดด้วยความจริงใจ ใช้ความปรารถนาดี
4) การฝึกทักษะในคณะแพทย์ฯ เรื่องการสนทนาที่มีประสิทธิภาพในคณะแพทย์ฯ ควรจะเน้นจุดใดบ้าง และจะทำอย่างไรให้สำเร็จ และเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ของคณะตามทฤษฎี8K's+5K's อย่างไร
- คุณธรรม จริยธรรม
- การสื่อสาร มีสัมมาคารวะ มีความจริง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
กลุ่ม 3
1) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็นปัญหาของการสนทนาที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
- ไม่ได้มีการสนทนากันก่อน
- ไม่มีระบบตรวจสอบการดำเนินการบางเรื่องที่ชัดเจนคือการสมัครเป็นสมาชิกชมรม
2) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาการสนทนาที่ประสบความสำเร็จ (คือ เกิดโอกาสหรือได้ประโยชน์จาการสนทนา) ที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
2.1 ค่าตอบแทน
- มีกาวิเคราะห์ภาระงาน
- มีการสื่อสารชี้แจงที่ดี
2.2 โครงการพัฒนาผู้นำ
- มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
- ให้ความสำคัญกับทุนมนุษย์
3) สรุป 3 ประเด็นหลัก ๆ ที่กลุ่มคิดว่าได้เรียนรู้จากหนังสือ Crucial Conversations และจะนำมาปรับใช้กับคณะแพทย์ฯ ของเรา
- ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรแสดงความคิดเห็น
- กระตุ้นการสนทนา
4) การฝึกทักษะในคณะแพทย์ฯ เรื่องการสนทนาที่มีประสิทธิภาพในคณะแพทย์ฯ ควรจะเน้นจุดใดบ้าง และจะทำอย่างไรให้สำเร็จ และเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ของคณะตามทฤษฎี8K's+5K's อย่างไร
- ฝึกทักษะในการสนทนาให้มีกาลเทศะ เชื่อมสู่ 8K's
- สุนทรียสนทนา
กลุ่ม 4
1) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็นปัญหาของการสนทนาที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
- เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น แต่ไม่รับความคิดเห็น
- การสื่อสารมองกันคนละมุม ไม่ใช่บริบทระดับปฏิบัติงาน
2) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาการสนทนาที่ประสบความสำเร็จ (คือ เกิดโอกาสหรือได้ประโยชน์จาการสนทนา) ที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
- การหารือร่วมกันเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
- การต่อยอดความคิดจากมุมที่แตกต่าง
3) สรุป 3 ประเด็นหลัก ๆ ที่กลุ่มคิดว่าได้เรียนรู้จากหนังสือ Crucial Conversations และจะนำมาปรับใช้กับคณะแพทย์ฯ ของเรา
- ความรู้สึกปลอดภัยของคู่สนทนา
- เอาชนะความกลัวและกล้าท่จะพูด
- จริงใจ เอาความจริงมาพูด
4) การฝึกทักษะในคณะแพทย์ฯ เรื่องการสนทนาที่มีประสิทธิภาพในคณะแพทย์ฯ ควรจะเน้นจุดใดบ้าง และจะทำอย่างไรให้สำเร็จ และเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ของคณะตามทฤษฎี8K's+5K's อย่างไร
- ควรเน้นการพูดคุยแบบ informal ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
- ความยั่งยืน
- สร้างบรรยากาศการพูดคุยให้เป็นกันเอง
กลุ่ม 5
1) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็นปัญหาของการสนทนาที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
ปัญหา คือ ผู้นำเป็นปัญหาที่สำคัญ คือไม่รับฟัง ไม่มีความเท่าเทียม ไม่ผ่อนคลาย บรรยากาศไม่ผ่อนคลายทำให้เป็นปัญหาในการสนทนา
2) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาการสนทนาที่ประสบความสำเร็จ (คือ เกิดโอกาสหรือได้ประโยชน์จาการสนทนา) ที่คณะแพทย์ฯ 2 เรื่อง เหตุผล คือ อะไร?
- การสนทนาประสานระหว่างหน่วยงาน เนื่องจากมีสัมพันธภาพรัดับเดียวกัน กล้าแสดงความคิดเห็น
- การสนทนาภายในหน่วยงาน บรรยากาศดี ฉันท์พี่น้อง การยอมรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน
- ขึ้นอยู่กับผู้นำการประชุมอย่างมีเป้าหมาย
3) สรุป 3 ประเด็นหลัก ๆ ที่กลุ่มคิดว่าได้เรียนรู้จากหนังสือ Crucial Conversations และจะนำมาปรับใช้กับคณะแพทย์ฯ ของเรา
- ฟังอย่างลึกซึ้ง ฟังให้ได้ยิน
- ผ่อนคลาย
- ทุกคนที่อยู่ในการประชุมต้องเท่าเทียมกัน
อ.จีระ: การสนทนาที่ดี คือ ให้ทุกคนมีส่วนร่วม การสนทนาต้องฝึกมากๆ ลองถามตัวเองว่าความกลัว หากคิดว่าได้ กับ เสีย แล้วหากได้มากกว่าเสียจะกลัวอะไร
การวางแผนประชุมสำคัญมาก เรื่องความระมัดระวังคำพูดสำคัญที่สุด การฝึกการพูดหากจะคอมเม้น ต้องพูดในลักษณะที่เสริมประเด็น
สรุปว่าวิชานี้ได้อะไร
อ.จีระ: หากมี Crucial conversation ทำให้ปัญหาความขัดแย้งลดลง หาก Google ไม่มีบรรยากาศในการทำงาน ก็จะไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ
วันที่ 12 จากการนำเสนอ Go ให้แนวคิดการนำมาปรับใช้อย่างมาก รู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ จะลองนำมาปฏิบัติในหน่วยงาน
การได้แลกเปลี่ยนกับ ท่านวิชา มหาคุณ รู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้เจอท่าน ได้พูดคุยด้วย เป็นต้นแบบที่สุดอย่างหาไม่ได้ ขอบคุณ อ. จีระที่ทำให้มีวันนี้
ส่วนวันนี้ที่ 13 พ.ย. ได้มุมมองของปราญช์ชาวบ้าน คุณพงศาที่ให้มุมมองแบบสุดโต่ง กระตุ้นต่อมคิดได้ดีที่เดียวค่ะ.
crucial conversation ในวันนี้ ตอกย้ำแนวทาง conversationที่ได้ศึกษาจาก Go how google works ได้รู้ แต่จะได้จริงๆคือนำไปปฏิบัติ ผลลัพท์ต้องมาจากประสบการณ์ เรียนรู้จากนั้น ปรับปรุงแก้ไขและเรียนรู้ต่อเนื่อง
สรุปบทเรียน 12และ 13 พย57
Google เป็นองค์กรที่น่าสนใจมาก ให้ความสำคัญกับคนที่สุด ตั้งแต่การคัดเลือกคนเข้ามาร่วมงาน ทำให้มีผลงานที่เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจมากมาย
1. ผู้นำคือใครก็ได้ที่สร้างศรัทธาให้แก่ผู้ร่วมงาน
2. สังคมยุคต่อไป จะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
3. Conversation เป็นการสื่อสารที่สำคัญและมีคุณค่า ซึ่งต้องทำซ้ำๆ กันหลายๆครั้ง
4. จริยธรรม พัฒนาสูงกว่าคุณธรรม
5. Learn Share Care
6. Crucial conversation เป็นสิ่งที่ควรนำมาปรับใช้ในการทำงาน และต้องเน้นแบบ non verbal ด้วย
ปราชญ์ ทั้งสองท่าน ให้ประสบการณ์และมุมมอง ที่คาดไม่ถึง
เปาะจิ... ไม่ได้ไปสู้กับฝ่ายผู้ปกครอง(รัฐ) แต่ใช้ทักษะการขอร้อง ขอความช่วยเหลือ
อาศัยความมุ่งมั่นและ พลังประชาคม
คุณพงศา ... ความสุขสาธารณะ
เชื่อมโยงกับ กรอบความคิดเรื่องธรรมชาติ ได้อย่างงดงาม
วาจาคมคาย ฉะฉาน แต่สรรสาระ
ปราชญ์ชาวบ้านได้สะท้อนมุมมองแหล่งชุนชนของตัวเองเพื่อให้ความเป็นอยู่และการปกครองคนเดินไปได้อย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยมีแนวคิดที่ปฏิบัติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ปราชญ์ชาวบ้านจะใช้แนวคิดเพื่อคนในชุมชนให้มีความสุขเป็นความยั่งยืนเรียนรู้ตามหลักธรรมชาติและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
ปราชญ์ชาวบ้านมีวิธีการงานเข้าใจทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางสังคม ทุนจริยธรรม โดยศึกษา ใช้ความร่วมมือจากกาตระหนักในปัญหาร่วมกัน และก้าวเดินพร้อมกัน ลงแรง ลงสมอง ลงทุนเท่าที่มีเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ฝ่าวิกฤต ไปพร้อมกัน โดยสอดคล้องบูรณาการทุกภาคส่วน ทุกภาคีเครือข่าย
นอกจากนี้การเข้าใจธรรม ในธรรมชาติเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าใจปัญหา วาวแผนเพื่อแก้ปัญหาโดยการแก้ญหานั้นจะเกิดความสมดุล ไม่ส่งผลเสียและไม่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆๆๆในสังคม และในโลก