บันทึกนี้ คล้ายๆ กับเป็นบทนำของหนังสือ "เปิดปากศิษย์ ปิดปากครู" ที่บีแมนจะเขียนขึ้นมาใหม่ โดยถอดบทเรียนมาจากประสบการณ์การเรียนการสอนของ ๓ วิชา ประกอบด้วยวิชา 258435 Apiculture หรือ การเลี้ยงผึ้ง, 001126 Living management หรือการจัดการการดำเนินชีวิต และ 258201 Principle of taxonomy หรือหลักอนุกรมวิธาน
จากวลีที่ว่า Teach less, Learn more นั้น ที่แปลเป็นไทยได้อย่างสะใจว่า " เปิดปากศิษย์ ปิดปากครู" ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคำแปลของท่าน ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ซึ่งน่าจะแปลก่อนวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ดังหลักฐานการประชุมสัมนาของครุสภา
Teach less, Learn more นั้น beeman ตีความว่าตัวเองเริ่มใช้การเรียนการสอนแบบนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ และ พัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงปี ๒๕๕๗ และจะพัฒนากันต่อไป โดยมีนิสิตที่น่ารักทุกคนเป็นผู้ให้ความร่วมมือ..
นิสิตทุกคนที่ผ่านการเรียนการสอนแบบนี้ จากผู้สอนที่ออกแบบกระบวนการได้ดี ก็จะมีความ Smart (มีความสามารถหลายด้าน) เพราะมีทักษะที่ถูกฝึกมาหลายๆ ด้านนั่นเอง..
ผมได้ศัพท์ใหม่ๆ จากการเรียนการสอนแบบนี้ เช่น
- วิชาการเพื่อวิชาการ กับ วิชาการเพื่อชีวิต
- การจัดการศึกษาแบบที่เคยเป็นมา ทำให้ "ผู้เรียนเป็นผู้พิการทางความคิด"
และมีหลายคำที่นิสิต เขียนมาเล่าสู่กันฟัง เช่น
- การเรียนที่มีความสุข และสามารถนำเรื่องราวที่ได้จากการเรียนไปเล่าให้ครอบครัวฟังบนโต๊ะอาหาร..
สำหรับแรงบันดาลใจที่อยากจะเขียนหนังสือเล่มนี้ มาจากมีหลายประการ แต่ที่สำคัญน่าจะมาจาก จดหมาย Forward mail ที่ส่งต่อๆ กันมา จนถึง อาจารย์ปรานี นางงาม ผู้ร่วมสอนรายวิชา หลักอนุกรมวิธาน
จดหมายฉบับนี้ส่งมาให้เมื่อ ๖ ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตกผลึกทางความคิด เป็นเรื่องราวกับ ผีเสื้อตัวหนึ่งซึ่งถูกคนช่วยแล้วกลายเป็นผีเสื้อพิการ ทำให้ผมย้อนระลึกถึงเรื่องราวในอดีต ๒ เรื่องด้วยกัน
- คุณแม่ผม มีลูก ๑๑ คน แต่ละคนถูกเลี้ยงให้เหมือนผีเสื้อที่ต้องช่วยตัวเองเมื่อจะออกจากดักแด้ ชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จในชีวิต (อุปสรรค คือ การศึกษา) แต่พอพี่ๆ ของผมมีลูกเป็นของตัวเอง ก็เลีัยงดูลูกๆ เป็นอย่างดี ช่วยเหลือลูกในหลายๆ เรื่อง ไม่ปล่อยให้ลูกประสบความยากลำบากและแก้ปัญหาเองบ้าง ลูกๆ เลยยังช่วยตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ในวัยที่บรรลุนิติภาวะแล้ว คือ เป็นคนที่ "ขาดภูมิต้านทาน" ในบางเรื่อง
- มีความรู้สึกว่า ระบบการศึกษา รวมทั้งผู้สอนที่ผ่านมา เป็นระบบการสอนที่ป้อนผู้เรียนมากเกินไป ไม่ค่อยได้ฝึกให้ลูกศิษย์ได้คิดเสียเท่าไร (รวมทั้งพวกโรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนสอนทำการบ้านด้วย) จนพวกลูกศิษย์ทั้งหลายนั้นกลายเป็น
"ผู้พิการทางความคิด" คือเป็นคนที่คิดไม่ค่อยจะเป็นนั่นเอง..