ออกกำลังกายอย่างไร ให้ปลอดภัยกับสุนัขขาสั้น

1.สุนัขขาสั้นเสี่ยงเป็นโรคกระดูกสันหลัง

ในน้องหมาสายพันธุ์ขาสั้นและมีลักษณะลำตัวยาว อย่างน้องหมาพันธุ์คอร์กี้ , ดัชชุน , บาสเซ็ต ฮาวด์ รวมถึงน้องหมาในกลุ่มเทอร์เรีย ฯ เป็นน้องหมากลุ่มที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเกี่ยวกับข้อต่อ กระดูกสันหลัง ซึ่งอาจทำให้น้องหมากลายเป็นอัมพาตได้สูงกว่าน้องหมาสายพันธุ์ทั่วไปที่มีรูปร่างสมส่วน เนื่องจากโดยปกติน้องหมาสายพันธุ์ขาสั้นเหล่านี้ จะมีท่อนขาที่สั้นทั้งท่อนบนและล่าง ขามีลักษณะโก่งออกเล็กน้อยตามธรรมชาติ ทำให้ข้อกระดูกข้อต่าง ๆ ต้องรับน้ำหนักของส่วนหลังและลำตัวที่ยาวกว่าปกติ ซึ่งการมีหลังที่ยาวกว่าปกติจะมีโอกาสเสี่ยงทำให้ได้รับบาดเจ็บที่กระดูก เกิดการงอระหว่างกระดูกสันหลังได้ง่ายเมื่อได้รับการกระแทกแรง ๆ

และโดยเฉพาะกับน้องหมามีปัญหาเรื่องน้ำหนักส่วนเกิน ก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาความผิดปกติเกิดขึ้นที่ข้อขา และกระดูกสันหลังได้เร็วมากขึ้น เพราะข้อต่อต่าง ๆ ของน้องหมาต้องแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความผิดปกติต่าง ๆ เช่น ท่อนขาหน้าโก่ง ขางอผิดปกติ ข้อศอกเคลื่อนผิดตำแหน่ง เกิดการงอระหว่างกระดูกสันหลัง โดยมักจะแสดงอาการเมื่อน้องหมาอายุที่เพิ่มมากขึ้น ผู้เลี้ยงจึงต้องระมัดระวังและคอยดูแลน้องหมาสายพันธุ์ขาสั้นมีน้ำหนักตัวที่สมส่วนอยู่เสมอ

สำหรับการดูแลให้น้องหมาสายพันธุ์ขาสั้น ผู้เลี้ยงจำเป็นจะต้องใส่ใจดูแลทั้งในเรื่องอาหารการกิน โดยเลือกให้อาหารที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการให้กินอาหารประเภทที่มีไขมันสูง และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การพาน้องหมาออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างสม่ำเสมอและป้องกันไม่ให้น้องหมาเกิดภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน โดยการออกกำลังกายสำหรับน้องหมาขาสั้นนั้น ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องระมัดระวังและเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับน้องหมา ซึ่งควรเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ ที่เสี่ยงต่อการเกิดการกระทบกระแทกน้อยที่สุด

2.ว่ายน้ำเสริมกล้ามเนื้อ

สำหรับน้องหมาสายพันธุ์ขาสั้นที่เสี่ยงต่อการเกิดการกระทบกระแทกได้ง่ายกว่าสุนัขสายพันธุ์ทั่วไปที่มีรูปร่างสมส่วน การว่ายน้ำ ถือเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดปัญหาเรื่องน้ำหนักส่วนเกิน และเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับน้องหมาที่มีข้อจำกัดในด้านการออกกำลังกาย เพราะการว่ายน้ำจะช่วยลดอันตรายจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้นของน้ำหนักตัวน้องหมา โดยน้ำจะช่วยพยุงไม่ให้กล้ามเนื้อของน้องหมาได้รับแรงกระแทกมากเกินไป และยังช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรงช่วยในการรองรับน้ำหนักทำให้การเคลื่อนไหวของน้องหมามั่นคงยิ่งขึ้น โดยผู้เลี้ยงควรพาน้องหมาออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ วันเว้นวัน ครั้งล่ะ 20-30 นาที ก็เพียงพอสำหรับน้องหมาแล้ว

แนะนำว่า หากผู้เลี้ยงจะพาน้องหมาไปออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำก็ควรเลือกสระว่ายน้ำที่ปลอดภัยกับน้องหมา โดยควรเลือก สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ (Salt Water) ซึ่งมีระบบบำบัดน้ำที่ทำงานโดยการใช้น้ำเกลือธรรมชาติมาทำการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ทำให้น้ำในสระไม่มีกลิ่นฉุนของคลอรีน ไม่ทำให้ผิวของน้องหมาแห้งหรือคัน และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหนังน้องหมา ทำให้ผู้เลี้ยงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อผิวหนังและเส้นขนของน้องหมาอย่างแน่นอน

หรือถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย แนะนำว่า ให้เพื่อน ๆ ซื้อสระยางแบบเป่าลมสำหรับเด็กมาให้น้องหมาหัดว่ายน้ำก็ได้ รวมถึงอย่าลืมเช็คอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมกับน้องหมาก่อนปล่อยน้องหมาลงว่ายน้ำด้วยนะคะ โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ที่ ประมาณ 30 - 32 องศาเซลเซียส

3.เดิน วิ่งเหยาะ ๆ สลายไขมัน

สำหรับน้องหมาที่มีลักษณะขาสั้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดการกระทบกระแทกได้ง่าย และมีข้อจำกัดในการออกกำลังกาย ผู้เลี้ยงก็อาจจะเลือกวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของน้องหมา เช่น การออกกำลังกายโดยการเดินออกกำลังกายบนลู่วิ่ง พาน้องหมาไปเดินเล่น หรือวิ่งเหยาะ ๆ ในสวนสาธารณะ บนพื้นหญ้า ประมาณ 15-20 นาที เป็นประจำทุกวัน ซึ่งการออกกำลังกายเบา ๆ แบบนี้จะช่วยให้ร่างกายของน้องหมาได้เผาผลาญพลังงาน ช่วยลดการเกิดความเครียด และช่วยลดปัญหาน้ำหนักส่วนเกินที่มักเกิดในน้องหมาขาสั้นได้อีกด้วย

ดังนั้น ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องแบ่งเวลาพาน้องหมาสายพันธุ์ขาสั้นไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการที่น้องหมาไม่ได้ออกกำลังกายเลยหรือได้ออกกำลังกายน้อย จะส่งผลทำให้กล้ามเนื้อลีบ เสี่ยงกับการเป็นโรคอ้วน และอาจส่งผลถึงสุขภาพจิตของน้องหมา อาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว และอาจมีปัญหาด้านอารมณ์อีกด้วย

นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ผู้เลี้ยงพาน้องหมาไปออกกำลังกายนอกสถานที่ก็อย่าลืมใส่สายจูงให้กับน้องหมาเพื่อความปลอดภัย และต้องคอยระวังไม่ให้น้องหมาเดิน วิ่งนานเกินไป เพราะกล้ามเนื้อของน้องหมาอาจเกิดการบาดเจ็บ หรือในน้องหมาที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อ เกิดการอักเสบอยู่ก่อนแล้วก็อาจมีอาการรุนแรงมากขึ้นได้ รวมถึงผู้เลี้ยงก็ควรเลือกช่วงเวลาในการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยไม่ควรพาน้องหมาไปออกกำลังกายในช่วงที่มีแดดจัด หรือพาน้องหมาไปวิ่งออกกำลังกายบนพื้นปูนซีเมนต์ที่มีไอร้อนเพราะอาจทำให้อุ้งเท้าและบริเวณช่วงอกของน้องหมาเกิดแผลพุพองจากความร้อนที่พื้นได้ และควรสังเกตหากน้องหมามีอาการเหนื่อยหอบ ก็ควรหยุดการออกกำลังกายในครั้งนั้นทันทีเพื่อป้องกันภาวะเป็นลมแดดหรือฮีทสโตรก ส่วนในน้องหมาที่มีประวัติเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ ผู้เลี้ยงก็ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมก่อนด้วย

4.กิจกรรมเสริมทักษะ พัฒนาสมอง

นอกจากที่ผู้เลี้ยงจะพาน้องหมาสายพันธ์ขาสั้นไปออกกำลังกายแล้ว การหากิจกรรมอื่น ๆ ทำร่วมกันกับน้องหมา เช่น เล่นโยนลูกบอล , เล่นซ่อนแอบสิ่งของ , การให้น้องหมาเล่นของเล่นต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้เลี้ยงกับน้องหมา และยังทำให้น้องหมาเกิดความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และที่สำคัญคือของยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ให้กับน้องหมา ช่วยให้น้องหมามีสุขภาพจิตใจที่ดีที่จะส่งผลให้น้องหมามีอายุยืนยาวอีกด้วย

สำหรับของเล่นของน้องหมาในปัจจุบัน ได้ถูกผลิตออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เลี้ยงที่ต้องการเสริมสร้างทักษะในด้านต่าง ๆ ให้กับน้องหมา เช่น ของเล่นที่เคลื่นไหวได้ ของเล่นที่ยืดหยุ่นได้ ของเล่นที่สามารถกินได้ ของเล่นเสริมทักษะพิเศษต่าง ๆ เช่น ลูกบอล จะช่วยฝึกให้น้องหมามีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของมากขึ้น ผู้เลี้ยงสามารถใช้คำสั่งต่าง ๆ เพื่อควบคุมให้น้องหมาเชื่อฟังเวลาทำกิจกรรม เช่น ฝึกให้รอ , ฝึกให้ไปเอาลูกบอลมา , ฝึกให้หยุดเมื่อต้องการจบกิจกรรม หรือของเล่นที่สามารถใส่ขนมไว้ด้านในเพื่อให้น้องหมาได้เรียนรู้ และคิดวิธีการแก้ไขปัญหาในการนำขนมออกมาจากของเล่นได้ ซึ่งของเล่นเหล่านี้จะช่วยให้กับน้องหมาได้ฝึกสมอง ฝึกความจำ ไหวพริบ ทำให้สมองน้องหมาทำหน้าที่ได้ดี

และเพื่อให้น้องหมาสายพันธุ์ขาสั้นของผู้เลี้ยงมีสุขภาพที่ดี มีอายุยืนยาว ผู้เลี้ยงก็ควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจเช็คสุขภาพร่างกายขั้นพื้นฐานและฉีดวัคซีนตามโปรแกรมสุขภาพเพื่อ ป้องกันโรคต่าง ๆ รวมถึงการถ่ายพยาธิในลำไส้ทุก 3-6 เดือน กันด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การดูแลสุนัข



ความเห็น (0)