ศิลปะกสิกรรมศึกษา Agro-Art Education

ศิลปะกสิกรรมศึกษา
ทักษะเชิงกระบวนการ การถอดบทเรียนเสริมศักยภาพแบบมีส่วนร่วม

เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ การวิจัย สื่อสารสร้างสังคม และทำงานความรู้ บนกระบวนการทางศิลปะ
เย็นวันศุกร์ที่ ๒๘ – หลังมื้อเที่ยงวันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
ณ บ้านสังคมศิลป์ บ้านห้วยส้ม อ.สันป่าตอง เชียงใหม่

การเกษตรกรรมและกสิกรรม กับการสร้างสรรค์ทางศิลปะ เป็นแนวการดำเนินชีวิตและทำการงานของผู้คนจำนวนหนึ่งทั้งในสังคมไทยและสังคมหลายแห่งทั่วโลก ทั้งในหมู่ชนชั้นกลาง ชนชั้นผู้นำ และคนทั่วไป ทั้งในเมืองและชนบท ที่นอกจากจะมุ่งสนองตอบต่อความจำเป็นและสร้างความสอดคล้องกลมกลืนกับสภาวการณ์แวดล้อมต่างๆ ที่ร่วมยุคสมัยของตนแล้ว ก็เป็นวิธีดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ ทำการงาน ที่มุ่งดำเนินไปบนมรรควิถีแห่งการศึกษาเรียนรู้ โดยมีการดำรงชีวิตเป็นองค์ประกอบของการอยู่กับความเป็นจริง ทำให้มีแบบแผนของการพัฒนาตนเองของมนุษย์และการบรรลุถึงกระบวนการแห่งปัญญา รวมทั้งการศึกษาอบรมและกล่อมเกลาชีวิตด้านใน ตลอดจนการมุ่งสร้างสรรค์สิ่งต่างๆทั้งเพื่อตนเองและเพื่อสังคม ในอีกแบบหนึ่ง ที่สร้างโอกาสและดำเนินความเจริญงอกงามสืบเนื่อง ข้ามขีดจำกัดและอุปสรรคปัญหาต่างๆได้อยู่เสมอ ซึ่งเป็นแบบแผนหนึ่งที่น่าสนใจ สามารถนำมาศึกษาและสร้างเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสาขาต่างๆ ให้สังคมมีกำลัง ในการริเริ่มและครอบคลุมความจำเป็นของพัฒนาตนเองได้ดียิ่งๆขึ้น

ศิลปะกสิกรรมศึกษา Agro-Art Education [1] เป็นแนวคิดเชิงบูรณาการเพื่อนำเอาพลังการเรียนรู้ของชีวิตและการดำเนินไปบนวิถีปฏิบัติแห่งปัญญาในลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น มาเข้าสู่วงจรของการได้มีมิติการศึกษา วิเคราะห์ใคร่ครวญ และสร้างเสริมกระบวนการวิจัยและพัฒนาตนเองเข้าไป โดยออกแบบกระบวนการและระเบียบวิธีทางการศึกษาบนวิถีปฏิบัติ ให้กับกลุ่มผู้คนที่ดำเนินชีวิตและทำการงานในแนวทางดังกล่าวนี้อยู่แล้วในแหล่งต่างๆของประเทศ มาใช้กระบวนการสุนทรียวิจัย [ 2] เพื่อทำการศึกษาใคร่ครวญตนเองพร้อมกับร่วมการสั่งสมภูมิปัญญาปฏิบัติและทำความลึกซึ้งแยบคายเพื่อสะท้อนสู่การสร้างงาน เพื่อสื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงการเรียนรู้กับสังคม ร่วมสร้างสุขภาวะสังคม สร้างคน และสร้างสรรค์ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงต่างๆให้แก่สังคม ด้วยกระบวนการทางศิลปะ

ตลอดจนได้มีวงจรทำการทบทวนความรู้ งานความคิดและงานเขียนที่มีความเชื่อมโยงอย่างกว้างขวางกับสากล ทำให้สามารถสังเคราะห์ความรู้และปัญญาปฏิบัติ พร้อมกับบันทึกกลับไปสู่วงจรการดำเนินชีวิตและทำงานการงาน สร้างเครือข่ายปัจเจก เครือข่ายกลุ่มสนใจ กลุ่มประชาคม และเครือข่ายชุมชนในโครงการทำงานตามประเด็นอันหลากหลาย ให้ทำงานความรู้และสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาต่างๆ บนจุดแข็งที่มีการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพทำการงานในแนวทางนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆดังพึงประสงค์ ต่อไป ............. 

.....................................................................................

หมายเหตุ : [1] และ [2] ใช้สื่อแนวคิดเชิงบูรณาการและผสมผสานสิ่งที่เกี่ยวข้องหลายมิติ ซึ่งแต่ละมิติต่างมีความสมบูรณ์จำเพาะตนและเบ็ดเสร็จอยู่ในตนเอง แต่เมื่อผสมผสานและบูรณาการกันแล้ว ก่อให้เกิดภาวะอย่างใหม่ขึ้น และใช้ชั่วคราวจำเพาะในโครงการนี้

ผู้สนใจอ่านรายละเอียดในเอกสาร เพื่อศึกษาและเข้าร่วมได้ครับ

Agro_Art_Education.docx

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุขภาวะชุมชน:Methodology&Field Experiences



ความเห็น (13)

เขียนเมื่อ 

งดงาม ไม่เคยเปลี่ยน ;)...

เขียนเมื่อ 

ชอบผลงาน ของท่านอาจาย์มากๆๆค่ะ  

เขียนเมื่อ 

สวยงาม...อ่อนโยน..สงบ

ชอบครับอาจารย์

เขียนเมื่อ 

ชอบใจการประยุกต์ศิลปะกับการเกษตร

ภาพวาดสวยมาก

ขอจดไว้ก่อนนะครับ

วันก่อนคุยกับคุณแผ่นดิน

เห็นแล้วน่าสนใจมากๆๆ

เขียนเมื่อ 

ลืมบอกอาจารย์ไปว่า

ขออนุญาตแจ้งและประชาสัมพันธ์เครือข่ายที่สนใจนะครับ

เขียนเมื่อ 

ชื่นชม
ชื่นชอบ
และศรัทธา ครับ

ผ่านไปทางนั้น แวะไปนั่งกินกาแฟคุยกัน นอนแกว่งขาเล่น ถ่ายรูป เขียนรูป นะครับ อ. Wasawat Deemarn

เพื่อแนะนำกระดาษ สี พู่กัน ใหม่ๆให้ เลยนำมาทดลองเขียนดูน่ะครับ Dr. Ple พอดีข้าวที่ปลูกกำลังแก่รอเกี่ยวพอดี สนุกดีครับ เหมือนออกไปเก็บความรื่นรมย์มาฝากและแบ่งปันกันจากไกลๆนะครับ

การเขียนสีน้ำกับทำงานศิลปะต่างๆนี่ ได้อารมณ์การทำสมาธิดีมากเลยละครับ พ.แจ่มจำรัส

หาก อ.ขจิต ขจิต ฝอยทอง และ อ.แผ่นดิน แผ่นดิน พอเจียดเวลาในชีวิตไปร่วมเวิร์คช็อปในแนวนี้ของเครือข่ายทางด้านนี้ได้บ้างละก็ ยิ่งม่วนและคนเข้าร่วมคงสนุก ได้อะไรกันมากมายละครับ ไปไหม

ชื่นชมวิถีชีวิตการงาน ความทุ่มเทมุ่งมั่น เป็นนักวิชาการปฏิบัติและคนทำงานทางการศึกษาลูกบ้านนอกของ อ.แผ่นดินมากเช่นกันครับ แผ่นดิน

ด้วยความเคารพและระลึกถึงอาจารย์ครับ

ส่งความงดงามมาเติมสุข จากธรรมชาติเนื่องในปีใหม่ ขอตั้งจิตอธิษฐาน ให้ผู้เป็นกัลยาณมิตร เป็นเครือญาติ เป็นครูแห่งชีวิต ผู้ตั้งมั่นในความดี เข้าถึงความเย็นใจ ทุกเมื่อทุกวัน