สวัสดีครับลูกศิษย์และชาวBlog ทุกท่าน
โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 1 จะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้หลักสูตรต่อเนื่องระยะยาว รวม 20 วัน ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงที่ 4 แล้ว ระหว่างวันที่13 -15 สิงหาคม 2557
ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
วันพุธที่ 13 สิงหาคม 2557 :
นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง The Leader’s Guide to Managing People
ช่วงบ่าย : หัวข้อ กรณีศึกษาที่น่าสนใจ 2 เรื่องเป็นแนวทางในการพัฒนาคณะแพทย์ฯ
ภายใต้แนวคิด “MED PSU 2020” ที่สามารถเชื่อมโยงกับงาน “Mini Research for Innovative Project ของแต่ละกลุ่ม”
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2557:
หัวข้อ MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care Intensive Workshop (3)
: เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทย์ศิริราช และกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทย์ มอ. ในอนาคต
วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2557
กิจกรรม CSR
โดย โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 1
ณ โรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา
นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง The Leader’s Guide to Managing People (Group Assignment 3)
13 สิงหาคม 2557
ศ.ดร.จีระ: ถ้าเรามีช่องว่าง ต้องถมให้เต็ม ช่องว่างช่วงนี้คือ ไม่มีการแลกเชอร์มากนักแต่เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เราต้องสร้างมูลค่าให้เพิ่มขึ้นด้วยการใช้แก่ที่มีอยู่แล้ว
หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างใหม่ เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ในช่วงแรกขอให้แต่ละกลุ่มนำเสนอ
ขอให้แต่ละกลุ่มสรุปว่าถ้ารวม 5 เรื่องที่นำเสนอทั้งหมด แล้วเราจะได้อะไร ขอให้มีการวิจารณ์เพิ่มขึ้น
กลุ่ม 1
บทที่ 1 เรื่องชื่อเสียง
บทที่ 2 อาชีพของคุณ
Life/Career milestones
เขียนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเราทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยแบ่งเป็นช่วง
- 0 - 18 ปี
-18 - 25 ปี
-25 - 40 ปี
-40 - 50 ปี
-50 - 65 ปี
65 ปี ขึ้นไป
5 คำถามหลักสำหรับเริ่มต้น
-Who am I?
-Where have I come from?
-What energises me?
-What am I good at?
-Where do I want to get to in my life?
ข้อมูลที่ต้องบันทึกใน Biography (ชีวประวัติ) ประกอบด้วย
-Family information (ประวัติครอบครัว)
-Education and development (ประวัติการศึกษา)
-Career history and transitions (ประวัติการทำงาน)
การวางแผนเพื่อพัฒนา
อะไรช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมาย
ลักษณะของความยืดหยุ่น
เคล็ดลับสำหรับการประสบความสำเร็จ
รายบุคคล
ในฐานะผู้จัดการ
กลุ่ม 2
ทำไมต้องมีการ Coaching People need to learn continually :คนเราต้องมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพราะสิ่งรอบตัวเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเราจึงต้องมีการพัฒนาเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
To help people:ช่วยพัฒนาประสบการณ์รายบุคคลให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร
To give others responsibility and ownership:เพื่อการประเมินการทำงานและจ่ายค่าตอบแทนจากผลการดำเนินงาน
To develop your skills as a leader:เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถให้เป็นผู้นำทั่มีประสิทธิภาพ
To get people to think for themselves and develop initiative:เพื่อการทำงานเป็นทีมเพื่อให้องค์กรมีการพัฒนาไปข้างหน้าได้จะต้องมีการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้ก้าวไปด้วยกัน
Skill for effective coaching: ทักษะที่ทำให้การสอนงานมีประสิทธิภาพ
Good questions :การตั้งคำถามที่ดีซึ่งต้องเป็นคำถามปลายเปิด
Active listening :การฟังอย่างตั้งใจ
Observing :การเป็นคนช่างสังเกต
Reflecting back :การให้ข้อคิดเห็นย้อนกลับ
Testing understanding :การทดสอบความเข้าใจ
Summarising :การสรุปเรื่อง
Challenging :ความท้าทาย
Team Building ในคณะแพทยศาสตร์
พบโดยทั่วไปในคณะแพทย์ เช่น
-Patient Care Team (PCT) ทุกภาควิชา
-multidisciplinary (ทีมสหสาขาวิชาชีพ) เช่น OPD-ER– OR Committee , Palliative care team , คณะกรรมการการศึกษาก่อนและหลังปริญญา
- ทีมวิจัยต่าง ๆ
ทำไมทีมถึงผิดพลาด
ส่วนใหญ่ทีมที่เดินทางผิดไม่ประสบผลสำเร็จ มาจากพฤติกรรมที่ไม่ดี
Bad habits
-ชอบทำงานคนเดียว
-ไม่มีทักษะการแก้ไขจัดการกับความขัดแย้ง
-ขี้เกียจ
-ลงในรายละเอียดมากเกินไป
-ขาดความเห็นจากเสียงส่วนใหญ่
-ปิดไม่ยอมรับคนนอก คนใหม่ ทำเหมือนไม่ใช่พวกของตนไม่ยอมรับ
Tips for success
1.หาเป้าหมายร่วมกันกับสมาชิกทีม
2.บอกสิ่งที่ยอมรับได้และยอมรับไม่ได้
3.โฟกัสความสนใจของทีมมากกว่าของตัวเอง
4.Drive out fear ขจัดความกลัวของทีม แล้วจะได้ความซื่อสัตย์คืนมา
5.ให้ความมั่นใจกับทีมว่าทุกคนเป็นทีมเดียวกัน ไม่มีใครที่ถูกกันออกไป
6.เผชิญกับความขัดแย้งแทนที่จะหลีกเลี่ยง
7.เลือกวิธีการทำงานด้วยกัน ความเห็นโดยรวม
8.ดูพฤติกรรมกลุ่ม อาจมีบางคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ไม่พูด แต่พฤติกรรมเปลี่ยนไป
9.ให้ความสำคัญกับกับความแตกต่างและความหลากหลาย
10.อย่าทึกทักว่ากลุ่มคือทีมเสมอไป
11.อย่าประเมิน อารมณ์ ความรู้สึก ต่ำไปเพราะอาจสร้างปัญหาได้
12.อย่าเป็นคนเริ่มต้นพูดก่อนทุกครั้งให้โอกาสทุกคนก่อน และใช้ความสามารถของผุ้นำที่จะประสานความคิดเข้าด้วยกัน
13.อย่าเลือกความคิดแรกว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์เสมอไป ให้มองความแตกต่างด้วย
แรงจูงใจ
แรงจูงใจเป็นศิลปะของการทำให้คนอื่นทำงานที่เราต้องการ เพราะเขาต้องการทำเช่นนั้น ซึ่งเป็นคำกล่าวของ Dwight D. Eisenhower
แนวคิดหรือทฤษฎีการสร้างแรงจูงใจที่สำคัญ เช่น Abraham Maslow, Frederick Herzberg, Douglas Macgregor, clayton Alderfer และ John Hunt แนวคิดดังกล่าวเรานำมาประยุกต์ใช้ทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติงานที่สำคัญคือ
การสร้างสมดุลในชีวิตการงาน
มีความยึดหยุ่นในการทำงาน
การทำงานจริง
เน้นผู้ปฏิบัติงาน
เน้นวัตถุประสงค์ในการทำงาน
ในบทนี้ได้กล่าวถึงแรงงจูงใจใน 2 ประเด็นหลักสำคัญคือ แรงจูงใจส่วนบุคคล และแรงจูงใจในระดับองค์กร ซึ่งจะพูดถึงแรงงจูงใจและความยึดมั่นผูกมั่นของคนในการทำงานให้กับองค์กรหรือหน่วยงาน
Motivation ในคณะแพทยศาสตร์
เงินเดือนสูง เมื่อเทียบกับองค์กรที่คล้ายคลึงกัน หรือ รพ.เอกชนบางแห่ง
ความก้าวหน้า
ความท้าทายของงาน
ความมั่นคง + สวัสดิการ
การมีอำนาจในการตัดสินใจและอิสระ
โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ความจูงใจในการเป็นหัวหน้างานน้อย (เงินเดือนไม่ต่างกันกับผู้ใต้บังคับบัญชา)
กลุ่ม 3 The leader’s guide to managing people how to use soft skills to get hard results Part : Your business
บทที่ 12 : CHANGE
-สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
-สามารถช่วยเหลือให้บุคลากรรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงได้ และเข้าใจปฏิกิริยาตอบสนองของทุกคน
สาเหตุการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
Three steps process (William Bridges)
ขั้น Ending
เป็นระยะเตรียมการ ผู้นำควรช่วยเหลือและเข้าใจการแสดงออกของพนักงาน เพื่อให้ทุกคนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
Neutral Zone
เป็นช่วงที่ทุกคนพยายามคิดหาวิธี ดำเนินการควรให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่
ขั้น Beginning
นำควรจูงใจให้พนักงานเห็นพ้อง และทำหน้าที่ของแต่ละคนไปตามบทบาทที่ได้วางแผนร่วมกันไว้ จึงจะส่งผลให้ประสบความสำเร็จ
องค์ประกอบสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
การแสดงให้เห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและผลที่คาดว่าจะได้รับ
หากผู้นำสามารถแสดงให้เห็นถึงความจำเป็น เหตุผล อารมณ์ความรู้สึกของตนเองต่อการเปลี่ยนแปลง และผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ จะเกิดความร่วมมือจากบุคลากรมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงจะสัมฤทธิ์ผล
การสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างกระบวนการ
การสื่อสารทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการจะส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์ ผลลัพธ์ รวมทั้งการแสดงความยินดีในความสำเร็จที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลง
“บุคลากรในองค์มีการรับรู้มากขึ้น
จะส่งเสริมให้จำนวนบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น”
การมีส่วนร่วม
การให้บุคลากรทุกระดับเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงเป็นการส่งเสริมให้การเปลี่ยนแปลงประสบผลสำเร็จ
การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
การระบุวัตถุประสงค์ กำหนดระยะเวลา การจัดลำดับความสำคัญ การทบทวน และการประเมินผลในการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จะลดความไม่พอใจ ความรู้สึกไม่มั่นคง และก่อให้เกิดความมั่นใจในกระบวนการการเปลี่ยนแปลง
การพัฒนาและการฝึกอบรม ไม่ใช่เพียงแค่การจัดอบรมแต่ควรคำนึงถึง
การให้ความสำคัญกับบุคลากร
การเปิดโอกาสให้บุคลากรได้แสดงหรือเสนอความเห็น แนวคิดในการนำองค์กรและการเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ของการเปลี่ยนแปลงเป็นการสร้างเจตคติที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลง
การตัดสินใจ
การตัดสินใจที่เฉียบขาด ถูกต้อง แม่นยำเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่สามารถพัฒนาได้โดยการใช้วิธีการสื่อสาร การปรึกษาและการวางแผนที่ดี
การคำนึงถึงความเป็นมนุษย์
ผู้นำควรมีความเข้าใจและคำนึงถึงความเป็นปัจเจกของบุคลากร ให้เกียรติ ให้โอกาสในการนำเสนอแนวคิดที่สร้างสรรค์ นวัตกรรมเพื่อนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลง
การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
—เสมียนบางส่วนเห็นด้วย แต่บางส่วนต่อต้าน เพราะรู้สึกว่าเป็นการเพิ่มภาระงาน
—พยาบาลไม่มั่นใจว่าจะเกิดผลกระทบต่อการบริการผู้ป่วย เช่น อาจได้รับยาช้า
ผลลัพธ์การจัดการการเปลี่ยนแปลง
ภายหลังการนำแนวทางไปปฏิบัติได้ระยะหนึ่ง ทุกคนยอมรับว่าเป็นวิธีการที่มีประโยชน์ และมีการนำไปปรับใช้ในหน่วยงานอื่น
บางหน่วยงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร
บางหน่วยงานทำได้เพียงระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกมากระทบต่อระบบที่วางไว้ ส่งผลให้ดำเนินการไม่ต่อเนื่อง ต้องกลับไปใช้ระบบเดิม
กลุ่ม 4 เน้นคำว่า Managing
ผู้นำจะต่างจาก manager
ผู้นำในบทนี้ คือ Candhi คนที่ไม่มีตำแหน่งอะไรสามารถขับเคลื่อนคนเป็นจำนวนมากๆได้เช่นกัน
คนที่เป็นผู้นำในองค์กรมักจะมีสิ่งเหล่านี้
Positive Leadership Behavior เป็นแนวคิดที่ได้ยินมานานแล้ว เน้นที่พฤติกรรม 3 อย่าง
1. Be appreciative ความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ
2. Respond constructively มีการตอบสนองอย่างสร้างสรรค์ เช่น
3. Be solution-focused ต้องบริหารจุดอ่อนให้เหลือน้อย และต้องเสริมจุดแข็ง
ถ้าอยากคิดเชิงบวก ต้องปรับความเข้าใจ และต้องมีความรัก ความชอบ
ความคิดเชิงบวก เปรียบเสมือนแสงเทียน เมือมีความรัก และความเข้าใจก็เปลี่ยนเป็นพฤติกรรมเชิงบวกได้
อ.จีระ: กลุ่มนี้นำเสนอดีมาก ทำให้เห็นศักยภาพของคนในห้องนี้ เป็นการเรียนร่วมกัน powerpoint การนำเสนอก็ทำได้ดี
ขอสรุปว่า Tangible/ Intangible และ Visible / Invisible เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจศักยภาพของคน
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มหนึ่งที่ประทับใจ
กลุ่ม 5
Jack Welch กล่าวว่า “ก่อนเป็นผู้นำ ความสำเร็จคือการสร้างตนเองเมื่อเป็นผู้นำ ความสำเร็จคือการสร้างผู้อื่น”
CEO ของ Tesco คือ Philip Clarke
ได้ประกาศว่าเขาจะนำหัวใจและวิญญาณกลับมาสู่ Tesco โดยสร้างความเป็นมิตรให้แก่กัน
บทที่13 Derailment
ความหมาย ตกราง การหยุดชะงัก ล้มเหลวเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเอง สามารถป้องกันได้ ซึ่งมีสัญญาณและสิ่งบอกเหตุของปัญหา
ลักษณะของผู้ประสบความสำเร็จ
ด้านมืดของจุดแข็ง
จุดแข็ง และลักษณะที่ได้กล่าวมาข้างต้น ถ้ามีมากเกินไปก็ทำให้เป็นจุดบอดได้
การป้องกันการเกิดการตกราง (หยุดชะงัก ล้มเหลว)
การตกรางขององค์กร
เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ
พฤติกรรมของการตกราง หยุดชะงัก ล้มเหลว
อ.จีระ: หากใครล้มเหลวแล้วกลับมาได้ก็เป็นสิ่งที่ต้องรีบทำ คนรุ่นใหม่ในองค์กรต้องได้รับการสอนว่าจะต้องทำอะไรในช่วงอายุ 40-60 ปี
ทุนแห่งความยั่งยืนเป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการ คนไทยล้มเหลวมาก สร้างความเสียหายให้กับ Human capital
คุณพิชญ์ภูรี: เรามา learn share และ Care กัน เชื่อว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ฝรั่ง ขอเสนอเรื่องทฤษฎี 3 วงกลม
1. Context องค์กรที่อยู่คล่องตัว มีเทคโนโลยี
2. Competencies การปลูก มีคนที่สามารถคิด วิเคราะห์ นวัตกรรม ผู้นำ
3. Motivation การเก็บเกี่ยว มีแรงจูงใจให้คนอยากทำงานอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ
สิ่งที่ต้องแก้ปัญหา ด้วย T theory
Horizontal เส้นขอบฟ้า
Vertical แนวลึก
อ.จีระ: คนในห้องนี้เป็น Vertical แต่ต้องคำนึงเรื่องเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมด้วย
ขออาสาสมัคร 1 ท่าน ที่พูดสรุปหัวข้อตอนเช้ามาเป็น1 เรื่อง
“สิ่งที่นั่งฟังอยู่ คือ ศาสตร์ของผู้นำ ต้องผสมผสานหลายสิ่ง ซึ่งเป็นนามธรรม ต้องมีทักษะจัดการเรื่อง Change สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องลองทำ และดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและเอามาปรับเปลี่ยนกับเราคืออะไร สำคัญที่สุดในการเรียนในวันนี้”
อ.จีระ: ต้องมีการเอาชนะอุปสรรค และเรียนรู้จากความล้มเหลว หลักสูตรนี้ก็จะประสบความสำเร็จ
Group Presentation:
Assignment 3: ศึกษากรณีศึกษาที่น่าสนใจ 2 เรื่องเป็นแนวทางในการพัฒนาคณะแพทย์ฯ
ภายใต้แนวคิด “MED PSU 2020” ที่สามารถเชื่อมโยงกับงาน “Mini Research for Innovative Project ของแต่ละกลุ่ม”
1) กรณีศึกษาจากงานภายในองค์กรใหญ่ (มอ.)
2) กรณีศึกษาจากภายนอกองค์กร หรือ ตปท.
วิทยากร ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล: การนำไปสรุปและนำไปใช้เลย มีหลายขั้นตอน ต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเกิดการวิพากษ์
ศ.ดร.จีระ: ห้องนี้มีศักยภาพอยู่แล้ว มีความเก่ง แต่ยังไม่ได้ดูคนอื่น ผมอยากให้การตั้งโจทย์เป็นสิ่งที่น่าสนใจ อย่าเพิ่งไปคำนึงว่าทำได้หรือไม่ เรื่องVertical ก็ควรขยายเป็น Horizontal พื้นฐานต้องต่อยอด แต่อย่าไป deepening ในเรื่องพื้นฐาน แต่คนไทยส่วนมากยังไม่แม่น ต่างจากคนในห้องนี้
อ.กิตติ: เวลาจะทำโครงการต้องคำนึงว่า
- Knowleadge จะเอาไป practice อย่างไร และต่อไปจะเอาไป implement
-Learning และ development
- sustainability
คุณพิชญ์ภูรี: ขอเล่าเรื่องกรณีศึกษาสั้น ๆจากการไปบรรยายที่สถานบันพัฒนาบุคลกรท้องถิ่น ว่าลองมองสถานศึกษาท้องถิ่นอีก 20 ปี ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
เขาตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้า
คุณรุ่งทิพย์: ขอขยายต่อเป็นอีก 20 ปีข้างหน้า ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ mini research
อ.จีระ: ที่ใช้คำว่า mini research เพราะเวลามันน้อย แต่ควรทำจริงจัง
อ.พิชญ์ภูรี: Mini หมายถึง การลดขั้นตอน แต่ไม่ได้หมายถึงการลด vision
คุณสุทธิพงษ์:พวกเรายังมองภาพไม่ชัด เกินครึ่งเห็นอยู่แล้วว่า outcome ที่ออกมาเป็นอย่างไร แค่ทำวิจัยเพื่อพิสูจน์ว่ามันจริงเท่านั้น แต่ครั้งนี้คิดเยอะมาก แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรเลย
อ.จีระ: เราต้องมาพบกันครึ่งทาง มา Learn share care กัน การวิจัยถ้ายังไม่รู้ก็ต้องหาความรู้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องตั้งสมมติฐานขึ้นมา
คุณธีรพล:ปี 2014 เมื่อมองย้อน 2008 ส่วนตัวมองโลกในแง่โลก มองว่า 2008 2014 ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากมาย 6 ปีผ่านไปไม่เห็นอะไรต่างชัดเจน แต่สิ่งที่จะเปลี่ยน 2020 คือการเปลี่ยนแปลงว่า mini research อาจอยู่ในรอบเดิม อาจารย์ควรต้องช่วยพวกเรา เพื่อให้พวกเรามองเห็นความแตกต่าง
ศ.ดร.จีระ: ต้องมีการวางแผนพัฒนา talent อย่างเป็นรูปธรรม ควรทำวิจัยให้ talent ประสบความสำเร็จ บุคคลที่ทำเรื่องนี้สำเร็จคือ คุณ ชาติชาย ณ เชียงใหม่
นอกจากนั้นต้องเน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การทำงานเป็นทีม คนที่ไม่ได้เป็น talent อาจจะเก่งก็ได้
คุณธนพันธ์:เรื่องการวิจัยหาตัวตนของเราไม่เจอ โจทย์งานวิจัยยังมองที่ตัวเรา จึงมีแรงบันดาลใจน้อยที่จะทำ รพ. มอ.ต้องก้าวเป็นระบบสาธารณสุข รพ. มอ.ยังมีระบบที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ขอให้มองว่าถ้าเรามองตัวเองอยู่ในระบบ 12 และระบบภาคใต้ ควรมาทำวิจัยเรื่องระบบของพวกเราถึงจะดี การเข้าสู่ AEC อาจจะไปได้ไม่ไกลถ้ายังติดเรื่องเหล่านี้ อยากให้พวกเราเป็นพวงบริการที่ดี ซึ่งจะทำให้แรงบันดาลใจของเรามากขึ้น
คุณพิชญ์ภูรี:กลัวว่าเรื่องที่จะทำจะแคบลง เพราะทำเฉพาะในกลุ่มเท่านั้น
อาจารย์จีระเดช:เห็นคำว่า Art กับ science ทุกท่านมีความรู้ และอีกฝั่งมีความรอบ ควรเลือกความเหมาะสมและเลือกทีมอย่างลงตัว
กลุ่ม 1Private or premium hospitalประสิทธิภาพการบริหารจัดการบริการในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ความสำคัญของปัญหา
จากการผลการสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการ 3 ปี (2554-2556)
หัวข้อที่ผู้ใช้บริการไม่พึงพอใจมากที่สุดคือ ความแออัดการตรวจของผู้ป่วยนอก
การไม่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลของผู้ป่วยใน
ผู้บริหารและทีมได้พยายามแก้ปัญหาเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง เช่น
ระบบนัดในการตรวจผู้ป่วย คลินิกนอกเวลา ผ่าตัดนอกเวลา
ทางกลุ่มจึงต้องการศึกษาการบริหารจัดการโดยการนำระบบ Premium
service มาใช้ โดยวิธีสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหาร ผู้ให้บริการ
ผู้รับบริการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อช่วยลดปัญหาการรับบริการผู้ป่วยที่มีเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กร
วัตถุประสงค์
ศึกษาความเป็นไปได้ ของการจัดตั้ง premium service
ประโยชน์ที่ได้รับ
-ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย
-ใช้ทรัพยากรอย่างมีประโยชน์สูงสุด
-ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น
-สร้างรายได้ให้องค์กรเพื่อนำไปพัฒนาด้านต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
Organic thinking
-กรอบเก่า :Private เก่าดีไหมหาข้อมูลกรอบใหม่
-How to ทำอย่างไรให้ลูกค้าพอใจ: One stop service
-ความหลากหลายของสินค้าและบริการ
-มองจากมุมลูกค้า มากกว่ามุมตัวเอง
Private เก่าดีไหม OPD
-ไม่ใช่อาจารย์แพทย์ บางครั้งเป็นแพทย์ใช้ทุน
-การตรวจพิเศษเพิ่มเติมไม่ครบทุกวัน เช่น audiogram มีบางวัน
Ultrasound นัดแล้วไม่ได้เลยในวันนั้น
-ไม่ใช่ one stop service ยังต้องไปหลายจุด
-กำหนดจำนวนผู้ป่วย ไม่เกินจำนวนที่นัดแน่นอน
-บางครั้งจำนวนผู้ป่วยมากเกินไป ตรวจเกินเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่ไม่มีความสุขในการทำงาน
-ค่าตรวจแตกต่างกันในแต่ละแผนก
-ค่าทำหัตถการ ตรวจพิเศษเพิ่มเติม
-การประชาสัมพันธ์web site อยู่ในส่วนของรพ ต้องแยกออกมาให้ชัดเจน
-จำกัดจำนวนวันผ่าตัดนอกเวลา ได้บางวัน วันหยุดยาว นัดผ่าตัดไม่ได้
-ไม่มีpackage การผ่าตัด เหมือนรพ.เอกชน
-Cost แปรตามการระยะเวลาการดมยาสลบ fix DF surgeon แต่ไม่fix DF anesthesiologist
-บางคนเสนอเลือกอาจารย์ดมยาได้ด้วย เหมือนเลือกหมอผ่าตัด
-การเสียภาษี??
กรณีศึกษารพ.ศิริราช
-ศิริราช คลินิกพิเศษ special clinic department ราคา DF 300 ค่าบริการทางการแพทย์ 50 บาทรอคิวนานมากๆๆ หน้าตาเจ้าหน้าที่ไม่รับแขก
-ศิริราชปิยมหาการุณย์ SiPH กค 2553 มิใช่โรงพยาบาลในสถานศึกษาของรัฐ ราคา DF 500 ค่าบริการทางการแพทย์ 150promotion ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด allergy, vaccine 3000 , ตรวจสุขภาพเบื้องต้น
http://www.siphhospital.com/th/patient-services/shop-services.php
-จุฬาคลินิกพิเศษ ราคา DF 500 ค่าบริการทางการแพทย์ 50 รอนาน
-ราคาไม่ต่างกันมาก แต่เร็วกว่า ไม่ต้องนัด
ความหลากหลายของสินค้าและบริการ
-ห้างสรรพสินค้า (น่าจะตัดออกได้ เพราะมี tescolotus หน้ารพ)
-ร้านอาหารที่หลากหลาย
-นวดเพื่อสุขภาพ spa
-โรงแรม ห้องพิเศษที่มีหลายรูปแบบราคาต่างๆกันหลายระดับ เพื่อรองรับ
Royal suit, executive suit ,VIP, delux room
ชั้น 1 supermarket, bank, coffee,CP,auntie anne
ชั้น 2 MK, puff and pie, starbuck, black canyon
-ส่งปรึกษาระหว่างแผนกได้ทันที
-home care, nursing home
มองจากมุมลูกค้า มากกว่ามุมตัวเอง
-สำรวจตลาด ออกแบบสอบถามอยากได้บริการอะไรเพิ่ม แบบไหน
-ความพึงพอใจ
-ประเมินและปรับปรุงเป็นระยะ continuous improvement
-ราคายุติธรรม ราคากลาง???
-ขั้นตอนการดำเนินงานศึกษารูปแบบและวิธีการ ของโรงพยาบาลอื่นๆ
-ออกแบบ premium service ในรูปแบบของมอ.
-ออกแบบสอบถาม
-สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง
-วิเคราะห์ข้อมูล
-สรุปผล
-นำเสนอรายงาน
อ.กิตติ: Premier service ตอบโจทย์ PSU2020 อย่างไร
กลุ่ม 1: มีระบบที่รองรับผู้ป่วยที่มากขึ้น
ต้องสำรวจตลาดว่าผู้บริหาร และผู้ใช้บริการเห็นด้วยหรือไม่
อ.กิตติ : ลองคุยว่าเดิมมองไปที่ปี 2020 Premier service จะไปช่วยการทำงานอย่างไร
ต้องคิดว่าทำอย่างไร Premier service เป็น added ให้คณะแพทย์มอ. และมี creation และมี diversity เพื่อตอบโจทย์ 3V มองว่าจะทำPremier อย่างไรให้ 3V เกิด และจะช่วยองค์กรอย่างไร และตอบ PSU MED 2020 อย่างไร
มองว่าจุดแข็งของเราคืออะไร
กลุ่ม 1: ปี 2020 หากมี Connection มาเลเซีย สิงคโปร์ก็เดินทางมารักษาได้
อ.กิตติ: Premier service จุดขายและจุดเด่นคืออะไร core value คืออะไร
กลุ่ม 1 : มี excellent center
คุณพิชญ์ภูรี: การรักษาพยาบาล จะห่วงเรื่องที่จะตอบโจทย์สังคมและเศรษฐกิจ จึงคิดเรื่องPremier service ที่สามารถหารายได้เพิ่ม และcreativity เป็นส่วนที่ต้องกลับไปคิดต่อ
กลุ่มนี้ยังนำเสนอเรื่อง Premier service ไม่ชัด อ.กิตติเลยยังมีข้อสงสัย
อ.กิตติ: ทำอย่างไรให้ Premier service ประสบความสำเร็จ และ Premier service ของมอ.คืออะไร
กลุ่ม 1 : กลุ่มคิดว่าเป็นเรื่อง Mini research คิดว่าจะมาถามความคิดเห็นก่อน ว่าจะทำแบบนี้ดีหรือไม่
อ.กิตติ: ทำอย่างไรคนถึงคิดว่ามารักษาที่นี่จะเป็นการเพิ่มมูลค่า
อ.กิตติ: ถ้าจะทำ Premier service จะมีหน้าตาอย่างไร อาจจะมีการบริการที่มากกว่าคือเหนือความคาดหมายเลยก็ได้
อ.จีระ: หลักการถูก ช่วงแรกคุยกันเรื่องปัญหารพ. ซึ่งค่านิยมดูแลคนจน หมอ ข้าราชการรุ่นใหม่ต้องการมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำอย่างไรถึงรักษาแก่นของรพ.ไว้อยู่ แต่มีบริการใหม่ๆ ซึ่งดีในหลักการ และดีในการทำวิจัย
คิดว่าแนวถูกแล้ว แต่การทำวิจัยต้องไปสำรวจว่าอะไรเป็น Premier service การดึงเอาคนไข้จากต่างประเทศเข้ามา หรือ การออกไปตรวจคนไข้ถึงบ้าน ทำให้การมีสมองไหลลดน้อยลงไป
Premier service การบริหารจัดการให้ดีขึ้น มีมุมมองใหม่ๆ และเสริมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
อ.กิตติ: ขอสรุปในภาพรวมว่าถ้าทำเพิ่มคือ Premier service ควรทำให้เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น มีความหลากหลายผสมผสานมากขึ้น เช่น ร่วมมือกับรพ.มาเลย์ ซึ่งเป็นการนำเสนอแนว 3V มาเกี่ยวข้อง
อ.จีระ: ต้องสำรวจความพึงพอใจจากคนข้างในก่อน แล้วจึงจะไปตอบ V2 V3
คุณธนพันธ์: ควรทำเป็น deep interview และมีคำถามปลายเปิด เพื่อเป็นการระดมสมอง
กลุ่ม 2
บทนำ
กรอบแนวคิด
- 1stlineContact
- Comprehensive
- Holisticcare องค์รวม
- Levelsofprevention
- Levelsoftarget ดูแลผลกระทบถึงครอบครัว ชุมชนด้วย
- Co-ordinated (Intergrated) การร่วมมือกัน
- Continuous ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ
หลักคิด
กิจกรรมของคณะแพทย์มอ.
การบูรณาการช่วยเหลือแขนขาเทียมผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้คนพิการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบมีแขน ขา ที่สวยงาม ใกล้เคียงอวัยวะปกติให้มากที่สุดและดำรงอาชีพเดิมได้ในสังคม
2. เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสังคม
วิธีดำเนินการ
1. ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ / ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ ผลิตแขนขาเทียมที่มีต้นทุนต่ำ และเหมาะสมกับผู้ป่วย
2. จัดตั้งกองทุน “แขนขาสวยด้วยน้ำใจ” ส่งมอบเงินบริจาคที่
มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
3. จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์การร่วมบริจาค / เชิญชวนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และนักเรียนในเขตอำเภอหาดใหญ่ ร่วมจัดหาทุน
4. ร่วมกับ ศอ.บต. / โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า / ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ / ส่วนราชการต้นสังกัดของทหาร ตำรวจ ครู และข้าราชการสังกัดอื่น ๆ เพื่อร่วมกันค้นหาคนพิการ มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ
ผลลัพธ์
1. การช่วยเหลือผู้พิการ
2.เกิดความร่วมมือของเครือข่าย
3.เกิดระบบ One Stop Service
4. ขับเคลื่อนเชิงนโยบาย
5. โครงการ/นวัตกรรม/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีพอ
กรณี
ขาดคนประเมินผลและติดตามอย่างใกล้ชิด
การทบทวนวรรณกรรม
ตัวอย่างการใช้ application บนโทรศัพท์ Smart phone
ตัวอย่าง: คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว หากล้มก็จะส่งข้อมูลไปที่เครื่องของแพทย์ได้เลย
อ.กิตติ: กลุ่มนี้จะทำempowerment center มีปัญหาอะไร รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร 3V ของ empowerment center เป็นอย่างไร จะสร้าง diversity อย่างไร
ช่วยมองว่าเป็นมุมของ Horizontal ซึ่งเป็นประสบการณ์ว่า ควรเน้นที่จุดไหน มีปัญหาและความยากอย่างไร เพื่อตอบโจทย์ข้อว่าเราจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร
วิเคราะห์เชิง3v ให้ชัด
ข้อมูลของผู้ป่วย ที่จะทำเป็นข้อมูลนอกจากเรียกดูแล้วเอาไปทำอะไรได้อีก
คุณพิชญ์ภูรี: เวลานำเสนอแล้วฟังเข้าใจ พอมองเห็นแนวทางแล้วว่าควรจะทำอย่างไร แต่ยังขาดเครือข่ายด้านสาธารณสุขและการแพทย์
ศ.ดร.จีระ: โครงการนี้ทำได้เลย ขอชมเชยและควรใช้หลักตัว T เน้น horizontal
กลุ่ม 5 2020 ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาวะ
ผู้สูงอายุไทยกับภาวะสุขภาพ
ความเจ็บป่วยและโรค
คนไทยร้อยละ 66.4 มีปัญหาสุขภาพ ร้อยละ 14.6 ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ผู้สูงอายุหญิงมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมากกว่าเพศชาย การเจ็บป่วยมักเกิดจากการปฏิบัติตนไม่ถูกสุขลักษณะ ขาดการดูแลสุขภาพตนเอง ส่วนปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุหญิงมีปัญหามากกว่าเพศชาย เพราะส่วนใหญ่ผู้สูงอายุตนเองไร้ค่า ซึมเศร้า โดยกลุ่มโรคที่ป่วยมากที่สุดสามลำดับแรกคือ โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคหัวใจหลอดเลือด
ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงประชากรผู้สูงอายุ
1.การเพิ่มภาระจากโรค ( 1 ใน 4 มีภาวะทุพพลภาพ)
2.ด้านบริการสุขภาพ (ป่วยนาน)
3.ภาระค่าใช้จ่าย (จ่ายสูง)
4.ผลต่อเศรษฐกิจ (ภาระสังคม)
5.การขยายของเขตเมือง (ความปลอดภัย/อุบัติเหตุ)
6.บริการทางสังคม (เพิ่มระบบ)
7.บทบาทของครอบครัว (ผู้ดูแล)
หลักการของบริการสุขภาพที่มุ่งต่อชุมชน
หลักการดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรัง
- เพิ่มความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง (functional ability)
- ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด และเมื่อถึงระยะสุดท้าย : ช่วยบรรเทาความไม่สุขสบายและตายอย่างสงบ
สมมติฐาน
- การบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุจะทำให้ความจำเป็นในการมารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลน้อยลงทั้งคลินิกผู้ป่วยนอก และหอผู้ป่วยใน
- ความรุนแรงของโรคที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องมารับบริการที่โรงพยาบาลในกลุ่มที่มีการบริหารจัดการมีน้อยกว่าในกลุ่มที่ไม่ได้บริหารจัดการ
ประโยชน์ที่คาดว่าองค์กรจะได้รับ
- โรงพยาบาลสงขลานครินทร์สามารถรักษาศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนได้เช่นเดิม โดยไม่ถูกลดทอนลงจากภาวะเจ็บป่วยของผู้สูงอายุในโรคที่ป้องกันหรือควบคุมได้
- คณะแพทยศาสตร์ได้เป็นแหล่งเรียนรู้ และชี้นำสังคม รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและรักษาพยาบาลประชาชนในชุมชน ซึ่งเป็นปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร
วิธีการดำเนินการ
สำรวจ
- ฐานข้อมูลผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจ และสังคม
- ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
- ผู้สูงอายุที่มีอาการกำเริบของโรคแล้วมารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยการกำเริบนั้นอยู่ในลักษณะที่สามารถป้องกันหรือบริหารจัดการให้บรรเทาความรุนแรงได้
- สำรวจกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพในหน่วยงานของชุมชนดังกล่าว
- วางแผนสร้างเสริมสุขภาพ คัดกรอง และควบคุมโรค (งบประมาณ กิจกรรม บุคลากร)
- บูรณาการแผนดังกล่าวเข้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประดิษฐ์นวัตกรรมที่เอื้อต่อการปฏิบัติการ การสร้างเครือข่าย และบูรณาการ
Stakeholder คือ อบต. ฐานข้อมูลผู้สูงอายุ หน่วยงานวิชาการ หน่วนงานบริการด้านสังคม หน่วยงานบริการด้านสุขภาพ สถาบันด้านการรักษา อาสาสมัคร
Application
- ระบบดูแลผู้สูงอายุผ่านมือถือ
- หุ่นยนต์บริการดูแลผู้สูงวัย
เมื่อมีการเปิด AEC
อ.กิตติ: เน้นเรื่องผู้สูงอายุในภาคใต้
คุณรุ่งทิพย์: เรื่องการดูแลสุขภาพในมอ. ยังไม่แสดงบทบาทนี้ชัดเจนมาก
อ.กิตติ: ตั้งเป็นศูนย์ Aging service เพราะมองว่าสังคมผู้สูงอายุมาแน่นอน ต้องสำรวจตัวเลขว่ากลุ่มตัวเลขทางภาคใต้ ทำแล้วคุ้มหรือไม่
กรอบความคิดค่อนข้างคล้ายกันในแต่ละกลุ่ม แต่ต่างกันที่รายละเอียด
มอ.จะทำแค่เรื่อง Medical อย่างเดียวหรือไม่
คุณรุ่งทิพย์: จะทำอย่างครบวงจร
อ.กิตติ: ทำอย่างไรที่จะเสริมสร้าง และฟื้นฟู มองความจำเป็นว่าต้องมีหรือไม่ กลุ่ม 5 ตั้งใจจะทำแผนระยะสั้น กลาง และยาว ปัญหาคือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพร้อมแค่ไหน
คุณวิวัฒนา: มีผู้ป่วยสูงอายุมาก จำนวนเตียงที่ใช้จะมากขึ้น ทำให้เสียโอกาสรักษา
ผู้ป่วยอื่นๆ ดังนั้น เห็นว่าเราควรเน้นที่ระบบและเครือข่ายเป็นหลัก
คุณพิชญ์ภูรี: เห็นด้วยกับการบริหารจัดการระบบ ตั้งโจทย์ว่า ทำเป็นศูนย์เพื่อให้บริหารจัดการง่าย ถ้าไม่โยงกับเรื่องการผ่าตัดสมอง ก็สามารถตั้งศูนย์ได้เลย
อ.กิตติ: เตียงไม่พอต้องไปคิดว่า วิธีแก้ต้องทำอย่างไร
คุณธนพันธ์: สร้างระบบเครือข่าย มีโครงการ สมสช.ตั้งกองทุนแต่ละจังหวัดเพื่อดูแลคนพิการและผู้สูงอายุ ที่สงขลาทำแล้ว
คุณพิชญ์ภูรี: การหางบประมาณเพิ่มไม่ใช่สิ่งผิด
อ.กิตติ: ถ้ามองว่ามีปัญหาต้องดูว่าจะแก้อย่างไร
กลุ่ม 3 การบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง : Talent management model คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเป็นมาและความสำคัญ
เป็นองค์กรชั้นนำในภาคใต้ โดยมีวิสัยทัศน์ “เป็นคณะแพทยศาสตร์ชั้นเลิศระดับนานาชาติ เพื่อสังคมไทย”
อัตราการลาออกของบุคลากร
ปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆได้แก่ในเรื่องของ ความผูกพัน และความยืดหยุ่นในงาน ระบบการสื่อสาร และการสนับสนุนของหัวหน้างานรวมทั้งในเรื่องของค่าตอบแทนและเงินรางวัล ทางกลุ่มผู้เข้าอบรม
แนวคิดเรื่องการบริหารจัดการ บุคคลที่มีสมรรถนะสูง หรือ Talent Management
การบริหารจัดการ บุคลากรที่มีสมรรถนะสูง หรือ Talent Management เป็นการเตรียมบุคลากร และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะบุคคลที่มีสมรรถนะสูง หรือ คนเก่ง คนดี (Talent) เปรียบเสมือนทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่เป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานขององค์กร วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง และธำรงรักษาบุคลากรเหล่านี้ไว้กับองค์กร
2. เพื่อค้นหาและพัฒนาบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อย่างต่อเนื่อง
3. เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารในหน่วยงานระดับต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ตัวชี้วัด
- อัตราความพึงพอใจของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง
- อัตราการลาออกจากงานของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง
- ผลงานคุณภาพที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง
- อัตราการได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง
ผู้รับผิดชอบโครงการ
ฝ่ายยุทธศาสตร์และทรัพยากรมนุษย์
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระยะเวลาในการศึกษา ระยะที่ 1 เดือนกรกฎาคม - เดือนกันยายน 2557
ระยะที่ 2 เดือนกันยายน - เดือนธันวาคม 2557
วิธีดำเนินโครงการ
แบ่งเป็น 2 ระยะ
ระยะที่ 1
ทำการสำรวจเบื้องต้น โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ได้แก่ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และทรัพยากรมนุษย์ ผู้บริหารระดับหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ของโรงพยาบาล เป็นต้น ในเรื่องแผนการพัฒนา talent management เพื่อนำมาวางแผนในการจัดทำ talent management model
ระยะที่ 2
1. กำหนด กรอบนโยบาย แผนแม่บทและ
กลยุทธ ของแผนการสืบทอดตำแหน่ง ตำแหน่งสายบริหาร ( succession plan )
2. ดำเนินการตาม talent management model โดยการค้นหาและคัดเลือกกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงที่มีคุณสมบัติ เพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยกำหนดช่วงอายุดังนี้
3. แผนการพัฒนาศักยภาพและความสามารถ เพื่อเตรียมความพร้อม
3.1 กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเฉพาะบุคคล ( Individual Development Planning Process )
3.2 กระบวนการพัฒนาบุคลากรตามแผนการพัฒนาบุคคล และการติดตามผล
3.3 กระบวนการประเมินความพร้อมหลังการพัฒนา
4. การมอบหมายผู้ที่มีความพร้อมให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่กำหนด
มีการติดตามประเมินผลและพัฒนาตามแผน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. มีระบบการบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงของคณะแพทยศาสตร์ ที่ชัดเจนตลอดจนสามารถธำรงรักษาบุคลากรเหล่านี้ให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว
2. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานที่มีสมรรถนะสูง
3. มีผู้สืบทอดด้านบริหารอย่างต่อเนื่อง
การเชื่อมโยงโครงการกับ 3V
V1 การสร้างคนเก่ง เพื่อเพิ่มคุณภาพบริการ
V2 การพัฒนา Talent management
V3 Benchmarking กับต่างประเทศ
อ.กิตติ: โครงการนี้เป็น talent management model เน้นการบริหาร
รูปแบบการบริหาร talent management model ของงานโรงพยาบาลจะต่างกันหรือไม่ และ
คุณนิตยา: จะสัมภาษณ์ทีมที่รับผิดชอบด้านนี้ คือ ผู้บริหารคณะแพทย์
อ.กิตติ: อย่างนั้นจะเป็น MED PSU talent management model หรือไม่
คุณนิตยา: ถ้ามองในเรื่องแผนยุทธศาสตร์ฝ่าย HR ยังไม่ชัดเจน ฝ่ายบริการพยาบาลยังไม่ได้ทำให้ชัดเจน
อ.กิตติ: ผลลัพธ์ของ talent management model เป็นแผนที่พัฒนาผู้บริหาร
คุณนิตยา: ฝ่ายยุทธศาสตร์ HR ต้องกำหนดกรอบขึ้นมาเพื่อพัฒนา talent และนำเสนอให้หน่วยงานต่างๆ
อ.กิตติ: จะเอา 3v ใส่ตรงไหน
ต้องตอบว่า สิ่งที่เราจะทำเพิ่มมูลค่าอย่างไรโดยใช้ 3V
ทำเรื่อง talent ต้องคำนึงถึง non talent ด้วย
คุณพิชญ์ภูรี: กลุ่มนี้ชื่อดี แต่รายละเอียดข้างในมีความเสี่ยง talent management model อาจจะต้องเปลี่ยนเป็น talent development model มาก่อน โดยทำเรื่องการบริหารรองลงมา
อ.จีระ: talent เป็น concept ที่เกิดจากฮอลีวูด หลังจากนั้นเกิดจากกีฬา ขอแนะนำว่า คนที่ประสบความสำเร็จ มาจากประสบการณ์ และการเรียนรู้จากความเจ็บปวด
หากทำเป็นงานวิจัย หรือ แผนพัฒนาบุคลากรจะต่างกัน
ควรคำนึงถึงสมมติฐาน
1. Talent สร้างมูลค่าแบบ 3v ได้หรือไม่
2. ให้ talent คิดอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ
ขอเพิ่มเป็นโมเดลฝ่ายพยาบาล
อ.กิตติ: เวลามองไปถึงการสร้าง Talent
คุณนิตยา: ไม่สามารถพัฒนาบุคลากรทั้งหมดได้ จึงเลือกกลุ่ม talent
อ.กิตติ: ทำอย่างไรให้ปัญหาบุคลากรของแพทย์มอ.ลดลง
talent management ถ้าทำได้ จะแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรได้ส่วนหนึ่ง จึงควรจะทำแผนพัฒนาtalent
กลุ่ม 4 E-Delivery services MED psu 2020
อยากทำเป็นพิมพ์เขียว Med PSU Smart Health 2020 For Smart Living and Better Care Services
ปัจจุบัน Smart phone ทำได้หลายอย่าง
ปัญหา คือ การเรียน การสอน การบริการ จึงสามารถใช้ IT มาใช้ได้
Telemedicine: สามารถแก้ปัญหาเรื่องความแออัด
Tele-robotics
Mobile health care management สามารถสื่อสารได้ง่ายและรวดเร็ว
โครงการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วด้วยเทคโนโลยี Wi-fi โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าปี 2020 จะใช้ได้เต็มรูปแบบ
วัตถุประสงค์
1. พัฒนาช่องทางเข้าถึงบริการ ครอบคลุมการเรียนการสอน การบริการ การวิจัยและเพื่อชุมชน(3v)
- ด้านพัฒนา
- ด้านการเรียน
- บริการชุมชน
โดยจะทำเรื่อง
วัตถุประสงค์
1. เพิ่มขีดความสามารถ
2. สร้างเครือข่าย
3. สร้างความจงรักภักดี
4. สร้างงานและสร้างรายได้
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ด้านบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
2. ด้านเศรษฐกิจในระดับประเทศ
3. สร้างศรัทธาจากประชาชน
อ.กิตติ: กลุ่มนี้ทำครบทั้งระบบ กลัวว่าจะหาโฟกัสยาก ใช้ IT เป็นเครื่องมือ แต่จะเอามาแก้ปัญหาอย่างไรบ้างในการพัฒนาองค์กร
IT มาเป็นเครื่องมือ จะแก้ปัญหานั้นๆได้อย่างไร และจะเกิดเป็นนวัตกรรมองค์กรได้อย่างไร
อ.พิชญ์ภูรี: กลุ่มนี้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มได้ เนื่องจากเป็น IT
ถ้าทำได้จริง เรื่อง Emergency เป็นเรื่องที่ดีมาก
อ.จีระเดช: เป็นเรื่องที่กว้าง ขอเตือนว่าการจะทำเรื่อง IT อีก6 ปีข้างหน้า คำว่า SMART อาจจะล้าสมัย เปลี่ยนแม้กระทั่งแนวคิด
นำเสนองานกลุ่ม 5กลุ่ม 13 สค.57
วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
ชอบการนำเนื้อหาในหนังสือที่อาจารย์มอบหมายให้มาวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนหนังสือมาก อาจารย์เลือกหนังสือที่ให้แนวคิดด้านการบริหารจัดการองค์กรและทรัพยากรมนุษย์ได้ดีมากทั้ง 3 เล่มที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแก่นและองค์ประกอบสำคัญในการเป็นผู้นำ ถ้าผู้นำหรือผู้บริหารสามารถนำแนวคิดในหนังสือทั้ง 3 เล่มไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ต้องเป็นผู้บริหารที่ยอดเยี่ยม ประสบความสำเร็จและเป็นที่รักขององค์กร สิ่งที่ยากคือการนำไปปฏิบัติให้เป็นจริงได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง และเป็นการดูความสำเร็จในการเรียนรู้ที่ได้จากการอบรมครั้งนี้
สิ่งที่น่าสนใจในหนังสือเล่มนี้คือ
* ก่อนเป็นผู้นำ ความสำเร็จคือการสร้างตนเอง
เมื่อเป็นผู้นำ ความสำเร็จคือการสร้างผู้อื่น
* ผู้นำองค์กรมักมีสิ่งต่อไปนี้
Be appreciative
Response constructively
Be solution focused
เห็นด้วยที่อาจารย์นายแพทย์บุรภัทร ให้ความเห็นว่าความคิดเชิงบวกเริ่มที่ความเข้าใจและความรัก เมื่อมีความรัก ความเข้าใจสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงบวกได้
ข้อคิดที่ได้จากอาจารย์สาธิต อันตสมบูรณ์ คือ คนไทยมีความรู้ทุกอย่างในด้านการบริหารไม่ต่างกับต่างประเทศเรามีหลักพุทธศาสนาหลายอย่างที่สามารถนำมาใช้ในการบริหารได้ดีเช่น อิทธิบาท4 สังคหวัตถุ4 แต่คนไทยไม่ค่อยนำมาใช้คิดหรือทำกับชีวิตตนเอง เราหวังให้คนอื่นทำ ทำไมเราไม่ทำตนให้เป็นที่หวังของคนอื่นบ้าง
MED PSU 2020: case studies and learn-Care-Share
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
การนำเสนอโครงการวิจัยและอาจารย์ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการทำโครงการในวันนี้ ทำให้เราสามารถมองภาพกว้างขึ้นและเป็นความท้าทายในการทำโครงการที่ตอบโจทย์อนาคตของคณะแพทยศาสตร์ ใน10 ปีข้างหน้า และต้องให้เป็นโครงการที่สร้างให้เกิด 3 V ทั้งvalue added value creation และ value diversity ซึ่งกลุ่มต้องกลับไปคิดทำการบ้านอีกมากในการหาวิธีเอาชนะอุปสรรค ข้อจำกัดในการดำเนินโครงการเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการให้เป็นจริงได้
13 สิงหาคม 2557
ฉันปลูกกุหลาบไว้1แปลง ทุกต้นออกดอกสวยงามให้ฉันชื่นชมอยู่เสมอ เมื่อฉันต้องการจะจัดแจกัน ฉันก็จะไปเลือกตัดดอกที่สวยที่สุดในสายตาฉันมา เอาหนามออก และปลิดใบบางใบทิ้ง บรรจงจัดลงแจกันให้สวยงามและเฝ้ามองกุหลาบในแจกันของฉันอย่างมีความสุข ทุกดอกสวยงาม แข็งแรง ทนทานอยู่ได้เป็นสัปดาห์ ใครเห็นใครชม แต่ถ้าบางครั้ง ฉันให้หลานไปตัดกุหลาบมาให้ ฉันรู้สึกว่าการเลือกดอกสวยๆของหลานกับฉันแตกต่างกัน ฉันคิดว่า ถ้าฉันต้องการให้หลานเลือกตัดกุหลาบได้เหมือนที่ฉันเลือกเอง ฉันคงต้องบอกรายละเอียดเพิ่มให้ในแต่ละครั้งเช่น เลือกดอกตูม5ดอก ดอกบาน5ดอก เลือกที่ก้านยาว10 ซม.เป็นต้น
การมีกุหลาบทั้งสวนแต่ต้องการนำมาจัดแจกันเพียงไม่กี่ดอก การตัดสินใจคงไม่ยากมาก เพราะดอกที่สวยและแข็งแรงกว่าก็จะโดดเด่นสะดุดตาอยู่แล้ว ฉันเพียงแต่เลือกว่าครั้งนี้ฉันจะนำไปจัดแจกันใบไหน ทรงสูงหรือเตี้ย จะจัดวางไว้ที่ห้องรับแขกหรือนำไปบูชาพระ ฉันจะได้เลือกตามวัตถุประสงค์ที่คิดไว้ แต่สิ่งที่ฉันอาจลืมไปก็คือ ดอกที่สวยน้อยกว่าแล้วฉันไม่เลือกเค้าล่ะ เค้าจะเสียใจหรือเปล่า ฉันไม่เคยบอกเค้าเลยว่าการที่พวกเค้าเบ่งบานอยู่ในสวน พวกเค้าทำให้สวนของฉันสดชื่น มีชีวิตชีวามากมายเพียงใด ฉันจะทำยังไงที่จะทำให้เค้ารู้สึกว่า "อยู่กับต้น สวยทนดีกว่า"
MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care Intensive Workshop (3)
: เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทย์ศิริราช
และกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทย์ มอ. ในอนาคต
โดย รศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ และ
ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์
14 สิงหาคม 2557
ศ.ดร.จีระ: value diversity ที่ยากที่สุด คือ สังคมไทยไม่กล้าเข้าสู่ global อยากให้ทุกคนแลกเปลี่ยนความรู้กัน
อ.ประสพสุข: สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะทำยังไงให้คณะแพทย์ปรับตัว และดึงประชาคมต่างๆเป็นพันธมิตรของเรา
รศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์: อนาคตแพทย์ มอ.ดีอย่างแน่นอน เพราะเห็นรูปแบบการอบรมและวิทยากรแต่ละท่านที่มาในโครงการ เป็นการเตรียมความพร้อมเป็นผู้บริหาร
หน้าที่หลักของคณะแพทย์ศิริราช คือ การเรียน การสอน การวิจัย คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งในการจัดหาทุนเป็นเรื่องที่ยากที่สุด
ภารกิจที่สำคัญ คือ หนักใจ การหาทุน การจราจร
การบริหารงานของศิริราช คณะแพทย์มอ.สามารถปรับไปใช้ได้
เรื่องภูมิสังคม เป็นเรื่องสังคมที่ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขององค์กรได้
สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือ เป็นคณะกรรมการถวายการตรวจและรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สิ่งที่ต้องยึดถือนำไปปฏิบัติคือ ให้อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร บุคลากรทางการแพทย์ต้องให้เกียรติผู้ป่วยเสมอ เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และยุติธรรม ทำให้เราสามารถชี้แจง ชี้แนะ และตอบคำถามได้ทุกอย่าง
การเป็นหัวหน้าต้องแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้ลูกน้อง ต้องสามารถคำตอบ แก้ไขปัญหา จึงจะหาความร่วมมือจากคนอื่นได้ไม่ยาก
งานพัฒนาบุคลากรมีความจำเป็นมาก ทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าได้เร็วมาก ทำให้มีแรงจูงใจ ทำให้เกิดการรักองค์กร เกิดความสุข เกิดความเป็นเลิศ ด้วยการีวิสัยทัศน์ร่วมกัน
การเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ทำกำไร ต้องแสดงความจริงใจให้ประชาชนเห็น
กิจกรรมต่างๆของโรงพยาบาลมีมากมาย เช่น กิจกรรมป้องกันน้ำท่วม
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ
อ.ประสพสุข: มีความรู้รอบด้าน ทำงานด้านต่างๆรอบด้าน ที่น่าสนใจเชิงบริหาร คือ สร้างแรงจูงใจให้บุคลากร ด้วยการตั้งรองคณบดีมาเป็นจำนวนมาก ให้ทุกคนทำงานแบบ Cross function ให้ทุกส่วน ทุกแผนก มีการหารือภายใน
มีการตั้งรองคณบดีฝ่ายคุณธรรม จริยธรรม
พระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 1. นักเรียนใหม่ต้องตั้งใจทำงาน 2.ให้สติว่าต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ทำดี เพื่อให้คนมีมิตรไมตรีต่อกัน และ3. อุปสรรคทำให้เกิดปัญญา ปัญหาทำให้เกิดบารมี
สิ่งที่สำคัญของคณะแพทย์ หรือโรงพยาบาลต้องมี connection network เพื่อช่วยให้หาทุนสนับสนุนระดมทุนในหลายๆกรณีได้ไม่ยาก ในทุกสาขาอาชีพ ทั้งดารา นักแสดง นักธุรกิจ วัด
ปัญหาของคณะแพทย์ มอ. ที่เหมือนของรพ.ศิริราช อาจจะมีปัญหาคือ ปัญหาการจราจร
ต่อไปมาฟังกรณีศึกษาและสมุนไพรไทยจาก ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์
ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์: การพัฒนาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย คนไข้วันละ 1,000 คน คือ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ท่านสร้างรพ.ขึ้นมา เป็นวังรับราชกาลที่ 5 แต่ท่านสิ้นพระชมม์ จึงเป็นของราชกาลที่ 6 และท่านทรงมอบให้เป็นโรงพยาบาล
สถานที่ตั้งของรพ. คือ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปราจีน
เป็นพื้นที่มีภูมิปัญญา ท้องถิ่นที่มีการสั่งสมอยู่ในตัว หมอพื้นบ้านและถ่ายทอดกันมาหลายชั่วอายุคน หมอยาพื้นบ้านกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของปราจีนบุรี มีความหลากหลายทางชีวภาพ
ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรของหมอพื้นบ้าน
โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาล ขนาด 500 เตียงผู้ป่วยนอก/ในแพทย์แผนไทย และ มูลนิธิเพื่อ - วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์- การผลิตและจำหน่าย- เกษตรอินทรีย์ - กิจกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
การแพทย์แผนไทย มีความถนัดในการใช้สมุนไพรตำรับต่างๆ ดูตามธาตุเจ้าเรือน มีการนวดแผนไทยเพื่อรักษา มีการรักษาควยคู่กันระหว่างแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย
การพัฒนาสมุนไพรผละผลิตภัณฑ์สุขภาพ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
วัตถุประสงค์
1.เพื่อการพึ่งตนเองของประเทศในด้านยา ลดดุลการค้าด้านยาจากต่างประเทศ
2.เพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตของคนในสังคม โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายจากสมุนไพร
3.เพื่อกระจายรายได้สร้างงาน สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน จากการพัฒนาภูมิปัญญาของท้องถิ่น
4.การพัฒนาศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจในตลาดโลกพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่สากล
5.เพื่อเตรียมตัวรับภัยพิบัติ
เริ่มฝึกอบรมและให้ความรู้ด้านสมุนไพรแก่ประชาชนตามนโยบายสาธารณสุขมูลฐานและมีการรวบรวมพันธุ์สมุนไพรและความรู้ของหมอยาพื้นบ้านในพื้นที่ใกล้โรงพยาบาล
ปี 2538:ได้มีการผลิตยาสมุนไพรที่มุ่งใช้เฉพาะในโรงพยาบาล ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน ชุมเห็ดเทศ เสลดพังพอนตัวเมีย ตะไคร้หอม นำกรรมวิธีและส่วนประกอบที่ใช้ในการแพทย์แผนปัจจุบันมาผลิตเป็นยาสมุนไพรในรูปแบบใหม่
ปี 2542-2545: เริ่มส่งเสริมชุมชนผลิต “วัตถุดิบสมุนไพรเกษตรอินทรีย์” เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดี ปราศจากสารพิษ เกษตรกรปลอดภัย ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน จนได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
ปี 2545 : มีการก่อตั้งมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
วัตถุประสงค์
ส่งเสริมสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจชุมชน
สามารถนำยาไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สามารถวางจำหน่ายยาสมุนไพรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บริหารงานโดยคณะกรรมการบริหารของมูลนิธิ
การจัดสรรผลกำไรของมูลนิธิ
70% มอบให้โรงพยาบาลนำซื้อเครื่องมือแพทย์ บำรุงโรงพยาบาล และช่วยเหลือประชาชนการรักษา
30% วิจัยสมุนไพรไทยและพัฒนาระบบคุณภาพส่งเสริมให้ชุมชนปลูกสมุนไพรเกษตรอินทรีย์เพื่อให้เกิดรายได้เสริม กิจกรรมเพื่อสังคม เช่น ค่ายรักษ์เขาใหญ่ อุ้มชูหมอยาพื้นบ้าน
ไรซ์ นาโน แฮร์ ซีรัมเป็นครั้งแรกของโลก ที่พบว่าน้ำมันรำข้าว ช่วยให้ผมงอกได้ในห้องปฏิบัติการ
อ.ประสพสุข: ขอความคิดเห็นและคำถาม
อ.จีระเดช: ถามภก.ณัฐดนัย ว่า สมุนไพรบ้านเราเองผลิต ทำไมราคาถึงสูงขึ้นจนเกือบเท่ารายาฝรั่งและเข้าใจว่าครอบครัวใช้สมุนไพรเป็นการป้องกันมากกว่ารักษา
ภก.ณัฐดนัย: แพงเพราะเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ มีกระบวนการดูแลทุกขั้นตอน มีโอกาสสูญเสียมากกว่ายาฆ่าแมลง ต้นทุนสูงขึ้น คู่แข่งมากขึ้น โดยเฉพาะป้าเชง
กระบวนการผลิตมีต้นทุน แต่ของอภัยภูเบศรถือว่าเกือบจะไม่ได้เอากำไรเลย มองในแง่ที่ว่าเงินถูกหล่อเลี้ยงเข้าไปในวิถีการปลูกของไทยจริงๆ ไม่ได้ไปซื้อต่างประเทศ เพื่อให้เงินหมุนเวียนในประเทศ
คุณปรารถนา: ยกตัวอย่างการให้กำลังใจบุคลากร แต่เป็นการให้แบบไม่จริงใจ แก้ไขอย่างไร
รศ.นพ.ธีรวัฒน์: การให้กำลังใจเป็นตัวบุคคลต้องดูสถานการณ์ทั้งหมด การให้กำลังใจ ต้องทำตัวให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน
คำถาม: มีเทคนิคบริหารความขัดแย้งอย่างไร
รศ.นพ.ธีรวัฒน์:ต้องมีความซื่อสัตย์ ขยัน กตัญญู ให้ในสิ่งที่ควรให้ได้ ยุติธรรม คือ ไม่เลือกปฏิบัติ หัวหน้าต้องยุติธรรม
ถาม: ขอความรู้เรื่องการบริหารของศิริราช และวัฒนธรรมองค์กร
รศ.นพ.ธีรวัฒน์: วัฒนธรรมของศิริราช ค่อนข้างแข้มแข็ง ต้องช่วยกันคิด และรับผิดชอบร่วมกัน ในการที่จะทำให้เกิด
คุณลักษมี: ราคาสมุนไพรในอนาคต เมื่อเข้าสู่ FTA วัตถุดิบเคลื่อนย้ายได้ จึงถูกลง ความท้าทายจัดการอย่างไร
ภก.ณัฐดนัย: เป็นมุมมองของคน เพราะไทยไม่ไว้ใจยาที่มาจากจีน พม่า ส่วนใหญ่มั่นใจยาไทย แต่เวียดนามนั้นมีความเข้มแข็งทางการวิจัยมาก ต่อไปในอนาคตประเทศไทยต้องเพิ่มการวิจัยเรื่องสมุนไพรมากขึ้น คณะแพทย์ มอ. คณะเภสัช มอ. ต้องเร่งทำการวิจัยสมุนไพรให้มากขึ้นกว่าเดิม
แสดงความคิดเห็น: ในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคสนใจเรื่องคุณภาพมากกว่าราคา เช่น ข้าวอินทรีย์ มีการจองข้าวเพื่อให้ตรงตามความต้องการ จุดแข็งของอภัยภูเบศร คือ คุณภาพของยา ไม่เกี่ยวกับราคามากเท่าไหร่ จุดสำคัญ คือ เรื่อง R&D ว่าอะไรที่จะใช้ได้อีก เช่น รากหญ้าคา
ศ.ดร.จีระ: ขอให้ทุกคนมี networking วิทยากรที่มาทั้ง 2 ท่าน หากจะมีโปรเจคใหม่ๆเพื่อให้เกิด 3v ก็ขอให้แสดงความคิดเห็นได้ เรื่องสมุนไพร คือ เน้นเรื่องอาเซียน ต้องมีความพยายามเยอะ มีแพทย์กลุ่มหนึ่งไม่ได้แยกแผนโบราณ และ แพทย์แผนปัจจุบัน เป็นแพทย์ผสมผสาน
อภัยภูเบศรไม่ควรเพิกเฉยกับสมุนไพรที่มาจากต่างประเทศ ตามหลักเศรษฐศาสตร์ เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย
อยากให้ทุกท่านสอบถาม รศ.นพ.ธีรวัฒน์ว่าสามารถเพิ่มศักยภาพในการทำงานและต้องมีแนวทางอย่างไร อย่างเช่น แนวทางของศศินทร์ ซึ่งในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีองค์กรแบบนี้เกิดขึ้น
รศ.นพ.ธีรวัฒน์: เรื่องต่อไป คือ ประสบการณ์การบริหารคณะแพทย์
- คุณภาพทางการศึกษา
- คุณภาพทางงานวิจัย สนับสุนนให้เกิดการวิจัยเชิงพาณิชย์
- คุณภาพความเป็นสากล
- เทคโนโลยีเพื่อคุณภาพการศึกษา
- กิจการนักศึกษาที่มีคุณภาพ
- คุณภาพชีวิต
บริหารจัดการให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดี
สร้างเสริมสุขภาพทุกๆ ด้าน
Fast Track (ระวังการร้องเรียน)
ไม่สร้าง pressure ให้บุคลากรโดยเฉพาะการประเมิน
ชูวิสัยทัศน์ นำพันธกิจหลักและแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติให้เกิดผล เน้นการมีส่วนร่วมทุกระดับ และภาคส่วน
ความท้าทายในการขับเคลื่อน
พันธกิจหลัก ให้เกิดคุณค่าแก่ทุกฝ่าย
การขยายบริการให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างเหมาะสม
การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม คุ้มค่า
สิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่สุด คือ การบริหารและพัฒนาคน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของคณะฯ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และเหมาะสม
กลยุทธ์ในการขับเคลื่อน
เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ยืดหยุ่น แต่ไม่หย่อนยาน เพื่อความยั่งยืน
โครงสร้างการบริหารงาน คณะแพทย์ ศิริราช
เน้น“ปลอดภัย (No harm) &
- คุณภาพ”
มีการทำงานร่วมกัน พร้อมรับการเกิดประโยชน์สุขทุกฝ่าย
เป็นกัลยาณมิตร (Share & care,
1. ความปลอดภัย : การป้องกันหรือลดความเสี่ยง (Safetybypreventionorreductiontherisk)
ศ.ดร.จีระ: ตัวอย่างของคุณหมอทั้ง2 ท่าน เกิดขึ้นแล้วสำหรับทั้ง 2 โรงพยาบาล เน้นให้เห็นว่าถ้ามีการพัฒนาคนอย่างจริงจัง และต่อเนื่องจะสามารถกระเด้งออกไปสู่งานต่างๆได้อย่างมากมาย และต้องมีวิธีการ Rest fund ด้วย
คำถาม
คุณนิตยา: สนใจเรื่องการดูแลพระภิกษุสงฆ์
รศ.นพ.ธีรวัฒน์มีทุนสมเด็จพระนางเจ้า พระสงฆ์มารักษาจะมีแถวพิเศษให้พระสงฆ์
คำถาม การบริการมีจำกัด และมีการฟ้องร้องหรือไม่
รศ.นพ.ธีรวัฒน์ มีการดูแลคนไข้อย่างทั่วถึงเพราะมีแพทย์มาก แต่บางแผนกมีการจำกัดคนไข้ เพื่อการดูแลอย่างทั่วถึง ในแง่ของ primary care
การร้องเรียน มีหน่วยงานเฉพาะ โดยการไปพูดคุย และบางครั้งไปคุยกับญาติที่ต่างจังหวัดก็ทำมาแล้ว มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง รู้ว่ามีวิธีการคุยอย่างไรเพื่อให้คนไข้พึงพอใจ
คำถาม: การประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างไร และโยงค่าตอบแทนอย่างไร
รศ.นพ.ธีรวัฒน์: หัวงานงาน หัวหน้าฝ่ายบวกเข้าไป การประเมินภายในและภายนอก ส่วนตัวบุคคล หัวหน้างานเป็นผู้ประเมิน คนถูกประเมินสามารถขอfeedback ได้
ต้องมั่นใจในลูกน้องว่าดีจริงๆ ไม่ดีก็ต้องเรียกมาปรับปรุง และต้องทำให้คนดีขึ้น
คำถาม: การสร้างวัฒนธรรมองค์กร บุคลากรเก่าย้ายไปรพ.ปิยมหาราชการุณย์
MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care Intensive Workshop: CSR
: Social Innovation : คณะแพทย์ มอ. กับการพัฒนาสังคม/ชุมชน ในสายตาของประชาชน
โดย นายพงศา ชูแนม
หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร (ปราชญ์ชาวบ้าน)
นายดือราแม ดาราแม หรือ “เปาะจิ”
ปราชญ์ชาวบ้านแห่งตำบลปาลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
รศ.ประทีป จุมพล
14 สิงหาคม 2557
อ.จีระเดช:ความต้องการของประชาชนท้องถิ่นและมวลชนทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข และปัจจุบันคนมองคณะแพทย์มอ.อย่างไร
นายพงศา ชูแนม: ตาผมเป็นหมอสมุนไพร และเป็นหมอผี ผมเป็นศิษย์ท่านพุทธทาส และเชื่อว่า โรคของมนุษย์เกิดจากพยาธิ และเกิดจากจิต ทำให้เป็นโรคต่างๆ เพราะฉะนั้นต้องรักษาจิตให้ดี
ตอนนี้เป็นข้าราชการบำนาญ ไม่ค่อยเจ็บป่วย เพราะปล่อยวาง ไม่ค่อยสนใจสิ่งใด
ประชาชนต้องการอะไรนั้น .... เปลี่ยนพฤติกรรมจากพึ่งตนเองมาพึ่งหมอ ทางวงการแพทย์บอกว่ามีอะไรให้ปรึกษาแพทย์ แต่ชนบทมักจะเชื่อพวกที่คล้ายๆแพทย์ ซึ่งประชาชนอาจจะถูกหลอก
ในความเป็นจริง สัมผัสกับประชาชนมามาก มีเพื่อนเป็นแพทย์เยอะ แต่แพทย์มักจะพูดกับคนไม่เป็น หรือ สื่อสารกันยาก เพราะหมอมักไม่มีบทสนทนากับคนไข้อย่างซับซ้อนมากนัก
ประชาชนต้องการอะไร อาจไม่ได้บอกแพทย์โดยตรง แต่อาจจะปรึกษาปราชญ์ชาวบ้าน พบว่าชาวบ้าน ต้องการการบริการทางการแพทย์ที่ไม่มีความแตกต่างระหว่างโรงพยาบาลรัฐ และเอกชน จนบางครั้งไม่ไว้ใจหมอและพยาบาล
บางครั้งประชาชนเชื่อว่ากระบวนการใช้บัตรประกันจากบริษัทดีกว่าบัตรประกันจากรัฐ
บางครั้งหมอประกาศว่าห้ามกินสิ่งต่างๆ แต่ประกาศเร็วบางครั้งไม่มีผลทางการแพทย์ที่แน่ชัด เช่น ห้ามกินกะทิ เพราะทำให้อ้วน ห้ามกินเผ็ด แต่มักจะผิดวิถีของชาวใต้เนื่องจากการกินเผ็ด ก็เพราะจะให้กินผักเยอะๆ
ลูกเนียง มีประโยชน์มาก บางครั้งมีการรณรงค์ห้ามกิน เพราะกินแล้วอาจจะเป็นนิ่ว ต้องกินระกำละลายไป
มาตรฐานรพ.รัฐและเอกชนเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการมาก
หากทำให้ประชาชนเข้าใจอย่างทั่วถึง การใช้บัตรรักษาฟรี ประชาชนรู้สึกต่ำต้อย ต้องทำให้รู้สึกว่า มาตรฐานกลางเป็นแบบนี้ และให้มีสิทธิ์เลือกว่าจะซื้อประกันได้หรือไม่
อ.จีระเดช: สิ่งที่ทำให้ชุมชน และปัญหาในชุมชนปัจจุบันเป็นอย่างไร
นายดือราแม ดาราแม หรือ “เปาะจิ”: ผมมีความรู้ทางวิทยาการน้อยมาก จบป. 4 วันนี้มาพูดให้คณะแพทย์ฟัง อยากช่วยอุดรูเล็กๆของคณะแพทย์
ทำสวนยางพันธุ์ดี 2 ปี หลังจากนั้นเลิกทำ หลังจากนั้นสวนยางเหมือนป่า พันธุ์ไม้ขึ้นมาก หลังจากนั้นให้เจ้าหน้าที่สงเคราะห์มากรีด ตอนยางอายุ 5ปี จนถึงปีที่ 6
สวนยาง 3 ไร่ 10 ตารางวา เทียบกับของเพื่อน 5 ไร่ แต่ได้ราคาเท่ากัน
กระบวนการพัฒนาองค์กรรัฐ ผมมักจะไม่เห็นด้วย สุดท้ายได้รับบริจาคจากอาจารย์นุกูล ซึ่งเป็นคนเก่ง ผู้สอนถูกสอนโดยไม่รู้ตัว
ปี 2548 มีการคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตามพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์กรที่สร้างมาก็อยู่จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ภาคใต้ทั้ง 5 จังหวัด
การเสริมสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งในการปกป้องรักษาสุขภาพของตนเองและครอบครัวโดยมีคณะแพทย์และพยาบาลเป็นพี่เลี้ยง
เมื่อพูดถึงเรื่องที่จะพัฒนาให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้นมา เราจะเข้าใจถึงสภาพความเป็นอยู่ของชีวิต คือการที่ไม่มีการเจ็บไข้ได้ป่วยในบริบทการเคลื่อนไหวของร่างกาย ไม่ว่าจะยืนจะนั่งจะเดินจะวิงจะกินจะดื่มจะนอนจะขับถ่าย ทุกอย่างนั้นอยู่ในสภาพที่ปรกติไม่มีปัญหา นี้คือความเข้าใจเบื้องต้นในความหมายของคำว่า มีสุขภาพที่ดี แต่จริงๆแล้วเราไม่ได้สื่อให้เข้าใจในความหมายเพียงแค่นั้น เราตั้งใจจะสื่อให้เข้าใจในความหมายที่กว้างไปกว่านั้น คือเราอยากจะสื่อให้เข้าใจว่า เราจะทำการพัฒนาให้ชุมชนในชาติมีสุขภาพกายที่ดี และสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง
สำหรับเรื่องสุขภาพนี้ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกายและสุขภาพจิต ถ้าเราคิดแบบตื่นๆเราจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือส่วนบุคคลเท่านั้น จึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะมันเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล แต่ถ้าเราคิดให้ลึกไปกว่านี้อีกระดับหนึ่ง คือระดับชุมชนระดับภูมิภาคระดับประเทศขึ้นมา จะพบว่า เรื่องสุขภาพนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติไปด้วย ซึ่ง ประเทศชาติไหนก็ตาม ในเมื่อมีโรคร้ายระบาดและเกิดภัยพิบัติมาครอกง่ำสร้างผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน ทำให้ประชาชนตกอยู่ในสภาวการณ์สุขภาพที่วิกฤติไปกับความเจ็บไข้ได้ป่วยและล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้น ต้องล้มจมไปพร้อมๆกับชีวิตของประชาชน
นั้นคือเหตุผล ที่แสดงให้เห็นว่า ประเด็นเรื่องสุขภาพ เป็นประเด็นใหญ่มาก และองค์กรที่เป็นหน่วยสำคัญในโครงสร้างการจัดการระบบสุขภาพของชาติ ก็คือองค์กรคณะแพทย์และพยาบาล และถือว่าเป็นองค์กรที่มีความสำคัญมากๆในการเสริมสร้างและปกป้องสถานะเศรษฐกิจของชาติบ้านเมือง เป็นอันว่าองค์กรคณะแพทย์และพยาบาล เป็นองค์กรแนวหน้าองค์กรหนึ่ง ในการสร้างสุขภาพให้มีความเข้มแข็งที่จะนำประเทศชาติไปสู่ความเจริญความรุ้งเริงเรืองสามารถแข็งขันกับชาติบ้านเมืองที่เป็นเพื่อนบ้านในทุกภูมิภาค นั่นหมายความว่าองค์กรคณะแพทย์ เป็นหน่วยสำคัญในโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจหน่วยหนึ่ง ที่ไม่สามารถมองข้ามได้
บทบาทหน้าที่สำคัญขององค์กรคณะแพทย์และพยาบาลนั้น คือการผลิตบุคคลากรและสำรวจการเคลื่อนไหวของโรคทุกประเภทจัดหาอุปกรณ์ยาเวชภัณฑ์ต่างๆและการเฝ้าระหวังปกป้องและบำบัดรักษาสุขภาพของเพื่อนมนุษย์ ที่สำคัญคือประชาชนของบ้านเมือง แต่เท่าทีผ่านมาองค์กรนี้มักจะเป็นองค์กรทำหน้าที่ผลิตบุคลากร จัดหาอุปกรณ์เวชภัณฑ์ จัดระเบียบในโครงสร้างการทำงาน และจะเป็นฝ่ายคานรับเพื่อให้บริการการรักษาบำบัดความเจ็บป่วยของประชาชนเท่านั้น จึงทำให้การทำงานขององค์กรยิ่งวันยิ่งหนักขึ้นทุกขณะ เพราะประชาชนที่เกิดมาใหม่ได้เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้องค์กรนี้จะผลิตบุคลากรไม่ค่อยจะทันกับความต้องการในการงาน เพราะฉะนั้นแนวทางที่จะมาช่วยแก้ในปัญหานี้ก็ คือองค์กรนี้ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ คือจากการที่เป็นฝ่ายคานรับมาเป็นฝ่ายรุกบ้าง โดยไปเสริมสร้างสุขภาพเข้มแข็งให้กับประชาชน ด้วยการสร้างองค์กรเล็กๆขึ้นในชุมชน เพื่อเป็นการสร้างกำลังเพิ่มให้เป็นกำแพงคุมครองหรือเป็นการอุดรูปิดประตูเส้นทางความเจ็บป่วยที่จะเข้ามาถึงมือของคณะแพทย์ต้องจัดการอีกชั้นหนึ่ง นี้เป็นแนวทางหนึ่งในกระบวนการเฝ้าระหวังในการปกป้องรักษาสุขภาพของประชาชน เห็นว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระให้กับองค์กรหลัก
ฉะนั้นถ้าคิดจะสร้าง “ความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อแก้ปัญหาที่ยั่งยืนจากฐานราก”ต้องเคารพในสิทธิและให้เกียรติในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นฐานรากในทุกภูมิภาคเพื่อจะได้ลุกขึ้นมาช่วยกันคิดค้นหาวิธีการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น และภาครัฐหมายถึงหน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนและทุกระดับ ต้องให้การสนับสนุนให้การร่วมมือสร้างกำลังใจให้กับฐานรากอย่างจริงใจและจริงจังแล้ว มั่นใจว่าบรรยากาศการดำรงอยู่ของชาติเราจะร่มเย็นมีสุขแน่นอน
คณะแพทย์ ต้องทำคือ วิทยากรพี่เลี้ยง งบประมาณ ต้องมีเงินหล่อลื่น
เจ้าหน้าที่อสม. ต้องได้รับการอบรม จากคณะแพทย์
ศ.ดร.จีระ:2 ท่านเป็นปราชญ์ชาวบ้าน เขียนบทความพลิกปีระมิด ยอดปีระมิด คือ คณะแพทย์ และเข้าไปสู่ชุมชนมากขึ้น
อสม. นั้นต้องมีการพัฒนาอสม. โดยทางกสทช.ต้องเป็นผู้พัฒนา เพื่อให้มีโครงการ E-learning เพราะเชื่อว่าอสม.เป็นพลังที่สำคัญที่สุด
การแพทย์ภาคประชาชน ต้องนำมาเป็นแนวร่วม และอยากให้คณะแพทย์แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยผ่านอสม.
อยากให้ทั้ง 2 ท่าน เสนอว่าจะทำงานอะไรร่วมกับมอ.
รศ.ประทีป จุมพล: มีการใช้คำว่าคุณ กับอาชีพคุณหมอ และคุณครู แสดงว่าให้เกียรติอาชีพนี้มาก แต่ปัจจุบันเรียกว่านายแพทย์
การแพทย์สมัยใหม่รักษาคนได้ 30%
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี คือ รักสัตว์ต้องสร้างความผูกพัน รักลูกให้ตีคือตีกรอบให้ลูกอยู่
ผู้ชายรายเหลื่อ หมายถึง ผู้ชายมีเยอะ ผู้หญิงต้องเลือกดีๆ
ภาษาไทย มีคนเข้าใจความหมายผิดมากมาย
การปลูกพืช ก็โดนแพทย์สมัยใหม่ห้ามกิน เช่น ห้ามกินมะพร้าว
ตำราไทยบอกว่าให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะมีประโยชน์มากกว่านมสัตว์
แพทย์แผนไทย ควรเปิดเพื่อตอบรับ AEC เป็นแพทย์แบบอิสลาม หรือ การแพทย์แบบพุทธ การแพทย์แบบหยิน หยาง การแพทย์แบบอายุรเวท เพราะที่นี่มีชาวอิสลามมาก แต่ทำไมเราไม่สนใจการแพทย์อิสลาม แต่เราเฉพาะการทำอาหารแบบฮาลาล
ควรฟื้นฟูการแพทย์แผนไทยประยุกต์ แต่ควรทำความเข้าใจและวางฐานเรื่องแพทย์แผนไทยก่อน
อสม.แพทย์พื้นบ้านเป็นอันดับหนึ่ง เงินเดือน 600 บาท
คำถาม:
คุณรุ่งทิพย์: เชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านได้ผสมผสานความสมดุล แต่เราเองเป็นผู้ไม่มีความสมดุลในชีวิต
ขอบคุณวิทยากรทั้ง 2 ท่าน
คณะแพทย์ มอ. มีคณะแพทย์แผนไทยแล้ว แต่ควรพัฒนาอย่างไรดี และทำงานร่วมกัน
อ.จีระ: ควรจะมาเชื่อมกัน แต่ปัจจุบันเชื่อมยากเพราะมีอีกคณะดูแล
จุดเริ่มต้นคณะแพทย์ ควรเริ่มมีเครือข่ายกับวิทยากรทั้ง 3 ท่าน วิชาการต้องเอามาผสมกับประสบการณ์
คุณฉมาภรณ์: ปราชญ์ชาวบ้านขายไอเดียที่มีความแตกต่าง นานเท่าไหร่จึงจะได้รับยกย่องว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้าน
อ.พงศา: มองในมุมมองที่ต่าง เพราะไม่เชื่ออะไรที่ง่ายๆ อ่านหนังสือมาก ค้นพบกับความผิดพลาดของมนุษย์ที่ทำให้สังคมอ่อนแอ ต้องการปฏิรูปประเทศจริงๆ เปาะจิบอกว่า สิ่งที่เชื่อรัฐ หรือกระทรวงส่วนใหญ่จะไม่รอด เพราะฉะนั้นแนวทางปราชญ์จะทำสิ่งตรงข้ามกับรัฐ
เมื่อได้ทางออกแล้ว เจอสิ่งที่ค้นพบแล้ว ต้องทำ และทำให้สำเร็จ
ศ.ดร.จีระ: มาสู่ชุมชนช้าไป เพราะบางครั้งเน้นแต่เรื่องนานาชาติ แก่นความรู้ที่แท้จริงไม่ได้มาจากฝั่งตะวันตก ที่น่าเสียดายคือ ในอดีตไม่มีโอกาสไปต่างจังหวัด มาพบแล้วว่าความหลากหลายจะทำให้เกิดปัญญาทำให้เกิดการประทะความรู้ที่แท้จริง
งานระดับชาติไม่มีประโยชน์เมื่อคนข้างล่างไม่เข้าใจอย่างแท้จริง
ถ้าไม่จัดการเรื่องการเมืองกับประชาชน Health sector ก็จะมีปัญหา
แชร์ความคิดเห็น: ความรู้สึกของประชาชนที่รู้สึกต้อยต่ำเรื่องบัตรฟรีทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องคิดใหม่ว่าต้องหาวิธีที่ดูแล และเข้าใจกับประชาชนมากขึ้นกว่านี้ และตั้งใจให้รับบริการ
ส่วนท่านเปาะจิ ชอบที่ท่านบอกว่า การเสริมสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง
ในการปกป้องรักษาสุขภาพของตนเองและครอบครัวโดยมีคณะแพทย์และพยาบาลเป็นพี่เลี้ยง
ท่านเปาะจิ: ขอฝากว่ามีเรื่องคณะเศรษฐกิจจะไปพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ต้องไปตรวจสอบและเก็บข้อมูล พบว่าชาวบ้านปลูกผักกินเอง ไม่ขาย ก็หาว่าชาวบ้านจน ไม่ยอมทำตามระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเขาไม่ได้ถามชาวบ้านว่าทำไมชาวบ้านทำแบบนี้ แต่กลับมาสรุปเองว่าชาวบ้านไม่ทำตามระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความผิดพลาดมาก เพราะเหตุผลชาวบ้านต้องการปลูกพืชปลอดสารพิษ มีความปลอดภัยสูง
เพราะฉะนั้นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนต้องไม่สรุปเอง ต้องสอบถามเหตุผลจากชาวบ้านก่อน ภูมิปัญญาของชาวบ้านมีความสำคัญมาก
ใบมะมะ มีสรรพคุณรักษาโรคแก้ร้อนใน ต้องสอนให้ชาวบ้านรู้จักแพทย์แผนใหม่เช่นกัน เพราะบางครั้งแพทย์แผนโบราณก็รักษาโรคไม่ทันการณ์ เพราะโลกเปลี่ยนไปมากแล้ว
ท่านเปาะจิ: ความต้องการของมนุษย์ยืนอยู่บนความหลากหลาย มีทั้งสิ่งที่ดี และสิ่งที่ไม่ดี เราอย่าไปโทษศาสนา ชาติพันธุ์ แต่ต้องคำนึงว่าจะต้องทำอย่างไรให้อยู่อย่างสมดุลกัน อย่าโทษใครอย่าดูถูกใคร เพราะทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกันหมด ทุกคนสามารถเข้าสังคมได้ทุกภาคส่วน หากแต่ละคนเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
คนที่ให้ความรู้ผม คือ เป็นชาวไทยพุทธ คือ อาจารย์นุกูล ซึ่งอาจารย์รับผมมาสอนทุกวันที่มัสยิด
ความสัมพันธ์กับมอ. มีความเหนี่ยวแน่นมาก เพราะมอ.ปัตตานีให้ความรู้กับผม ส่วนมอ.หาดใหญ่มอบอนุสรณ์สงขลานครินทร์ให้ อีกทั้งได้มาบรรยายวันนี้ถือว่าเป็นสายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด
อ.พงศา: คนส่วนใหญ่มองรพ. มอ.ว่าเป็นรพ.ที่ดีสำหรับชาวใต้ เรื่องราวที่ขอฝากไว้คือ
หากขาดวิธีคิด ว่าทำไมปัจจุบันนี้คนตายเร็วขึ้น โยงไปสู่ระบบสาธารณสุขบกพร่องหรือไม่ คำตอบคือ ปัจจุบันเน้นวิธีการว่าต้องปรึกษาแพทย์ หรือหาคนที่คล้ายแพทย์
ผมมีความสัมพันธ์กับอสม.มาก แต่เท่าที่สัมผัส คือ วงการแพทย์ไม่ใช้อสม.ไม่มีการตั้งเงื่อนไขร่วมกัน คิดว่ากลุ่มจะอยู่ได้เนื่องจาก ต้องมีเงื่อนไขในการรวมกลุ่ม เพราะฉะนั้นเหตุนี้กลุ่มอสม.จึงไม่มีพลัง
ครัวเรือนเศรษฐกิจพอเพียง หากชาวบ้านทำอาหารอย่างพอเพียงปลอดภัยไร้มลพิษ เห็นว่าสุขภาพก็จะดี ทำอย่างไรจึงจะทำให้เรื่องนี้เข้มแข็งขึ้น เหมือนในอดีตเห็นว่าชาวบ้านไม่ค่อยเจ็บป่วย
สกย.สั่งฆ่าต้นไม้ทุกต้นในสวนยาง เพราะยางพาราเป็นพืชผลักใบ วันหนึ่งปลูกแต่ยางพาราไม่นานก็เป็นโรคตายหมด ดังนั้นการทำสวนยางอย่างเดียวก็ไม่คุ้ม ดังนั้นอย่างรับคำสั่งมาจากข้างบนอย่างเดียว ต้องเชื่อภูมิปัญญาชาวบ้านด้วย
ญี่ปุ่น มีคนอายุเกิน 100 ปี ด้วยเหตุนี้
การสร้างระบบสุขภาวะที่ดี อสม.ต้องลงไปที่ครัวเรือน โดยอาศัยภูมิปัญญาที่ดี โดยไปค้นคว้าศึกษา
ไม่มีศาสนาไหนสอนมนุษย์ร่ำรวย เพราะทุกความร่ำรวยทำให้คนขาดทุน เพราะเป็นการเอาเปรียบคน เพราะฉะนั้นหมอจึงไม่ควรร่ำรวย ความเชื่อผิดๆคือรวยถูกจนผิด ทำให้สังคมนี้มีปัญหามาก ปลายทางคือคนในชนบทล่มสลายไปอยู่ตึกสูงในเมือง
ทางออกคือ ให้ประชาชนปลูกต้นไม้ เนื่องจากจะเกิดประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอยู่กันอย่างผาสุก
ร่วมแสดงความคิดเห็น
คุณธนพันธ์:อ.พงศา ทำให้รู้สึกว่ามีความภูมิใจในชาติฝั่งตะวันออก เพราะมีภูมิปัญญาลึกซึ้งมาก เช่น ถั่วเหลือง มีคุณค่าทางอาหารเยอะมาก น้ำเต้าหู้มีสารอาหารไม่เท่ากับการหมักเต้าหู้ คือ เต้าเจี๊ยว การทำนัตโต๊ะ อาจารย์มาช่วยต่อยอดให้พวกเราเข้าใจมากขึ้น ขอบคุณครับ
ศ.ดร.จีระ: อสม. ทำให้นึกถึงเรื่องงานวิจัย ระหว่างก่อนและหลังการฝึก พบว่าคนไปโรงพยาบาลน้อยลง เอาเงินที่ได้คืนอสม.ไป
อ.พงศา: อสม.ถูกใช้ไปทางการเมืองทำให้แย่ลง อสม.จึงไม่มีประโยชน์สำหรับประชาชนจริงๆ
คุณรุ่งทิพย์: ความเชื่อที่ว่านายทุนจะกว้านซื้อที่ดิน ขอสนับสนุนเรื่องนี้ที่ไม่ควรให้ขายที่ดินให้นายทุน
ึ เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชและกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อปรับใช้ในการสร้างคุณค่ากับงานคณะแพทยศาสตร์ มอ. ในอนาคต
ศาสตรจารย์คลินิกนพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์
ภก.ณัฐดนัย
อาจารย์ประสบสุข
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์
ศาสตรจารย์คลินิกนพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ ได้เล่าถึงประสบการณ์ ข้อคิดเห็นการบริหารงานในการเป็นคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ซึ่งเป็นตัวอย่างของนักบริหารที่ดีมากท่านหนึ่ง. ได้เรียนรู้การบริหารหลายเรื่องเช่น การหาทุนสร้างตึกใหม่ในโรงพยาบาล การให้ความสำคัญด้านคุณธรรมจริยธรรม การสร้างกำลังใจแก่บุคลากรโดยจัดสัมนาบ่อยๆ การตั้งรองคณบดีหลายคน และสิ่งที่มีคุณค่ามากคือ พระราชกระแสดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวที่ให้กับอาจารย์ไว้
1.นักเรียนใหม่ ตั้งใจทำงาน
ทำให้ต้องพัฒนาตนเองเสมอทุกวัน
2.ให้อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดีอย่าไปดูถูกใคร
การให้เกียรติผู้ป่วย ญาติ ทำให้ไม่มีการฟ้องร้องหรือเกิดน้อยมาก ถ้าเราทำดีกับคนอื่นเท่ากับเรามีพันธมิตร ทำอะไรก็ทำได้ง่าย ข้อคิดอีกอย่างคืออุปสรรคทำให้เกิดปัญญา ปัญหาทำให้เกิดบารมี รวมทั้งความสำคัญของการสร้างเครือข่ายต่างๆ ทำให้ง่ายในการหาทุนเพื่อสร้างกุศล และหลักการทำงานที่ยืดหยุ่นแต่ไม่หย่อนยาน ซึ่งจะนำความยั่งยืนมาให้
ภก.ณัฐดนัย เป็นตัวอย่างในการคิดนวัตกรรมเกี่ยวกับสมุนไพรที่มีประโยชน์และสามารถสร้างทั้งคุณค่าและมูลค่าให้กับโรงพยาบาล
CSR: social innovation: คณะแพทยศาสตร์ มอ. กับการพัฒนาสังคม/ชุมชนในสายตาของประชาชน 14สค. 57
นายพงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการนักพะโต๊ะ ชุมพร
นายดือราแมาดาราแม บาเจาะนราธิวาส
รศ.ประทีป ชุมพล
ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย
อาจารย์พงศา ชูแนม ได้ชี้ให้เห็นมุมมองชาวบ้านว่าเขามองแพทย์อย่างไร
ประชาชนต้องการเห็นความแตกต่างที่น้อยลงระหว่างโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
ต้องการให้มีการส่งเสริมสุขภาพที่ผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน
ประชาชนรู้สึกต่ำต้อยเมื่อเข้าโรงพยาบาลที่ใช้บัตรประกันสุขภาพ
ทำให้เรากลับมามองตัวเราในฐานะบุคลากรวิชาชีพซึ่งเดิมคิดว่าเราให้บริการทุกคนเท่าเทียมกัน แต่ในมุมมองประชาชนไม่ใช่เช่นนั้น แสดงว่าต้องมีช่องว่าหรือพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้ประชาชนรู้สึกต่ำต้อยแม้แต่เรื่องสิทธิบัตร แล้วเรื่องอื่นๆอีกมากเขาจะรู้สึกอย่างไร ทำให้เราต้องกลับมามองการให้บริการเราที่ควรจะแคร์ต่อความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนขึ้นของประชาชนมากขึ้นที่จะทำให้เขาไม่รู้สึกแตกต่างกัน รู้สึกมีคุณค่า ซึ่งเป็นพื้นฐานของความต้องการของบุคคล
นายดือราแมา ดาราแม
ประชาชนเข้าใจว่างานด้านสุขภาพเป็นของแพทย์ พยาบาล
สิ่งที่ต้องมีในการเสริมสร้างสุขภาพประชาชนคือ สถานที่ บุคลากร งบประมาณ วิทยากร/พี่เลี้ยง
คุณดือราแมมีความเห็นว่าควรคืนความรับผิดชอบให้กับประชาชนในด้านสุขภาพ
โดยมีแพทย์ พยาบาลเป็นวิทยากรหรือพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นแนวคิดที่สำคัญในการแก้ปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน
ประทับใจวิทยากรทั้ง 2 ท่านมากที่ทำให้เห็นตัวตนของท่านที่มีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคม เข้าใจคน เข้าใจธรรมชาติ เชื่อในสมดุลย์ของธรรมชาติที่จะนำมาใช้ให้เกิดสมดุลย์ในชีวิตและสุขภาพ สมกับเป็นปราชญ์ชาวบ้านโดยแท้
วันที่ 13 สค. 57
การได้ถอดบทเรียนจากหนังสือที่เป็นการบ้านสำหรับสัปดาห์นี้ ทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคนไม่ว่าในด้านของการสร้างชื่อเสียง อาชีพ ความยืดหยุ่น เคล็ดลับการประสบความสำเร็จ ซึ่งต่างเหล่านี้ เหมือนเป็นกรอบ แนวทางในการคิด ปฏิบัติ ให้เราสามารถทำงานได้โดยประสบความสำเร็จ การจะอยู่ในองค์กรได้ต้องรู้จักที่จะต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลง การจะเป็นผู้นำองค์กรได้ต้องมีลักษณะ เช่น ต้องคิดบวก สร้างสรรค์ บริหารจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ว่าเราจะลงมือทำอะไรก็ตาม ก็ให้ออกมาจากใจ
ตัวเราเป็นต้นเหตุ เพราะฉะนั้นจะแก้อะไรก็ขอให้แก้ที่ต้นเหตุ
วันที่ 14 สค. 57
ช่วงเช้าท่านอาจารย์ธีรวัฒน์ อดีตคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ของศิริราช หลังจากได้ฟังท่านพูดแล้ว รู้สึกยกย่องอาจารย์เป็นอย่างมากในการทำงานของอาจารย์ รู้สึกถึงการทำงานด้วยใจที่มีความรักในประเทศ รักในการเป็นคนไทย ไม่ใช่แค่เป็นคณบดีของคณะแพทย์ศิริราช อาจารย์เป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรจะเอาเยี่ยงอย่างในการทำงานเป็นอย่างมาก
"การอ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่างไปดูถูกใคร"
"อุปสรรคทำให้เกิดปัญญา ปัญหาทำให้เกิดบารมี"
"การจะเป็นหัวหน้าคนต้องกล้าเผชิญปัญหา"
และยังได้รับความรู้เกี่ยวกับแพทย์แผนไทยของ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์อีกมากมาย
ช่วงบ่าย วันนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นวิถีพุทธอีกอย่างหนึ่ง ในปัจจุบันนี้โลกเราถูกครอบงำด้วยวิถีตะวันออก ความเป็นอยู่ต่างก็ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่ง ทำให้เราลืมรากเหง้าของตัวเอง ว่าเรานี้แท้จริงแล้วเกิดมาจากธรรมชาติเพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะอยู่กับธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ได้เพราะความสมดุลของชีวิต มีร้อนก็ต้องมีเย็น เห็นด้วยกับอาจารย์พงศาเป็นอย่างมากเกี่ยวกับธรรมชาติสร้างความสมดุล ในเรื่องของผลไม้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ช่วงที่มีทุเรียนก็มีฝนตกเพราะทุเรียนกินมากก็ร้อนใน เป็นต้น
14 สิงหาคม 2557
วันนี้ฉันรู้สึกอิจฉา รศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่ได้ทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของชาวไทย อิจฉาทีมแพทย์ทีมพยาบาลของศิริราชที่ได้ถวายงานอย่างใกล้ชิด ถึงแม้โรงพยาบาลของเราจะมีแพทย์เฉพาะทางที่มีศักยภาพไม่ต่างจากศิริราช มีทีมพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถไม่แพ้ใคร แต่การที่พวกเราอยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ ทำให้ไม่มีโอกาสเลย ฉันปลอบใจตัวเองด้วยการคิดว่าการที่เราตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด ก็เป็นการได้ทำงานรับใช้พระองค์ท่านทางหนึ่งเหมือนกัน และคืนนี้ก่อนนอน ฉันจะร้องเพลง" จำขึ้นใจ " ดังๆอยู่คนเดียว
เพลงจำขึ้นใจ
ศิลปิน คำร้อง สุรักษ์ สุขเสวี
อัลบั้ม ทำนอง/เรียบเรียง เศกพล อุ่นสำราญ
ฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เกิดมา สวมเครื่องแบบสมญาข้าราชการ
และได้ทำภาระหน้าที่สำคัญ รับใช้งานเพื่อพ่อหลวงแห่งไทย
สานประโยชน์ของชาติและปวงประชา เหมือนคำสัตย์สัญญาที่มอบเอาไว้
ด้วยหลักการเลิศล้ำ หลักธรรมค้ำใจ ภาคภูมิใจในเกียรติยศศักดิ์ศรี
จะเดินตามรอยเท้าของพ่อด้วยความตั้งใจ จะเติมเต็มความหมายข้าราชการที่ดี
มอบชีวิตทุ่มเทให้แผ่นดินนี้ ทำความดีเพื่อชาติไทย
สูงที่สุดของชีวิตคนหนึ่งคน ต้องพิสูจน์ว่าตนได้ทำอะไร
ด้วยสัจจะที่ฉันปฏิญาณให้ไป ฉันภูมิใจที่ทำตามได้จริง
ยึดมั่นหัวใจ ในหลักเที่ยงธรรม รับใช้ประชาชน
ทุกคนเท่าเทียมกัน มั่นคงความดีตลอดไป
ฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เกิดมา สวมเครื่องแบบสมญาข้าราชการ
และได้ทำภาระหน้าที่สำคัญ รับใช้งานเพื่อพ่อหลวงแห่งไทย
( เมื่อเราถวายปฏิญาณคำสัตย์ สิ่งมีค่าและภาคภูมิใจของเราคือนำเอาคำนั้นไปปฏิบัติ เพื่อถวายแด่พ่อหลวงตามรอยพระยุคลบาท จะมุ่งมั่นรับใช้ประชาชน และแก้ไขปัญหาของชาติ เต็มกำลังและความสามารถที่มีให้สมกับที่เกิดมาเป็นข้าราชการบริพารพร้อม เกียรติยศที่เราได้สวมเครื่องแบบสีกากีคือการได้ตอบแทนแผ่นดินด้วยคำว่า บริการเราคือข้าราชการ)
จะเดินตามรอยเท้าของพ่อด้วยความตั้งใจ จะเติมเต็มความหมายข้าราชการที่ดี
มอบชีวิตทุ่มเทให้แผ่นดินนี้ ทำความดีเพื่อชาติไทย
สูงที่สุดของชีวิตคนหนึ่งคน ต้องพิสูจน์ว่าตนได้ทำอะไร
ด้วยสัจจะที่ฉันปฏิญาณให้ไป ฉันภูมิใจที่ทำตามได้จริง
(ทดแทนคุณให้พ่อหลวงและแผ่นดิน)
สรุปบทเรียน วันที่ 13 ส.ค.57
วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือเรื่อง The leader’s Guide to Managing People
มี 5 คำถามสำหรับการเริ่มต้นทำงานให้ประสบความสำเร็จ ได้แก่ Who am I? Where have I come from? What energises me? What am I good at? Where do I want to get to in my life?
และมี 3 คำถามที่จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมาย ได้แก่ อะไรที่คุณต้องการทำให้ดีขึ้น ใครสามารถช่วยคุณได้ และคุณจะวัดความสำเร็จอย่างไร ทำไมทีมถึงผิดพลาดได้เพราะส่วนใหญ่ทีมที่เดินทางผิดไม่ประสบผลสำเร็จ มาจากพฤติกรรมที่ไม่ดี ชอบทำงานคนเดียว ไม่มีทักษะการแก้ไขจัดการกับความขัดแย้ง ขี้เกียจ ลงในรายละเอียดมากเกินไป ขาดความเห็นจากเสียงส่วนใหญ่ ปิดไม่ยอมรับคนนอก คนใหม่ ทำเหมือนไม่ใช่พวกของตนไม่ยอมรับ และที่สำคัญผู้นำจะต้องมีทัศนคติที่ดี สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลก หรือสถานการณ์ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้
ช่วงบ่ายเป็นการPresent กรณีศึกษาที่น่าสนใจจากกลุ่ม เช่น Premium Service, PSU Empowerment center, 2020 ผู้สูงวัยสนใจภาวะสุขภาพ, talent management PSU model และ E-delivery Service Med PSU 2020 ซึ่งแต่ละโครงการได้รับข้อเสนอแนะจากท่านวิทยากรที่ทำให้กลุ่มสามารถเดินหน้าต่อไปได้
สรุปบทเรียน วันที่ 14 ส.ค.57
เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทย์ศิริราชและกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทย์ มอ. ในอนาคต
จากประสบการณ์การทำงานของผู้นำรพ.ศิริราชพบว่าการจะปฏิบัติงานให้สำเร็จจะต้องเป็นคนที่รอบรู้ สร้างกำลังใจให้บุคลากร โดยเฉพาะการจัดสัมมนาแบบ Cross function เน้นศีลธรรมจริยธรรม และยึดหลักพระราชดำรัสของพระราชบิดา คือ ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สองประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง และยึดหลักตามกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า
: นักเรียนใหม่ต้องตั้งใจทำงาน นั่นก็คือต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา
: ให้อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร นั่นคือการให้เกียรติแก่ผู้อื่น
: อุปสรรคทำให้เกิดปัญญา ปัญหาทำให้เกิดบารมี
นอกจากนี้ทำให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้นำรพ.อภัยภูเบศรในการต้องการคงไว้ซึ่งภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างไทยๆ มีความตั้งใจทำงานเพื่อชุมชน เพื่อประชาชนชาวไทยให้ได้รับสิ่งดีๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีคู่แข่งอยู่จำนวนหนึ่งและในอนาคตก็จะมีคู่แข่งมากยิ่งขึ้นเมื่อเราก้าวเข้าสู่ AEC ซึ่งก็คงเป็นความท้าทายความสามารถของผู้นำต่อไป
ช่วงบ่าย Social Innovation: คณะแพทย์ มอ. กับการพัฒนาสังคม/ชุมชน ในสายตาของประชาชนช่วงนี้ทำให้เห็นว่าในมุมมองของประชาชนยังมองว่าเรายังให้บริการแบบไม่เสมอภาค ไม่เท่าเทียม ให้การรักษาตามมาตรฐานหรือไม่ มองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างบุคคล ระหว่างความเชื่อ ความศรัทธา มักคิดว่าเราถูกเขาต้องปฏิบัติตามเรา จึงทำให้เกิดปัญหา ทำไมเราถึงไม่พยามปรับตัวเข้าหากัน ยอมรับในความแตกต่างของคน และให้ความรู้กับเขาให้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องตามภูมิปัญญาของชาวบ้านที่เป็นไปได้ในการดูแลสุขภาวะ ซึ่งมีตัวช่วยในชุมชนได้เป็นอย่างดี คือ อสม.
CSR: โรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์
เปิดเวทีสาธารณะถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน หัวข้อการสร้างความเข้มแข็งให้ชีวิตวัยรุ่น 15สค.57
วันนี้เป็นการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งของ CSR ซึ่งเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมของคณะแพทยศาสตร์
ในการไป learn share เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรา care ต่อสังคมโดยเฉพาะวัยรุ่นซึ่งจะเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติต่อไป สภาพแวดล้อมของโรงเรียนร่มรื่นน่าอยู่มาก มีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก เป็นโรงเรียนที่ส่งเสริมความสามารถของนักเรียนในด้านกีฬา ดนตรีและการเกษตร วันนี้เด็กๆได้ปล่อยพลังกันอย่างเต็มที่ เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความสนุกสนานของเด็กๆในการร่วมกิจกรรม ทำให้รู้สึกอิ่มใจไปด้วย บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะสอดแทรกแนวคิดการสร้างความเข้มแข็งให้ชีวิตวัยรุ่นลงไปกับกิจกรรมนันทนาการ ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ทั้งวิทยากรที่ให้ความรู้ คุณฉมาภรณ์ คุณพรทิวา คุณประยุทธ์ และอ.นพ.สุทธิพงษ์ รวมถึงพิธีกรคนเก่งทั้ง 3 ท่านคุณบิ๊ก คุณโซเฟียและคุณรุ่งทิพย์ที่ทำให้กิจกรรมวันนี้สำเร็จลงด้วยความสุขและเสียงหัวเราะของเด็กๆ เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขของครูทุกคนที่ทั้งนั่งและยืนมองลูกศิษย์ได้แสดงออก มีความสนุกสนานและได้รับของขวัญกันอย่างถ้วนหน้า ส่วนผู้ที่ได้มากที่สุดคือพวกเรา ชาวคณะแพทย์ที่ได้เรียนรู้ร่วมกับเด็กๆที่นี่ในด้าน CSR ได้รับความสุขใจที่เกิดจากการแบ่งปันและเรียนรู้ว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เราสามารถมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม ไม่เพียงแต่การทำงานในวิชาชีพเท่านั้น
ครั้งที่ 10 13 ส.ค. 2557 วิภารัตน์
สรุปสิ่งที่ได้เกิดการเรียนรู้วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่องThe Leader’s Guide to Managing People
กล่าวถึงเคล็ดลับในการเป็นผู้นำที่ประสบผลสำเร็จ ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความคิดเชิงบวก มุ่งแก้ปัญหา เมื่อเจอปัญหามีความอดทน มีทักษะในการตั้งใจฟัง ช่างสังเกต มีความเข้าใจ คำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลให้เกียรติและให้โอกาสคนอื่นและให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม นอกจากนั้นต้องสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ และหลักที่สำคัญ คือ ครองใจ ครองตนและครองคน
ช่วงบ่ายเป็นการนำเสนอ mini research ที่แต่ละกลุ่มสนใจ เช่น Premium Service, PSU Empowerment center, 2020 ผู้สูงวัยสนใจภาวะสุขภาพ, talent management PSU model และ E-delivery Service Med PSU 2020 ซึ่งแต่ละโครงการได้รับข้อเสนอแนะจากท่านวิทยากรให้มุมแต่มุมให้กว้างและครอบคลุมเพิ่มขึ้น ทำให้แต่ละกลุ่มเห็นทิศทางและความสำเร็จของmini researchมากขึ้น
วันที่ 15 ส.ค 57
วันนี้เป็นวันที่อยากให้มาถึงอีกวันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่พวกเราจะได้สนุกกันและได้เปลี่ยนจากห้องเรียนที่เป็นสี่เหลี่ยมมาเป็นห้องเรียนข้างนอกเป็นห้องเรียนภายใต้โรงเรียนของเด็ก ๆ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ทำให้คิดว่าคณะแพทย์ยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะนอกเหนือจากการรักษาพยาบาล การเรียนการสอน ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้คิดว่าเป็นการเพิ่มคุณค่าซึ่งตอบโจทย์ 3Vของท่าน.จีระได้เลย
พิธีกรเก่งมาก ๆ น่ารักทั้งสองคนเลย ทั้งคุณบิ๊ก คุณโซเฟีย และพี่รุ่งทิพย์ ซึ่งทุกคนทำหน้าที่ได้เต็มที่มาก ๆ ต้องขอขอบคุณทีมจีระอคาเดมี่เป็นอย่างมากที่ทำให้คณะแพทย์ได้จัดกิจกรรมดีดีแบบนี้
15 สิงหาคม 2557
การไปทำกิจกรรมCSR ที่โรงเรียนเกาะแต้าพิทยาสรรค์ในวันนี้ ทำให้ฉันคิดถึงความหลังสมัยเป็นนักศึกษาที่มช. เวลามีวันหยุดติดกัน 3วัน ฉันมักจะสมัครไปออกค่ายอาสากับชมรมบำเบ็ญประโยชน์อยู่เสมอตอนแรกก็ตามเพื่อนๆไปเพราะพวกเราบ้านอยู่ปักษ์ใต้ หยุดเพียง3 วันก็กลับบ้านไม่ได้ จึงไปออกค่ายดีกว่าอยู่หอได้ไปช่วยสร้างห้องสมุด ไปทาสีห้องน้ำที่โรงเรียน ไปช่วยขนดินที่ชาวบ้านขุดบ่อเอาไปถมในสวน ฯลฯ ไปกิน-นอนอยู่กับชาวบ้านตามหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ ฉันรู้สึกภูมิใจที่นักศึกษาตัวเล็กๆอย่างเราได้ทำตัวเป็นประโยชน์ได้ช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง บางครั้งก็รู้สึกตื้นตันใจเมื่อทราบว่า แม่อุ๊ยยอมกินข้าวเหนียวจิ้มกับน้ำพริกหนุ่มเปล่าๆเพื่อเก็บหมูทอดซึ่งมีเพียงชิ้นเดียวไว้ให้ละอ่อนน้อยนักศึกษาที่นัดไว้ว่าตอนเที่ยงๆจะมาถึง หลังออกค่ายเสร็จแต่ละครั้งพวกเราก็จะมาประชุมกันเพื่อประเมินผลและวางแผนกิจกรรมครั้งต่อไป มีอยู่วันหนึ่งที่รุ่นพี่ผู้ชายปี4ได้พูดกลางที่ประชุมว่าเขาขอโทษที่มองฉันผิดไป เขาสารภาพว่าเขาเคยบอกประธานให้ตัดชื่อฉันออกเพราะกลัวฉันจะไปเป็นภาระให้คนอื่น หมายถึงถ้ารถเต็มฉันก็จะเป็นคนแรกที่ไม่ได้ไป (โห..อ้ายเป็นหยัง ใจ๋ฮ้ายขนาด ) ฉันได้แต่ยิ้มๆไม่อยากจะบอกว่า ถึงแม้ฉันจะดูเป็นคุณหนูบอบบางแค่ไหน ( สมัยนั้นน้ำหนัก39กก.)แต่ฉันก็ทำงานได้ทุกอย่างเพราะบ้านฉันก็อยู่บ้านนอกเหมือนกัน งานขนดิน ขนทราย เลี้ยงหมู เลี้ยงวัว ฉันทำมาหมดแล้ว
เมื่อเรียนจบมาทำงานในร.พ. ระดับตติยภูมิ บรรยากาศการไปช่วยเหลือชาวบ้านก็หายไป ฉันก้มหน้าก้มตาทำงานจนฉันพบว่า งานกิจกรรมอาสาต่างๆฉันไม่ค่อยได้ไปเลย ถึงแม้ฉันเคยไปออกหน่วยรับบริจาคเลือด ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตอนน้ำท่วม หรือไปสถานสงเคราะห์คนชราอนาถาอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบว่าฉันทำงานที่นี่มา 30กว่าปีก็นับว่าน้อยมากๆ ดังนั้นการไปทำกิจกรรมในวันนี้ ทำให้บรรยากาศเก่าๆสมัยเป็นนักศึกษาย้อนกลับมาอีกครั้ง แตกต่างกันตรงที่ครั้งนี้ฉันเป็นรุ่นพี่ผู้เฝ้ามองและมอบหมายให้รุ่นน้องๆเค้าเป็นคนทำกิจกรรมแทน ขอบคุณพวกเราทุกคนที่ร่วมมือร่วมใจกันทำให้กิิจกรรมของเราสำเร็จไปด้วยดี โดยเฉพาะฝ่ายรับบริจาคของขวัญที่รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่ได้ของขวัญมามากมายเกินความคาดหมาย จนบางคนบอกว่าปีหน้าคณะแพทย์จัดงานวันเด็กไม่ต้องตั้งงบเลย เปิดรับบริจาคแบบนี้ดีกว่า แหม... ถ้าคณบดีได้ยินคงดีใจนะ เพราะนโยบายของท่านคือ ประหยัด เรียบง่าย ประโยชน์สูงสุด
สรุปบทเรียนวันที่ 15 ส.ค. 57
CSR: โรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์
รู้สึกตื่นเต้นกับกิจกรรมในวันนี้เพราะห่างหายจากบรรยากาศแบบนี้มานานมากแล้ว เมื่อไปพบสภาพแวดล้อมที่ร่มเย็น กว้างขวาง ของโรงเรียนยิ่งทำให้ความรู้สึกเก่าๆกลับมา สมันเราเป็นเด็กรู้สึกโหยหาความรัก ความคิดถึง จากบุคคลภายนอกอยากให้มีคนไปเยี่ยมโรงเรียนเราเยอะๆ เมื่อมีคนไปเยี่ยมจะรู้สึกตื่นเต้น เขาจะมาทำอะไรกันนะ เป็นคำถามที่อยู่ในใจทุกคน ซึ่งคิดว่าความรู้สึกนี้ก็คงไม่แตกต่างไปจากน้องๆในวันนี้ที่สะท้อนออกมาเป็นข้อเขียน 3 คำ เช่น มาทำอะไร ดีใจจัง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราคิดว่ากิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมที่เราคณะแพทยศาสตร์ ควรจะทำเป็นกิจวัตรเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อสังคมมาก การทำกิจกรรมในวันนี้ทำให้เห็นบรรยากาศของการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และการมีจิตใจที่จะให้กับผู้อื่น ขอบคุณทีมงานของอ.จิระ ที่ได้จัดให้มีกิจกรรมดีๆอย่างนี้แก่พวกเรา
13 ส.ค.2557
ได้เรียนรู้จากทุกกลุ่มที่สรุปจากหนังสือ The Leader’s Guide To Managing People ซึ่งการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ต้องอาศัย 3 ส่วนคือ องค์กรที่น่าอยู่ คล่องตัวทันสมัย บุคลากรมีความสามารถและแรงจูงใจอยากทำงานเต็มความสามารถ และทำเต็มที่
14 ส.ค.2557
ประทับใจการบริหารงานของอ.นพ.ธีรวัฒน์มาก อาจารย์ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด สามารถบริหารคนจำนวนมาก สร้างคุณภาพชีวิตให้บุคลากรและขณะเดียวกันก็มีความคิดมองการณ์ไกลเพื่อความอยู่รอดของรพ.
ส่วนภก.ณัฐดนัย ขอชื่นชมในความสามารถเช่นกันได้นำเอาภูมิปัญญาของชาวบ้านมาประสมประสานกับวิทยาการที่ทันสมัยผลิตยาสมุนไพรมาใช้ในรพ.และส่งจำหน่ายไปทั่ว
ช่วงบ่ายได้ข้อคิดและประทับใจคุณพงศา ชูแนม และเปาะจิ มากๆๆ 2 ท่านนี้อยากให้เชิญไปพุดคุยในชุมชนอื่นๆด้วยเพื่อให้ประชาชนได้เอาเป็นตัวอย่าง
15 ส.ค.2557
ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับเด็กๆรู้สึกดีมาก เด็กเหล่านี้เขาเก่งแต่เขาขาดโอกาสหลายๆอย่างอยากจะไปอีกรู้สึกผูกพันกับเขา
กิจกรรม CSR
เปิดเวทีสาธารณะถ่ายทอดความรู้สู่สังคม
ณ โรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา
หัวข้อ “ การสร้างความเข้มแข็งในชีวิตของวัยรุ่น”
15 สิงหาคม 2557
กิจกรรม
คุณสุภวัส คุณโซเฟีย : อยากให้ผู้ใหญ่ ครู เข้าใจอะไรวัยรุ่นบ้าง
น้องๆ: อยากมีwi-fi ที่บ้าน จะได้ไม่ต้องเล่นบ้านเพื่อน
การเล่นอินเตอร์เน็ตชอบเข้าเว็ปฟังเพลง ดาวน์โหลดเพลง
คุณสุภวัส คุณโซเฟีย : น้องๆต้องมีEQ การกล้าในการทำ กล้าพูด
1. อารมณ์
คุณป้อม: เวลาคุยกับครูกลัวหรือไม่เวลาจะคุยกับครูแล้วครูเหนื่อย จะกล้าบอกครูหรือไม่ วันนี้จะมาคุยเรื่องอารมณ์ของน้องๆ หรือเด็กวัยรุ่นสมัยนี้
สมัยก่อนพี่จะช่วยเลี้ยงน้อง สมัยนี้พ่อแม่ตามใจ ไม่มีความอดทนอดกลั้น ไม่มีความเสียสละ
ผู้ใหญ่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย
เวลาอยู่โรงเรียน ครูมีบทบาทที่จะช่วยให้เด็กไม่ก้าวร้าว
คุณนิตยา: มีเพลงคณะแพทย์ อยากร้องเพลงเพื่อฝากไว้ให้ทุกคนของโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์
2. อุบัติเหตุ
คุณประยุทธ์: ขอถามน้องๆเรื่องอุบัติเหตุ ว่าเคยประสบอุบัติเหตุหรือไม่
3. อาหาร
4. ออกกำลังกาย
อะไรทีคิดว่าเป็นการออกกำลังกาย
ศ.ดร.จีระ: คนเราหากจะประสบความสำเร็จต้องมีอารมณ์ที่ดี วิธีการทำให้อารมณ์เย็น คือ นับ 1 ถึง 10 จะทำให้อารมณ์นิ่งลง สำหรับน้องๆ นักเรียน เรื่องอารมณ์เป็นเรื่องสำคัญ คือ เรื่อง EQ อยากเห็นทุกคนระมัดระวังตัวเอง ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ต้องมีวินัยในการใช้ชีวิต ต้องมีการวางแผนที่ดี
เรื่องอาหาร พ่อแม่ต้องไม่ตามใจเด็กมากเกินไป หรือบางครั้งโดนอิทธิพลของสื่อทำให้กินอาหารนั้นๆ
ออกกำลังกาย เป็นเรื่องที่สำคัญ
สรุปว่าขอให้เราทำเป็นเทป ทำการสัมภาษณ์และส่งไปเป็นกรณีศึกษาให้โรงเรียนต่างๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้
ข้อดีของคณะแพทย์ คือ มาบรรยายแบบ Back to basic เน้นเรื่องใกล้ตัวที่เป็นพื้นฐานของ Human capital ที่สำคัญ
ขออวยพรให้คณะแพทย์และโรงเรียนเกาะแต้วทำงานร่วมกันในอนาคต
เขียนวันที่ 13 สิงหาคม 2557
วิเคราะห์หนังสือ เรื่อง The Leader’s Guide to Managing People
เคยอ่านเจอวาทะผู้นำอย่าง สตีฟ จ็อบส์ ที่พูดว่า " If you keep your eye on the profit, you′re going to skimp on the product. But if you focus on making really great products, then the profits will follow" ถ้าคุณให้ความสำคัญกับกำไรก่อน สินค้าของคุณจะด้อยคุณภาพทันที แต่ถ้าคุณตั้งใจจะผลิตสินค้าที่ดีเลิศก่อน กำไรจะตามมาแน่นอน จ๊อบส์พูดถึงสินถ้า แต่ถ้าเรามาปรับกับงาน และคนที่เราทำงานด้วย สิ่งที่มองเห็นและต้องการ คือ “ ความรักและความจริงใจ ” ลูกน้องสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนี้ ผู้นำต้องสร้าง “ trust ” ให้กับตัวเองและองค์กร ต้องมีความเชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำและพูด
เราได้รับการสอนเรื่องของ Art & Science มาตั้งแต่สมัยเรียน ซึ่งตัว Soft Skill ก็จะเป็นอีกทักษะที่เห็นเลยว่าถ้าคนมีทักษะนี้จะทำให้การทำงานของเขาโดดเด่น การเป็นผู้นำคงไม่มีวิธีการที่ดีที่สุด ต้องใช้หลาย ๆ ทักษะร่วมกัน และต้องฝึกฝนอยู่เสมอ การนำมาปรับใช้ที่น่าสนใจ คือ เรื่องของความจริงใจในการทำงาน วัฒนธรรมการทำงานที่มีการ feed back อย่างตรงไปตรงมา (honest but not personal) น่าจะทำให้การทำงานพัฒนาได้ และปัญหาสามารถแก้ได้ตรงจุด ( แต่คงต้องพัฒนาด้านการใช้คำพูด การสื่อสารด้วย )
MED PSU 2020: case studies and learn-Care-Share
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
ใน section นี้เป็นการนำเสนอ Project ที่แต่ละกลุ่มเลือกทำ เพื่อตอบโจทย์อนาคตคณะแพทย์ฯ MED PSU 2020 ใช้เรื่องของ 3Vadded value ให้กับคณะแพทย์มอ. มี creation และมี diversity
โปรเจค ควรมีความคิดสร้างสรรค์ เหมาะกับโลกปัจจุบันซึ่งมีการแข่งขัน ตั้งคำถามว่า project ที่เราทำสงขลานครินทร์ดีกว่าคนอื่นอย่างไร จะไปให้ถึงจุดมุ่งหมายได้อย่างไร
กลุ่มเราเลือกทำเรื่อง E- delivery service : PSU 2020 แต่เมื่อฟังจากหลาย ๆ กลุ่ม มองเห็นว่าถ้าแต่ละกลุ่มทำงานควบคู่กันไป ทั้งการพัฒนาบุคลากรของคณะ ฯ การใช้เทคโนโลยีสื่อสารสารสนเทศ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพผ่านระบบทางไกล การสนับสนุนนโยบายการดูแลการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ซึ่งหากทำได้จะทำให้คณะแพทย์ ฯ พัฒนาอย่างพุ่งและก้าวกระโดดแน่นอน
เขียนวันที่ 14 สิงหาคม 2557
MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care
: เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทย์ฯ ศิริราช และกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทย์ มอ. ในอนาคต
โดย รศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ และภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์
ดิฉันฟังอาจารย์ ธีรวัฒน์ เล่าประสบการณ์ทำงานที่คณะแพทย์ ฯ ศิริราช ท่านเล่าถึงการทำงานที่ผ่านมาซึ่งดิฉันฟังแล้วทึ่งมากว่า ทำไมคนหนึ่งคนถึงสามารถทำอะไรได้มากเพียงนี้ งานที่ท่านรับผิดชอบทั้งในฐานะแพทย์ ฯ ในฐานะผู้บริหารองค์กร ท่านต้องนำพาองค์กรที่มีบุคลากรเป็นจำนวนนับหมื่นคน ถ้าเปรียบเทียบคงเหมือนกับท่านเป็นกัปตันเรือที่พาลูกเรือ ฝ่าลมมรสุมต่าง ๆ บางครั้งแค่ลมแรง แต่บางครั้งอาจจะเป็นมรสุมพายุใหญ่ ท่านเล่าว่าท่านได้ทำงานอะไรบ้าง ใช้กลยุทธ์การทำงานอะไรบ้าง
ส่วนหนึ่งที่ท่านเล่าคือการได้ถวายการดูแลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะที่พำนักรักษาพระวรกายในศิริราช ดิฉันน้ำตาซึมเมื่อฟังสิ่งที่อาจารย์เล่า งานขณะนั้นคงงานที่เป็นความรับผิดชอบที่สูงมากแต่ท่านไม่ได้บ่นว่าเหนื่อย หรือท้อแท้ ในงานที่หนักฟังแล้วดูท่านมีความสุขผสมผสานอยู่เสมอ สิ่งที่ได้จากเรื่องเล่า ได้แก่
1.ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาบุคลากรหรือทุนมนุษย์ ท่านได้ชื่นชมการจัดหลักสูตรให้กับคณะแพทย์ ฯ สงขลานครินทร์กับบุคลากรได้เรียน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ
2. การยึดเอาพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิต เช่น
2.1 ให้อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร บุคลากรทางการแพทย์ต้องให้เกียรติผู้ป่วยเสมอ เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และยุติธรรม
2.2 นักเรียนใหม่ต้องตั้งใจทำงาน หมายถึง เราต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และตั้งใจทำงาน
2.3 อุปสรรคทำให้เกิดปัญญา ปัญหาทำให้เกิดบารมี
3.สิ่งที่เป็นข้อเด่นอีกอย่าง คือ การทำงานบริหารแบบประสานรอบทิศ ท่านสามารถสร้าง connection กับบุคคลในหลาย ๆ วงการ มีความสามารถในการเจรจาต่อรอง เพื่อประโยชน์ของศิริราชและประชาชน เห็นตัวอย่างจากการจัดหาทุนเพื่อสร้างศูนย์การแพทย์ศิริราชเกื้อการุณย์จนสำเร็จ รวมทั้งการบริหารจัดการจราจรภายในและรอบ ๆ ศิริราช
4.การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งเพื่อให้บรรลุ Vision & Mission
กรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์แผนไทยในอาเซียน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อการเกษตรอินทรีย์และการแพทย์แผนไทยของอาเซียน โรงพยาบาลมีการพัฒนาให้ล้ำหน้า มีการให้บริการสปาไทย การแพทย์แผนไทย การผลิตสมุนไพรและการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งโครงการพวกนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียนในเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและการให้บริการทางการแพทย์
การบริการของอภัยภูเบศร มีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพความต้องการของประชาชนและปัจจัยต่าง ๆ ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป สมุนไพรภายใต้แบรนด์ของโรงพระยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์มีการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นและประเทศอินเดีย โดยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 300 ล้านบาทต่อปีและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี การนำมาปรับใช้กับสงขลานครินทร์เราคงต้องสืบหาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรภาคใต้ ถ้าสามารถผลิตสินค้าหรือบริการภายใต้แบรนด์ “ สงขลานครินทร์ ” โดยอาจเอาปัจจัยการผลิตที่หาได้จากในท้องถิ่นภาคใต้ หรือถ้าจำเป็นก็อาจใช้ outsource มาเพื่อผลิตให้สินค้ามีมาตรฐาน อาจประสานกับคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์มาช่วยเรา การสร้าง 3 V ของคณะแพทย์เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก หากทำสำเร็จจะประสบความสำเร็จมาก เราอาจสามารถส่งออกได้มาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ สร้างโอกาสและสร้างมูลค่าให้กับคณะแพทย์ ฯ ได้ในอนาคต
MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care Intensive Workshop: CSR
: Social Innovation : คณะแพทย์ มอ. กับการพัฒนาสังคม/ชุมชน ในสายตาของประชาชน
โดย นายพงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร (ปราชญ์ชาวบ้าน)
นายดือราแม ดาราแม หรือ “เปาะจิ” ปราชญ์ชาวบ้านแห่งตำบลปาลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
การแก้ไขปัญหาและพัฒนาสุขภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องทำให้สอดคล้องกับวิถีชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยใช้วิถีชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อนสู่การพัฒนาระดับชุมชนที่ยั่งยืน “เปาะจิ” ชาวบ้านอาวุโสที่ชอบหาความรู้ ช่างคิดและช่างสังเกต ร่าเริง เปาะจิได้นำเสนอแนวคิดและวิธีการมองความเปลี่ยนแปลงผ่านสายตาของมุสลิม ผู้ศรัทธาต่ออัลเลาะห์และเคารพต่อธรรมชาติ ถือว่าเป็นบุคคลที่จะเป็นคนเชื่อมระหว่างภาครัฐและประชาชน สิ่งที่ “เปาะจิ” ให้คำแนะนำคือการพัฒนาสุขภาพโดยผ่าน อสม. เนื่องจาก อสม. จะสามารถทำงานเชิงรุก ทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรครวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของชุมชน โดยใช้กลยุทธ์ศาสนานำการพัฒนา อสม.จะมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ถ้า project ที่คณะแพทย์ ฯ คิดทำเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ท่านก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ
คุณพงศา ชูแนม มองสงขลานครินทร์ในมุมมองประชาชนชาวใต้ ว่าปลายทางที่มอ.ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ประชาชนให้ความเชื่อมั่นและวางใจต่อความเป็น “ มอ. ” ถ้า Project หรืองานวิจัยของคณะแพทย์ ฯ ที่เกี่ยวกับ อสม. นำเสนอแนวทางของ Preventive เรื่องการส่งเสริมสุขภาพ
กล่าวโดยสรุป หลังจากเรา learn share care กับปราชญ์ชาวบ้านทั้งสองท่าน เรามองเห็นโปรเจคที่จะทำเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และถ้ามอ. สามารถลงมือทำและทำต่อเนื่องอาจนำไปสู่การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำอย่างที่หนังสือ Execution บอก คือ ต้องลงมือศึกษาอย่างลุ่มลึก และกัดไม่ปล่อย ความสำเร็จไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน