Group Presentation:

Assignment 3: ศึกษากรณีศึกษาที่น่าสนใจ 2 เรื่องเป็นแนวทางในการพัฒนาคณะแพทย์ฯ

ภายใต้แนวคิด “MED PSU 2020” ที่สามารถเชื่อมโยงกับงาน “Mini Research for Innovative Project ของแต่ละกลุ่ม”

1) กรณีศึกษาจากงานภายในองค์กรใหญ่ (มอ.)

2) กรณีศึกษาจากภายนอกองค์กร หรือ ตปท.

วิทยากร ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

อาจารย์กิตติ ชยางคกุล: การนำไปสรุปและนำไปใช้เลย มีหลายขั้นตอน ต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเกิดการวิพากษ์

ศ.ดร.จีระ: ห้องนี้มีศักยภาพอยู่แล้ว มีความเก่ง แต่ยังไม่ได้ดูคนอื่น ผมอยากให้การตั้งโจทย์เป็นสิ่งที่น่าสนใจ อย่าเพิ่งไปคำนึงว่าทำได้หรือไม่ เรื่องVertical ก็ควรขยายเป็น Horizontal พื้นฐานต้องต่อยอด แต่อย่าไป deepening ในเรื่องพื้นฐาน แต่คนไทยส่วนมากยังไม่แม่น ต่างจากคนในห้องนี้

อ.กิตติ: เวลาจะทำโครงการต้องคำนึงว่า

- Knowleadge จะเอาไป practice อย่างไร และต่อไปจะเอาไป implement

-Learning และ development

- sustainability

คุณพิชญ์ภูรี: ขอเล่าเรื่องกรณีศึกษาสั้น ๆจากการไปบรรยายที่สถานบันพัฒนาบุคลกรท้องถิ่น ว่าลองมองสถานศึกษาท้องถิ่นอีก 20 ปี ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

เขาตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้า

  • -ต้องจัดการศึกษาเองทุกระดับ
  • -หางบจากภายนอก
  • -มีนอกระบบตามอัธยาศัย
  • -มีอนุคณะกรรมการทุกท้องถิ่น แทนสมส.
  • -มีมหาวิทยาลัยนานาชาติ
  • -โรงเรียนนานาชีพ

คุณรุ่งทิพย์: ขอขยายต่อเป็นอีก 20 ปีข้างหน้า ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ mini research

อ.จีระ: ที่ใช้คำว่า mini research เพราะเวลามันน้อย แต่ควรทำจริงจัง

อ.พิชญ์ภูรี: Mini หมายถึง การลดขั้นตอน แต่ไม่ได้หมายถึงการลด vision

คุณสุทธิพงษ์:พวกเรายังมองภาพไม่ชัด เกินครึ่งเห็นอยู่แล้วว่า outcome ที่ออกมาเป็นอย่างไร แค่ทำวิจัยเพื่อพิสูจน์ว่ามันจริงเท่านั้น แต่ครั้งนี้คิดเยอะมาก แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรเลย

อ.จีระ: เราต้องมาพบกันครึ่งทาง มา Learn share care กัน การวิจัยถ้ายังไม่รู้ก็ต้องหาความรู้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องตั้งสมมติฐานขึ้นมา

คุณธีรพล:ปี 2014 เมื่อมองย้อน 2008 ส่วนตัวมองโลกในแง่โลก มองว่า 2008 2014 ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากมาย 6 ปีผ่านไปไม่เห็นอะไรต่างชัดเจน แต่สิ่งที่จะเปลี่ยน 2020 คือการเปลี่ยนแปลงว่า mini research อาจอยู่ในรอบเดิม อาจารย์ควรต้องช่วยพวกเรา เพื่อให้พวกเรามองเห็นความแตกต่าง

ศ.ดร.จีระ: ต้องมีการวางแผนพัฒนา talent อย่างเป็นรูปธรรม ควรทำวิจัยให้ talent ประสบความสำเร็จ บุคคลที่ทำเรื่องนี้สำเร็จคือ คุณ ชาติชาย ณ เชียงใหม่

นอกจากนั้นต้องเน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การทำงานเป็นทีม คนที่ไม่ได้เป็น talent อาจจะเก่งก็ได้

คุณธนพันธ์:เรื่องการวิจัยหาตัวตนของเราไม่เจอ โจทย์งานวิจัยยังมองที่ตัวเรา จึงมีแรงบันดาลใจน้อยที่จะทำ รพ. มอ.ต้องก้าวเป็นระบบสาธารณสุข รพ. มอ.ยังมีระบบที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ขอให้มองว่าถ้าเรามองตัวเองอยู่ในระบบ 12 และระบบภาคใต้ ควรมาทำวิจัยเรื่องระบบของพวกเราถึงจะดี การเข้าสู่ AEC อาจจะไปได้ไม่ไกลถ้ายังติดเรื่องเหล่านี้ อยากให้พวกเราเป็นพวงบริการที่ดี ซึ่งจะทำให้แรงบันดาลใจของเรามากขึ้น

คุณพิชญ์ภูรี:กลัวว่าเรื่องที่จะทำจะแคบลง เพราะทำเฉพาะในกลุ่มเท่านั้น

อาจารย์จีระเดช:เห็นคำว่า Art กับ science ทุกท่านมีความรู้ และอีกฝั่งมีความรอบ ควรเลือกความเหมาะสมและเลือกทีมอย่างลงตัว

กลุ่ม 1Private or premium hospitalประสิทธิภาพการบริหารจัดการบริการในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

ความสำคัญของปัญหา

จากการผลการสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการ 3 ปี (2554-2556)

หัวข้อที่ผู้ใช้บริการไม่พึงพอใจมากที่สุดคือ ความแออัดการตรวจของผู้ป่วยนอก

การไม่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลของผู้ป่วยใน

ผู้บริหารและทีมได้พยายามแก้ปัญหาเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง เช่น

ระบบนัดในการตรวจผู้ป่วย คลินิกนอกเวลา ผ่าตัดนอกเวลา

ทางกลุ่มจึงต้องการศึกษาการบริหารจัดการโดยการนำระบบ Premium

service มาใช้ โดยวิธีสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหาร ผู้ให้บริการ

ผู้รับบริการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อช่วยลดปัญหาการรับบริการผู้ป่วยที่มีเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กร

วัตถุประสงค์

ศึกษาความเป็นไปได้ ของการจัดตั้ง premium service

ประโยชน์ที่ได้รับ

-ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย

-ใช้ทรัพยากรอย่างมีประโยชน์สูงสุด

-ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น

-สร้างรายได้ให้องค์กรเพื่อนำไปพัฒนาด้านต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

Organic thinking

-กรอบเก่า :Private เก่าดีไหมหาข้อมูลกรอบใหม่

-How to ทำอย่างไรให้ลูกค้าพอใจ: One stop service

-ความหลากหลายของสินค้าและบริการ

-มองจากมุมลูกค้า มากกว่ามุมตัวเอง

Private เก่าดีไหม OPD

-ไม่ใช่อาจารย์แพทย์ บางครั้งเป็นแพทย์ใช้ทุน

-การตรวจพิเศษเพิ่มเติมไม่ครบทุกวัน เช่น audiogram มีบางวัน

Ultrasound นัดแล้วไม่ได้เลยในวันนั้น

-ไม่ใช่ one stop service ยังต้องไปหลายจุด

-กำหนดจำนวนผู้ป่วย ไม่เกินจำนวนที่นัดแน่นอน

-บางครั้งจำนวนผู้ป่วยมากเกินไป ตรวจเกินเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่ไม่มีความสุขในการทำงาน

-ค่าตรวจแตกต่างกันในแต่ละแผนก

-ค่าทำหัตถการ ตรวจพิเศษเพิ่มเติม

-การประชาสัมพันธ์web site อยู่ในส่วนของรพ ต้องแยกออกมาให้ชัดเจน

-จำกัดจำนวนวันผ่าตัดนอกเวลา ได้บางวัน วันหยุดยาว นัดผ่าตัดไม่ได้

-ไม่มีpackage การผ่าตัด เหมือนรพ.เอกชน

-Cost แปรตามการระยะเวลาการดมยาสลบ fix DF surgeon แต่ไม่fix DF anesthesiologist

-บางคนเสนอเลือกอาจารย์ดมยาได้ด้วย เหมือนเลือกหมอผ่าตัด

-การเสียภาษี??

กรณีศึกษารพ.ศิริราช

-ศิริราช คลินิกพิเศษ special clinic department ราคา DF 300 ค่าบริการทางการแพทย์ 50 บาทรอคิวนานมากๆๆ หน้าตาเจ้าหน้าที่ไม่รับแขก

-ศิริราชปิยมหาการุณย์ SiPH กค 2553 มิใช่โรงพยาบาลในสถานศึกษาของรัฐ ราคา DF 500 ค่าบริการทางการแพทย์ 150promotion ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด allergy, vaccine 3000 , ตรวจสุขภาพเบื้องต้น

http://www.siphhospital.com/th/patient-services/shop-services.php

-จุฬาคลินิกพิเศษ ราคา DF 500 ค่าบริการทางการแพทย์ 50 รอนาน

-ราคาไม่ต่างกันมาก แต่เร็วกว่า ไม่ต้องนัด

ความหลากหลายของสินค้าและบริการ

-ห้างสรรพสินค้า (น่าจะตัดออกได้ เพราะมี tescolotus หน้ารพ)

-ร้านอาหารที่หลากหลาย

-นวดเพื่อสุขภาพ spa

-โรงแรม ห้องพิเศษที่มีหลายรูปแบบราคาต่างๆกันหลายระดับ เพื่อรองรับ

Royal suit, executive suit ,VIP, delux room

ชั้น 1 supermarket, bank, coffee,CP,auntie anne

ชั้น 2 MK, puff and pie, starbuck, black canyon

-ส่งปรึกษาระหว่างแผนกได้ทันที

-home care, nursing home

มองจากมุมลูกค้า มากกว่ามุมตัวเอง

-สำรวจตลาด ออกแบบสอบถามอยากได้บริการอะไรเพิ่ม แบบไหน

-ความพึงพอใจ

-ประเมินและปรับปรุงเป็นระยะ continuous improvement

-ราคายุติธรรม ราคากลาง???

-ขั้นตอนการดำเนินงานศึกษารูปแบบและวิธีการ ของโรงพยาบาลอื่นๆ

-ออกแบบ premium service ในรูปแบบของมอ.

-ออกแบบสอบถาม

-สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง

-วิเคราะห์ข้อมูล

-สรุปผล

-นำเสนอรายงาน

อ.กิตติ: Premier service ตอบโจทย์ PSU2020 อย่างไร

กลุ่ม 1: มีระบบที่รองรับผู้ป่วยที่มากขึ้น

ต้องสำรวจตลาดว่าผู้บริหาร และผู้ใช้บริการเห็นด้วยหรือไม่

อ.กิตติ : ลองคุยว่าเดิมมองไปที่ปี 2020 Premier service จะไปช่วยการทำงานอย่างไร

ต้องคิดว่าทำอย่างไร Premier service เป็น added ให้คณะแพทย์มอ. และมี creation และมี diversity เพื่อตอบโจทย์ 3V มองว่าจะทำPremier อย่างไรให้ 3V เกิด และจะช่วยองค์กรอย่างไร และตอบ PSU MED 2020 อย่างไร

มองว่าจุดแข็งของเราคืออะไร

กลุ่ม 1: ปี 2020 หากมี Connection มาเลเซีย สิงคโปร์ก็เดินทางมารักษาได้

อ.กิตติ: Premier service จุดขายและจุดเด่นคืออะไร core value คืออะไร

กลุ่ม 1 : มี excellent center

คุณพิชญ์ภูรี: การรักษาพยาบาล จะห่วงเรื่องที่จะตอบโจทย์สังคมและเศรษฐกิจ จึงคิดเรื่องPremier service ที่สามารถหารายได้เพิ่ม และcreativity เป็นส่วนที่ต้องกลับไปคิดต่อ

กลุ่มนี้ยังนำเสนอเรื่อง Premier service ไม่ชัด อ.กิตติเลยยังมีข้อสงสัย

อ.กิตติ: ทำอย่างไรให้ Premier service ประสบความสำเร็จ และ Premier service ของมอ.คืออะไร

กลุ่ม 1 : กลุ่มคิดว่าเป็นเรื่อง Mini research คิดว่าจะมาถามความคิดเห็นก่อน ว่าจะทำแบบนี้ดีหรือไม่

อ.กิตติ: ทำอย่างไรคนถึงคิดว่ามารักษาที่นี่จะเป็นการเพิ่มมูลค่า

อ.กิตติ: ถ้าจะทำ Premier service จะมีหน้าตาอย่างไร อาจจะมีการบริการที่มากกว่าคือเหนือความคาดหมายเลยก็ได้

อ.จีระ: หลักการถูก ช่วงแรกคุยกันเรื่องปัญหารพ. ซึ่งค่านิยมดูแลคนจน หมอ ข้าราชการรุ่นใหม่ต้องการมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำอย่างไรถึงรักษาแก่นของรพ.ไว้อยู่ แต่มีบริการใหม่ๆ ซึ่งดีในหลักการ และดีในการทำวิจัย

คิดว่าแนวถูกแล้ว แต่การทำวิจัยต้องไปสำรวจว่าอะไรเป็น Premier service การดึงเอาคนไข้จากต่างประเทศเข้ามา หรือ การออกไปตรวจคนไข้ถึงบ้าน ทำให้การมีสมองไหลลดน้อยลงไป

Premier service การบริหารจัดการให้ดีขึ้น มีมุมมองใหม่ๆ และเสริมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

อ.กิตติ: ขอสรุปในภาพรวมว่าถ้าทำเพิ่มคือ Premier service ควรทำให้เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น มีความหลากหลายผสมผสานมากขึ้น เช่น ร่วมมือกับรพ.มาเลย์ ซึ่งเป็นการนำเสนอแนว 3V มาเกี่ยวข้อง

อ.จีระ: ต้องสำรวจความพึงพอใจจากคนข้างในก่อน แล้วจึงจะไปตอบ V2 V3

คุณธนพันธ์: ควรทำเป็น deep interview และมีคำถามปลายเปิด เพื่อเป็นการระดมสมอง

กลุ่ม 2

บทนำ

  • เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย และการรักษาดูแลในโรงพยาบาล
  • ผู้ป่วยหลายกลุ่มโรค จะต้องกลับไปดูแลที่บ้าน
  • การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ในหลายกลุ่มโรคต้องการองค์ความรู้ การเตรียมพร้อมทักษะ หลายประการ
  • รวมทั้ง มีสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน
  • แต่หลายอย่างยังซับซ้อน หลายครั้งไม่รู้จะเริ่ม หรือดำเนินการอย่างไร
  • มี “ศูนย์เสริมพลัง” (empowerment center) (“เสริมสร้าง” ไม่ใช่ “ทำให้”)
  • กรอบแนวคิด

    - 1stlineContact

    - Comprehensive

    - Holisticcare องค์รวม

    - Levelsofprevention

    - Levelsoftarget ดูแลผลกระทบถึงครอบครัว ชุมชนด้วย

    - Co-ordinated (Intergrated) การร่วมมือกัน

    - Continuous ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ

    หลักคิด

  • หลังจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล ทางศูนย์จะเตรียมความพร้อมทั้ง
  • ตั้งเป้าหมายและวางแผนในการดูแลรักษาผู้ป่วยร่วมกันอย่างเป็นระบบ (P-D-C-A)
  • ความรู้ และทักษะในการดูแลตามเป้าหมายการดูแลแผล
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแล เช่น แหล่งซื้ออาหารเหลว หรืออุปกรณ์ (ซึ่งเราอาจทำเอง? เช่น รวมเวชสำอางค์ กับอุปกรณ์ที่ใช้ดูแลผู้ป่วย เหมือนที่ รพ.ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น)
  • การประสานหน่วยงานบริการสุขภาพในพื้นที่ที่ผู้ป่วยอยู่ เพื่อส่งต่อ และประสานในร่วมกันการดูแลผู้ป่วยและญาติ (ทั้งศูนย์บริการสุขภาพของเทศบาล และเครือข่าย เช่น สาธารณสุข)
  • ในกรณีที่หรือผู้ป่วย หรือผู้ดูแล ต้องการการอาสาสมัครดูแลที่เพิ่มขึ้นจากมาตรฐานการดูแล สามารถติดต่อขอรับบริการได้ เช่น การเยี่ยมบ้านบูรณาการด้วยสหวิชาชีพ
  • กิจกรรมของคณะแพทย์มอ.

  • การดูแลผู้ป่วยเหตุการณ์ไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • การดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
  • การบูรณาการช่วยเหลือแขนขาเทียมผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

    วัตถุประสงค์

    1. เพื่อให้คนพิการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบมีแขน ขา ที่สวยงาม ใกล้เคียงอวัยวะปกติให้มากที่สุดและดำรงอาชีพเดิมได้ในสังคม

    2. เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสังคม

    วิธีดำเนินการ

    1. ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ / ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ ผลิตแขนขาเทียมที่มีต้นทุนต่ำ และเหมาะสมกับผู้ป่วย

    2. จัดตั้งกองทุน “แขนขาสวยด้วยน้ำใจ” ส่งมอบเงินบริจาคที่
    มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

    3. จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์การร่วมบริจาค / เชิญชวนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และนักเรียนในเขตอำเภอหาดใหญ่ ร่วมจัดหาทุน

    4. ร่วมกับ ศอ.บต. / โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า / ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ / ส่วนราชการต้นสังกัดของทหาร ตำรวจ ครู และข้าราชการสังกัดอื่น ๆ เพื่อร่วมกันค้นหาคนพิการ มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ

    ผลลัพธ์

    1. การช่วยเหลือผู้พิการ

    2.เกิดความร่วมมือของเครือข่าย

    3.เกิดระบบ One Stop Service

    4. ขับเคลื่อนเชิงนโยบาย

    5. โครงการ/นวัตกรรม/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้

    สิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีพอ

  • การทำงานเชื่อมโยงกัน เช่น ตัวชี้วัดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น เช่น การเกิดข้อติดแข็ง ขวนบวม หอผู้ป่วยไม่ทราบเพราะอาจพบตอนมาตรวจ
  • สิ่งที่เกิดขึ้นกรณีที่ผู้ป่วยloss F/U จากการไปตรวจโรงพยาบาลอื่น หรือเสียชีวิต
  • สิ่งที่เป็นปัญหาระหว่างการรักษา เมื่อกลับไปบ้าน
  • กรณี

    ขาดคนประเมินผลและติดตามอย่างใกล้ชิด

    การทบทวนวรรณกรรม

  • การติดตามข้อมูลของผู้ป่วยที่บ้านมีประโยชน์มาก
  • ตัวอย่างการใช้ประโยชน์
  • กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การล้ม
  • บุคลากรทางการแพทย์ควรเตรียมพร้อมอะไรบ้าง
  • ตัวอย่างการใช้ application บนโทรศัพท์ Smart phone

    ตัวอย่าง: คลื่นไฟฟ้าหัวใจ

    ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว หากล้มก็จะส่งข้อมูลไปที่เครื่องของแพทย์ได้เลย

    อ.กิตติ: กลุ่มนี้จะทำempowerment center มีปัญหาอะไร รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร 3V ของ empowerment center เป็นอย่างไร จะสร้าง diversity อย่างไร

    ช่วยมองว่าเป็นมุมของ Horizontal ซึ่งเป็นประสบการณ์ว่า ควรเน้นที่จุดไหน มีปัญหาและความยากอย่างไร เพื่อตอบโจทย์ข้อว่าเราจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร

    วิเคราะห์เชิง3v ให้ชัด

    ข้อมูลของผู้ป่วย ที่จะทำเป็นข้อมูลนอกจากเรียกดูแล้วเอาไปทำอะไรได้อีก

    คุณพิชญ์ภูรี: เวลานำเสนอแล้วฟังเข้าใจ พอมองเห็นแนวทางแล้วว่าควรจะทำอย่างไร แต่ยังขาดเครือข่ายด้านสาธารณสุขและการแพทย์

    ศ.ดร.จีระ: โครงการนี้ทำได้เลย ขอชมเชยและควรใช้หลักตัว T เน้น horizontal

    กลุ่ม 5 2020 ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาวะ

    ผู้สูงอายุไทยกับภาวะสุขภาพ

    ความเจ็บป่วยและโรค

    คนไทยร้อยละ 66.4 มีปัญหาสุขภาพ ร้อยละ 14.6 ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ผู้สูงอายุหญิงมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมากกว่าเพศชาย การเจ็บป่วยมักเกิดจากการปฏิบัติตนไม่ถูกสุขลักษณะ ขาดการดูแลสุขภาพตนเอง ส่วนปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุหญิงมีปัญหามากกว่าเพศชาย เพราะส่วนใหญ่ผู้สูงอายุตนเองไร้ค่า ซึมเศร้า โดยกลุ่มโรคที่ป่วยมากที่สุดสามลำดับแรกคือ โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคหัวใจหลอดเลือด

    ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงประชากรผู้สูงอายุ

    1.การเพิ่มภาระจากโรค ( 1 ใน 4 มีภาวะทุพพลภาพ)

    2.ด้านบริการสุขภาพ (ป่วยนาน)

    3.ภาระค่าใช้จ่าย (จ่ายสูง)

    4.ผลต่อเศรษฐกิจ (ภาระสังคม)

    5.การขยายของเขตเมือง (ความปลอดภัย/อุบัติเหตุ)

    6.บริการทางสังคม (เพิ่มระบบ)

    7.บทบาทของครอบครัว (ผู้ดูแล)

    หลักการของบริการสุขภาพที่มุ่งต่อชุมชน

  • ส่งเสริมการสูงอายุอย่างมีคุณภาพ พัฒนาเต็มตามศักยภาพ
  • มีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
  • เกณฑ์ของบริการสุขภาพ : คุณภาพ เข้าถึงบริการ สมบูรณ์แบบ มีประสิทธิภาพ ไม่เลือกปฏิบัติ และตรง ตามความต้องการ เป็นธรรม
  • ครอบคลุมสุขภาพกาย และจิต
  • บริการที่จำเป็นทั้งการสร้างสุขภาพ ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสภาพ
  • หลักการดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรัง

    —- เพิ่มความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง (functional ability)

    —- ป้องกันภาวะแทรกซ้อน

    —- สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด และเมื่อถึงระยะสุดท้าย : ช่วยบรรเทาความไม่สุขสบายและตายอย่างสงบ

    สมมติฐาน

    —- การบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุจะทำให้ความจำเป็นในการมารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลน้อยลงทั้งคลินิกผู้ป่วยนอก และหอผู้ป่วยใน

    —- ความรุนแรงของโรคที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องมารับบริการที่โรงพยาบาลในกลุ่มที่มีการบริหารจัดการมีน้อยกว่าในกลุ่มที่ไม่ได้บริหารจัดการ

    ประโยชน์ที่คาดว่าองค์กรจะได้รับ

    —- โรงพยาบาลสงขลานครินทร์สามารถรักษาศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนได้เช่นเดิม โดยไม่ถูกลดทอนลงจากภาวะเจ็บป่วยของผู้สูงอายุในโรคที่ป้องกันหรือควบคุมได้

    —- คณะแพทยศาสตร์ได้เป็นแหล่งเรียนรู้ และชี้นำสังคม รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและรักษาพยาบาลประชาชนในชุมชน ซึ่งเป็นปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร

    —วิธีการดำเนินการ

    —สำรวจ

    —- ฐานข้อมูลผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจ และสังคม

    —- ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

    —- ผู้สูงอายุที่มีอาการกำเริบของโรคแล้วมารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยการกำเริบนั้นอยู่ในลักษณะที่สามารถป้องกันหรือบริหารจัดการให้บรรเทาความรุนแรงได้

    —- สำรวจกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพในหน่วยงานของชุมชนดังกล่าว

    —- วางแผนสร้างเสริมสุขภาพ คัดกรอง และควบคุมโรค (งบประมาณ กิจกรรม บุคลากร)

    —- บูรณาการแผนดังกล่าวเข้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    —ประดิษฐ์นวัตกรรมที่เอื้อต่อการปฏิบัติการ การสร้างเครือข่าย และบูรณาการ

    —Stakeholder คือ อบต. ฐานข้อมูลผู้สูงอายุ หน่วยงานวิชาการ หน่วนงานบริการด้านสังคม หน่วยงานบริการด้านสุขภาพ สถาบันด้านการรักษา อาสาสมัคร

    —Application

    —- ระบบดูแลผู้สูงอายุผ่านมือถือ

    —- หุ่นยนต์บริการดูแลผู้สูงวัย

    เมื่อมีการเปิด AEC

    • -ใช้แรงงานข้ามชาติในงานประเภทที่ขาดแคลน
    • -แรงงานข้ามชาติช่วยงานดูแลผู้สูงอายุ
    • -ผู้สูงอายุจากประเทศอื่นเข้ามาอยู่ในประเทศไทย

    อ.กิตติ: เน้นเรื่องผู้สูงอายุในภาคใต้

    คุณรุ่งทิพย์: เรื่องการดูแลสุขภาพในมอ. ยังไม่แสดงบทบาทนี้ชัดเจนมาก

    อ.กิตติ: ตั้งเป็นศูนย์ Aging service เพราะมองว่าสังคมผู้สูงอายุมาแน่นอน ต้องสำรวจตัวเลขว่ากลุ่มตัวเลขทางภาคใต้ ทำแล้วคุ้มหรือไม่

    กรอบความคิดค่อนข้างคล้ายกันในแต่ละกลุ่ม แต่ต่างกันที่รายละเอียด

    มอ.จะทำแค่เรื่อง Medical อย่างเดียวหรือไม่

    คุณรุ่งทิพย์: จะทำอย่างครบวงจร

    อ.กิตติ: ทำอย่างไรที่จะเสริมสร้าง และฟื้นฟู มองความจำเป็นว่าต้องมีหรือไม่ กลุ่ม 5 ตั้งใจจะทำแผนระยะสั้น กลาง และยาว ปัญหาคือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพร้อมแค่ไหน

    คุณวิวัฒนา: มีผู้ป่วยสูงอายุมาก จำนวนเตียงที่ใช้จะมากขึ้น ทำให้เสียโอกาสรักษา

    ผู้ป่วยอื่นๆ ดังนั้น เห็นว่าเราควรเน้นที่ระบบและเครือข่ายเป็นหลัก

    คุณพิชญ์ภูรี: เห็นด้วยกับการบริหารจัดการระบบ ตั้งโจทย์ว่า ทำเป็นศูนย์เพื่อให้บริหารจัดการง่าย ถ้าไม่โยงกับเรื่องการผ่าตัดสมอง ก็สามารถตั้งศูนย์ได้เลย

    อ.กิตติ: เตียงไม่พอต้องไปคิดว่า วิธีแก้ต้องทำอย่างไร

    คุณธนพันธ์: สร้างระบบเครือข่าย มีโครงการ สมสช.ตั้งกองทุนแต่ละจังหวัดเพื่อดูแลคนพิการและผู้สูงอายุ ที่สงขลาทำแล้ว

    คุณพิชญ์ภูรี: การหางบประมาณเพิ่มไม่ใช่สิ่งผิด

    อ.กิตติ: ถ้ามองว่ามีปัญหาต้องดูว่าจะแก้อย่างไร

    กลุ่ม 3 การบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง : Talent management model คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

    —ความเป็นมาและความสำคัญ

    —เป็นองค์กรชั้นนำในภาคใต้ โดยมีวิสัยทัศน์ “เป็นคณะแพทยศาสตร์ชั้นเลิศระดับนานาชาติ เพื่อสังคมไทย”

    —อัตราการลาออกของบุคลากร

    —ปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆได้แก่ในเรื่องของ ความผูกพัน และความยืดหยุ่นในงาน ระบบการสื่อสาร และการสนับสนุนของหัวหน้างานรวมทั้งในเรื่องของค่าตอบแทนและเงินรางวัล ทางกลุ่มผู้เข้าอบรม

    —แนวคิดเรื่องการบริหารจัดการ บุคคลที่มีสมรรถนะสูง หรือ Talent Management

    การบริหารจัดการ บุคลากรที่มีสมรรถนะสูง หรือ Talent Management เป็นการเตรียมบุคลากร และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะบุคคลที่มีสมรรถนะสูง หรือ คนเก่ง คนดี (Talent) เปรียบเสมือนทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่เป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานขององค์กร วัตถุประสงค์

    ›1. เพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง และธำรงรักษาบุคลากรเหล่านี้ไว้กับองค์กร

    ›2. เพื่อค้นหาและพัฒนาบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อย่างต่อเนื่อง

    3. เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารในหน่วยงานระดับต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

    ตัวชี้วัด

    ›- อัตราความพึงพอใจของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง

    ›- อัตราการลาออกจากงานของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง

    ›- ผลงานคุณภาพที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง

    ›- อัตราการได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง

    ผู้รับผิดชอบโครงการ

    ฝ่ายยุทธศาสตร์และทรัพยากรมนุษย์

    คณะแพทยศาสตร์

    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

    ระยะเวลาในการศึกษา ระยะที่ 1 เดือนกรกฎาคม - เดือนกันยายน 2557
    ระยะที่ 2 เดือนกันยายน - เดือนธันวาคม 2557

    วิธีดำเนินโครงการ

    แบ่งเป็น 2 ระยะ

    ระยะที่ 1

    ทำการสำรวจเบื้องต้น โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ได้แก่ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และทรัพยากรมนุษย์ ผู้บริหารระดับหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ของโรงพยาบาล เป็นต้น ในเรื่องแผนการพัฒนา talent management เพื่อนำมาวางแผนในการจัดทำ talent management model

    ระยะที่ 2

    1. กำหนด กรอบนโยบาย แผนแม่บทและ
    กลยุทธ ของแผนการสืบทอดตำแหน่ง ตำแหน่งสายบริหาร ( succession plan )

    2. ดำเนินการตาม talent management model โดยการค้นหาและคัดเลือกกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงที่มีคุณสมบัติ เพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยกำหนดช่วงอายุดังนี้

  • กลุ่ม young generation อายุการทำงานตั้งแต่ 5-10 ปี
  • กลุ่ม middle generation อายุการทำงานตั้งแต่ 11-20 ปี
  • กลุ่ม senior generation อายุการทำงานตั้งแต่ 21ปี ขึ้นไป
  • 3. แผนการพัฒนาศักยภาพและความสามารถ เพื่อเตรียมความพร้อม

    3.1 กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเฉพาะบุคคล ( Individual Development Planning Process )

    3.2 กระบวนการพัฒนาบุคลากรตามแผนการพัฒนาบุคคล และการติดตามผล

    3.3 กระบวนการประเมินความพร้อมหลังการพัฒนา

    4. การมอบหมายผู้ที่มีความพร้อมให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่กำหนด

    มีการติดตามประเมินผลและพัฒนาตามแผน

    ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

    1. มีระบบการบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงของคณะแพทยศาสตร์ ที่ชัดเจนตลอดจนสามารถธำรงรักษาบุคลากรเหล่านี้ให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว

    2. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานที่มีสมรรถนะสูง

    3. มีผู้สืบทอดด้านบริหารอย่างต่อเนื่อง

    การเชื่อมโยงโครงการกับ 3V

    V1 การสร้างคนเก่ง เพื่อเพิ่มคุณภาพบริการ

    V2 การพัฒนา Talent management

    V3 Benchmarking กับต่างประเทศ

    อ.กิตติ: โครงการนี้เป็น talent management model เน้นการบริหาร

    รูปแบบการบริหาร talent management model ของงานโรงพยาบาลจะต่างกันหรือไม่ และ

    คุณนิตยา: จะสัมภาษณ์ทีมที่รับผิดชอบด้านนี้ คือ ผู้บริหารคณะแพทย์

    อ.กิตติ: อย่างนั้นจะเป็น MED PSU talent management model หรือไม่

    คุณนิตยา: ถ้ามองในเรื่องแผนยุทธศาสตร์ฝ่าย HR ยังไม่ชัดเจน ฝ่ายบริการพยาบาลยังไม่ได้ทำให้ชัดเจน

    อ.กิตติ: ผลลัพธ์ของ talent management model เป็นแผนที่พัฒนาผู้บริหาร

    คุณนิตยา: ฝ่ายยุทธศาสตร์ HR ต้องกำหนดกรอบขึ้นมาเพื่อพัฒนา talent และนำเสนอให้หน่วยงานต่างๆ

    อ.กิตติ: จะเอา 3v ใส่ตรงไหน

    ต้องตอบว่า สิ่งที่เราจะทำเพิ่มมูลค่าอย่างไรโดยใช้ 3V

    ทำเรื่อง talent ต้องคำนึงถึง non talent ด้วย

    คุณพิชญ์ภูรี: กลุ่มนี้ชื่อดี แต่รายละเอียดข้างในมีความเสี่ยง talent management model อาจจะต้องเปลี่ยนเป็น talent development model มาก่อน โดยทำเรื่องการบริหารรองลงมา

    อ.จีระ: talent เป็น concept ที่เกิดจากฮอลีวูด หลังจากนั้นเกิดจากกีฬา ขอแนะนำว่า คนที่ประสบความสำเร็จ มาจากประสบการณ์ และการเรียนรู้จากความเจ็บปวด

    หากทำเป็นงานวิจัย หรือ แผนพัฒนาบุคลากรจะต่างกัน

    ควรคำนึงถึงสมมติฐาน

    1. Talent สร้างมูลค่าแบบ 3v ได้หรือไม่

    2. ให้ talent คิดอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ

    ขอเพิ่มเป็นโมเดลฝ่ายพยาบาล

    อ.กิตติ: เวลามองไปถึงการสร้าง Talent

    คุณนิตยา: ไม่สามารถพัฒนาบุคลากรทั้งหมดได้ จึงเลือกกลุ่ม talent

    อ.กิตติ: ทำอย่างไรให้ปัญหาบุคลากรของแพทย์มอ.ลดลง

    talent management ถ้าทำได้ จะแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรได้ส่วนหนึ่ง จึงควรจะทำแผนพัฒนาtalent

    กลุ่ม 4 E-Delivery services MED psu 2020

    • -ความแออัด
    • -หมอไม่เพียงพอ

    อยากทำเป็นพิมพ์เขียว Med PSU Smart Health 2020 For Smart Living and Better Care Services

    ปัจจุบัน Smart phone ทำได้หลายอย่าง

    ปัญหา คือ การเรียน การสอน การบริการ จึงสามารถใช้ IT มาใช้ได้

    Telemedicine: สามารถแก้ปัญหาเรื่องความแออัด

    Tele-robotics

    Mobile health care management สามารถสื่อสารได้ง่ายและรวดเร็ว

    โครงการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วด้วยเทคโนโลยี Wi-fi โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าปี 2020 จะใช้ได้เต็มรูปแบบ

    วัตถุประสงค์

    1. พัฒนาช่องทางเข้าถึงบริการ ครอบคลุมการเรียนการสอน การบริการ การวิจัยและเพื่อชุมชน(3v)

    - ด้านพัฒนา

    - ด้านการเรียน

    - บริการชุมชน

    โดยจะทำเรื่อง

    • -Register online
    • -Smart drug delivery service
    • -Smart emergency call center & services
    • -Smart E-OPD Services
    • -Smart health information system
    • -Smart elderly service
    • -Smart call center

    วัตถุประสงค์

    1. เพิ่มขีดความสามารถ

    2. สร้างเครือข่าย

    3. สร้างความจงรักภักดี

    4. สร้างงานและสร้างรายได้

    ประโยชน์ที่ได้รับ

    1. ด้านบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

    2. ด้านเศรษฐกิจในระดับประเทศ

    3. สร้างศรัทธาจากประชาชน

    อ.กิตติ: กลุ่มนี้ทำครบทั้งระบบ กลัวว่าจะหาโฟกัสยาก ใช้ IT เป็นเครื่องมือ แต่จะเอามาแก้ปัญหาอย่างไรบ้างในการพัฒนาองค์กร

    IT มาเป็นเครื่องมือ จะแก้ปัญหานั้นๆได้อย่างไร และจะเกิดเป็นนวัตกรรมองค์กรได้อย่างไร

    อ.พิชญ์ภูรี: กลุ่มนี้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มได้ เนื่องจากเป็น IT

    ถ้าทำได้จริง เรื่อง Emergency เป็นเรื่องที่ดีมาก

    อ.จีระเดช: เป็นเรื่องที่กว้าง ขอเตือนว่าการจะทำเรื่อง IT อีก6 ปีข้างหน้า คำว่า SMART อาจจะล้าสมัย เปลี่ยนแม้กระทั่งแนวคิด