Group Presentation:
Assignment 3: ศึกษากรณีศึกษาที่น่าสนใจ 2 เรื่องเป็นแนวทางในการพัฒนาคณะแพทย์ฯ
ภายใต้แนวคิด “MED PSU 2020” ที่สามารถเชื่อมโยงกับงาน “Mini Research for Innovative Project ของแต่ละกลุ่ม”
1) กรณีศึกษาจากงานภายในองค์กรใหญ่ (มอ.)
2) กรณีศึกษาจากภายนอกองค์กร หรือ ตปท.
วิทยากร ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล: การนำไปสรุปและนำไปใช้เลย มีหลายขั้นตอน ต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเกิดการวิพากษ์
ศ.ดร.จีระ: ห้องนี้มีศักยภาพอยู่แล้ว มีความเก่ง แต่ยังไม่ได้ดูคนอื่น ผมอยากให้การตั้งโจทย์เป็นสิ่งที่น่าสนใจ อย่าเพิ่งไปคำนึงว่าทำได้หรือไม่ เรื่องVertical ก็ควรขยายเป็น Horizontal พื้นฐานต้องต่อยอด แต่อย่าไป deepening ในเรื่องพื้นฐาน แต่คนไทยส่วนมากยังไม่แม่น ต่างจากคนในห้องนี้
อ.กิตติ: เวลาจะทำโครงการต้องคำนึงว่า
- Knowleadge จะเอาไป practice อย่างไร และต่อไปจะเอาไป implement
-Learning และ development
- sustainability
คุณพิชญ์ภูรี: ขอเล่าเรื่องกรณีศึกษาสั้น ๆจากการไปบรรยายที่สถานบันพัฒนาบุคลกรท้องถิ่น ว่าลองมองสถานศึกษาท้องถิ่นอีก 20 ปี ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
เขาตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้า
- -ต้องจัดการศึกษาเองทุกระดับ
- -หางบจากภายนอก
- -มีนอกระบบตามอัธยาศัย
- -มีอนุคณะกรรมการทุกท้องถิ่น แทนสมส.
- -มีมหาวิทยาลัยนานาชาติ
- -โรงเรียนนานาชีพ
คุณรุ่งทิพย์: ขอขยายต่อเป็นอีก 20 ปีข้างหน้า ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ mini research
อ.จีระ: ที่ใช้คำว่า mini research เพราะเวลามันน้อย แต่ควรทำจริงจัง
อ.พิชญ์ภูรี: Mini หมายถึง การลดขั้นตอน แต่ไม่ได้หมายถึงการลด vision
คุณสุทธิพงษ์:พวกเรายังมองภาพไม่ชัด เกินครึ่งเห็นอยู่แล้วว่า outcome ที่ออกมาเป็นอย่างไร แค่ทำวิจัยเพื่อพิสูจน์ว่ามันจริงเท่านั้น แต่ครั้งนี้คิดเยอะมาก แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรเลย
อ.จีระ: เราต้องมาพบกันครึ่งทาง มา Learn share care กัน การวิจัยถ้ายังไม่รู้ก็ต้องหาความรู้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องตั้งสมมติฐานขึ้นมา
คุณธีรพล:ปี 2014 เมื่อมองย้อน 2008 ส่วนตัวมองโลกในแง่โลก มองว่า 2008 2014 ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากมาย 6 ปีผ่านไปไม่เห็นอะไรต่างชัดเจน แต่สิ่งที่จะเปลี่ยน 2020 คือการเปลี่ยนแปลงว่า mini research อาจอยู่ในรอบเดิม อาจารย์ควรต้องช่วยพวกเรา เพื่อให้พวกเรามองเห็นความแตกต่าง
ศ.ดร.จีระ: ต้องมีการวางแผนพัฒนา talent อย่างเป็นรูปธรรม ควรทำวิจัยให้ talent ประสบความสำเร็จ บุคคลที่ทำเรื่องนี้สำเร็จคือ คุณ ชาติชาย ณ เชียงใหม่
นอกจากนั้นต้องเน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การทำงานเป็นทีม คนที่ไม่ได้เป็น talent อาจจะเก่งก็ได้
คุณธนพันธ์:เรื่องการวิจัยหาตัวตนของเราไม่เจอ โจทย์งานวิจัยยังมองที่ตัวเรา จึงมีแรงบันดาลใจน้อยที่จะทำ รพ. มอ.ต้องก้าวเป็นระบบสาธารณสุข รพ. มอ.ยังมีระบบที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ขอให้มองว่าถ้าเรามองตัวเองอยู่ในระบบ 12 และระบบภาคใต้ ควรมาทำวิจัยเรื่องระบบของพวกเราถึงจะดี การเข้าสู่ AEC อาจจะไปได้ไม่ไกลถ้ายังติดเรื่องเหล่านี้ อยากให้พวกเราเป็นพวงบริการที่ดี ซึ่งจะทำให้แรงบันดาลใจของเรามากขึ้น
คุณพิชญ์ภูรี:กลัวว่าเรื่องที่จะทำจะแคบลง เพราะทำเฉพาะในกลุ่มเท่านั้น
อาจารย์จีระเดช:เห็นคำว่า Art กับ science ทุกท่านมีความรู้ และอีกฝั่งมีความรอบ ควรเลือกความเหมาะสมและเลือกทีมอย่างลงตัว
กลุ่ม 1Private or premium hospitalประสิทธิภาพการบริหารจัดการบริการในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ความสำคัญของปัญหา
จากการผลการสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการ 3 ปี (2554-2556)
หัวข้อที่ผู้ใช้บริการไม่พึงพอใจมากที่สุดคือ ความแออัดการตรวจของผู้ป่วยนอก
การไม่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลของผู้ป่วยใน
ผู้บริหารและทีมได้พยายามแก้ปัญหาเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง เช่น
ระบบนัดในการตรวจผู้ป่วย คลินิกนอกเวลา ผ่าตัดนอกเวลา
ทางกลุ่มจึงต้องการศึกษาการบริหารจัดการโดยการนำระบบ Premium
service มาใช้ โดยวิธีสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหาร ผู้ให้บริการ
ผู้รับบริการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อช่วยลดปัญหาการรับบริการผู้ป่วยที่มีเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กร
วัตถุประสงค์
ศึกษาความเป็นไปได้ ของการจัดตั้ง premium service
ประโยชน์ที่ได้รับ
-ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย
-ใช้ทรัพยากรอย่างมีประโยชน์สูงสุด
-ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น
-สร้างรายได้ให้องค์กรเพื่อนำไปพัฒนาด้านต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
Organic thinking
-กรอบเก่า :Private เก่าดีไหมหาข้อมูลกรอบใหม่
-How to ทำอย่างไรให้ลูกค้าพอใจ: One stop service
-ความหลากหลายของสินค้าและบริการ
-มองจากมุมลูกค้า มากกว่ามุมตัวเอง
Private เก่าดีไหม OPD
-ไม่ใช่อาจารย์แพทย์ บางครั้งเป็นแพทย์ใช้ทุน
-การตรวจพิเศษเพิ่มเติมไม่ครบทุกวัน เช่น audiogram มีบางวัน
Ultrasound นัดแล้วไม่ได้เลยในวันนั้น
-ไม่ใช่ one stop service ยังต้องไปหลายจุด
-กำหนดจำนวนผู้ป่วย ไม่เกินจำนวนที่นัดแน่นอน
-บางครั้งจำนวนผู้ป่วยมากเกินไป ตรวจเกินเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่ไม่มีความสุขในการทำงาน
-ค่าตรวจแตกต่างกันในแต่ละแผนก
-ค่าทำหัตถการ ตรวจพิเศษเพิ่มเติม
-การประชาสัมพันธ์web site อยู่ในส่วนของรพ ต้องแยกออกมาให้ชัดเจน
-จำกัดจำนวนวันผ่าตัดนอกเวลา ได้บางวัน วันหยุดยาว นัดผ่าตัดไม่ได้
-ไม่มีpackage การผ่าตัด เหมือนรพ.เอกชน
-Cost แปรตามการระยะเวลาการดมยาสลบ fix DF surgeon แต่ไม่fix DF anesthesiologist
-บางคนเสนอเลือกอาจารย์ดมยาได้ด้วย เหมือนเลือกหมอผ่าตัด
-การเสียภาษี??
กรณีศึกษารพ.ศิริราช
-ศิริราช คลินิกพิเศษ special clinic department ราคา DF 300 ค่าบริการทางการแพทย์ 50 บาทรอคิวนานมากๆๆ หน้าตาเจ้าหน้าที่ไม่รับแขก
-ศิริราชปิยมหาการุณย์ SiPH กค 2553 มิใช่โรงพยาบาลในสถานศึกษาของรัฐ ราคา DF 500 ค่าบริการทางการแพทย์ 150promotion ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด allergy, vaccine 3000 , ตรวจสุขภาพเบื้องต้น
http://www.siphhospital.com/th/patient-services/shop-services.php
-จุฬาคลินิกพิเศษ ราคา DF 500 ค่าบริการทางการแพทย์ 50 รอนาน
-ราคาไม่ต่างกันมาก แต่เร็วกว่า ไม่ต้องนัด
ความหลากหลายของสินค้าและบริการ
-ห้างสรรพสินค้า (น่าจะตัดออกได้ เพราะมี tescolotus หน้ารพ)
-ร้านอาหารที่หลากหลาย
-นวดเพื่อสุขภาพ spa
-โรงแรม ห้องพิเศษที่มีหลายรูปแบบราคาต่างๆกันหลายระดับ เพื่อรองรับ
Royal suit, executive suit ,VIP, delux room
ชั้น 1 supermarket, bank, coffee,CP,auntie anne
ชั้น 2 MK, puff and pie, starbuck, black canyon
-ส่งปรึกษาระหว่างแผนกได้ทันที
-home care, nursing home
มองจากมุมลูกค้า มากกว่ามุมตัวเอง
-สำรวจตลาด ออกแบบสอบถามอยากได้บริการอะไรเพิ่ม แบบไหน
-ความพึงพอใจ
-ประเมินและปรับปรุงเป็นระยะ continuous improvement
-ราคายุติธรรม ราคากลาง???
-ขั้นตอนการดำเนินงานศึกษารูปแบบและวิธีการ ของโรงพยาบาลอื่นๆ
-ออกแบบ premium service ในรูปแบบของมอ.
-ออกแบบสอบถาม
-สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง
-วิเคราะห์ข้อมูล
-สรุปผล
-นำเสนอรายงาน
อ.กิตติ: Premier service ตอบโจทย์ PSU2020 อย่างไร
กลุ่ม 1: มีระบบที่รองรับผู้ป่วยที่มากขึ้น
ต้องสำรวจตลาดว่าผู้บริหาร และผู้ใช้บริการเห็นด้วยหรือไม่
อ.กิตติ : ลองคุยว่าเดิมมองไปที่ปี 2020 Premier service จะไปช่วยการทำงานอย่างไร
ต้องคิดว่าทำอย่างไร Premier service เป็น added ให้คณะแพทย์มอ. และมี creation และมี diversity เพื่อตอบโจทย์ 3V มองว่าจะทำPremier อย่างไรให้ 3V เกิด และจะช่วยองค์กรอย่างไร และตอบ PSU MED 2020 อย่างไร
มองว่าจุดแข็งของเราคืออะไร
กลุ่ม 1: ปี 2020 หากมี Connection มาเลเซีย สิงคโปร์ก็เดินทางมารักษาได้
อ.กิตติ: Premier service จุดขายและจุดเด่นคืออะไร core value คืออะไร
กลุ่ม 1 : มี excellent center
คุณพิชญ์ภูรี: การรักษาพยาบาล จะห่วงเรื่องที่จะตอบโจทย์สังคมและเศรษฐกิจ จึงคิดเรื่องPremier service ที่สามารถหารายได้เพิ่ม และcreativity เป็นส่วนที่ต้องกลับไปคิดต่อ
กลุ่มนี้ยังนำเสนอเรื่อง Premier service ไม่ชัด อ.กิตติเลยยังมีข้อสงสัย
อ.กิตติ: ทำอย่างไรให้ Premier service ประสบความสำเร็จ และ Premier service ของมอ.คืออะไร
กลุ่ม 1 : กลุ่มคิดว่าเป็นเรื่อง Mini research คิดว่าจะมาถามความคิดเห็นก่อน ว่าจะทำแบบนี้ดีหรือไม่
อ.กิตติ: ทำอย่างไรคนถึงคิดว่ามารักษาที่นี่จะเป็นการเพิ่มมูลค่า
อ.กิตติ: ถ้าจะทำ Premier service จะมีหน้าตาอย่างไร อาจจะมีการบริการที่มากกว่าคือเหนือความคาดหมายเลยก็ได้
อ.จีระ: หลักการถูก ช่วงแรกคุยกันเรื่องปัญหารพ. ซึ่งค่านิยมดูแลคนจน หมอ ข้าราชการรุ่นใหม่ต้องการมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำอย่างไรถึงรักษาแก่นของรพ.ไว้อยู่ แต่มีบริการใหม่ๆ ซึ่งดีในหลักการ และดีในการทำวิจัย
คิดว่าแนวถูกแล้ว แต่การทำวิจัยต้องไปสำรวจว่าอะไรเป็น Premier service การดึงเอาคนไข้จากต่างประเทศเข้ามา หรือ การออกไปตรวจคนไข้ถึงบ้าน ทำให้การมีสมองไหลลดน้อยลงไป
Premier service การบริหารจัดการให้ดีขึ้น มีมุมมองใหม่ๆ และเสริมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
อ.กิตติ: ขอสรุปในภาพรวมว่าถ้าทำเพิ่มคือ Premier service ควรทำให้เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น มีความหลากหลายผสมผสานมากขึ้น เช่น ร่วมมือกับรพ.มาเลย์ ซึ่งเป็นการนำเสนอแนว 3V มาเกี่ยวข้อง
อ.จีระ: ต้องสำรวจความพึงพอใจจากคนข้างในก่อน แล้วจึงจะไปตอบ V2 V3
คุณธนพันธ์: ควรทำเป็น deep interview และมีคำถามปลายเปิด เพื่อเป็นการระดมสมอง
กลุ่ม 2
บทนำ
กรอบแนวคิด
- 1stlineContact
- Comprehensive
- Holisticcare องค์รวม
- Levelsofprevention
- Levelsoftarget ดูแลผลกระทบถึงครอบครัว ชุมชนด้วย
- Co-ordinated (Intergrated) การร่วมมือกัน
- Continuous ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ
หลักคิด
กิจกรรมของคณะแพทย์มอ.
การบูรณาการช่วยเหลือแขนขาเทียมผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้คนพิการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบมีแขน ขา ที่สวยงาม ใกล้เคียงอวัยวะปกติให้มากที่สุดและดำรงอาชีพเดิมได้ในสังคม
2. เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสังคม
วิธีดำเนินการ
1. ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ / ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ ผลิตแขนขาเทียมที่มีต้นทุนต่ำ และเหมาะสมกับผู้ป่วย
2. จัดตั้งกองทุน “แขนขาสวยด้วยน้ำใจ” ส่งมอบเงินบริจาคที่
มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
3. จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์การร่วมบริจาค / เชิญชวนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และนักเรียนในเขตอำเภอหาดใหญ่ ร่วมจัดหาทุน
4. ร่วมกับ ศอ.บต. / โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า / ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ / ส่วนราชการต้นสังกัดของทหาร ตำรวจ ครู และข้าราชการสังกัดอื่น ๆ เพื่อร่วมกันค้นหาคนพิการ มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ
ผลลัพธ์
1. การช่วยเหลือผู้พิการ
2.เกิดความร่วมมือของเครือข่าย
3.เกิดระบบ One Stop Service
4. ขับเคลื่อนเชิงนโยบาย
5. โครงการ/นวัตกรรม/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีพอ
กรณี
ขาดคนประเมินผลและติดตามอย่างใกล้ชิด
การทบทวนวรรณกรรม
ตัวอย่างการใช้ application บนโทรศัพท์ Smart phone
ตัวอย่าง: คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว หากล้มก็จะส่งข้อมูลไปที่เครื่องของแพทย์ได้เลย
อ.กิตติ: กลุ่มนี้จะทำempowerment center มีปัญหาอะไร รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร 3V ของ empowerment center เป็นอย่างไร จะสร้าง diversity อย่างไร
ช่วยมองว่าเป็นมุมของ Horizontal ซึ่งเป็นประสบการณ์ว่า ควรเน้นที่จุดไหน มีปัญหาและความยากอย่างไร เพื่อตอบโจทย์ข้อว่าเราจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร
วิเคราะห์เชิง3v ให้ชัด
ข้อมูลของผู้ป่วย ที่จะทำเป็นข้อมูลนอกจากเรียกดูแล้วเอาไปทำอะไรได้อีก
คุณพิชญ์ภูรี: เวลานำเสนอแล้วฟังเข้าใจ พอมองเห็นแนวทางแล้วว่าควรจะทำอย่างไร แต่ยังขาดเครือข่ายด้านสาธารณสุขและการแพทย์
ศ.ดร.จีระ: โครงการนี้ทำได้เลย ขอชมเชยและควรใช้หลักตัว T เน้น horizontal
กลุ่ม 5 2020 ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาวะ
ผู้สูงอายุไทยกับภาวะสุขภาพ
ความเจ็บป่วยและโรค
คนไทยร้อยละ 66.4 มีปัญหาสุขภาพ ร้อยละ 14.6 ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ผู้สูงอายุหญิงมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมากกว่าเพศชาย การเจ็บป่วยมักเกิดจากการปฏิบัติตนไม่ถูกสุขลักษณะ ขาดการดูแลสุขภาพตนเอง ส่วนปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุหญิงมีปัญหามากกว่าเพศชาย เพราะส่วนใหญ่ผู้สูงอายุตนเองไร้ค่า ซึมเศร้า โดยกลุ่มโรคที่ป่วยมากที่สุดสามลำดับแรกคือ โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคหัวใจหลอดเลือด
ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงประชากรผู้สูงอายุ
1.การเพิ่มภาระจากโรค ( 1 ใน 4 มีภาวะทุพพลภาพ)
2.ด้านบริการสุขภาพ (ป่วยนาน)
3.ภาระค่าใช้จ่าย (จ่ายสูง)
4.ผลต่อเศรษฐกิจ (ภาระสังคม)
5.การขยายของเขตเมือง (ความปลอดภัย/อุบัติเหตุ)
6.บริการทางสังคม (เพิ่มระบบ)
7.บทบาทของครอบครัว (ผู้ดูแล)
หลักการของบริการสุขภาพที่มุ่งต่อชุมชน
หลักการดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรัง
- เพิ่มความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง (functional ability)
- ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด และเมื่อถึงระยะสุดท้าย : ช่วยบรรเทาความไม่สุขสบายและตายอย่างสงบ
สมมติฐาน
- การบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุจะทำให้ความจำเป็นในการมารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลน้อยลงทั้งคลินิกผู้ป่วยนอก และหอผู้ป่วยใน
- ความรุนแรงของโรคที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องมารับบริการที่โรงพยาบาลในกลุ่มที่มีการบริหารจัดการมีน้อยกว่าในกลุ่มที่ไม่ได้บริหารจัดการ
ประโยชน์ที่คาดว่าองค์กรจะได้รับ
- โรงพยาบาลสงขลานครินทร์สามารถรักษาศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนได้เช่นเดิม โดยไม่ถูกลดทอนลงจากภาวะเจ็บป่วยของผู้สูงอายุในโรคที่ป้องกันหรือควบคุมได้
- คณะแพทยศาสตร์ได้เป็นแหล่งเรียนรู้ และชี้นำสังคม รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและรักษาพยาบาลประชาชนในชุมชน ซึ่งเป็นปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร
วิธีการดำเนินการ
สำรวจ
- ฐานข้อมูลผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจ และสังคม
- ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
- ผู้สูงอายุที่มีอาการกำเริบของโรคแล้วมารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยการกำเริบนั้นอยู่ในลักษณะที่สามารถป้องกันหรือบริหารจัดการให้บรรเทาความรุนแรงได้
- สำรวจกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพในหน่วยงานของชุมชนดังกล่าว
- วางแผนสร้างเสริมสุขภาพ คัดกรอง และควบคุมโรค (งบประมาณ กิจกรรม บุคลากร)
- บูรณาการแผนดังกล่าวเข้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประดิษฐ์นวัตกรรมที่เอื้อต่อการปฏิบัติการ การสร้างเครือข่าย และบูรณาการ
Stakeholder คือ อบต. ฐานข้อมูลผู้สูงอายุ หน่วยงานวิชาการ หน่วนงานบริการด้านสังคม หน่วยงานบริการด้านสุขภาพ สถาบันด้านการรักษา อาสาสมัคร
Application
- ระบบดูแลผู้สูงอายุผ่านมือถือ
- หุ่นยนต์บริการดูแลผู้สูงวัย
เมื่อมีการเปิด AEC
- -ใช้แรงงานข้ามชาติในงานประเภทที่ขาดแคลน
- -แรงงานข้ามชาติช่วยงานดูแลผู้สูงอายุ
- -ผู้สูงอายุจากประเทศอื่นเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
อ.กิตติ: เน้นเรื่องผู้สูงอายุในภาคใต้
คุณรุ่งทิพย์: เรื่องการดูแลสุขภาพในมอ. ยังไม่แสดงบทบาทนี้ชัดเจนมาก
อ.กิตติ: ตั้งเป็นศูนย์ Aging service เพราะมองว่าสังคมผู้สูงอายุมาแน่นอน ต้องสำรวจตัวเลขว่ากลุ่มตัวเลขทางภาคใต้ ทำแล้วคุ้มหรือไม่
กรอบความคิดค่อนข้างคล้ายกันในแต่ละกลุ่ม แต่ต่างกันที่รายละเอียด
มอ.จะทำแค่เรื่อง Medical อย่างเดียวหรือไม่
คุณรุ่งทิพย์: จะทำอย่างครบวงจร
อ.กิตติ: ทำอย่างไรที่จะเสริมสร้าง และฟื้นฟู มองความจำเป็นว่าต้องมีหรือไม่ กลุ่ม 5 ตั้งใจจะทำแผนระยะสั้น กลาง และยาว ปัญหาคือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพร้อมแค่ไหน
คุณวิวัฒนา: มีผู้ป่วยสูงอายุมาก จำนวนเตียงที่ใช้จะมากขึ้น ทำให้เสียโอกาสรักษา
ผู้ป่วยอื่นๆ ดังนั้น เห็นว่าเราควรเน้นที่ระบบและเครือข่ายเป็นหลัก
คุณพิชญ์ภูรี: เห็นด้วยกับการบริหารจัดการระบบ ตั้งโจทย์ว่า ทำเป็นศูนย์เพื่อให้บริหารจัดการง่าย ถ้าไม่โยงกับเรื่องการผ่าตัดสมอง ก็สามารถตั้งศูนย์ได้เลย
อ.กิตติ: เตียงไม่พอต้องไปคิดว่า วิธีแก้ต้องทำอย่างไร
คุณธนพันธ์: สร้างระบบเครือข่าย มีโครงการ สมสช.ตั้งกองทุนแต่ละจังหวัดเพื่อดูแลคนพิการและผู้สูงอายุ ที่สงขลาทำแล้ว
คุณพิชญ์ภูรี: การหางบประมาณเพิ่มไม่ใช่สิ่งผิด
อ.กิตติ: ถ้ามองว่ามีปัญหาต้องดูว่าจะแก้อย่างไร
กลุ่ม 3 การบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง : Talent management model คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเป็นมาและความสำคัญ
เป็นองค์กรชั้นนำในภาคใต้ โดยมีวิสัยทัศน์ “เป็นคณะแพทยศาสตร์ชั้นเลิศระดับนานาชาติ เพื่อสังคมไทย”
อัตราการลาออกของบุคลากร
ปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆได้แก่ในเรื่องของ ความผูกพัน และความยืดหยุ่นในงาน ระบบการสื่อสาร และการสนับสนุนของหัวหน้างานรวมทั้งในเรื่องของค่าตอบแทนและเงินรางวัล ทางกลุ่มผู้เข้าอบรม
แนวคิดเรื่องการบริหารจัดการ บุคคลที่มีสมรรถนะสูง หรือ Talent Management
การบริหารจัดการ บุคลากรที่มีสมรรถนะสูง หรือ Talent Management เป็นการเตรียมบุคลากร และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะบุคคลที่มีสมรรถนะสูง หรือ คนเก่ง คนดี (Talent) เปรียบเสมือนทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่เป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานขององค์กร วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง และธำรงรักษาบุคลากรเหล่านี้ไว้กับองค์กร
2. เพื่อค้นหาและพัฒนาบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อย่างต่อเนื่อง
3. เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารในหน่วยงานระดับต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ตัวชี้วัด
- อัตราความพึงพอใจของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง
- อัตราการลาออกจากงานของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง
- ผลงานคุณภาพที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง
- อัตราการได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นของกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง
ผู้รับผิดชอบโครงการ
ฝ่ายยุทธศาสตร์และทรัพยากรมนุษย์
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระยะเวลาในการศึกษา ระยะที่ 1 เดือนกรกฎาคม - เดือนกันยายน 2557
ระยะที่ 2 เดือนกันยายน - เดือนธันวาคม 2557
วิธีดำเนินโครงการ
แบ่งเป็น 2 ระยะ
ระยะที่ 1
ทำการสำรวจเบื้องต้น โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ได้แก่ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และทรัพยากรมนุษย์ ผู้บริหารระดับหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ของโรงพยาบาล เป็นต้น ในเรื่องแผนการพัฒนา talent management เพื่อนำมาวางแผนในการจัดทำ talent management model
ระยะที่ 2
1. กำหนด กรอบนโยบาย แผนแม่บทและ
กลยุทธ ของแผนการสืบทอดตำแหน่ง ตำแหน่งสายบริหาร ( succession plan )
2. ดำเนินการตาม talent management model โดยการค้นหาและคัดเลือกกลุ่มบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงที่มีคุณสมบัติ เพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยกำหนดช่วงอายุดังนี้
3. แผนการพัฒนาศักยภาพและความสามารถ เพื่อเตรียมความพร้อม
3.1 กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเฉพาะบุคคล ( Individual Development Planning Process )
3.2 กระบวนการพัฒนาบุคลากรตามแผนการพัฒนาบุคคล และการติดตามผล
3.3 กระบวนการประเมินความพร้อมหลังการพัฒนา
4. การมอบหมายผู้ที่มีความพร้อมให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่กำหนด
มีการติดตามประเมินผลและพัฒนาตามแผน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. มีระบบการบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงของคณะแพทยศาสตร์ ที่ชัดเจนตลอดจนสามารถธำรงรักษาบุคลากรเหล่านี้ให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว
2. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานที่มีสมรรถนะสูง
3. มีผู้สืบทอดด้านบริหารอย่างต่อเนื่อง
การเชื่อมโยงโครงการกับ 3V
V1 การสร้างคนเก่ง เพื่อเพิ่มคุณภาพบริการ
V2 การพัฒนา Talent management
V3 Benchmarking กับต่างประเทศ
อ.กิตติ: โครงการนี้เป็น talent management model เน้นการบริหาร
รูปแบบการบริหาร talent management model ของงานโรงพยาบาลจะต่างกันหรือไม่ และ
คุณนิตยา: จะสัมภาษณ์ทีมที่รับผิดชอบด้านนี้ คือ ผู้บริหารคณะแพทย์
อ.กิตติ: อย่างนั้นจะเป็น MED PSU talent management model หรือไม่
คุณนิตยา: ถ้ามองในเรื่องแผนยุทธศาสตร์ฝ่าย HR ยังไม่ชัดเจน ฝ่ายบริการพยาบาลยังไม่ได้ทำให้ชัดเจน
อ.กิตติ: ผลลัพธ์ของ talent management model เป็นแผนที่พัฒนาผู้บริหาร
คุณนิตยา: ฝ่ายยุทธศาสตร์ HR ต้องกำหนดกรอบขึ้นมาเพื่อพัฒนา talent และนำเสนอให้หน่วยงานต่างๆ
อ.กิตติ: จะเอา 3v ใส่ตรงไหน
ต้องตอบว่า สิ่งที่เราจะทำเพิ่มมูลค่าอย่างไรโดยใช้ 3V
ทำเรื่อง talent ต้องคำนึงถึง non talent ด้วย
คุณพิชญ์ภูรี: กลุ่มนี้ชื่อดี แต่รายละเอียดข้างในมีความเสี่ยง talent management model อาจจะต้องเปลี่ยนเป็น talent development model มาก่อน โดยทำเรื่องการบริหารรองลงมา
อ.จีระ: talent เป็น concept ที่เกิดจากฮอลีวูด หลังจากนั้นเกิดจากกีฬา ขอแนะนำว่า คนที่ประสบความสำเร็จ มาจากประสบการณ์ และการเรียนรู้จากความเจ็บปวด
หากทำเป็นงานวิจัย หรือ แผนพัฒนาบุคลากรจะต่างกัน
ควรคำนึงถึงสมมติฐาน
1. Talent สร้างมูลค่าแบบ 3v ได้หรือไม่
2. ให้ talent คิดอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ
ขอเพิ่มเป็นโมเดลฝ่ายพยาบาล
อ.กิตติ: เวลามองไปถึงการสร้าง Talent
คุณนิตยา: ไม่สามารถพัฒนาบุคลากรทั้งหมดได้ จึงเลือกกลุ่ม talent
อ.กิตติ: ทำอย่างไรให้ปัญหาบุคลากรของแพทย์มอ.ลดลง
talent management ถ้าทำได้ จะแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรได้ส่วนหนึ่ง จึงควรจะทำแผนพัฒนาtalent
กลุ่ม 4 E-Delivery services MED psu 2020
- -ความแออัด
- -หมอไม่เพียงพอ
อยากทำเป็นพิมพ์เขียว Med PSU Smart Health 2020 For Smart Living and Better Care Services
ปัจจุบัน Smart phone ทำได้หลายอย่าง
ปัญหา คือ การเรียน การสอน การบริการ จึงสามารถใช้ IT มาใช้ได้
Telemedicine: สามารถแก้ปัญหาเรื่องความแออัด
Tele-robotics
Mobile health care management สามารถสื่อสารได้ง่ายและรวดเร็ว
โครงการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วด้วยเทคโนโลยี Wi-fi โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าปี 2020 จะใช้ได้เต็มรูปแบบ
วัตถุประสงค์
1. พัฒนาช่องทางเข้าถึงบริการ ครอบคลุมการเรียนการสอน การบริการ การวิจัยและเพื่อชุมชน(3v)
- ด้านพัฒนา
- ด้านการเรียน
- บริการชุมชน
โดยจะทำเรื่อง
- -Register online
- -Smart drug delivery service
- -Smart emergency call center & services
- -Smart E-OPD Services
- -Smart health information system
- -Smart elderly service
- -Smart call center
วัตถุประสงค์
1. เพิ่มขีดความสามารถ
2. สร้างเครือข่าย
3. สร้างความจงรักภักดี
4. สร้างงานและสร้างรายได้
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ด้านบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
2. ด้านเศรษฐกิจในระดับประเทศ
3. สร้างศรัทธาจากประชาชน
อ.กิตติ: กลุ่มนี้ทำครบทั้งระบบ กลัวว่าจะหาโฟกัสยาก ใช้ IT เป็นเครื่องมือ แต่จะเอามาแก้ปัญหาอย่างไรบ้างในการพัฒนาองค์กร
IT มาเป็นเครื่องมือ จะแก้ปัญหานั้นๆได้อย่างไร และจะเกิดเป็นนวัตกรรมองค์กรได้อย่างไร
อ.พิชญ์ภูรี: กลุ่มนี้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มได้ เนื่องจากเป็น IT
ถ้าทำได้จริง เรื่อง Emergency เป็นเรื่องที่ดีมาก
อ.จีระเดช: เป็นเรื่องที่กว้าง ขอเตือนว่าการจะทำเรื่อง IT อีก6 ปีข้างหน้า คำว่า SMART อาจจะล้าสมัย เปลี่ยนแม้กระทั่งแนวคิด