มุ่งสร้างสัมพันธภาพอันดีในหมู่วิชาชีพ ๕ หมอ เป็นการเสริมสร้างโลกทัศน์ที่ดีต่อกัน เกื้อหนุนการเรียนรู้ร่วมกัน ผูกโยงถึงการออกไปใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันเมื่อจบการศึกษา ซึ่งถือเป็นทักษะชีวิตที่ดีงามในการปลูกสร้าง “คนสู่สังคม” (หัวใจมนุษย์)
โครงการ “กีฬาโฮมหมอ” เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ผมเป็นวิทยากรจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ควบคู่ไปกับโครงการ “แรกพบ ๕ หมอ”
ทั้งสองโครงการเป็นโครงการ หรือแผนงานเครือข่ายในกลุ่มวิชาชีพ ๕ หมอที่จัดขึ้นเป็นประเพณีนิยมมาหลายปี มีอัตลักษณ์สำคัญในเชิงการขับเคลื่อน คือการร่วมด้วยช่วยกันเป็นเจ้าภาพ ร่วมคิด ร่วมออกแบบกิจกรรมและร่วมบริหารจัดการโครงการร่วมกัน

และถัดจากนี้ไป คือส่วนหนึ่งที่นิสิตได้สะท้อนเป็นข้อมูลออกมา
วัตถุประสงค์นิสิตได้สะท้อนถึงวัตถุประสงค์การจัดกีฬาโฮมหมอ (๕หมอ) ว่าประกอบด้วยวัตถุประสงค์หลัก ๒ประเด็น คือ
- เสริมสร้างความสัมพันธ์นิสิตในวิชาชีพ ๕หมอผ่านกิจกรรมกีฬา
- เสริมสร้างกระบวนการรณรงค์การสร้างเสริมสุขภาพในเรื่อง “ลดละเลิกบุหรี่”
รูปแบบกิจกรรม กีฬาโฮมหมอ ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญๆ คือ
- กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งกีฬาสากล และกีฬาพื้นบ้าน
- เดินรณรงค์เรื่องลดละเลิกบุหรี่
- ประกวดธิดาจำแลง

ผลที่ได้รับจากการจัดกิจกรรม/เข้าร่วมกิจกรรม
- เสริมสร้างความสัมพันธ์นิสิตในเครือข่ายวิชาชีพ ๕หมอ (๕คณะ) ผ่านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการต่างๆ
- เกิดกระบวนการรณรงค์เรื่องจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมผ่านกิจกรรมหลักคือ “บุหรี่”
- เกิดกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เรื่อง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การตรง
ต่อเวลา การอยู่ร่วมกัน (รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย)ผ่านการแข่งขันกีฬา
- ได้ฝึกการทำงานเป็นทีม และบริหารจัดการโครงการ
- ได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ปัญหาและอุปสรรค
ปัญหาและอุปสรรคที่นิสิตได้สะท้อนร่วมกันนั้น ประกอบด้วยประเด็นสำคัญๆ ดังนี้
- ระยะเวลาการแข่งขันกีฬาน้อยจนเกินไป
- ระยะเวลาการแข่งขันไม่เหมาะสม เช่น อยู่ในช่วงฤดูฝน ใกล้กับห้วงเวลาของการสอบกลางภาค
- ตารางการแข่งขันเปลี่ยนแปลงบ่อย สื่อสารไม่ทั่วถึง ตลอดจนการสื่อสารล่าช้า ทำให้ประสบปัญหาเรื่องการติดตามนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน หือเตรียมพร้อมร่างกายไม่ทัน
- ในบางชนิดกีฬามีความรุนแรง เพราะมุ่งเรื่องชัยชนะมากจนเกินไป
- สนามแข่งขันไม่เพียงพอ

ข้อเสนอแนะ
เป็นที่น่าสังเกตว่าโครงการกีฬาโฮมหมอนั้น เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในระหว่างวิชาชีพ ๕ หมอ (๕ คณะ) โดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็น “ระบบและกลไก” ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ และเมื่อวิเคราะห์แล้วจะพบว่า ไม่แต่เฉพาะวัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีอันเป็นการขยายผลจาก “แรกพบ ๕ หมอ” เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเตรียมความพร้อมภายในคณะ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน “กีฬาระหว่างคณะ” ในระดับมหาวิทยาลัยฯ หรือที่เรียกว่า “ราชพฤกษ์เกมส์” ดีๆ นั่นเอง
เตรียมความพร้อมสู่ราชพฤกษ์เกมส์นั้น ประกอบด้วยสาระสำคัญ ทั้งระบบเชียร์ คัดตัวนักกีฬา ฝึกบริหารจัดการระบบ ฯลฯ
แต่ถึงแม้จะรับรู้ร่วมกันว่ากีฬาโฮมหมอ เป็นการเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน ต่ก็ยังพบว่านิสิตแต่ละคณะยังไม่ได้เตรียมความพร้อมด้านร่างกายในการแข่งกีฬามากนัก แต่ดีที่กิจกรรมไม่ได้มุ่งเน้นการแข่งขันแบบสุดโต่ง จึงไม่ถึงขั้นเครียดเคร่งเอาเป็นอาตาย จนต้องเกิดอาการบาดเจ็บกับนิสิต ซึ่งในเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีข้อเสนอแนะสำคัญๆ ดังนี้
- ควรจัดกิจกรรมในวันหยุด เช่น เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการอื่นๆ เพื่อให้นิสิตเข้าร่วมจำนวนมากๆ โดยไม่ต้องวิตกกังวลกับการเข้าเรียน หรือการสอบ
- ควรกำหนดบทบาทหน้าที่การทำงานร่วมที่เป็นระบบและเป็นรูปธรรมระหว่างแกนนำของแต่ละคณะ
- ควรจัดตารางการแข่งขัน หรือบริหารตาราง (โปรมแกรมแข่งขัน) ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงการนัดหมายที่คลาดเคลื่อนและเกินเวลา
- ควรให้เจ้าหน้าที่กองกิจการนิสิต เข้ามาหนุเสริมกิจกรรม หรือนิสิตสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและการกีฬาเข้ามาร่วมบริหารจัดการ เพื่อก่อให้เกิดระบบการแข่งขันที่มีมาตรฐานมากขึ้น เช่น การจัดตารางการแข่งขัน สูจิบัตร การเป็นกรรมการตัดสิน
- ควรมีการบันทึกข้อมูลทั้งหมดย้อนหลังในรูปแบบของฐานข้อมูล หรือระบบสารสนเทศเพื่อการสืบค้นจากรุ่นสู่รุ่น
- ในขบวนการณรงค์ อาจไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นแต่เฉพาะเรื่อง “บุหรี่” เท่านั้น
แต่อาจนำเรื่องอื่นๆ เข้ามาหนุนเสริม เช่น ยาเสพติ เอดส์ หรือทักษะชีวิตอื่นๆ หรือแม้แต่เรื่องอันเกี่ยวโยงกับประเด็นการพัฒนานิสิต หรือยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เช่น คุณธรรมจริยธรรม จิตสาธารณะ มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยสีเขียว เป็นต้น
- เรียนเชิญอาจารย์และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากทั้ง ๕คณะเข้ามาร่วมกิจกรรม
ให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ข้อสังเกตจากวิทยากรในประเด็นเชิงเนื้อหาการจัดกิจกรรมจากโครงการแรกพบ ๕ หมอสู่กีฬาโฮมหมอ
- กิจกรรมทั้งสองกิจกรรมมีจุดเด่น คือการมุ่งสร้างสัมพันธภาพอันดีในหมู่วิชาชีพ ๕ หมอ เป็นการเสริมสร้างโลกทัศน์ที่ดีต่อกัน เกื้อหนุนการเรียนรู้ร่วมกัน ผูกโยงถึงการออกไปใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันเมื่อจบการศึกษา ซึ่งถือเป็นทักษะชีวิตที่ดีงามในการปลูกสร้าง “คนสู่สังคม” (หัวใจมนุษย์)
- กิจกรรมทั้งสองกิจกรรมมีจุดเด่นในเรื่องของการปลูกฝังการเรียนรู้ประเด็น "จิตอาสาต่อสังคม" ที่ผูกโยงกับวิชาชีพ ๕หมอ นั่นก็คือเรื่องของสุขภาพ หรือสุขภาพชุมชน โดยการนำประเด็น เรื่อง “บุหรี่” มาขับเคลื่อนอยู่ในทั้งสองเวทีร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อวางหมุดหมายสู่การเป็น "มหาวิทยาลัยสีเขียว,มหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่"
- กิจกรรมทั้งสองกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึง “นิสิตเป็นศูนย์กลาง” และใช้ “กิจกรรมเป็นฐานการเรียนรู้” อย่างแท้จริง เพราะเป็นกิจกรรมในลักษณะ “นิสิตเพื่อนิสิต” โดยนิสิตได้ร่วมออกแบบ ตัดสินใจ ลงมือทำ และถอดบทเรียนร่วมกัน

- กิจกรรมทั้งสองกิจกรรมมีจุดแข็งในเชิงวัฒนธรรมการทำงาน คือ “พี่สอนน้อง” และการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ มีการส่งภารกิจการงานกิจกรรมจาก “รุ่นสู่รุ่น”
- หากสามารถนำประเด็นทางสังคมอื่นๆ มาบูรณาการในกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น จะก่อเกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ในแบบบูรณาการมากยิ่งขึ้น เช่น สถานศึกษา ๓ D เอดส์ จิตอาสา หรือการรณรงค์สร้างความตระหนักสู่ยุทธศาสตร์ หรือวาระของมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่การชูประเด็นเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในระดับคณะ เพื่อย้ำเน้นแก่นิสิต
- หากสามารถแปลงกิจกรรมจากเดิมไปสู่ “ค่าย” ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้คู่บริการ” จะทำให้เกิดพลังการเรียนรู้ร่วมกัน และเกิดการเรียนรู้บนฐานคิด “ชุมชนเป็นฐาน” ที่ชัดเจน เป็นการปูพื้นฐานการออกสู่ชุมชนในวิชาชีพในอนาคต
- ขยายกรอบการจัดกิจกรรมไปสู่เวที “วิชาการ” หรือ “มหกรรมการเรียนรู้กิจกรรมนอกหลักสูตรและในหลักสูตร” ร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดวงจรการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ที่หลากหลาย ครบวงจรในระบบและกลไกการจัดกิจกรรม เช่น กีฬา บำเพ็ญประโยชน์ ศิลปวัฒนธรรม วิชาการ บุคลิกภาพ ฯลฯ

ข้อสังเกตจากวิทยากรในประเด็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- การจัดเวทีถอดบทเรียนเช่นนี้ ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันระหว่างนิสิต ๕ คณะ เสมือน “การจัดการความรักคู่ไปกับการจัดการความรู้”
- หากสามารถนำผู้เกี่ยวข้อง (คนหน้างาน) ที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการโดยตรง กับกลุ่มผู้เข้าร่วมมาร่วมถอดบทเรียน จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่มีพลัง และได้ชุดความรู้ที่เป็นรูปธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่ รวมถึงการสลสับหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพของการถอดบทเรียนในแต่ละคณะ
ชอบใจน้องๆห่วงเรื่องเรียน
บอกว่าการสื่อสารเปลี่ยนแปลงตารางไม่ดี
ถ้าจัดเสาร์ อาทิตย์ ดีกว่า
มาเชียร์การทำงานครับ
ครับ อ.ขจิต ฝอยทอง
เด็กสายนี้ ยังไงๆ เรื่องเรียนก็สำคัญเป็นอันดับหนึ่งครับ ถึงแม้เวลาทำกิจกรรมไม่มากมายเหมือนสาขาอื่น แต่ในหลายกิจกรรม "คมชัดลึก" และมี "พลัง" อย่างน่าชื่นชม
นั่นคือทุนทางความคิดที่ไม่ธรรมดา นั่นเอง ครับ
...ชอบมากค่ะ...“การจัดการความรักคู่ไปกับการจัดการความรู้”
ชอบบันทึกนี้มากเลยครับ มีขั้นตอนการทำงานที่เห็นกระบวนการ อย่างต่อเนื่อง มีสรุป มีข้อเสนอแนะ มีข้อสังเกต เป็นข้อมูลพื้นฐานในการทำงานครั้งต่อไป ขอชื่นชมครับ เป็นตัวอย่างรูปแบบในการทำงานที่ดีเลยครับ
ครับ อ.ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
ดูผิวเผินโครงการกีฬาโฮมหมอ ก็เป็นกิจกรรมนันทนาการสานสร้างความสัมพันธ์กันเป็นหลัก แต่ผมก็เชื่อว่า ภายใต้กิจกรรมนันทนาการเหล่านั้น พวกเขาจะได้เรียนรู้บทบาทและสถานะหลายๆ อย่างพร้อมกัน ทั้งการบริหารงาน-บริหารคน รวมถึงความรับผิดชอบที่มีต่อตนเองและผู้อื่น
เวทีเล็กๆ เช่นนี้ ถึงแม้จะไม่อาจหยั่งรากลึกในการถอดบทเรียนได้ แต่ผมก็เชื่อว่ากลุ่มคนที่มาในวันนี้จะสานงานใหม่ได้ไม่ด้อยไปกว่าเดิม เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีเวทีมาสรุปงานกัน หากไม่นับด้านประเด็นเนื้อหา นี่คือการเตรียมเครือข่ายของการทำงานโครงการเรื่องนี้ดีๆ ในอีกมิติหนึ่ง...
ขอบคุณครับ
ชื่นชมกิจกรรมดีๆมีประโยชน์มากๆค่ะ...