วันที่ 2 ของค่าย ได้ออกแบบกิจกรรมให้ได้เรียนรู้ ตระหนัก พิทักษ์ หวงแหน ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการเดิน
ป่า หลังโรงพยาบาลปากพะยูน
ที่เป็นเนินลูกใหญ่ สูงชัน อีกด้านหนึ่งของภูเขาลูกนี้ ถูก ซื้อไปขุดลูกรังขาย แต่อีกด้านหนึ่ง คงไว้ซึ่ง
สมุนไพร หายาก ทีมงานลุง วอ ได้เดินไปสำรวจแล้ว เขียนชื่อต้นไม้สมุนไพร พร้อมทั้ง ผูกเชือกไว้เป็น
ทียึดเหนี่ยวในการป่ายปีน ณ. จุดนี้ทีมงานเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเยาวชน
ของเรา มีตั้งแต่อนุบาล ถึงป 6 นำภาพมาแบ่งปัน
เกาะเชือกให้แน่นไต่ขึ้นไปอย่าแย่งกัน
ไม้ค้อนตีหมา
พันตัน
ต้นจิกนมสาว
ปล่องโรงที่หลงเหลืออยู่
บ่วงแร้วดักไก่เถื่อน
ต้นไหลเผือก
อีกด้านหนึ่งของภูเขา ที่เกิดขึ้น
เป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่ง
ในมวลมนุษยชาติ
ตั้งแต่มนุษย์เกิด จนถึงตายไป
ได้เก็บความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ ความคิดคำนึง
จนเป็นภูมิปัญญาติดตัวอยู่
เมื่อถึงเวลาตายไป
หากมิได้เผยแพร่ภูมิปัญญา
ให้อนุชนรุ่นหลัง
ก็เปรียบเสมือนได้ขโมย
ตำรา และภูมิปัญญาจากโลกมนูษย์ไป
นับเป็นเรื่องสูญเสียโอกาส
ของมนุษย์ที่เกิดมาทีหลัง เป็นอย่ายิ่ง ..........
พงศา
ป่าไม้
สายน้ำ
ชีวิต
ตีเมียเบือย่าง ใช้ใบตำพอกทาที่แผล แก้งูสวัด (ตอนนี้ที่บ้านชำไว้หลายต้น แล้)
วันหลังจะถ่ายรูป ตีเมียเบื่อย่างมาให้คุณหมอพิจารณาครับ. 67. 30. นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น [IP: ... ท่านผู้เฒ่า ตีเมียเบื่อย่าง น่าสนใจครับ ส่งรูปมาให้ดู ...
gotoknow.org/blog/skindoc/145486 - แคช - ใกล้เคียง
"ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย"ศ.ดร.เต็ม สมิตินันทน์ โดยสถานีผลิตเมล็ด
พันธุ์ไม้ป่าแม่ทะ ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 1 ส่วนวนวัฒนวิจัย สำนักวิชาการป่าไม้กรมป่าไม้ พ.ศ.2543
ระบุชื่อเป็น ตีเมีย เมื่อ ย่าง แต่ในภาษาไทยถิ่นใต้เรียก ตีเมีย เบือ ย่าง คำว่า เบือ ในภาษา
ไทยถิ่นใต้ มีความหมายว่า ถึงกับต้องทำ (ทำอย่างดี ทำอย่างพิเศษ มิฉะนั้นจะไม่สำเร็จ ) ความ
หมายและที่มาของ ตีเมีย เบือ ย่าง มีดังนี้
เล่ากันว่า นานมาแล้ว
มีกระทาชายนายหนึ่งกลับจากทำนาตอนเย็น ระหว่างทางได้เก็บยอดเถา
วัลย์ชนิดหนึ่งมาด้วย( ยอด "ตีเมีย เบือ ย่าง" ) ตั้งใจว่าจะกินเป็นผักเหนาะกับข้าวมื้อค่ำ ขณะไป
อาบน้ำที่บ่อน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปมักจะอยู่ห่างเรือนออกไป อาบน้ำเสร็จก็กลับเรือนจะกินข้าว ปรากฏ
ว่าภรรยาได้ลองชิมผักเหนาะและกินเล่นจนหมด ด้วยความโมโหหิว ผู้เป็นสามีจึงบันดาลโทสะ
ทุบตีภรรยาบาดเจ็บอาการหนัก จนต้องเยียวยารักษาด้วยการย่างไฟแก้อาการช้ำใน(ข้อมูลจากอินเตอร์เนตท์)
http://www.gotoknow.org/posts/325089
![]() | |
| ชื่อท้องถิ่น | ไม้คอนตีหมา |
| ชื่อวงศ์ | ASCLEPIADACEAE |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | - Dregea Volubitis Stapf, - Ancistrocladus(Lour.)Merr. |
| ลักษณะลำต้น | เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง มีย่านแตกออกจากปลายยอด เพื่อเลื้อยไปพาดพิงไม้อื่น |
| ลักษณะใบ | โคนใบกว้าง ปลายเรียวแหลม ใบหนา ขอบเรียบ เป็นมันทั้งหน้าและหลัง เส้นหลังใบนูน |
| ลักษณะดอก | ไม่มี |
| ลักษณะผล | ไม่มี |
| ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร | ยอด |
| ใช้เป็นอาหารประเภท | ยอดเป็นผักเหนาะ |
| รสชาติ | ฝาด มัน เจือขมเล็กน้อย |
| ส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ | ต้นอ่อน |
| พื้นที่ที่เจริญเติบโตได้ดี | ขึ้นได้ในที่ราบสูงทั่วไป และดินอุดมสมบูรณ์ พอเหมาะ อุ้มน้ำได้ดี |
| ฤดูกาลที่ให้ผลผลิต | ตลอดปี |
| ส่วนที่เป็นพิษ | ไม่มี |
| ประโยชน์ใช้สอย | ไม่มี |
| ความเชื่อ | ไม่มี |
| สรรพคุณทางสมุนไพร | ใช้เถาและใบมาต้ม เคี่ยวให้น้ำเข้มขัน รับประทาน ครั้งละครึ่งแก้ว ก่อนอาหารเช้าจะช่วยขับพยาธิ ทั้งต้น ต้มดื่มแก้โรคกระษัต ไตพิการ ไข้ป่า ไปสืบค้นพบกวีที่โดนใจในส้มสูกลูกไม้บ้านๆตามธรรมชาติที่โดนใจ ของ "ลมหัวด้วน" ขออนุญาตินำมาลงไว้ประกอบผ่านบันทึกดังนี้ hana Phon .......เดินเข้าป่าประหัวนอนตอนหัวเช้า........รูดลูกม่าวเข้าปากเคี้ยวเสียวถึงหัว ลูกเขียวๆกินไม่ดีเพราะขี้รั่ว......................ลูกเหมรฺมัวกินมากปากสีคราม พร้าวนกคุ่มเดินขุ่มๆก้มมองหา..................ลูกขล็อบนากินแล้วแค้นอย่าแข้นถาม ขึ้นลูกวาป่านมแมวลูกแววาม....................ยับหยิ่วหนามข้องห่วงลูกม่วงคัน ลูกเหม็ดชุนสุกคราวแลขาวเผิน.................เหมือนหงส์เหินลงมาพนาสันต์ ย่านนมควายขึ้นเคล้าย่านเขาคัน................เดินทั้งวันกินลูกโทะลูกโผะค่าง ถ้าได้กินลูกข่อย.....เขาว่าดก...................ลูกลุ่มนกกินแล้วจะห่างๆ ลูกหลุมพีที่ขบเคี้ยวเสียวแก้มคาง..............ถ้าเป็นซางกินลูกหว้าลูกกำชำ ทั้งลูกกอลูกโกของบ้านนอก....................อยู่บางกอกอย่าเห็นเป็นเรื่องขำ ลูกพร้าวเลลูกพลับพลาลูกระกำ................ผมแนะนำจำนะสาวบ่าวจงฟัง จิ้มแล้วดูดแดนเดิมอยู่ระโนด...................ชื่อลูกโหนดคนเรียกติดพร้อมหมิดถัง ลูกหัวครกเล็ดล่อนั้นก็ยัง........................หัวครกชื่อโด่งดังทั้งเมืองไทย สัญลักษณ์ผลไม้ขอประกาศ....................ชื่อลูกหาดนามกระเดื่องเมืองหาดใหญ่ เปรี้ยวเข็ดฟันนั้นต้องกินลูกไฟ.................แต่อย่าไปกินโชว์หน้าโรงโนราห์ ลูกชมพู่ย่าหวันสุกแดงทุกผล..................ลูกขี้แรดต่างหนคนเรียกหา ลูกตาเป็ดตาไก่ลูกเนียนนา.....................ลูกพรวนป่ากินได้หวานไม่มี ลมหัวด้วนแนะนำจงจำไว้.......................ของเมืองใต้จงรักษ์เป็นสักขี ราคนใต้รักษ์ของใต้จำให้ดี....................อย่าย่ำยีดูถูกลูก....สะตอ. กลอนโดย ลมหัวด้วน ขอขอบพระคุณ ลมหัวด้วน |

ชอบกิจกรรมแบบนี้จ้ะ เมื่อไรหนอ ชุมชนของคุณมะเดื่อจะมีผู้ใหญ่ที่ใส่ใจกับเด็ก ๆ แบบนี้บ้าง
มาดูก่อนนะครับ
ชื่่นชม กับกิจกรรมดีๆๆ แบบนี้ คะ ถ้ามีโอกาส..จะนำแนวคิด..มาปรับใช้บ้างนะคะ..ลุง วอ (ผู้ไม่มีเหลี่ยม) เพราะว่ากลมกลมไปหมด..อิ อิ
เรียนน้องมะเดื่อ
กลับจากเดินทางไกล ก็มีงานทันที เยาวชน ยังไม่ได้ไปที่ทำงาน
ชอบชื่อต้นไม้แปลกดีครับ คงมีที่มาที่น่าสนใจมาก
อย่าง
ขี้หนอน ใช่ชื่อต้นไม้หรือว่าขี้หนอนจริงๆครับบัง
ต้นฆ้อนตีหมา
ต้นจิกนมสาว
น่าสนใจทั้งนั้นครับ
ขอบคุณครับบัง
เรียนท่านอาจารย์ ขจิต
วันที่12 หากไม่มีงานด่วนที่ รพ. พบกันที่ รีสอร์ทพันดาว ชาวเมืองกุย
"ชอบๆๆๆๆๆ..แบบสุดๆๆๆ..ซอยเลย...อิอิ"...ตีเมีย...น่ะ..แล้วสอนว่า..ทีหลังอย่ากินคนเดียว..๕๕๕...
เรียนท่าน ผอ. ทั้งเหลี่ยม ทั้งกลม ได้รับอิทพลจากการร่วมเวที หลายๆเวที
จึงรับเอามาปรับใช้ เป็นประสบการณ์
ยิ่งประสบการณ์ความเข้าใจในเยาวชน ยิ่งต้องมีทักษธที่เชี่ยวชาญ
เรียนคุณ พ. ต้นไม้ สมุนไพร มีชื่อเรียกตามชาวบ้าน และชื่อทางวิทยศาสตร์ มักไม่ตรงกัน
จึงต้องให้เยาวชนได้รู้จักในชื่อบ้านๆ หากเขาสนใจ ก็สืบค้นต่อได้ไม่ยาก
กิจกรรมดีมากๆครับ น่าเสียดายที่เด็กกทม.ไม่ค่อยมีโอกาสได้เรียนรู้นอกห้องเรียนเช่นนี้นะครับ
เรียนคุณ ยายธี
ผู้เฒ่าด้เล่าเรื่อง ได้บอกลูกหลาน ในความสำคัญของต้นไม้ ให้ได้สืบค้น ในโอกาสต่อไป
ขอบคุณท่านrojfitness
ต่างจังหวัด มีพื้นที่ มีทุนทางธรรมชาติ แต่ขาดการเข้าใจและหวงแหนในสิ่งที่มี
ที่ทำอยู่เป็นส่วนเล็กน้อย ตามวาระและโอกาสในการให้ความเข้าใจ โดยการไปสัมผัสของจริง
คงได้พบกันนะครับ บัง
ดูแลสุขภาพด้วยครับ
เรียนท่านอาจารย์ ขจิต....
ตั้งใจว่าจะไปร่วมค่ายครูมะเดื่อ
แต่มีปัญหาเรื่องลูกสาว ที่ต้องไปจัดการที่ภูเก็ต
ขอบคุณที่ห่วงใยสุขภาพ
-สวัสดีครับ
-ตีเมียเบื่อย่าง..
-อีกเรื่องที่น่าจดจำ...กับพันธุ์ไม้ป่า..
-หลัง รพ.ยังมีป่าให้ได้ศึกษาอยู่นะครับท่าน
-ค่ายนี้ได้ความรู้มากมายเลยครับ..
-เป็นกำลังใจให้ทีมงานคร้าบ..
ไปสืบค้นเจอกวีที่โดนใจ ของลมหัวด้วนเกี่ยวกับผลไม้ตามธรรมชาติบ้านๆ อ่านแล้วได้แรงอก จึงนำมาบอกต่อ
hana Phon
.......เดินเข้าป่าประหัวนอนตอนหัวเช้า........รูดลูกม่าวเข้าปากเคี้ยวเสียวถึงหัว
ลูกเขียวๆกินไม่ดีเพราะขี้รั่ว......................ลูกเหมรฺมัวกินมากปากสีคราม
พร้าวนกคุ่มเดินขุ่มๆก้มมองหา..................ลูกขล็อบนากินแล้วแค้นอย่าแข้นถาม
ขึ้นลูกวาป่านมแมวลูกแววาม....................ยับหยิ่วหนามข้องห่วงลูกม่วงคัน
ลูกเหม็ดชุนสุกคราวแลขาวเผิน.................เหมือนหงส์เหินลงมาพนาสันต์ย่านนมควายขึ้นเคล้าย่านเขาคัน................เดินทั้งวันกินลูกโทะลูกโผะค่าง
ถ้าได้กินลูกข่อย.....เขาว่าดก...................ลูกลุ่มนกกินแล้วจะห่างๆลูกหลุมพีที่ขบเคี้ยวเสียวแก้มคาง..............ถ้าเป็นซางกินลูกหว้าลูกกำชำ
ทั้งลูกกอลูกโกของบ้านนอก....................อยู่บางกอกอย่าเห็นเป็นเรื่องขำลูกพร้าวเลลูกพลับพลาลูกระกำ................ผมแนะนำจำนะสาวบ่าวจงฟัง
จิ้มแล้วดูดแดนเดิมอยู่ระโนด...................ชื่อลูกโหนดคนเรียกติดพร้อมหมิดถังลูกหัวครกเล็ดล่อนั้นก็ยัง........................หัวครกชื่อโด่งดังทั้งเมืองไทย
สัญลักษณ์ผลไม้ขอประกาศ....................ชื่อลูกหาดนามกระเดื่องเมืองหาดใหญ่เปรี้ยวเข็ดฟันนั้นต้องกินลูกไฟ.................แต่อย่าไปกินโชว์หน้าโรงโนราห์
ลูกชมพู่ย่าหวันสุกแดงทุกผล..................ลูกขี้แรดต่างหนคนเรียกหาลูกตาเป็ดตาไก่ลูกเนียนนา.....................ลูกพรวนป่ากินได้หวานไม่มี
ลมหัวด้วนแนะนำจงจำไว้.......................ของเมืองใต้จงรักษ์เป็นสักขีเราคนใต้รักษ์ของใต้จำให้ดี....................อย่าย่ำยีดูถูกลูก....สะตอ.
กลอนโดย ลมหัวด้วน