ธปท. ปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้เป็น 4.5-5% หลังการเมืองเข้าที่ น้ำมันลง ส่งออกสดใส คาดดันเศรษฐกิจปีหน้าโต 4.5-5.5% แต่ไม่วางใจเศรษฐกิจโลกชะลอ น้ำมันผันผวน ประเมินน้ำท่วมพัง 20,000 ล้านบาท ชี้เงินบาทแข็งค่า   แต่เริ่มนิ่ง  นายแบงก์คาดปีหน้าอาจเห็นแตะ 35 บาทต่อดอลล์ ต่างชาติชะลอแรงซื้อ กดหุ้นลบ 7 จุดนางอัจนา  ไวความดี  ผู้ช่วยผู้ว่าการ  สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ปรับประมาณการอัตราขยายตัวเศรษฐกิจปี 2549 เพิ่มจาก 4-5% เป็น 4.5-5.5% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังขยายตัวได้อย่างน่าพอใจ จากครึ่งปีแรกที่ขยายตัว 5.5%   นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจ 2 เดือนแรกของไตรมาส 3 ขยายตัวใกล้เคียงกับไตรมาส 2  เนื่องจากความชัดเจนด้านการเมืองดีขึ้น   ส่งผลต่อความมั่นใจการบริโภคและการลงทุนกลับคืนมา   ขณะที่การส่งออกยังขยายตัวในระดับสูง  คาดว่าการขาดดุลการค้าจะลดเหลือ 1,500-3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ  ส่วนดุลบัญชีดุลสะพัดจะพลิกกลับมาเกินดุล 1,500-3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ    เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 4.3-4.8%สำหรับปี 2550 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวเพิ่มจาก 4-5.3% เป็น 4.5-5.5% โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากส่งออก ซึ่งคาดว่าขยายตัว 6-9%  แม้เศรษฐกิจโลกปีหน้าจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจาก 4.9% เป็น 4.1% ขณะเดียวกัน ได้รับปัจจัยบวกจากกำลังซื้อภายในประเทศจากการชะลอตัวของเงินเฟ้อทั่วไปที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5-3% ผลจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง  และงบประมาณปี 2550 เบิกจ่ายได้เร็วกว่าคาดการณ์เดิม ส่งผลดีต่อการลงทุนภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จนถึงเกินดุล 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  "แบงก์ชาติยังคงไว้วางใจไม่ได้กับการขยายตัวเศรษฐกิจโลกปี 2550 ซึ่งยังมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่น้ำมันแม้จะลดลง แต่ยังมีโอกาสเร่งตัวสูงขึ้น" นางอัจนาระบุ   ส่วนอุทกภัยในหลายจังหวัดประเมินว่ามีผลกระทบจีดีพีลดลง 0.09% หรือมูลค่า 20,000 ล้านบาทนางธาริษา วัฒนเกส รักษาการ ผู้ว่าการ ธปท.ระบุว่า ช่วงนี้ค่าเงินบาทเริ่มเคลื่อนไหวในลักษณะที่นิ่งขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่แข็งค่า อย่างไรก็ตาม ธปท. จะดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ส่งออก  แต่ผู้ส่งออกต้องระมัดระวังและติดตามทิศทางค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน   สำหรับความช่วยเหลือเรื่องอุทกภัย  ธปท.กำลังพิจารณาให้ความช่วยเหลือเรื่องสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (ซอฟต์โลน) ซึ่งในรายละเอียดต้องหารือกับสมาคมธนาคารไทยก่อนนายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดการณ์ว่าค่าเงินบาทในสิ้นปีนี้น่าจะแตะ    ที่ระดับ  36.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากยังมีเงินทุนไหลเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง    ส่วนปี 2550 มีแนวโน้ม แข็งค่าไปถึงระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้  อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าเงินบาทยังไม่ทำให้ไทยสูญเสียความสามารถแข่งขันการส่งออก เนื่องจากประเทศคู่ค้าของไทยมีค่าเงินแข็งค่าเช่นกัน  ด้านตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 ต.ค. ยังคงอยู่ในช่วงปรับฐาน  โดยดัชนีปิดที่  718.74  จุด ลดลง 7.03  จุด  มูลค่าการซื้อขาย  7,414.63 ล้านบาท      นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 7.37 ล้านบาท  สถาบันขายสุทธิ 761.34 ล้านบาท รายย่อยซื้อสุทธิ 753.98 ล้านบาทนายอภิศักดิ์ ลิมป์ธำรงกุล รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.นครหลวงไทย กล่าวว่า ดัชนี    ปรับลดลงเป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นตลาดต่างประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าที่มีคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้มีการขายทำกำไรของนักลงทุน ดัชนีตลาดหุ้นจึงปรับตัวลดลงในทุกตลาด

ไทยโพสต์  31  ต.ค.  49