วันหนึ่ง...สมศักดิ์คนขับรถสำนักงานผม ขับรถพาผมไปติดตามนิเทศงานต่างอำเภอ...

เราก็พบเห็นอุบัติเหตุแบบจะจะ(ภาษาวัยรุ่นสมัยเก่า...อิอิ)...หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่องอุบัติเหตุตลอดทาง...

ผมเล่าถึงสมัยพี่สมนึกขับรถพาผมและพรรคพวกไปเชียงใหม่...พอเลยวัดโบสถ์มาถึงคลองช้าง...แหล่งขายแตงโม...ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าร้านแตงโม...เราเห็นรถคันหน้าขับด้วยความเร็วไม่น้อยกว่า 120 พี่นึกก็เห็น(เผอิญผมมักได้รับเกียรติให้นั่งหน้าคู่กับคนขับ...อิอิ)และเราก็แน่ใจว่าชายคนนั้นเห็นรถคันหน้าเราที่วิ่งด้วยความเร็วสูง...

แต่เชื่อมั้ยครับ...ชายคนนั้นเดินมา 2-3 ก้าว(ราวกับถูกผีปิดตา...555) รถคันหน้าเบรคอย่างกระทันหัน...พี่นึกก็เบรคจนตัวโก่ง(ผมด้วยช่วยเบรค...อิอิ)

ราวปาฏิหารย์...ชายคนนั้นกระโดดกลับไปที่ข้างทางได้อย่างไรผมไม่อยากเชื่อ(เห็นแล้วว่าไม่รอดชัด ๆ)...

รถคันหน้าเกิดอาการผวาอย่างเห้นได้ชัด(ดูแล้วน่าจะขวัญเสียไม่น้อยกว่าชายคนนั้นเลย) เขาขับรถชลอข้างทางไปอีกหลายนาที(พี่นึกก็เหมือนกัน...555)

 สมศักดิ์ก็เล่าถึงเหตุการณ์ที่น่าสยองขวัญให้ผมฟังถึงเรื่องที่ครอบครัวหนึ่งที่ขับรถชนท้ายรถขนเหล็กท่อนที่เสียบทะลุตายคาที่ทั้งคัน...

คุณสมศักดิ์(นี่ขนาดคนขับรถนะ...อิอิ)ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า...คนที่จะตายเนี่ย...แสดงว่าจิตกับกายเขาพร้อมที่จะแยกกันอยู่ตั้งแต่ก่อนตายแล้วครับ...

ผมก็ลองนึกตามไป...อืมมม์...ความคิดนี่ไม่เลวทีเดียว...ที่จริงจิตอาจยอมพ่ายแพ้ต่อสังขาร...มันควรจะละไปแล้ว...ไม่น่าอยู่ ไม่น่าพิสมัยอีกต่อไป...

ยกเว้นผู้ที่ตายโดยไม่รู้ตัวนะครับ...คุณสมศักดิ์...