เมื่อปี 2553 .... ผู้เขียนได้ไปประเทศญี่ปุ่น... และได้ไป เมืองนิคโก้ (Nikko) ซึ่งเป็นเมือง มรดกญี่ปุ่น มรดกโลก… เมืองนิคโก้ ... ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียวไป 140 กิโลเมตร ....ได้มีโอกาสนั่งรถไฟความเร็วสูง หรือ ชิงกันเซ็ง หรือShinkansen .... ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง ไปเมืองนิคโก้... ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่ค่อนข้างเงียบสงบ … แต่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น จากสถานี Tokyo หรือ Ueno ... โดยนั่ง รถไฟTohoku Shinkansen ....ไปลงที่สถานี Utsunomiya ใช้เวลา 50 นาที ค่าโดยสาร 4,600 เยน.... แล้วต่อสาย JR Nikko ลงสถานี JR Nikko ใช้เวลา 40 นาที ค่าโดยสาร 740 เยน ....
เมื่อได้ข่าวว่ารัฐบาลไทยจะสร้างรถไฟ “ความเร็วสูง” …. รู้สึกดีใจมากๆ ค่ะ .... เพราะคิดว่า .... ถ้าผู้เขียนอายุมากๆ เกษียณอายุแล้ว .... ต่อไปในอนาคต .... ถ้าจะไปเยี่ยมญาติที่เชียงใหม่... เราคงไม่ต้องขับรถไปเอง เพราะจะได้นั่งรถที่รวดเร็ว....ใช้เวลาน้อย ... ขับรถไปกันเองคงไม่ไหวแน่นๆ (ทั้งตา...ทั้งสังขาร) .. หรือจะนั่งรถทัวร์ไปเชียงใหม่ ... ซึ่งก็เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากๆๆ ค่ะ .... จะนั่งเครื่องบินก็ราคาแพงมากๆ ... ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ....
แต่มาวันนี้... “ฝันสลาย” .... ไม่รู้ชีวิตนี้ ... จะได้นั่งหรือเปล่าในเมืองไทย ..... ไม่คิดว่า คน 9 คน ... สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงสร้างคมนาคมของประเทศไทยได้ขนาดนี้ ... เมื่อปลายปีที่แล้ว.... ประเทศเพื่อนบ้านเรา...เขาเริ่มทำสัญญาสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้ว ..... โอ เมืองไทย...ประเทศไทย....
รถไฟไทย....ได้สร้างขึ้นใน รัชสมัย...“พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” พระองค์ท่านทรงตระหนักถึง... ความสำคัญของ“การคมนาคม โดยเส้นทางรถไฟ” ... เพราะการใช้แต่ทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองเป็นพื้นนั้น ...ไม่เพียงพอแก่การบำรุงรักษาพระราชอาณาเขต ...สมควรที่จะสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศเพื่อติดต่อกับมณฑลชายแดนก่อนอื่น ... ทั้งนี้เพื่อสะดวกแก่การปกครอง ตรวจตราป้องกันการรุกรานเป็นการเปิดภูมิประเทศ... ให้ประชาชนพลเมืองเข้าบุกเบิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ... ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้า....ไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ...
ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2430 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อ สร้างทางรถไฟจาก จึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้กระทรวงโยธาธิการว่าจ้าง มิสเตอร์ จี. มูเร แคมป์เบลล์ ...“สร้างทางรถไฟหลวง” จากกรุงเทพถึงนครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร และได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มการ สร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2434 ..แล้วปัจจุบัน ปี 2557 .... นี้เป็นเวลา 123 ปีแล้ว .... ประเทศไทยเราไม่มีการพัฒนาโครงสร้าง..ไม่มีการพัฒนาเลย ..... คิดแล้วเศร้าจริงๆ ค่ะ .... ยังมีบุญอยู่บ้างที่ได้ไปนั่ง ... "รถไฟความเร็วสูงที่ญี่ปุ่น" ...นะคะ
บ้านเรา....จะมีไหมหนอ????
ทุกๆ คนนั่่งรถไฟอย่างมี ... ความสุขค่ะ
ได้เห็นตัวหนังสือไทยเขียนว่า "ชาวนิโกยินดีตอนรับทุกท่าน"... ดีใจจังเลยค่ะ
ไปทาน บะหมี่ที่เมืองนิโก้ .... ถ่ายรูปกับคุณลุงผู้ขายค่ะ















รถไฟความเร็วสูงของเมืองไทยหรือครับอาจารย์หมอ...กระผมว่าขอให้มีเถอะครับ..ถึงแม้กระผมจะไม่ได้นั่ง
ยังไงคงต้องมีแน่ๆครับอาจารย์ เพราะคงหนีไม้พ้นวงล้อมของเทคโนโลยี่ไม่ได้
เราคงไม่นั่งรถเมล์เก่าๆ รถไฟเก่าๆ ท่ามกลางรถไฟความเร็วสูงรอบๆบ้านเราได้หรอก
เพียงแต่อดใจรอสักหน่อย ทำให้ถูกต้อง รอบคอบ
และวางทิฏฐิให้ได้ก่อน
คงมีสักวัน....
ฝันวันนี้ได้สลายไปแล้วค่ะ...ถ้าจะมีคงต้องรออออออ....กระมังค่ะ คิดแต่ว่ารากหญ้าไม่ได้ใช้จะใช้เฉพาะคนที่มีเงิน...ในเซี่ยงไฮ้ รถไฟความเร็วสูง ก็เห็นใคร ๆ ก็ขึ้นกันทั้งนั้นแหล่ะค่ะ...เสียดายเน๊าะ!!! คนเราคิดได้ บางคนก็คิดต่าง คิดไม่รอบคอบ คิด ๆ ๆ ๆ ค่ะ หมอเปิ้ล...รุ่นเราไม่รู้จะทันหรือเปล่านะคะ...คอยยยยยยต่อไปค่ะ...ไม่งั้นก็ต้องไปต่างประเทศกันเน๊าะ!!! ถึงจะได้นั่งรถไฟความเร็วสูง...กลัวเป็นหนี้ ลืมคิดไปว่า ทุกวันนี้ก็เป็นหนี้เขาอยู่แล้วนิ... คริ ๆ ๆ
บ้านเมืองเราน่าเศร้าในหลายๆ เรื่องจนกลายเป็นเรื่องตลกไปแล้วครับ คนที่เคยใช้บริการรถไฟจะรู้ดีว่ารถไฟไทยนั้นต้องการการปรับปรุงขนานใหญ่มากแค่ไหน ปัญหาก็คือคนตัดสินชะตาชีวิตคนไทยไม่ใช่คนที่ต้องใช้บริการรถไฟครับ
ผมนั่งรถไฟมาตลอดชีวิต บ้านผมอยู่ใกล้รางรถไฟอีกต่างหาก รถไฟที่ผมเห็นตอนเด็กๆ จนถึงปัจจุบันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลย
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็คือหลังจาก "คนดี" ได้เป็นรัฐบาลตามที่เขาต้องการแล้ว เขาก็คงต้องทำรถไฟความเร็วสูง เพราะตอนนี้จีนต้องการให้เกิดรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมเอเซียทั้งทวีป ในทางเศรษฐกิจแล้วไม่มีประเทศไหนกล้าขัดกับจีนแม้แต่อเมริกาครับ
และด้วยความต้องการของจีน โอกาสที่รถไฟความเร็วสูงจะไม่เกิดขึ้นจริงแม้จะเริ่มทำแล้ว (เพราะงบประมาณสูญหายไปตามสายลม) ก็คงจะน้อยครับ
ดังนั้นสำหรับพวกเราคนไทยก็คงได้ใช้รถไฟความเร็วสูงแน่ๆ ครับ แต่อาจจะต้องขอบคุณประเทศจีนแทนคนไทยด้วยกันครับ
-เสียดายที่สุด คับแค้นใจ คงต้องปลงกับชะตากรรมของรัฐบาล มีเรื่องตลกอีกหลาย ๆเรื่องทะยอยออกมาใน1-2 เดือนนี้
-การพัฒนารถไฟป็นการวางแผนพัฒนาระดับภูมิภาคของเอเชีย. ถ้าเราไม่พัฒนา. ที่อื่นสะดุดเหมือนกัน คงต้องถูกกดดันจากเพื่อนบ้าน
-รัฐบาลทำดีที่สุดแล้วในการวางแผนพัฒนาระบบโลจิสติก โครงข่ายคมนาคมและการเชื่อมโยง รวมทั้งการประชาสัมพันธ์จนเด็ก ๆก็ยังเข้าใจถึงความจำเป็น และประโยชน์สาธารณะที่จะได้รับ แต่อนิจจาศาลคงไม่เคยได้ยินเลย
นับว่าเป็นเวรกรรมของประเทศไทย ตอนนี้คงมีบางกลุ่มดีใจที่จะคว้าโปรเจ็คนี้ไปทำแทนอีกไม่นานเกินรอ
*คิดอีกทีหรือว่าเขาต้องการขัดขวางความเจริญของภูมิภาค ถ้าปล่อยให้เจริญทัดเทียมกัน บางกอกจะลดความสำคัญลง อิสานและเหนือสามารถออกทะเลเวียตนามหรือทะวาย ระยะทางใกล้กว่ามาทางอ่าวไทยและอันดามันด้วยซ้ำ สามารถพัฒนาให้พึ่งพาตนเองได้แทนการพึ่งพิงส่วนกลาง
มีโอกาส ขอไปนั่งเที่ยวชมด้วยนะครับ
...ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่11 เป็นหนึ่งในหลายข้อของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศนะคะ...ประเทศมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้เชื่อมโยงการขนส่งทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เป็นมาตามลำดับ...ตั้งแต่แผนฯ10 มาแล้ว... ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ต้องดำเนินการ ขับเคลื่อนรัฐนาวาให้เป็นไปตามแผนฯ ที่จะต้องมีการคมนาคมติดต่อสื่อสาร ช่วยเหลือเกื้อกูล พึ่งพิง พึ่งพากันไม่ว่าใหญ่ (กลุ่มประชาคมต่างๆทั่วโลก) หรือเล็ก(กลุ่มประชาคมของเราคืออาเซียน) ...ส่วนจะฉลโกง คอรัปชั่นมากน้อย แค่ไหน? อย่างไร?ก็เป็นคนละเรื่อง...ยังไง?ก็ต้องมีนะคะ...รถไฟความเร็วสูง
คิดว่า..นักการเมือง..กำลังเล่น..ชักกระเย่อ..กันเจ้าค่ะ..เกมนี้..ไม่สนุก..กับผู้ดู...นะเจ้าคะ..(เขาอยากให้ "คน"อยู่เป็นควาย..กระมัง..เดิน..ดม..ฝุ่น.....แล้วตัวเอง..ดันไปนั่งเครื่องบินชั้นหนึ่งแถมรถไฟความเร็วสูงในต่างประเทศกันเรียกกันให้โก้ๆว่าไปดูงาน..เงินใครก็ไม่ต้องทราบกัน..)..เฮ้อ..ร้องเพลงรอๆแล้วรออีกไปแล้วกัน..นั่งรถไฟฟรี..ที่ประเทศอื่นเขาไม่มีไปก่อนแล้วกัน..มีเหาเต่าเล็น..เป็นเพื่อนเดินทาง..ห้องน้ำ..แสนสกปรก..ตู้รถไฟไม่เคยขัดถู..แถมแล่นเลยราง..หรือ..ออกนอกรางกัน..ให้ตกอกตกใจเล่น..คนนั่งบัลลังก์คงไม่เคยไปลองนั่งรถไฟประเภทนี้..แน่นอน..๕๕๕๕๕....๕๕๕๕๕๕.....
ดิฉันคิดแยกเป็น 2 เรื่องค่ะ
- เรื่องแรก ดิฉันสนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ต่อเชื่อมทั้งในประเทศ และเชื่อมระหว่างประเทศค่ะ
- วิธีใช้งบประมาณต้องชอบด้วยกฎหมายค่ะ การใช้งบประมาณก่อสร้าง เงินทุกสตางค์ที่รัฐบาลใช้ทำสิ่งใดก็ตาม มากหรือน้อยก็ตาม มีวิธีงบประมาณกำกับไว้ว่า ต้องตราเป็น พรบ.งบประมาณ เพื่อให้มีการตรวจสอบโดยสภาผู้แทน (ที่เราเลือกเข้าไป) ใน พรบ.จะมีแผนงาน/โครงการที่มีรายละเอียดครบถ้วน เมื่อสภาผ่าน พรบ.งบประมาณแล้ว ก็ยังมีกลไกตรวจสอบการใช้จ่าย เพื่อปกป้องเงินของพวกเราทุกคน การกู้เงิน 2.2 ล้านล้านของรัฐบาล ไม่เป็นไปตามวิธีการงบประมาณปกติ (ซึ่งสามารถทำได้) ทำให้ไม่ต้องอยู่ในกลไกตรวจสอบ นี่จึงเป็นเหตุผลให้ศาลวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งดิฉันสนับสนุนการตัดสินของศาลค่ะ
ถ้ารัฐบาลต้องการสร้างรถไฟความเร็วสูง แล้วไปใช้วิธีงบประมาณปกติ ดิฉันจะอนุโมทนาอย่างยิ่ง เพราะระบบขนส่งมวลชนบ้านเราต้องพัฒนามาก
การเชื่อมระหว่างประเทศมีการวิจัยและเสนอแนะไว้เรียบร้อยแล้วว่าต้นทาง-ปลายทาง ควรจะอยู่ที่ไหน ต่อเชื่อมกับต่างประเทศที่ไหน (หารายละเอียดอ่านได้ไม่ยาก) แต่รัฐบาลมิได้กำหนดเส้นทางตามนี้ จึงกล่าวไม่ได้ค่ะว่าเรากำลังเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศ
ประชาชนทุกคนก็ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินของภาครัฐเช่นกัน เงินของเราทั้งนั้นค่ะ เงินกู้ทั้งหลายจะผูกพันไปจนถึงลูกหลานของเรา
ดีจังเลยครับพี่เปิ้น ขอให้มีความสุขมากๆนะครับผม ขอบคุณมากครับ
เป็นภาพแห่งความสุขจริงๆ...หากการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพคุ้มค่า...โปร่งใส...ตรวจสอบได้...ความหวังของน้องย่อมเป็นจริงนะคะ
น่าสนใจมาก
บ้านเราคนนั่งอ่านหนังสือ
บ้านเราคนนั่งเล่นมือถือ
555
ต่างกันมาก
ขอบคุณพี่เปิ้นมากๆครับ