คุณอ๊อบเธอขอร้องให้ครูอ้อยเขียนบันทึกที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก..เผื่อว่าเธอจะนำไปดูแลหลาน นี่..เธอคงเข้าใจผิด คิดว่าครูอ้อยมีเวลามากที่เลี้ยงลูก ดูแลลูกเหมือนกับแม่คนอื่นๆ แต่ครูอ้อยก็มีช่วงของเวลาที่ดี ที่ดูแลเอาใจใส่ลูกรักของครูอ้อยเหมือนกัน
ก่อนที่จะเขียนบันทึกเรื่องใหม่นี้ และบันทึกที่เกี่ยวกับการดูแลเลี้ยงดูลูกรักของครูอ้อย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาชีวิตของครูอ้อยและครอบครัวเสียก่อนจึงจะเข้าใจเรื่องต่างๆต่อไปได้
เรื่องครอบครัวของครูอ้อย
เคยเห็นพ่อแม่บางคนทนกับภาพที่ลูกร้องดิ้นทุรนทุรายไม่ได้เวลาเห็นของเล่นที่ขายในร้านขายของเล่น จำเป็นต้องซื้อให้ด้วยต้องการตัดความรำคาญและอายคนอื่น
ครูอ้อยเคยถามเพื่อนๆเวลาครูอ้อยไปเที่ยวที่บ้านว่า " อื้อหือ ทำไมของเล่นของลูกเธอมากมายอย่างนี้ล่ะ แล้วก็ไม่เก็บให้เป็นที่ด้วย "
เพื่อนของครูอ้อยสั่นศีรษะ แล้วพูดว่า " รำคาญนะ ร้องไห้น่ารำคาญ ตัดความรำคาญ เลยเก็บเสียเอง รอไปเถิด เล่นแล้วไม่เก็บ "
นี่ล่ะค่ะ หัวอกของคนเป็นพ่อและแม่ก็ต้องทนทำกันไปเพื่อลูก แต่ถ้าเราหัดให้พวกเธอๆ หัดให้มีความเป็นเหตุผลและรู้จักเก็บของเล่นหลังจากการเล่นแล้ว ก็จะเป็นการบ่มเพาะนิสัยให้กับลูกรักของเราท่านได้เหมือนกัน
ตอนลูกๆของครูอ้อยยังเล็กๆอยู่ประมาณ คนโต 5 ขวบ คนเล็ก 4 ขวบ ครูอ้อยพาไปเที่ยวงานประจำปีที่จังหวัดได้จัดขึ้น คราวนี้กลัวลูกจะพลัดหลงอีก ครูอ้อยเลยขอร้องให้น้องสาวของครูอ้อย ช่วยพาไปด้วยกัน น้องสาวก็ตกลง
การเปิดโลกทัศน์ให้กับเด็กๆเป็นเรื่องที่ดี แต่ก่อนที่จะนำบุตรหลานไปเที่ยวที่ไหนต้องศึกษา เตรียมการ นึกถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย " กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วแก้ไม่ทัน " อะไรทำนองนี้
การเตรียมการของครูอ้อยก็คือ หนึ่งเขียนชื่อ บ้านเลขที่ เบอร์โทรศัพท์ไว้และใส่กระเป๋ากางเกงหรือเสื้อให้เด็กของท่านก่อนออกจากบ้าน และต้องแอบใส่โดยที่พวกเธอไม่เห็น อย่างเช่น ลูกสาวของครูอ้อยแสนซน ชอบดึงเอาออกประจำ สองกุศโลบายของแต่ละบุคคลในการเลี้ยงดูบุตรหลาน
ตอนเดินทางไปยังงานประจำปีของจังหวัด ความจริงเดินไปก็ได้ เพราะอยู่ไม่ไกล แต่การนำเด็กๆไปไหน ควรจะเซฟจำนวนเวลาและการเดินทางที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงเสียได้ก็ดี ดังนั้น ครูอ้อยจึงเรียกรถสามล้อถีบ ที่จังหวัดนครราชสีมามีมาก เราทั้ง 4 คนนั่งรถสามล้อถีบ เด็กๆชอบใจ มีความสุข ผมปลิวสลอน และร้องเพลงกันลั่น ขุดเอาเพลงที่เรียนในโรงเรียนมาร้องกันอย่างสนุกสนาน
เมื่อถึงในงาน แน่นอน ของเล่นมีขายเกลื่อนกลาดมากมาย ล่อตาล่อใจให้เด็กๆของท่านอยากได้และงัดยุทธวิธีของเธออกมาเพื่อบังคับให้พ่อแม่ของเธอซื้อให้เธอจนได้ พ่อแม่ก็จะตัดความรำคาญซื้อให้ แล้วก็มารกบ้าน ไม่รู้จักเก็บหลังจากเล่น
ครูอ้อยพาลูกน้อยเดินผ่านร้านขายของเล่นไปได้ทุกครั้ง ลูกๆของครูอ้อยก็เหมือนเด็กเล็กทั่วไป มีความอยากได้ สายตาของเธอวาวเป็นประกาย และเอานิ้วมืออวบๆเล็กๆ ทำงานโดยชี้ไปที่ของเล่นนั้นทันที
คนทำของเล่นมาขายก็พยายามหาจุดขายในการทำของเล่น โดยนำจิตวิทยามาใส่ของเล่นนั้นๆ มีเสียงเรียกบ้าง ให้เคลื่อนไหวได้บ้าง สีสันสวยงามบ้าง เพื่อดึงดูดใจเด็กๆให้มากๆ
" แม่จ๋า แม่จ๋า หนูอยากได้ตุ๊กตาตัวนั้น " ลูกสาวคนโตของครูอ้อยชี้ไปที่ตุ๊กตาตัวใหญ่ที่แขวนอยู่และกระพริบตาได้ด้วย ซึ่งในสมัยนั้นก็ราคาแพง ของเล่นที่บ้านก็มีมากมายโดยเฉพาะตุ๊กตา มากจริงๆ
" แม่ไม่มีกะตังค่ะลูก ดูนี้สิคะ " ครูอ้อยนำกุศโลบายออกมาใช้ทันที เรื่องนี้ต้องเตี๊ยมไว้กับน้องสาวของครูอ้อยด้วย ครูอ้อยเปิดกระเป๋าสตางค์ให้ลูกๆทั้งสองดู และพูดซ้ำว่า " หมดแล้วค่ะ แม่ไม่มีเงินแล้วค่ะ เหลือแค่ 5 บาทซื้อไม่ได้ค่ะ แล้วต้องเอาไว้เป็นค่ารถสามล้อด้วยค่ะ "
ทั้งสองสาว พยักหน้าและมองเจ้าตุ๊กตาตัวนั้น พร้อมกับเดินจากไป ปากพร่ำบนว่า " แม่จะมีกะตังเมื่อไรคะ " " มีกะตังแล้วซื้อให้หนูด้วยนะคะ " ครูอ้อยก็ตอบตกลงทันที
เป็นอันว่ากุศโลบายนี้ใช้ได้กับครูอ้อย แต่ต้องเนียนนะคะ มิฉะนั้นครั้งต่อไปจะใช้ไม่ได้เลย
เคยนำมาใช้ครั้งที่สองเมื่อคราวพาลูกๆไปสวนเด็กเล่น ลูกสาวของครูอ้อยทั้งสองสาวจะขอดูกระเป๋ากะตังทุกครั้ง และเปิดดูเองเลย และก็พูดด้วยว่า " แม่ไม่มีกะตังอีกแล้ว เมื่อไรจะมีสักที "
น่าสงสารลูกๆในบางครั้ง เดินไปขอดูจากเพื่อนๆ หยิบจับแล้ว ยื่นคืนให้เพื่อน ดูภาพนี้แล้วประทับใจครูอ้อยจริงๆ ภาพที่เธอตัดใจไม่เอาเพราะ " กระเป๋าใบนี้ของแม่.... ไม่มีเงิน "
ครูอ้อยเพิ่งจะซื้อตุ๊กตาตัวใหญ่ให้พวกเธอๆของครูอ้อยตอนที่รับปริญญา นี่เอง
ครูอ้อยคะ
มีความสุขนะคะ ดูแลสุขภาพค่ะ
ครูอ้อยค่ะหนูแซงหน้าแล้ว เพราะนี่คือรูปหลาน
หนูเป็น "ย่า" แล้วค่ะ อิอิอิอิ
ลูกๆก็ถามเหมือนกันค่ะ แต่มักจะพูดว่า " ไม่ง้อกระเป๋าตังแม่แล้ว " ค่ะ
กะปุ๋มเคยเขียนเรื่องน้ำผักแห่งความรักไว้ให้ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/mindfullness/51998
สวัสดียามเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติค่ะ
น้องอ๊อบ เชิญอ่านที่นี่ค่ะ
ตอนนั้น ครูอ้อย เพิ่งจะรู้จักกับน้องอึ่งอ๊อบใหม่ๆค่ะ
สวัสดีครับ ครูอ้อย
น่าสงสารลูกๆในบางครั้ง เดินไปขอดูจากเพื่อนๆ หยิบจับแล้ว ยื่นคืนให้เพื่อน ดูภาพนี้แล้วประทับใจครูอ้อยจริงๆ ภาพที่เธอตัดใจไม่เอาเพราะ " กระเป๋าใบนี้ของแม่.... ไม่มีเงิน "
ครูอ้อยเพิ่งจะซื้อตุ๊กตาตัวใหญ่ให้พวกเธอๆของครูอ้อยตอนที่รับปริญญา นี่เอง
สวัสดีครับพี่อ้อย
ผมยังไม่มีหลานของตัวเองครับ
เพราะผมพึ่งมีลูกสาว(ต้นหลิว) 1 ขวบ 3เดือนครับ
สมัยเป็นเด็กของเล่นไม่มีมากหรอกครับ
เป็นธรรมชาติที่อยุ่รอบ ๆ เรามากกว่า
ขอให้พี่อ้อยสมหวังมาหลานไวๆๆ
เป็นคุณยายสมใจครับ
สวัสดีค่ะคุณน้อง..แผ่นดิน
ขอบคุณค่ะ..ที่เป็นกำลังใจให้เสมอมา
สวัสดีค่ะคุณน้อง...ประเสริฐ ศรีแสนปาง
ขอบคุณค่ะที่แวะมาทักทาย