เรื่องเกิดขึ้นตอนต้นเดือน กันยายน 56 (ไม่กล้าบอกวันเพราะลืมไปแล้ว)

ติ๊ดๆๆๆๆๆๆ (สมมุติว่าเสียงโทรศัพท์ก็แล้วกัน)

"สวัสดีค่ะอาจารย์"

"กล้วยครับครูให้หนูเป็น ผู้ร่วมในโครงการปลูกผักกินได้ของครูด้วยนะครับ"

"อ๋อ ค่ะ (ในใจคิด อาจารย์กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่น้า) แล้วหนูต้องทำอะไรบ้างไหมคะ"(เขาถามตามมารยาท)

"กล้วยต้องเขียนบันทึกเรื่องผักกินได้เดือนละหนึ่งบันทึกครับ"

"ได้ค่ะ สบายมาก (อยากจะร้องไห้ดังๆ) แล้วเขียน.....แล้วเออหนูจะ......."

"อ๋อ กล้วยจะได้รับอนุญาตให้ไปภาคใต้กับครู"

"โอเค ได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง จัดไป(เว่อ) มีอะไรที่หนูพอจะช่วยได้บอกหนูได้เลยนะคะ"

หลังจากที่รับปากไปแล้ววันนั้น(นานมาแล้ว) เราก็ไม่มีโอกาสได้เขียนบันทึกตามที่ได้ตกลงรับปากไว้เสียที (ขออ้างว่ายุ่ง ไม่มีเวลา มีสอนเยอะ ต้องเขียนแผน ต้องส่งงานวิจัย ต้องส่งแฟ้มสะสมผลงาน) เมื่อเราอ้างอาจารย์ไปจนหมดแล้ว หมายถึงหมดข้ออ้าง เราจึงต้องมานั่งเทียนเขียนกันจริงๆเสียที

ขอเล่าด้วยภาพ(เนื่องจากนั่งอยู่นานแล้วยังคิดอะไรไม่ออกเลย) ดังต่อไปนี้นะคะ

มะละกอสาวแรกรุ่น เพิ่งออกลูกชุดแรก ตื่นมารับไออุ่นจากแสงอรุณยามเช้า

 

ชายแก่ (บาป! ว่าคุณพ่อตัวเองแก่) คนหนึ่งเก็บมะละกอเพื่อจะไปส่งตลาด เก็บเงินให้ลูกน้อย(เราเอง ) ได้เรียนหนังสือ

เก็บมากองไว้เต็มไปหมด เพราะหวังว่าจะขายได้เงินเยอะๆ ไปให้ลูกน้อย

บ้างต้องฝากผีฝากไข้กับเจ้าต้นหญ้า เอาไว้ก่อนเพราะแบกออกไปไม่ไหว ชายแก่เริ่มปวดหลัง

นอกจากนี้ ชายแก่ยังมีกล้วยเครืองาม หลายเครือ ไว้ขายและเก็บไว้เป็นเสบียงยามลูกน้อยจอมกินจุกลับมาบ้าน

แต่ ณ วันนี้ภาพที่เห็นได้เปลี่ยนไป เพราะ

 

"เตี่ยจ๋า เก็บมะละกอไว้เต็มเลย ทำไมไม่เอาไปขายหละจ๊ะ"

"ขายไม่ได้ แม่ค้าบอกว่าขายไม่ดี เพราะมีของเยอะ ที่อื่นเขาก็เก็บหนีน้ำ
ไปขายเหมือนกัน"

"แล้วเตี่ย เก็บมากองไว้ทำไมเต็มเลย เหนื่อยเปล่า"

"เห็นแล้วเสียดาย รดน้ำอยู่ทุกวัน ร้องเพลงให้ฟังอยู่ทุกวัน ใส่ปุ๋ย ดายหญ้า สู้หน้าแล้งมาด้วยกัน"

"เฮ้อ ปลูกพอจะได้กินทีไร น้ำชิงตัดหน้าไปทุกที แต่เตี่ยก็ยังจะปลูกทุกปี"

"เก็บไว้ดูเล่น ว่าปีนี้เตี่ยยังมีแรงปลูกผักอยู่ ไม่ทันได้กินก็ไม่เห็นเป็นไร"

 

...............