.ขอบคุณที่ฟังฉัน คือการเยียวยาทั้งสามีและตัวเอง เอมพาทิ... empathy.เพราะคนไม่ใช่เครื่องจักรจึงต้องการความรักและเข้าใจ ขอบคุณที่ฟัง(อ่าน)ฉันในคืนนี้....

 

    ผู้เขียนได้ไปเรียนรู้เรื่อง SHA ที่ทาง สรพ.จัดขึ้นที่กทม.ตั้งปี 2553 และทุกปีจะไปงาน

นอกโควตาแบบมาเป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวกับราชการ  ปี 2554 การบูรณาการงานกับชีวิต

ปี 2555 องค์กรที่น่าไว้วางใจ ทุกปีไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมเรียนรู้ในเวทีของ อาจารย์หมอ

สกล ทั้งๆที่ตั้งใจจะฟังเรื่อง แต่ที่ติดขัด มาแบบไม่ลงทะเบียน  จึงหมดสิทธิ์เข้าฟัง  เมื่อต้นเดือน

กรกฎาคม 2556 ณ.ที่โรงแร รามา แห่ง ก็มีเวทีของ สรพ. เรื่องการเขียนเรื่องเล่า โดยคุณ

หมอโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้เขียนมาแบบที่ทาง สรพ.ไม่ต้องเชิญ ใช้วันลา ใช้งบประมาณ

ของ มอ. จึงสบายใจได้ความรู้ เป็นการลงทุนเรียนรู้ที่ได้มากกว่าที่คิด  กลับไปถึงโรงพยาบาล

งานเข้า หัวหน้าบอกถ้าอย่างนั้นรับผิดชอบให้เจ้าหน้าที่ เขียนเรื่องเล่า 10 เรื่องรวบแล้วนำลง

บันทึก  ก็ยินดีรับด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง .....แล้วอานิสงส์แห่งการเสียสละมาเรียนรู้

        เรื่องSHA บังเกิดผลส่งความฝันให้เป็นจริงนั้นคือ ได้รับหนังเชิญจากทางสรพ. ระบุชื่อ

ลุงวอ ขอให้เข้าร่วมให้เข้าร่วมเวที “การอบรมเชิงปฎิบัติการ(SHA harvesting

spirituality in healthcare system )  ระหว่างวันที่ 13 16

 

  สิงหาคม 2556  ณ. โรงแรมรามาการ์เด้น ที่เดิมเมื่อต้นเดือนกัยยายนที่มาแล้ว งานนี้โชคดี ทางสรพ.ใจดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด  งานนี้ได้กำไรเกินคาด หวังแค่ 1 แต่ได้ 3 นั้นคือ อยากมาฟังมาเรียนรู้จากอาจารย์หมอสกล แต่ได้ฟัง คุณหมอ วิธาน ฐานะวุทฒ์และอาจารย์ พัฒนา แสงเรียง นักกระบวนกรที่มากลีลา เปิดกิจกรรมสร้างสุขจากแรงบันดาลใจ ชมวีดีโอของนิค นักสู้ผู้การ กิจกรรมความสุข(Happiess  ตามด้วยกิจกรรม body scan  นพ.วิธาน บอกว่าทุกเรื่องมีการเรียนรู้ การจัดเวทีเป็นวงกลมก็มีนัยยะ ถีงความเสมอภาพกัน ปากกาที่แจกก็มีนัยยะเพราะใช้ปากกาgel เวทีที่ผ่านมา สรพ.ใช้ปากกาช่างตัดผม(ปากกา 2 หัว ..สองหัวดีกว่าหัวเดียว) ....กิจกรรม รินชาของอาจาร์พัฒนา จัดระเบียบร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียว จัดให้ 3 หน้าอยู่ในระดับที่ตรงกัน คือ หน้าผาก หน้าอก และหน้าท้อง ส่วนหน้าแข้ง อาภัพอาจารย์ไม่กล่าวถึง เห็นลีลาอาจารย์รินชา อ่อนช้อย แต่ทว่ามั่นคงสอดประสานรับกันทุกท่วงท่า สายตาจิตใจเป็นหนึ่งเดียว ผู้เขียนคิดว่าการจัดระบบร่างกายให้หน้าทั้ง3 อยู่ในระดับเดียวกันมีนัยยะว่า การทำงานในชีวิตประจำวันของนักสร้างสุข ก็ต้องให้ประสานสอดรับอยู่ในระดับเดียวกันนั้นคือ งานในหน้าที่ งานที่อยู่ตรงหน้า และงานนอกเหนือที่ ต้องให้ระดับที่สมดุล จึงจะงามง่ายไร้รูปแบบ คนทำงานงานสร้างสุข ก็จะมีสุขในการทำงาน ...จัดระเบียบร่างกายก็มาจัดระเบียบจิต ....ให้สบาย กายสุขใจเป็นสุข ก็มาจัดการระบบความคิด  คิดว่า เอ๊ะ......คือฉุกคิด ทบทวน ไม่ยึดติด  ให้คุณค่า  สร้างภาพฝัน เขียนฝันไว้ข้างฝาในหน้าการวาดเรื่องราวที่ทำ อยากเป็น อยากไป จากภาพที่วาด แล้วแล้วจินตนาการ เขียนออกมา นำมาเล่ามาบอกมาแบ่งปันเรื่องฝันของตัวเอง ให้เพื่อนรับรู้ เปิดใจ เปิดพื้นที่แห่งความปลอดในการเล่าเรื่องตัวเองให้คนไม่รู้จักกันมาก่อนฟัง แล้วร่วมเรียนรู้จากเรื่องเล่าด้วยกัน บางเรื่องได้เข้าไปคลุกในใจของบางคน คุณภาพของการเล่าเรื่องขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนฟัง เรื่องเล่าเพราะได้เล่า  หรือดีเพราะถูกฟัง  เพราะการฟังที่ดี เป็นการเยียวยาคนที่อยู่ตรงหน้าได้ดี อาจารย์หมอสกลได้กล่างฃวไว้ก่อนเลิกเวทีคืนนี้ วาทะโดนใจจากการฟัง น้องเต่า อรพรรณ จาก โรงพยาบาลบอกว่ารู้ดีที่ได้เล่าได้บ่นได้บอกแล้วสามีฟัง....

ขอบคุณที่ฟังฉัน คือการเยียวยาทั้งสามีและตัวเอง เอมพาทิ... empathy.เพราะคนไม่ใช่เครื่องจักรจึงต้องการความรักและเข้าใจ  ขอบคุณที่ฟัง(อ่าน)ฉันในคืนนี้....