จากบล๊อค อีกหนึ่งก้าวของการพัฒนาผ้าไทยด้วยนาโน ที่ผมได้เขียนไปแล้วหลายวัน หลัวจากร่วมมือกันหลาย ๆ ฝ่าย ไม่ว่าเป็น มทร.อีสานกาฬสินธุ์ ที่ได้รั[โจทย์ในการพัฒนาสินค้า OTOP จากผู้ว่าราชการจังหวัด ศูนย์นาโนเทคโนโลยี สวทช. โดยท่านรองผู้อำนวยการศูนย์(ดร.ศิรศักดิ์)  อ.อุกฤษณ์ จาก มรภ.บุรีรัมย์ , ศูนย์ประสานงาน วท. ประจำภูมิภาค(ดร.บัวบาลฯ)  กลุ่มผู้ผลิตผ้าทอพื้นเมือง ทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม  และ สำนักงานปลัด ก.วิทย์ฯ 

จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลของทุก ๆ ฝ่าย



พบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะนำ นาโนเทคโนโลยี มาส่งเสริมและยกระดับผ้าไทย โดยเฉพาะผ้าใหมไทย เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น

1. ความพร้อมของผู้ประกอบการในการใช้นาโนมาเพิ่มคุณสมบัติพิเศษ เพิ่มแล้วจะขายที่ไหน

2. ความพร้อมของเครื่องมือ อุปกรณ์ในการเคลือบนาโน

3. การบริหารจัดการ ตั้งแต่ การนำวัตถุดิบมาเคลือบ กระบวนการเคลือบ จะเคลือบที่เส้นใยก่อนมาทอ ก็จะเกิดการสูญเสียคุณสมบัตินาโนระหว่างการทอ การเคลือบหลังทอ การคิดคำนวนต้นทุน ขนาดราคาผ้าไหมไทยปกติ ก็แพงอยู่แล้ว ไหนจะเรื่องการกำจัดของเสียที่เกิดจากระบวนการผลิต เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

จากลงพื้นที่ทั้ง 3 จุด คือ

 - ชุมชนผ้าไหมบ้านสมเด็จ กลุ่ม ไหมสมเด็จ ของน้อง 


 - ชุมชนผ้าไหมบ้านดินจี่ อำเภอคำม่วง


 - ชุมชนผ้าไหมบ้านโพน


ปรากฏว่ามีความแตกต่างและความต้องการกันอย่างมาก ซึ่งก็จะเป็นโจทย์ให้กับนักวิจัยและนักวิชาการทั้งหลายได้ไปขบคิด 

มีท่านหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็น กรูรูด้านผ้าและเคยเป็นสมาชิก อาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(อสวท.) ของ ก.วิทย์ฯ ที่ทำงานคลุกคลีเรื่องผ้ามากว่า 30 ปี ได้ให้ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ ท่านกล่าวไว้ว่า ......

" เทคนิคนาโนมีความหลากหลาย ดังนั้นต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์สิ่งทอของแต่ละชุมชน

เบื้องต้นต้องใแต่ละชุมชนมีแผนธุรกิจแผนการตลาดของตนเองที่เป็นรูปธรรมพร้อม โครงสร้างองค์กรของตน แล้วนักวิชาการสิ่งทอจึงจะเข้าไปสนับสนุนเพื่อให้เขาพัฒนาเป็นขั้นเป้นตอนไป สู่ความยั่งยืน ทบทวนจากกระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ ไปสู่ปลายน้ำ

 

ถ้าเราเอานาโนไปใส่ เอาเรื่องลายไปใส่ ทั้งๆที่สินค้าในปัจจุบันราคาแพงอยู่แล้ว คำถามในวันนี้ มีฐานข้อมูลเชิงลึกของต้นทุนหรือไม่ ผ่านการวิเคราะห์/สังเคราะห์ เสร็จสิ้นแล้วหรือทุกวันนี้ สมาชิกชุมชน รออยู่ว่า เมื่อไรจะขายผลิตภัณฑ์ได้ เป็นการตลาดเชิงรับ ไม่มีหน่วยงานมาช่วบไปออกงาน ก็ไม่มีเงินเข้าบ้าน เราจะช่วยจุดนี้ได้อย่างไร นักการตลาดช่วยไหวไหมผ่านจุดนี้ไปได้ สมาชิกท้องอิ่ม ลูกหลานมีความสุข สินค้าขายได้ทุกวัน มีกลยุทธการตลาดเชิงรุก เราเริ่มใส่นวัตกรรม ณ จุดนี้จะเหมาะสมที่สุด นั่นคือเวลาที่เหมาะสมในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน คิดนอกกรอบนะครับ ไม่ copy ใคร แต่ละกลุ่มต้องไม่เหมือนกัน ไม่แย่งตลาดกัน ผมมองในแนวนี้ครับ

road map การพัฒนาผ้าทอพื้นเมือง 

จัดตั้งกลุ่มให้เข้มแข็ง > ฟอกย้อมได้มาตรฐานสากล > ทอผลิตภัณฑ์ตามแผนธุรกิจสู่ตลาดเป้าหมาย > ทำนวัตกรรมด้าน Functional - Nano > Productivity > Sustainability > Happy Community ครับ

ในความเป็นจริงวันนี้ ชุมชนติดกำแพง มผช. มากเลย ทำด่วน ขอแชร์ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ จากผู้ให้บริการอุตสาหกรรมด้านวิสาหกิจชุมชน ชำนาญการสิ่งทอ SP 54J76 "

ดูรูปเพิ่มเติม....