ทิมดาบ                                        ตันติราพันธ์


   ทิมดาบ  หมออนามัยที่นำชื่อและรูปลูกชาย อันเป็นที่รักยิ่ง (ทิมดาบ) เป็นนามแฝงในการเขียนบันทึก หลายๆบันทึกของคุณหมอได้สะท้อนให้เห็นถึงความสุขที่ได้ทำงานท่ามกลางวิถีชาวบ้าน ที่เต็มไปกลิ่นไอวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของคนอีสาน และธรรมชาติอันร่มรื่น

   ดั่งบันทึกนี้  บุญข้าวสาก...จะได้ไม่ลืม "ความรัก" ที่มีต่อกัน http://www.gotoknow.org/posts/504520

   ทิมดาบ ได้บรรยายให้เห็นธรรมชาติอันงดงามว่า

"สายน้ำไหลเรื่อยๆ..ที่มาจากท่อส่งน้ำของเขื่อน...ทำให้ต้นข้าวเขียวชอุ่ม ...ใบของต้นข้าวโพดปลิวไสว…

ความงามของธรรมชาติ...และอากาศที่บริสุทธิ์...หลังจากฝนตกหนักเมื่อคืน...ทำให้ผมรู้สึกสบายและหายเหนื่อยจากงานที่เร่งรีบตลอดทั้งสัปดาห์"

   นั่นคือเสน่ห์ของชีวิตที่สร้างความผูกพันที่ไม่อาจแยกเขาออกมาจากชาวบ้านได้ เป็นความสุขที่เขาได้เดินในเส้นทางสายนี้ เช่นบันทึกนี้ http://www.gotoknow.org/posts/504304 ผม...แม่ชี...วิถีโคจร...

   "ผมขอทำบุญกับคุณป้าเพื่อค่ารถแม่ชี...แม่ชีรับและท่องคาถาให้ศีลให้พรกับ

เงินเพียง 100 บาท แบงก์สีแดง... ที่เหลือติดตัวผมครั้งนี้....ผมรู้สึกน้อยค่าลงทันที

เมื่อเห็นแม่ชีที่ท่านให้พร....ทั้งที่นอนเข้ายา..."

   "ความสุขที่เกิดจากความเบ่งบาน...ความอุ่นอิ่มในใจ...สามารถสร้างพลังให้ผมอย่างประหลาด

แม้ในยามที่ชีวิตของผม...แบกรับกับหน้าที่การงาน....และการวิ่งไล่ล่าตามเก็บผลงาน

ก็ตาม..."

   หรือหากคุณท้อหมดแรงจะต่อสู้ในภาระการงานที่ยุ่งยาก ลองอ่านบันทึกนี้ดู http://www.gotoknow.org/posts/536142  เมื่อทุกข์ท้อทรมาร...ให้กลับมามองผู้ป่วย

 “ป้าลำดวน”

...ครอบครัวมีทั้งหมด 7 คน และใน 3 คน รวมกับป้าลำดวน ที่อายุ 55 ปี เป็นพิการ...(ผมรับความทุกข์มาอีกข้อ)...

ป้าดวน...เป็นแม่ของลูก 4 คน ส่งเสียลูกๆ ให้เรียนจบอย่างน้อยมอหก...ด้วยอาชีพแม่ค้าขายอาหารถุงในหมู่บ้าน...(ผมเริ่มมีความสุขในใจขึ้นมาบ้าง)

ด้วยความขยัน เพราะสามีตายไปนานแล้ว ป้าดวนดูแลแม่ที่พิการตามองไม่เห็น และพี่ชายที่พิการขาข้างหนึ่งเดินไม่ได้

ตนเองต้องทำงานคนเดียว...เลี้ยงทั้ง 7 ชีวิต..

ป้าดวนเกิดอุบัติเหตุตกรถ  และรถชน ถึง 4 ครั้ง

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เดินไม่ได้ และปัสสาวะด้วยตนเองไม่ได้...

นับแต่นั้นมา ป้าดวนต้องไปโรงพยาบาลที่ห่างจากบ้านร้อยกิโลเมตรทุกเดือน...ทุกหกเดือนต้องไปนอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจระบบทุกอย่างเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์อย่างน้อย...

ทุกๆ วัน...ป้าดวน...ต้องสวนปัสสาวะด้วยตนเอง...โดยการสอดท่อพลาสติกเข้าในรูปัสสาวะ

ทำทุกๆ 4 ชั่วโมง และต้องทำความสะอาดเครื่องมือ..

...ผมถามว่า...ทุกข์ทรมานไหม...กับชีวิตและความเจ็บป่วย?

ป้าดวลยิ้มและตอบอย่างไม่รีรอว่า “ไม่เคยท้อ พยายามทำอะไรด้วยตนเอง รบกวนคนอื่นน้อยที่สุด

ไม่อยากเป็นภาระของคนอื่น...ทำวันนี้ให้ดีที่สุด...มีความสุขที่ได้อยู่กับแม่...พี่ และลูกๆ

ความสุขคือเห็นทุคนในบ้านมีความสุข...”

    ผมกับพี่นักศึกษาลาป้าดวลกลับอนามัย

เมื่อนั่งบนรถ...ผมยิ้มให้พี่...พี่ยิ้มให้ผม

และเราต่างบอกความรู้สึกจากชีวิตป้าดวลว่า

“ชีวิตของเราขี้ปะติ๋วเลย เมื่อเทียบกับชีวิตของป้าดวล”

     เป็นบันทึกที่ผู้อ่านอ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจอย่างหน้าประหลาด เพื่อที่จะอยู่สู้ต่อไปในโลกใบนี้ ที่มีสิ่งงดงามให้ค้นหา อยู่ที่เราจะมองเห็นความงามหรือไม่...

..............

   หมออนามัยคนที่สอง คุณหมอ ตันติราพันธ์

   ชีวิตหมออนามัยรู้สึกจะมีความสุขในการใช้ชีวิตที่อยู่ท่ามกลาง ความเป็นไปของชาวบ้านที่พานพบอยู่เสมอในหลายๆบันทึกที่เราได้อ่านกัน อย่างบันทึกนี้ http://www.gotoknow.org/posts/533708 ผมไม่ได้มีปัญหาที่ขา(ขาด)

   "ขาเทียมของบัญจบนั้น เหมือนยางรถที่เริ่มสึกกร่อน มีความเห็นว่าสมควรต้องขอขาใหม่เสียแล้ว  ผู้เขียนนึกไปถึงแหล่งที่จะต้องไปขอขาเทียมมาให้..."

   ...บัญจบนั่งฟังเงียบๆสักพัก ก็บอกพวกเราอย่างเกรงใจว่า ขาเทียมของผมยังใช้ได้อยู่ ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก เพราะไม่ค่อยได้ใช้หรอก ผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องขาขาดครับ"

  ... อ้าว! แล้วอะไรล่ะที่บัญจบรู้สึกว่าเป็นปัญหา เขาบอกว่า หมอรู้ไหม ตาผมสองข้าง กำลังจะมองไม่เห็น..."

   เป็นเรื่องราวหักมุมที่ไม่คนอ่านขำไม่ออก นอกจากความเห็นใจ และชื่นชมต่อความเมตตาสำหรับการทำงานของหมออนามัยและอสม.

    เหมือนความหวังตั้งใจลึกๆของคุณหมอที่จะ "เปลี่ยนโลก" นี้ http://www.gotoknow.org/posts/534014 ตามบทกวีที่บันทึกไว้วรรคหนึ่งว่า

   " ให้สำนึกถึงแต่แผ่ความดี

จนโลกนี้สีชมพูดูสดใส

รวมพลังกลั่นสุขทุกดวงใจ

โอบโลกาเอาไว้ให้เนิ่นนาน "

...................

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้

ในคืนที่ฝนหยุดโปรยปราย

14 มิถุนายน 2556

พ.แจ่มจำรัส