เรื่อง “โรงเรียนแห่งความสุข” ที่ผู้เขียนไม่ได้คิดจะเขียนมาแต่แรก แต่เพิ่งจะมาตัดสินใจเขียนในโค้งสุดท้ายนี้ ก็เพราะ เกิดแนวคิด “โรงเรียนแห่งความสุขแบบยั่งยืน” ขึ้นมา

 

        เพื่อนสนิท 3 คนของผู้เขียน ซึ่งเป็นนักศึกษาประเภทเรียนดีในวิชาเอกภาษาอังกฤษ  วิทยาลัยครูอุบลราชธานี (วุฒิ ป.กศ.สูง) และวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (วุฒิ กศ.บ.) มาด้วยกัน และเกษียณอายุราชการไปตั้งแต่ปี 2553, 2554 ทั้ง 3 คนยังคงทำงานสอนในมหาวิทยาลัยต่อไป (มีรายได้สองทาง ทั้งเงินบำนาญรายเดือน และเงินตอบแทนการสอน) แต่ผู้เขียนเองที่เกษียณอายุราชการในปี 2555 (อายุน้อยสุดในรุ่นเพราะเรียนก่อนเกณฑ์) คิดว่า กว่า 35 ปีที่ตนเองได้อุทิศแรงกาย แรงใจ สติปัญญา และสละทรัพย์สินส่วนตัว เพื่อจัดการศึกษาให้มีคุณภาพนั้น นับเป็นการเพียงพอแล้ว (ลาคลอดเพียง 1 สัปดาห์เพราะเป็นห่วงการเรียนการสอน และอดหลับอดนอนมาตลอดชีวิตราชการ)

        ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่นั้น ผู้เขียนอยากจะตอบแทนคุณประเทศชาติที่ชุบเลี้ยงมาจนเกษียณอายุราชการ (และยังชุบเลี้ยงต่อไป) ด้วยการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) โดยการเขียนบันทึกใน GotoKnow เพื่อนำประสบการณ์กว่า 35 ปีในสถานภาพ “ครูของครู” มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูอาจารย์ นักการศึกษา ผู้ปกครอง และผู้สนใจทั่วไป เพราะเห็นว่า น่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการการศึกษาของไทยได้บ้าง

        เรื่อง “โรงเรียนแห่งความสุข” ที่ผู้เขียนไม่ได้คิดจะเขียนมาแต่แรก แต่เพิ่งจะมาตัดสินใจเขียนในโค้งสุดท้ายนี้ ก็เพราะ เกิดแนวคิด “โรงเรียนแห่งความสุขแบบยั่งยืน” ขึ้นมา

 

 

 

      "TEACHER MODEL"  เป็นความคิดของผู้เขียนเอง โดยการนำเอาตัวอักษรแต่ละตัวที่ประกอบกันเป็นคำว่า "TEACHER" มาแจกแจงหน้าที่ของครู ซึ่งเคยมีแนวคิดทางตะวันตกที่แจกแจงไว้ แต่นั่นเป็นการแจกแจงให้ครบถ้วน ตามบทบาทหน้าที่ของครูโดยรวม (มีตรงกันอยู่ตัวเดียว คือ T = Teach หรือ Teaching) สำหรับการแจกแจงของผู้เขียน จะมุ่งเน้นไปที่หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับ "ปฏิสัมพันธ์  (Interaction) ระหว่างครูอาจารย์กับผู้เรียน" ซึ่งจะเสริมสร้างให้โรงเรียน (หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น) ให้เป็น "โรงเรียนแห่งความสุขแบบยั่งยืน"

 

 

       Empathy ซึ่งอาจจะเป็นคำศัพท์ที่บางท่านไม่คุ้นเคย หมายถึง ความเข้าใจในความคิด อารมณ์ และความรู้สึกของผู้อื่น เสมือนว่า ตนมีประสบการณ์เช่นเดียวกับคนผู้นั้น

       และคำว่า "ยอมรับใน ความเป็นคน" หมายถึง การยอมรับในเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของผู้เรียนทุกคน (นักเรียนในภาพ คือ นักเรียนในห้องเรียนที่ผู้เขียนนิเทศการสอน)

 

คำว่า "Counsel" ณ ที่นี้ แปลว่า ให้คำปรึกษา "Counselor" คือ ผู้ให้คำปรึกษา และ "Counselee" คือ ผู้ขอรับการปรึกษา เป็นศัพท์ในสาขาวิชาจิตวิทยาการแนะแนว เมื่อผู้เรียนมีความสับสนทำให้ไม่สามารถตัดสินใจเลือกทางเลือกได้ ครูควรช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือก เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดได้ด้วยตนเอง

 

       ในสัปดาห์วันแม่ ปี 2555 ซึ่งโครงการสรอ.ขอความรู้ครั้งที่ 6 ได้เชิญชวนให้สมาชิก GotoKnow เขียนบันทึก "เรื่องเล่าดีๆ ของแม่กับลูก" ผู้เขียนได้ปลูกฝังความกตัญญุและเชิญชวนให้นักศึกษากว่าร้อยคน (3 Sections) ที่เรียนรู้ผ่าน Weblog "GotoKnow.org" กลับไปทำสิ่งดีๆ กับแม่ในวันแม่แห่งชาติ แล้วเขียนบันทึกกิจกรรมที่ได้ทำและความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ใน GotoKnow นักศึกษาในภาพขวาสุด คือผู้ที่ได้รับรางวัลจากโครงการ

  

      กิจกรรมหนึ่งในการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของผู้เรียน ในรายวิชา "พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน" คือ การให้นักศึกษากลุ่มละ 3-4 คน ที่ได้รับการเตรียมความพร้อมในชั้นเรียนแล้ว ออกไปสัมภาษณ์พูดคุยกับชาวตะวันตก ที่ไปร่วมกิจกรรมงานแห่เทียนเข้าพรรษาที่จังหวัดอุบลราชธานีในปี 2555 แล้วถ่ายคลิป VDO ไปแสดงในชั้นเรียนให้เพื่อนๆ และอาจารย์ดู เมื่อพวกเขาทำได้สำเร็จ ผู้เขียนก็ได้กล่าวเสริมพลังว่า "Excellent! Congratulations, you did it! (เยี่ยมจริงๆ ดีใจด้วยนะ พวกเราทำสำเร็จแล้ว) และได้เขียนบันทึกใน GotoKnow เรื่อง "Congratulations You Did It" เพื่อเสริมสร้างพลังใจในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษา

        ...มีการตั้งข้อสังเกตว่า ครูอาจารย์ชาวไทยส่วนใหญ่ เวลานักเรียนนักศึกษาทำดีแล้วก็ไม่ค่อยจะชมกัน แต่พอทำในสิ่งที่ครูอาจารย์ไม่พอใจเมื่อไหร่ละก็ เป็นถูกดุถูกตำหนิทันที...ครูอาจารย์เราก็น่าจะย้อนดูตัวเองนะคะ ว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริงหรือเปล่า ถ้าจริงจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็ยังไม่สายเกินไปนะคะ เพื่อเป็นการสร้างโรงเรียนแห่งความสุขให้เกิดขึ้น

        ขอขยายความเรื่อง "สอนดี ให้เรียนดี" เพราะการสอนคืองานหลักของครูอาจารย์... ในอดีตนั้น การสอน คือ การถ่ายทอดความรู้จากครูไปยังผู้เรียน แต่ในปัจจุบันจะเปลี่ยนจากการสอนเป็นการจัดการเรียนรู้ (Learning Management) โดยครูอาจารย์ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Learning Facilotator) ให้กับผู้เรียน  ดังตัวอย่างบางส่วนของการจัดการเรียนรู้ของผู้เขียนเอง

       ต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างการเขียนสะท้อนความรู้สึกนึกคิด ของนักศึกษาที่เรียนรายวิชา "จิตวิทยาสำหรับครู" (4 คาบต่อสัปดาห์) จำนวน 96 คน (2 Sections) ในปีการศึกษา 2554 หลังจากได้ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เขียนจัดให้ในสัปดาห์แรก (เกือบทั้งหมดเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 เกือบ 90 % เป็นนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์)

       ข้าพเจ้าประทับใจในกิจกรรมที่ทำวันนี้มาก ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และฝึกความมีระเบียบ ความรอบคอบในการทำสิ่งต่างๆ และที่สำคัญได้ฝึกคิดอย่างลึกซึ้งและได้รู้จักตัวตนของเพื่อนๆค่ะ.

       สนุกกับการเรียนวันนี้ค่ะ เพราะอาจารย์มีวิธีการสอนที่หลากหลาย มีอัธยาศัยดีกับนักศึกษา สามารถทำให้นักศึกษารู้จักกันในห้อง มีการบูรณาการไม่ให้เกิดความเบื่อหน่าย มีความคิดสร้างสรรค์

      ข้าพเจ้าไม่ชอบการบีบบังคับ แต่เรียนวิชานี้แล้วรู้สึกว่าข้าพเจ้ามีวินัยมากขึ้น แม้จะเป็นการเรียนเพียงเริ่มต้นเท่านั้น วิชานี้ทำให้ข้าพเจ้ารอบคอบขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง จากที่เคยทำงานอย่างสุกเอาเผากิน ชื่นชอบอาจารย์อีกอย่างหนึ่ง คือ อาจารย์จัดกฎควบคุมมาก แต่อาจารย์ก็สามารถทำให้นักศึกษารู้สึกผ่อนคลายและสนุกสนานได้ ซึ่งนั่นเป็นหลักอย่างหนึ่งที่ผู้เป็นครูต้องมีในจิตวิญญาณ

     เพียงคาบแรกก็ทำให้รู้สึกประทับใจในรายวิชาและอาจารย์ผู้สอน ทำให้เรารู้จักตัวเอง รู้จักเพื่อนๆ รู้ว่าตอนนี้เราคิดอะไรอยู่ และอาจารย์ก็เอาใจใส่นักศึกษาทุกคน

      อาจารย์มีแบบการสอนที่แตกต่างจากอาจารย์ท่านอื่นๆ นักศึกษาได้พูด อ่าน เขียน ฟัง และคิดวิเคราะห์ในเวลาเดียวกัน ไม่ได้นั่งเรียนตลอด ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อ แม้จะเรียนหลายชั่วโมงก็ตาม

      รู้สึกว่า วิชานี้มีความท้าทาย สนุกสนานกับการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นความคิดเป็นอย่างมาก มีความสุขในการเรียนวิชานี้

     ในการเรียนครั้งนี้ รู้สึกว่าได้เรียนอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่จำเจ ได้ฝึกทักษะในการฟัง การอ่าน การวิเคราะห์ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เคยเรียนมา

      การเข้าเรียนครั้งนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกอยากเรียนไม่น่าเบื่อ เพราะวิชานี้น่าจะมีประสบการณ์จากอาจารย์อีกมากมาย ที่จะสอนให้ดิฉันนำไปใช้กับชีวิตประจำวัน และในการประกอบวิชาชีพครู

      ก่อนเรียนวิชานี้ ข้าพเจ้าคิดว่าต้องเป็นวิชาที่น่าเบื่อและเนื้อหาเยอะแต่พอได้เรียนในครั้งนี้สนุกดีค่ะ
อาจารย์ได้นำกิจกรรมมาช่วย ทำให้ไม่น่าเบื่อ
     เป็นการสอนในแบบเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ทำให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะเรียนมากขึ้นทำให้เรารู้ว่าสิ่งเล็กๆ เราก็ไม่ควรที่จะมองข้ามไป ทำให้เรารักวิชาชีพครูมากขึ้น

     อาจารย์เดินเข้ามาตอนแรกเหมือนจะใจร้าย แต่จริงๆ แล้วอาจารย์ใจดีมากๆ มีความกระตือรือร้นกับวิชานี้มาก เพราะอาจารย์มีสิ่งกระตุ้นตลอด ทำให้ไม่ง่วงนอนเลย
     อาจารย์ผู้สอนเป็นกันเองดี ได้เรียนในรูปแบบที่แปลกใหม่ เรียนสนุก และมีความท้าทาย ฝึกให้กล้าแสดงออก

     รู้สึกประทับใจที่อาจารย์พูดสื่อสารกับนักศึกษาด้วยรอยยิ้ม เป็นวิชาที่สอนเราจริงๆ เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวเราและคนรอบข้าง

     อาจารย์สอนให้รู้ถึงเหตุการณ์ปัจจุบันทำให้เป็นคนทันเหตุการณ์ และได้ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

     วิชานี้สอนให้กล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด กล้าแสดงออกซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก

     ได้เรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ สนุกสนานดี และอาจารย์เป็นคนที่เอาใจใส่ในทุกเรื่องแบบจริงจัง

     รู้สึกตื่นเต้นท้าทายในการเรียนอยู่ตลอดเวลาเพราะอาจารย์สอนสนุกมาก มีเนื้อหาสาระปนในกิจกรรมตลอด ไม่เครียด

     เรียนวิชานี้ข้าพเจ้ารู้สึกสนุกสนานมากๆ เป็นวิชาที่ทำให้เรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นวิชาที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเป็นครู...

      

ขอบคุณเจ้าของภาพกราฟิกทุกภาพจาก Internet ขอบคุณน้องพอเพียงลูกสาวคนโตของคุณอักขณิชและคุณพิกุลที่เป็นนางแบบ (ขออภัยที่ในภาพ เขียนชื่อผิดเป็น เพียงพอ) สำหรับภาพอื่นๆ ผู้เขียนถ่ายเอง และมีคนช่วยถ่ายจากห้องสอน ห้องอบรม ห้องพักครู และห้องเรียนที่นิเทศการสอน

  ขอบคุณ กัลยาณมิตร GotoKnow ทุกท่าน ที่กรุณาเข้ามาอ่าน มอบดอกไม้ และหรือร่วมแสดงความเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้