เมื่อต้นเดือนนี้...ผมและภรรยามีการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต
เพราะพวกเรา...กำลังจะเป็นหนี้ก้อนโต...และต้องผ่อนไปอีกหลายปี
ด้วยเงินเดือนและผมและภรรยาก็ไม่ได้มากมาย...พอกินพอใช้ในแต่ละเดือน...
สิ่งที่คิดไว้อยู่ตลอดเวลาเสมอๆ ในสมองของผม...ผมไม่อยากเป็นหนี้...
อยากมีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น...และไม่ชอบที่จะสะสม...
และเมื่อมีเหตุต้อง “ก่อหนี้” ก้อนใหญ่...
ผมจึงเลือกที่จะทำประกันชีวิตเท่ากับหนี้ก้อนโตด้วย...เพราะถ้าผมไม่อยู่ลูกจะไม่เดือนร้อนจากภาระอันนี้
หนี้....ก้อนนี้ของผมจึงแลกมันมาด้วย “ชีวิตและความรัก”
ทิมดาบ-ลูกชาย...กำลังขึ้นชั้นปอสี่...ผู้มีความใฝ่ฝันและอยากเดินทางตามความฝัน
ในวันข้างหน้าอีกไม่นานของเขา...จะเดินทางมาเรียนที่ตัวจังหวัดใหญ่
และด้วยความรักของเขาเอง...ที่จะเดินทางเพื่อเรียนรู้เสียงหัวใจของตนเอง
ความใฝ่ฝันและความรักของเขา...ทำให้ผมอดห่วงไม่ได้ว่า...
ลูกยังเป็นเด็ก...เขาจะเติบโตและใช้ชีวิตได้อย่างไร?...ถ้าไม่มีพ่อและแม่อยู่เคียงข้าง...
ผมและภรรยาตัดสินใจ...ทบทวนแล้วทบทวนเล่า...
จึงได้เลือกที่จะเป็นหนี้...
“ความไม่เป็นหนี้...คือลาภอันประเสริฐ”....
แม้จะหนักใจกับการตัดสินใจครั้งนี้...ทั้งการเป็น “หนี้” และ “การปล่อยลูกให้เผชิญในโลกกว้าง”
แต่ก็ทำให้เรียนรู้ว่า...ทุกชีวิตมีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิต...และเลือกเดินด้วยความรัก
ในวันข้างหน้า...ไม่รู้ว่าชีวิตจะออกหัวหรือก้อย...
แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจขึ้นว่า...ผมเพียงไม่อยากให้ลูก...ปล่อยความรักของเขาให้หลุดมือไป...
พวกเราผู้เป็นพ่อและแม่...ในเวลาอีกไม่นาน...ที่ลูกจะจากอ้อมอกไป...
ผมเลือกที่จะเก็บของที่ระลึกของลูกไว้...แม้บางชิ้นจะแสนธรรมดา
เช่น...การ์ดวันพ่อ วันแม่ ที่เขียนถ้อยคำผิดถูกตามประสาเด็ก
งานประดิษฐ์ของลูกที่ทำส่งคุณครู...
สูจิบัตรการแสดงที่มีรายชื่อของลูก...
และสมุดคัดลายมือในครั้งเขาตัวเล็กๆ
ผมจะเก็บไว้อย่างดีในลิ้นชัก...ซึ่งเป็นที่ที่ของเหล่านั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง
หรือเปลี่ยนไปตามโลกภายนอก
และบางครั้งบางคราว...เมื่อผมคิดถึงลูก
ผมจะหยิบออกมาและหวนระลึกถึงความหมายที่แฝงอยู่ในนั้น คือ
“พ่อครับ..ผมรักพ่อ...”
น้องทิมดาบคร้าบ หนูโชคดีมากๆ น้า.. ที่ได้เผชิญในโลกกว้างพร้อมเป็นกำลังใจในอ้อมกอดของคุณพ่อคุณแม่ ขอให้เติบโต แข็งแรง ทุกๆ วันนะคะ
คุณหมอก็อย่าคิดมากเกินไปค่ะ ไม่ว่าวันนี้ วันไหน แม้ภาระหน้าที่จะต่างๆ กันไป แต่ทุกชีวิตก็มีเวลาเท่ากัน การคิดดีๆ ก็เหมือนเราอธิษฐานสิ่งที่ดีๆ ให้กับตัวเอง
โตเป็นหนุ่มน้อยแล้วหลานป้า
ฝึกให้เขาเผชิญโลกกว้างตั้งแต่เล็ก ๆ ก็ีดีนะคะ
คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมหาสิ่งที่ดีให้ลูกเสมอ
เห็นด้วยกับคุณ on time
ที่น้องทิมดาบได้มีโอกาสเผชิญโลกโดยลำพังตั้งแต่เด็ก นั่นเท่ากับว่าเขาจะเติบโตอย่างเข้มแข็งในอนาคต
เป็นธรรมดาของผู้เป็นพ่อแม่ ที่จะอดเป็นห่วงลูกไม่ได้เวลาที่จะต้องห่างกัน
น้องปอของผมก็เช่นกัน ตั้งแต่เกิดจนโตเข้ามหาวิทยาลัย เป็นครั้งแรกที่จะต้องห่างพ่อแม่ แม้จะโตแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้...
แต่ก็โชคดีที่จะได้ไปเป็นศิษย์ อ.ดร ขจิต จะได้เก่งเหมือนครูครับ...
ปลื้มใจแทนลูกชายค่ะ
เป็นกำลังใจนะคะ ขอภูมิใจด้วยคนค่ะ
เป็นความคิดที่ดีค่ะลูกชายน่ารักยินดีด้วยค่ะ
ดิฉันอ่านแล้วรู้สึกดีนะคะ นึกถึงตัวเองตอนลูกสาวออกจากบ้าน ตอนเขาเด็กๆ อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พอเขาเริ่มใหญ่ ตนเองก็เริ่มคร่ำครวญ อันที่จริงสามีมีอาการมากกว่า ก็ปลอบใจกันเองว่าเปฺิดโอกาสให้เขายืนด้วยขาของตนเอง มั่นใจหรือไม่ล่ะว่าส่งเขาไปในสิ่งแวดล้อมที่ดี ถ้ามั่นใจก็ OK หนักแน่นไว้ ไม่หวั่นไหว เด็กเขาสัมผัสความรู้สึกของพ่อแม่ได้นะ อย่าให้เขาต้องห่วงหน้าพะวงหลังเลย ยิ้มไว้ เดี๋ยวก็ปรับตัวได้ทั้งพ่อ-แม่-ลูกน่ะแหละ
เด็กๆพัฒนาไปเรื่อยๆอย่างงดงามถ้าครอบครัวดูแลอบอุ่นครับ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ...
-สวัสดีครับ..
-ขอเป็นกำลังใจให้น้องทิมดาบครับ....
...ความรักลูกเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตความเป็นพ่อและแม่นะคะ...
ทำเพื่อลูกแล้วมีความสุขค่ะ การทำงานทุกวันถ้าเหนื่อยคิดถึงหน้าลูกๆแล้วมีพลังในการทำงานต่อค่ะ ลูกชายน่ารักสุดหล่อเชียวแหละ่ค่ะ