พ่อกะอย่าคึดยากหลาย ปล่อยมันย่างเข้าไปโลด มันฮู้จักหม่องนอนมันอยู่ดอก มันเข้าไปแล้ว พ่อกะจั่งย่างไปผูกมันกะไ

ช่วงที่พี่ดินบรรพชาภาคฤดูร้อน  น้องแดน หรือเจ้าจุกนักเลงลูกทุ่งของผมมีโอกาสได้ทำโน่นทำนี่ด้วยตนเอง  เสมือนสวมบท “พระเอก” ตัวจริงนั่นแหละ 




โดยปกติแล้วน้องแดนเป็นคนอยู่ง่าย กินง่าย นอนง่าย  อารมณ์ดี  ชอบฟังมากกว่าการตั้งคำถาม  ชอบทำมากกว่าการถูกสั่งให้ทำ  และในช่วงปิดเทอมครานี้  ผมขนต้นไม้จำนวนมากมายไปปลูกไว้ที่บ้านเกิด  ก็ได้แกนี่แหละที่คอยทำหน้าที่หิ้วถังน้ำเล็กๆ ไปรดต้นไม้ช่วย “พ่อปู่-แม่ย่า” 

ครั้นผมไปถึง  ผมมักพาเจ้าจุกรดน้ำต้นไม้ด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ  ผมชอบที่จะบอกกับแกเสมอว่า “...นี่คือต้นไม้ของแก-ต้นไม้ของเรา ...ต้องหมั่นใส่ใจดูแล  เมื่อโตขึ้นจะได้ใช้ประโยชน์ หรือแม้แต่ได้ช่วยลดความร้อนให้กับโลกใบเล็กๆ ใบนี้ ...” 

ครับ,คำว่าโลกร้อนนั้น เจ้าจุกเข้าใจดี เพราะครูสอนที่โรงเรียน แต่ที่มหัศจรรย์สำหรับผมมากก็คือแกรับรู้ว่าต้นยางนา,ต้นตะเคียน,ต้นประดู่,ต้นสักที่ผมปลูกๆ ไว้นี้  อีกสามสิบสี่สิบปีมันจะโตสูงใหญ่ ใครๆ จะแห่มาดู...

ผมถามแกว่าพอถึงวันนั้นแกจะตัด หรือขายต้นไม้บ้างหรือเปล่า  เพราะผมบอกแล้วว่าต้นไม้เหล่านี้ปลูกไว้ให้เขาทั้งสอง (ดินและแดน) ได้นำมาสร้างบ้านในอนาคตดีๆ นั่นเอง  ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบฉะฉานว่า “บ่ตัดดอก ตัดเฮ็ดหยัง เสียดาย มันเป็นต้นไม้ของเฮาแม๋พ่อ  คึดฮอดพ่อกะเบิ่งต้นไม้แทนกะได้”


 


ครับ – นั่นคือคำตอบของแกแบบล้วนๆ โดยไม่ได้ปั้นแต่งขึ้นเลยซักนิด 
บอกแล้วไงครับ, เจ้าจุกเป็นคนชอบฟังมากกว่าถามและพูด  แต่เมื่อนานๆ พูดที  รับรองว่าได้ฮาและได้คิดตามอย่างเหนือความคาดหมายเสมอ !

เช่นเดียวกับล่าสุด  ผมพูดคุยเชิงทดสอบว่าเขาได้ “เรียนรู้และทำจริง” เกี่ยวกับการ “เลี้ยงวัว” ที่บ้านมากน้อยแค่ไหน

ผมถามน้องแดนว่าวัวแต่ละตัว มีชื่อว่าอะไร แต่ละตัวมีนิสัยอย่างไร  ซึ่งเจ้าจุกก็ตอบได้อย่างไม่ลังเล  แถมบอกด้วยว่า ตัวไหนที่แกกลัว  เพราะมันมีท่าทีจะ “ชนตูด” อยู่บ่อยๆ  ถึงได้ต้องดึงเชือกแบบยาวๆ  เว้นระยะห่างระหว่างตัวเองกับวัวตัวนั้นให้มากที่สุด มิหนำซ้ำยังต้องกำกับมันด้วย “ไม้แส้” อีกต่างหาก



และที่สำคัญเอามากๆ เลยก็คือ ในเย็นของวันหนึ่ง-ผมแกล้งชวนให้แกพาผม  “เอาวัวเข้าคอก”  โดยผมบอกประมาณว่า "...ผมไม่รู้ว่าวัวตัวไหนมันนอนตรงไหน  ไม่รู้จะผูกเชือกไว้จุดใดของคอกวัว.."

ครับ, เจ้าจุกตอบคำถามของผมด้วยอารมณ์แบบชิวๆ ประมาณว่า “พ่อกะอย่าคึดยากหลาย  ปล่อยมันย่างเข้าไปโลด  มันฮู้จักหม่องนอนมันอยู่ดอก  มันเข้าไปแล้ว  พ่อกะจั่งย่างไปผูกมันกะได่

ไม่หยุดแค่นั้นครับ  แกยังพูดต่อว่า “โตน้อยมันบ่ทันเข้าคอกดอก  มันถ่าให้ใหญ่เข้าคอกก่อน”

ครับ,ความหมายของแกก็คือ  ตราบเท่าที่จ่าฝูง หรือวัวตัวใหญ่ๆ ยังไม่เดินกลับเข้าคอก  เจ้าวัวตัวเล็กๆ  หรือตัวที่อาวุโสไม่มากพอก็จะยังไม่แซงคิวเข้าคอกอย่างแน่นอน ....

ครั้นพอน้องแดนเปรยมาในทำนองนั้น  ผมก็ย้อนกลับไปยังแกประมาณว่า “ถ่าไห่มันย่างเข้าคอกเอง  กะมืดพอดีตั๊ว”




แน่ล่ะ -คราวนี้น้องแดนดูเหมือนจะเห็นด้วย  จึงรีบเดินมาอยู่ใกล้ๆ กับคอกวัว พร้อมๆ กับบอกผมอย่างฉะฉานว่าวัวตัวไหนนอนตรงไหน  และต้องผูกเชือกไว้กับเสาต้นใดบ้าง...

ครับ-มันจริงตามนั้นทั้งหมด  แสดงว่าเจ้าจุก “รู้จริง-ทำจริง”

ถือว่าสอบผ่านการเรียนพิเศษที่บ้านนอกเรื่องการ “เลี้ยงวัว”  อย่างสมบูรณ์

 เยี่ยม ! (ให้คะแนนเต็มร้อย)