เรื่องเล่าจากห้องครัววันนี้ 


นำวิธีการทำข้าวตัง จากข้าวสวยที่เหลือ มาแบ่งปันค่ะ ข้าวสวย นุ่มๆจากรับประทานไม่หมด หากมีเวลา ลองทำ "ข้าวตัง" กันนะคะ 


ข้าวตัง ที่ก่อนคนไทยหุงข้าวด้วยเตาถ่าน เตาฟืน จึงมีข้าวก้อนหม้อ ก้นกระทะ คนรุ่นปู่ย่าท่านก็นำมาตากและเก็บรวมๆไว้ นำมาทำเป็นเมนูของว่างได้หลากหลายเมนู เช่น ข้าวตังเมี่ยงลาว ข้าวตังหน้าตั้ง ฯ 



  • ภาพ : การหุงข้าวด้วยกระทะจากเตาฟืน ที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก นอกจากงานบุญตามชนบท


แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีข้าวก้อนหม้อ ก้นกระทะแล้ว จึงมีการผลิตข้าวตังในทางการค้า แบบใช้ข้าวสวย กดลงในแบบพิมพ์ มีรูปทรงที่เท่าๆกันดูแล้วเป็นระเบียบสวยงาม ต่างจากข้าวตั้งจากก้นหม้อ สมัยก่อนที่เป็นชิ้นๆไร้รูปทรง บ้างหนา บ้างบาง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง 


ที่บ้านมีข้าวเหลือ หากมีเวลาก็จะทำข้าวตังบ้าง ข้าวตากบ้าง เพื่อเก็บไว้ ไม่ให้เสียของ ข้าวตังไว้ทอดจิ้มน้ำจิ้ม จิ้มซอสก็ยอดเยี่ยมแล้ว หากมีเวลาก็ทำหน้าตั้งก็อร่อยพิเศษ ส่วนข้าวตากที่บ้านแม่ทำข้าวยำปักษ์ใต้บ่อยๆ นำข้าวตากนั้นมาทำข้าวกรอบใส่ในข้าวยำ  


ส่วนภาคกลางนั้นก็นำข้าวตากมาทำขนมข้าวตู ให้คิดถึงจึงร้อง อู้ฮู้ อยากกิน หอมน้ำตาลมะพร้าวเคี้ยวหนึบๆ เนื้อมะพร้าวอ่อน


แต่วันนี้ไม่มีหน้าตั้ง มีแต่ข้าวตัง มาทำให้ดู ค่ะ



  • นำข้าวสวยที่เหลือมากดลงในกระทะ ใช้กระบอกฉีดน้ำ พรมน้ำสะอาดให้ข้าวชื้น
  • แล้วใช้ช้อนกดๆ ให้แน่นๆ บางๆ 


  • เปิดไฟอ่อนๆ รี่ๆ 
  • หากไฟแรงจะไหม้ก่อนแห้ง เป็นข้าวตัง 
  • วางทิ้ง สักครู่ใหญ่ๆ 


  • สังเกตุ เมื่อข้าวเริ่มแห้งๆ จับดูกรอบๆ บางส่วน ร่อนไม่ติดกระทะ
  • หากใช้กระทะเทปร่อนจะดีมากที่เดียวจะแซะออกง่ายมาก 
  • ได้ข้าวตังชิ้นสวยไม่ขาด 


  • ขั้นตอนนี้ ข้าวตังยังไม่กรอบ
  • นำมาหั่น หรือ ตัดด้วยกรรไกรทำอาหารได้เลย


  • วันนี้...ตัดแบบพิซซ่า 
  • ในถาดเรียงๆไว้ นำไปตากแดด จนแห้งสนิท
  • ใส่กล่องเก็บรวมๆไว้ รอทอด ทำของว่าง ค่ะ


  • ภาพนี้ ทอดแล้ว ... บางกรอบ ไม่อมน้ำมัน 
  • จิ้มน้ำจิ้ม ก็ได้เช่นกัน เลือกตามชอบใจ
  • หากมีเวลาวันหน้าจะทำสูตร "ข้าวตังหน้าตั้ง" มาฝากนะคะ 


  • ภาพข้าวตัง ทำเอง  พร้อมเสริฟ กับน้ำจิ้ม  น้ำพริกเผา ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มไก่
  • ข้าวตังนี้ ทำจากข้าวสามสี ข้าวหอมมะลิกล้อง ข้าวมันปู ข้าวสีนิล ที่หุงกินที่บ้านเป็นประจำ



ปิดบันทึกด้วยคำขอบคุณ 

•ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านบันทึกนะคะ

 .... สวัสดีค่ะ  :)


<p>นารี ชูเรืองสุข </p><p>25 มีนาคม 2556</p>

.....