บนทางเดินที่ฉันเหนื่อยล้าและอยากฆ่าตัวตาย

  อารมณ์และความรู้สึกของเรานั้น มันยากแก่การควบคุมจริง เดี๋ยวแว๊บ คิดนั่น คิดนี่ไปเรื่อย พยายามจับให้อยู่นิ่งๆด้วยสติแต่พอมีเหตุการณ์มากระทบนิด สติก็กระจายอยู่ร่ำไปในเดือนที่ผ่านมารู้สึกแย่มากกับอาการป่วยของตัวเองจริงพยายามเข้มแข็งมากแล้ว  แต่บางครั้งก็แอบอ่อนแอเบื่อเซ็ง ชีวิตขึ้นมาซะงั้น  เอ้า... จะไม่เบื่อได้อย่างไรชีวิตคนป่วยด้วยโรคที่ยากแก่การรักษานี่ คงมีแต่คนบ้าเท่านั้นที่มีความสุขตลอดเวลาได้  

  อาการของ Parkinson ที่ ต้องปรับยาใหม่หมด เพราะปัญหา งบประมาณของรัฐในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล มีผลกระทบให้ยาที่ใช้รักษาข้าพเจ้านั้นมีอันต้องหลุดจากบัญชียาของโรงพยาบาลรัฐ  ซึ่งหากจะซื้อกินเอง ปัญญาของข้าราชการตัวน้อยๆ อย่างข้าพเจ้าคงไม่มีปัญญาแน่  เม็ดละ 67 บาท กินวันละ 4 เม็ด  นี่เพียงอย่างเดียว  แต่ข้าพเจ้าต้องกินยา 4 ตัว  คงไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกได้โตแน่ 

  ตอนนี้ต้องพยายามปรับยาใหม่ที่แพทย์สั่งจ่ายมาให้เหมาะกับตัวเองที่สุด  แต่มันช่างยากมากเลย  อาการที่เคยควบคุมได้ กลับไม่ได้  ร่างกายตอบสนองกับยาน้อยมาก  อยู่ดี ๆร่างกายบวมขึ้นมาอีก  ทั้งเดิมอ้วนอยู่แล้ว เมื่อบวมเพิ่มรู้สึกว่า เฮ้ย!  ชีวิตนี่มันโชคร้ายจัง จะมีเวลาที่ดีขึ้นได้บ้างมั๊ยนี่  แต่ก็พยายามอดทนไม่บ่นให้ใครฟัง เมื่อเก็บความรู้สึกมากๆเข้า  ก็งานเข้าล่ะ จิตตก ไม่อยากมีชีวิตอยู่ซะงั้น เฮ้ย!!!!

  มองผู้คนรอบข้าง ยิ่งจิตตก  อะไรมันประดังเข้ามาในชีวิตช่วงเดียวกันแท้  คอมก็เสีย ตัวเก่าที่อยู่ใช้ไม่สนุก ทำให้ไม่อยาก ออนไลน์ รถก็แอร์ดับ เครื่องซักผ้าก็เสีย  ดูอะไรก็เป็นปัญหาไปหมด  คนไข้ก็มาก แพทย์ก็ขาด  พยาบาลพิการอย่างเราต้องถูกใช้งานหนักเป็นคนตรวจรักษาทั้งสัปดาห์  เหนื่อยมาก วันหนึ่งๆทำหน้าที่หลายอย่างทั้งต้องต่อสู้กับความเจ็บป่วย  มันมีคนซวยกว่าชลัญอีกมั๊ยนี่  คิดได้ดังนั้น ก็มานั่งถามตัวเองว่า เอ๊ะ...ชีวิตมันอยู่ยากป่านนี้เราอยู่ไปทำอะไรกันนี่ ไม่มีชีวิตซะก็ไม่ต้องรับรู้อะไร  ไม่มีความรู้สึก ไม่เจ็บปวด เราอยู่นี่เราห่วงอะไร  ลูกหรือ ก็ไม่น่าห่วง หมวยน้อยมีคนดูแลมากมาย ดูได้ดีกว่าแม่ด้วยซ้ำ แล้วเราห่วงอะไร ???????  เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

  คิดได้ดังนั้นชักเริ่มวางแผนในการที่จะไม่อยู่ต่อ  นี่กระมังที่เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นในคนไข้ พาร์กินสัน คือ depressive ขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล  แต่จะว่าไปก็มีเหตุผลอยู่นา  เกิดอาการซึมเศร้าแบบไม่รู้ตัว  และดูเหมือนคนรอบข้างก็จะรับรู้ได้ เพียงไม่มีใครพูดอะไร  หมวยน้อยมักมาคลอเคลียแม่ บอก “แม่สโนว์ไวท์ ( เขาตั้งชื่อตัวเองว่าสโนว์ไวท์) เหยียบหลังให้แม่จะได้หายแก่” (เวลาแม่ปวดเมื่อย มักนอนคว่ำแล้วให้หมวยน้อย เดินบนหลัง รู้สึกคลายเมื่อยทีเดียว หมวยน้อยเคยถามคุณป๊าว่าทำไมต้องทำ ป๊าขี้เกียจอธิบายก็เลยบอกว่า แม่จะได้หายแก่ หมวยน้อยจึงจำมาตลอด ) คุณป๊าซึ่งปกติไม่เคยหวานกันมาก กลับบอกรักทุกวัน เมื่อมาส่งข้าพเจ้าทำงานตอนเช้า

  ให้เริ่มกลับมาคิดใหม่ ว่าเราอยู่เพื่ออะไร  อยู่เพื่อคนที่เรารักหรือ?????  คำตอบคือไม่ใช่เพราะ คนที่เรารักก็มีคนรักเขาอีกมากมายเลย  แล้วเราอยู่เพื่ออะไร ????  นึกออกล่ะ  อยู่เพื่อคนที่เขารักเราต่างหาก ใช่ เราอยู่เพื่อคนที่เขารักเรานั่นเอง ยังมีภาระที่ต้องทำอีก ยังไม่แล้วเสร็จ  โครงการดูแลผู้ป่วยแผลกดทับยังไม่สำเร็จ  คนไข้มะเร็งยังต้องการวิกผมปลอมฝีมือชลัญอยู่  โครงการบริหารปอดเด็กโรคหืดด้วยการเป่าฟองสบู่เพิ่งเริ่ม  โครงการ ไอติม ORS กำลังเริ่ม และ อีก โครงการ ๆ ๆ ๆ ๆ ท่าจะไม่มีใครต่อ  ทีสำคัญ  ยังไม่ได้ เห็นหน้า wasawat แห่ง GTK  และ ยังไม่ได้เห็นสหายวิชญธรรมรับรางวัลสุดตะลึง  ยังตายไม่ได้

  คิดได้ เหตุผลสองข้อหลังนี่ ชลัญคือจะตายไม่ได้ เพราะความเป็นไปได้น้อยมั๊กมาก  555

  ขออยู่รกบอร์ด GTK ต่อล่ะกันนะ อิ อิ อิ

 ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน และ มอบกำลังใจให้ ค่ะ

ชลัญธร